The First Demon King ปฐมบทเเห่งจอมมาร(ยังดองอยู่นะ)

ตอนที่ 54 : เมื่อคุณดูโจโจ้มากเกินไปคุณก็จะคิดวิธีการสู้เเบบอื่นไม่ออกเลยล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

                ลังจากต่อรองกันอยู่นานกํได้ข้อสรุปว่าข้าจะรับหน้าที่สอนหนังสือครึ่งเช้าแล้วออกไปทำกิจของจอมมาร ส่วนกรีซ่าจะรับการสอนช่วงบ่ายไป

อ่า อุตส่าห์ได้กลับมาตื่นสายได้แล้วเชียวนะช่วงนี้ สุดท้ายก็ต้องกลับมาอีหรอบเดิมจนได้ แต่ก็เอาเถอะ เมื่อไหร่ที่พวกเขามีความรู้กันมากพอ ผมก็ค่อยเลือกคนที่เก่งๆมาสอนแทนก็แล้วกัน

เหนือสิ่งอื่นใด! เวลานี้คือช่วงเวลาที่ผมจะคลาดสายตาไปไม่ได้เด็ดขาด!  พวกลูกเจี๊ยบตัวน้อยของผมกำลังเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์อสูรเพื่อการวิวัฒนาการ ผมจะประมาทไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว!  ใช่แล้ว ถ้าเพื่อที่ถ้ามีอะไรจะมาทำอันตรายพวกเขาล่ะก็ ผมจะได้ไปช่วยได้ทันยังไงล่ะ

"เบเรี่ยล จัดการซะ" เสียงของกรีซ่าดังขึ้น พร้อมกับเบเรี่ยลที่พุ่งเข้ามาจับผมมัดไว้อย่างแน่นหนา...ทำบ้าอะไรของเอ็งมิทราบ!!!

"กรีซ่า...นี่แกจะทำอะไร..." ผมเค้นเสียงถามกรีซ่าที่มองมาทางผมด้วยสายตาคมกริบกับเบเรี่ยลที่มองมาที่ผมที่ถูกมัดอยู่อย่างกล้าๆกลัวๆ

"ขืนปล่อยท่านตามไปด้วยมีหวังไม่ได้ฝึกอะไรกันพอดีสิขอรับ" กรีซ่าว่าพลางสั่งให้เบเรี่ยลโยนข้าเข้าไปในห้องของข้า แล้ววางลูกแก้วถ่ายทอดภาพที่ข้าทำให้ไว้

"ดูผ่านหน้าจอไปแล้วกันนะขอรับ" มันว่าเช่นนั้นแล้วเดินจากไป

หึหึหึ กรีซ่า แกคิดว่าตำแหน่งจอมมารของข้ามีไว้ประดับรึยังไงกัน!

กะอีกแค่โซ่แค่นี้ แค่กระชากก็...อ่าวเฮ้ย ไม่ขาด?

แล้วพอผมก็จ้องมองโซ่ที่พันรอบตัวผมอยู่ก็พบว่ามีไอเวทสีดำแผ่ออกมา

"เฮ้ยๆ อย่าบอกนะว่าไอ้นี่มัน…"

ครับ เวทผนึกมารครับ

แกนะแก---------------!!!!!!!”   เสียงโวยวายของผมดังไปทั่วหมู่บ้านเลยล่ะ

 

 

 

 

 

................

สวัสดีครับ อิจิโกะครับ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างทางเดินในป่าเพื่อตามหาสัตว์อสูรเพื่อเก็บเลเวลครับ

"พี่อิจิ ได้ยินเสียงร้องมาจากทางหมู่บ้านด้วยล่ะ หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้น" นิโกะถามผมอย่างหวั่น

"ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปสนใจเลย" ผมตอบกลับไปเช่นนั้น

ยังไงซะก็คงไม่พ้นไอ้พ่อบ้าเห่อนั้นกำลังโดนห้ามไม่ให้ตามมาอยู่แหงๆ นิโกะน่ะเป็นเด็กฉลาด ยังไงซะอีกไม่นานก็คงรู้ว่าไอ้สภาพสุดเท่ของไอ้หมอนั่นที่เธอเห็นน่ะเห็นมันเฟคล้วนๆ ส่วนผมน่ะรึ แค่มองตาหมอนั่นก็รู้แล้วว่ากำลังอดทนขนาดไหน ยิ่งตอนออกเดินทาง ถ้ากรีซ่าไม่ช่วยเอาไว้ล่ะก็ มีหวังหัวระเบิดตรงนั้นแหงๆ

หืม ผมฉลาดเกินก็อปลินอายุหนึ่งเดือนงั้นรึ ก็นะ อายุจริง18แล้วนี่หว่า

อ่าใช่ครับ ไอ้นั่นแหล่ะ ไอ้นั่นน่ะ

ไอ้นั่นคืออะไร? ไม่เอาน่า ทรัคซังเดริเวอรี่ไงล่ะ พวกบดผมติดถนนแล้วส่งมาเกิดต่างโลกเนี่ยแหล่ะ

พอรู้สึกตัวอีกทีก็เจอพระเจ้าตามสูตร แต่บทสนทนาดันไม่ตามสูตรนี่สิ ไม่ขอเล่าแล้วกัน เล่าไปก็อับอายตัวเองเปล่าๆ

แล้วท่านพระเจ้าก็ส่งผมมาเกิดใหม่เป็นก็อปลินล่ะนะ สกิลโกง? ของพรรณนั้นไม่มีหรอก สู้ด้วยลำแข้งของตัวเองนี่แหล่ะมันถึงจะดี ไม่ได้องุ่นเปรี้ยวนะเฟ้ย จริงๆนะ!

เอาเถอะ ยังไงซะเรื่องพวกนั้นมันก็เป็นอดีตไปแล้ว แต่ลืมตาขึ้นมาก็เจอกันจอมมารเนี่ยมันก็ตกใจอยู่เหมือนกันล่ะนะ ถึงจะยังเป็นจอมมารต๊อกต๋อยก็เถอะ แวบแรกนี่กะไว้เลยว่าต้องโดนใช่แรงงานเยี่ยงทาสแหงๆ ยิ่งรู้ว่ามาเมืองของจอมมารกำลังขาดคนอีก ก็พอเดาหน้าที่ตัวเองได้เลยล่ะ

แต่ผิดคาด ไอ้หมอนั่นเลี้ยงพวกเราดีมาก พอนานๆไปก็เลยพอเข้าใจนิสัยของหมอนั่นหน่อยๆแล้วล่ะ ก็เอาเถอะ จะยอมเรียกว่าพ่อให้ซักครั้งก็แล้วกัน

เอาล่ะ กลับมาโฟกัสกับภารกิจหลักก่อนก็แล้วกัน   อย่างว่า พวกเราเข้าป่ามาเพื่อล่าสัตว์อสูร โดยแต่ละคนมีอาวุธติดตัวสองอย่าง คทาเวทกับดาบสั้น ก็นะ ไซส์พวกเราถือของแบบอื่นไม่ได้หรอกนะ ในฐานะที่อายุเยอะที่สุด ทั้งทางกายภายและจิตใจ ผมก็คงต้องเป็นผู้นำพวกเขาล่ะนะ

"พี่อิจิๆ เราควรจะเริ่มยังไงดีเหรอ"  โรคุโกะถามผม

"อืม ก่อนอื่นก็ต้องกำหนดเป้าหมายให้ได้ก่อนล่ะนะ เริ่มจากการมองหาร่องรอยของสัตว์อสูรบนพื้นหรือตามต้นไม้ก่อนก็แล้วกัน"

ถึงจะชาติก่อนจะเป็นเด็กมัธยมปลาย แต่ก็พอมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้อยู่บ้างล่ะนะ

ก็นะ พอเลี้ยงลูกในGod Of *** แล้วมันดันเกิดอยากลอง ก็เลยไปลองยิงนกยิงกระต่ายกับพวกเพื่อนๆดูน่ะ ฝีมือเองก็พอใช้ได้เลยล่ะ แต่กับสัตว์อสูรนี่ไม่แน่ใจเลยให้ตายเหอะ

ว่าแล้วผมกับพวกน้องก็แยกย้ายกันหาร่องรอยของสัตว์โดยผมไม่ลืมกำชับไม่ให้ออกห่างกันมากจนเกินไปด้วย

เวลาผ่านไปซักพักนึง โคโกโร่ก็วิ่งมาหาผม

"พี่อิจิ! เจอรอยเท้าแล้วล่ะ!"

"โอ้ เยี่ยมมากโคโกโร่ ทุกคน มารวมตัวกันได้แล้ว รอยเท้าอยู่ตรงไหนเหรอโคโกโร่"  ผมชมแล้วลูบหัวเขาไปด้วย

"ทางนี้! พี่อิจิ!" โคโกโร่ยิ่มดีใจแล้วรีบวิ่งไปทีต้นไม้ต้นนึงทันที ผมและพวกน้องๆที่เหลือก็วิ่งตามเขาไป

ผมจ้องมารอยเท้าบนพื้นแล้วลองแตะดู

อืม...เป็นกีบ เป็นไปได้สูงที่จะเป็นสัตว์กินพืช...รึเปล่าหว่า โลกนี้มันจะเหมือนโลกตูมั้ยหว่า เอาเถอะ เดี๋ยวลองตรวจสอบมูลด้วยก็รู้ เพราะรอยเท้ายังใหม่ๆอยู่แสดงว่ายังคงไปได้ไม่ไกล โอเค ล่าไอ้ตัวนี้ก็แล้วกัน ผมตัดสินใจเช่นนั้นแล้วบอกกับพวกน้องๆ

"งั้นเราจะตามรอยเท้าไปกันนะ"

ครับ/ค่า ทุกคนตอบกลับมาอยากพร้อมเพรียง อุก ชักจะเข้าใจความรู้สึกของพ่อบ้านั่นขึ้นมาแล้วสิ

.....................................

"โอ้ เจ้าอิจิโกะนี่ฉลาดสุดๆไปเลยนี่! สอนดีนี่หว่ากรีซ่า เบเรี่ยล" ผมที่ตัดใจที่จะพังโซ่เฮงซวยนี่แล้ว ตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียงดูถ่ายทอดสดของพวกเด็กๆผ่านทางลูกแก้ว

"ผมว่าพวกเราไม่เคยสอนอะไรแบบนั้นนา..." กรีซ่าที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆเตียงเอียงคอสงสัยพลางโยนลูกเบอร์รี่เข้าปาก  เฮ้ย ไม่แบ่งกันเลยนี่หว่า

"ในนามของเจ้านายที่โดนลูกน้องโขกสับอยู่ทุกวันจนชักสงสัยในจุดยืนตัวเองขอสั่ง แบ่งไอ้นั่นให้ข้ากินซะโดยดี"

"ชื่อตำแหน่งยาวดีนะครับท่านจอมมาร ว่าแต่สภาพอย่างงั้นจะกินยังไงรึครับ" กรีซ่าถาม นั่นสินะ

"งั้นก็ปลดโซ่ให้ข้าสิ ขอสัญญาว่าจะอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนเลยล่ะ" แน่นอน ตูโกหก

"โกหกแหงๆครับ" กรีซ่าส่งยิ้มเย็นยะเยือกกลับมาให้ ชิ ดันรู้ทันอีก

"ก็นั่นน่ะสิน้า" ผมถอนหายใจพลางหันกลับไปดูภาพในลูกแก้วต่อ แต่อยู่ๆก็มีผลไม้มาจ่อตรงปาก

"อ้าม~"  กรีซ่าเอาผลไม้มาจ่อตรงปากผมนั่นเอง แหยงเว้ย!

"ขนลุกหมดเลยว่ะกรีซ่า"  ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มีของกินมาจ่อตรงหน้าก็ต้องกินล่ะนะ

.........................................

เจอแล้ว... ผมมองไปยังหมูป่าตัวขนาดประมาณ3เมตรที่อยู่ห่างออกไปประมาณ100เมตร พลางบอกให้พวกน้องๆเงียบเสียงลง

กฎของการล่าสัตว์ข้อที่หนึ่ง จงอย่าได้ยิงจนกว่าจะมั่นใจ และถ้าเป็นไปได้ จงสังหารในนัดเดียว...ดูยังไงก็เก็บไอ้โคตรหมูป่านั่นภายในนัดเดียวไม่ได้แหงๆ งั้นเอาแพลนBก็แล้วกัน

เข้าสู่คำถาม พวกเราจะเข้าไปสู้กับมันตรงๆ หรือจะใช้การตัดกำลังมันไปเรื่อยๆดีหว่า ผมก้นหน้าครุ่นคิดวิธีการจัดการไอ้โคตรหมูป่านั้นอย่างตั้งใจ นิโกะที่เห็นผมเป็นเช่นนั้นจึงถามผมว่า

"คิดวิธีจัดการมันอยู่เหรอคะ พี่อิจิอ่าใช่ ดูเหมือนนิโกะจะเป็นคนสุภาพสุดๆเลยล่ะ มีหางเสียงตลอดแม้แต่กับพี่น้องอย่างพวกผมหรือพ่ออย่างเจ้านั่น แต่ในอีกแง่ก็ฟังดูห่างเหินจังเลยน้า ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้คิดอย่างนั้นก็เถอะ

"ใช่แล้วล่ะ กำลังคิดว่าจะทำกับดักหรือจะไปอัดมันตรงๆเพื่อฝึกฝนเลยดีน่ะ"

"งั้นก็ทำทั้งสองอย่างเลยสิคะ" นิโกะตอบกลับมาเช่นนั้น ทำให้หลอดไฟในหัวผมส่องแสงทันที

"สุดยอดไปเลยนิโกะ ตกลง เอาแบบนั้นแหล่ะ เอ้า เข้ามารวมหัวกันหน่อยซิ จะอธิบายแผนให้ฟัง..."

.

.

.

ผมมองหมูป่าที่หน้าที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง25เมตรอยู่บนต้นไม้ หลังจากมั่นใจว่าหมูป่าตัวนั้นอญุ่ในจุดที่เหมาะสมแล้วผมก็ชักดาบขึ้น

"เอาล่ะ! ทุกคน อย่าประมาทล่ะ!" แล้วผมก็พุ่งตัวลงจากต้นไม้ไปที่เจ้าหมูป่าทันที

"โอ้!" พวกเด็กที่เหลือพอได้สัญญาณจากผมก็เตรียมอาวุธของตัวเองแล้วเข้าโจมตีเจ้าหมูป่าทั้งที

ผม ซังโก โยจิแล้วก็โคโกโร่ใช้ดาบ ส่วนนิโกะกับโรคุโกะใช้เวท  โดยผมรับหน้าที่ไลท์แทงค์ผลัดกับซังโก

อืม ไลท์แทงค์คือแทงค์ที่ใช้ความเร็วในการหลบหลีกน่ะ ส่วนพวกที่เหลือจะคอยโจมตีไปเรื่อยๆ

เอาล่ะ การล่าครั้งแรกในโลกใบนี้ มาสนุกกันดีกว่า! ผมคิดอย่างตื่นเต้นแล้วแทงดาบเข้าไปที่ตาซ้ายของเจ้าหมูป่า เพราะเป็นการลอบโจมตีทำให้มันไม่ทันระวัง ดาบของผมจึงปักเข้าไปในตาของมันเต็มๆ

"สวย! เอาล่ะ อย่าลืมทำตามตำแหน่งที่จัดไว้ล่ะ" ผมดึงดาบออกมาแล้วตะโกนสั่งพวกน้องๆ

"ครับ/ค่ะ" พวกเขาตอบกลับมาเช่นเดิม อืม เป็นเด็กดีกันจริงๆ

ผมหลบเขี้ยวของเจ้าหมูป่าที่พุ่งผ่านตัวไปพลางคิดเช่นนั้น

ตอนนี้ผมกับเจ้าหมูป่ายืนจ้องหน้ากันอยู่ มันมองผมด้วยความเกรี้ยวกราด ก็นะ เข้าใจอยู่หรอก แต่คงต้องขอโทษซ้ำอีกครั้ง ที่นี่ไม่มีการดวลสำหรับแกหรอก

โยจิพุ่งเข้ามาทางซ้ายที่ตาของเจ้าหมูป่าบอดไปแล้ว แล้วเสียบดาบเข้าใส่ท้องของมัน แท่ทว่าดาบกลับติดอยู่ที่แค่ชั้นผิวหนังเท่านั้น

เบาไปรึ หรือหนังหนาไป หรือทั้งสองอย่างกันหว่า  คิดหาสาเหตุไปแล้วก็สั่งคำสั่งต่อไป

ถอยออกมาโยจิ ที่เหลืออย่าเพิ่งโจมตี  นิโกะ โรคุโกะ เผามันโล้ด เป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่หาของกินแต่เป็นการเก็บเลเวล เพราะงั้นสภาพศพไม่ใช่ปัญหาล่ะนะ

“”ค่ะ/ค่า~”” นิโกะกับโรคุโกะ ตอบรับด้วยการส่งไฟบอลพุ่งเข้าใส่เข้าหมูป่าทันที

เมื่อไฟบอลกระทบกับร่างของเจ้าหมูป่ามันก็ระเบิดออกมาแล้วทำให้ขนทั้งตัวของเจ้าหมูป่าปกคลุมไปด้วยไฟ  มันร้องอย่างทรมาณก็จะพุ่งเข้าใส่ผมเต็มเเรง

เฮ้ยๆ น่ากลัวกว่าเดิมอีกไม่ใช่รึนั่น ผมคิดพลางกระโดดหลบเจ้าหมูป่าที่พุ่งเข้ามา เพราะหมูป่านั้นมีการโจมตีแค่ไม่กี่รูปแบบแล้วการโจมตีก็เป็นเส้นตรงแทบทั้งหมด ทำให้ง่ายการต่อการฝึกฝนและไม่อันตรายจนเกินไปล่ะนะ

แต่เพราะว่าทั้งตัวของมันเต็มไปด้วยเปลวไฟ ทำให้หาช่องเข้าไปโจมตีไม่ได้เลยแหะ เอาเถอะ ถือว่าประหยัดขั้นตอนกำจัดขนไปเลยก็ดีเหมือนกัน

งั้นก็ช่วยไม่ได้ ถึงจะเร็วไปหน่อย แต่เผด็จศึกเลยก็แล้วกัน

"เฮ้ ทุกคน ใช้ไอ้นั่นกันเลย"

"""รับทราบ""" หลังจากทุกคนตอบรับแล้วผมก็เริ่มออกวิ่งไปข้างหลังทันที ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าหมูป่าที่ตอนนี้ดูจะเกลียดผมมากก็วิ่งตามมาติดเช่นเดียวกัน 

ก็ดีๆ  ผมกระโดดข้ามธงที่ปักไว้เป็นจุดมาร์คแล้วหยุดวิ่ง เพื่อตั้งท่าเตรียมสู้กับมันต่อ

เจ้าหมูป่าเห็นผมหยุดวิ่งก็เร่งความเร็วของตัวเองมากขึ้นไปอีกแล้วพุ่งมาหาผมอย่างรวดเร็ว

"50เมตร  40เมตร  30เมตร 20 เมตร 10เมตร...เอาเลย!"

ก่อนที่เจ้าหมูจะถึงตัวผมก็ผมให้สัญญานแล้วเอี้ยวตัวหลบไปทางด้านข้างทันที

        ยังไม่ทันที่เจ้าหมูจะได้คิดะไร สิ่งที่พุ่งมาแทนที่ตัวผมก็คือท่อนซุงขนาดใหญ่ที่พวกเราช่วยกันไปตัดมาก่อนที่จะเริ่มสู้กับมัน  พวกเราช่วยกันเอาเชือกแขวนมันไว้บนต้นไม้แล้วเตรียมไว้เป็นกับดัก

         "กะโหลกแตกไปซะเถอะ"

                เสียงของเจ้าหมูที่พุ่งมาด้วยความเร็วกับมวลมหาศาลของมันปะทะเข้ากับท่อนซุงที่ถูกเหวี่ยงลงมาจากบนต้นไม้ดังสนั่นจนผมต้องเอามือขึ้นมาปิดหู

                "หมดฤทธิ์ซะทีนะ" ผมมองร่างของเจ้าหมูที่แน่นิ่งไปโดยที่ส่วนหัวแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลย ส่วนท่อนไม้น่ะเหรอ กระเด็นไปโน้น ก็นะ เป็นกับดักแบบใช้แล้วทิ้งนี่นะ กิ่งไม้ที่ไหนมันจะไปรับน้ำหนักท่อนซุงไหว  แต่ว่าอุตส่าห์เลือกที่แข็งแรงพอจะเหวี่ยงได้ชั่วขณะมาแล้วนะ ต้องบอกว่า ที่สำเร็จนี่ก็พึ่งดวงด้วยส่วนหนึ่งเลยล่ะ

                "เอาล่ะ อยากจะขนกลับบ้านอยู่หรอก แต่แค่พวกเราคงไม่ไหวล่ะนะ" ผมคิดพลางเดินไปที่ศพของเจ้าหมูนั่น พลางจะหักเขี้ยวของมันไปเป็นหลักฐานซะหน่อย

                "อ่อ ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวข้าขนกลับไปให้เอง"  เสียงเข้มของคุณเบเรี่ยลดังขึ้น

                "นี่ตามดูอยู่ตลอดเลยสินะเนี่ย"

                "ก็นะ ขืนพวกเจ้าเป็นอะไรไป ท่านจอมมารหักคอข้าทิ้งแน่น่ะสิ" คุณเบเรี่ยลตอบกลับมาเช่นนั้น น่าสงสารจริงน้า ลูกน้องเนี่ย

                "แต่ในฐานะที่เป็นอาจารย์ก็บอกได้เลยว่า สุดยอดจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่สู้กับมันตอนแรก ถึงช่วงหลังจะเหมือนเจ้ากรีซ่าเกินไปหน่อยก็เถอะ ฮ่าฮ่าฮ่า"  คุณเบเรี่ยลหัวเราะร่า แล้วแบกศพของเจ้าหมูป่าขึ้นบ่า...นั่นหมูป่าขนาดสามเมตรนะเฮ้ย

                "เอ้า กลับบ้านกันเถอะ"  เขาว่า ส่วนพวกเราก็ตอบกลับตามปรกติ

                "ครับ/ค่ะ"

                .

                .

                .

          ทันทีที่มาถึงหน้าหมู่บ้านเจ้าพ่อบ้านั่นก็พุ่งมาหาพวกเราทันที 

                "ไม่เป็นอะไรกันใช่มั้ย! มีแผลตรงไหนรึเปล่า! มานาเป็นยังไงกันบ้าง!" เจ้านั่นกอดพวกเราไว้พลางยิงคำถามมารัวๆ มาทีละคำถามสิเฟ้ย แต่ก็เห็นแก่หน้าของคนเป็นพ่อจึงตอบหมอนั่นไป

                "สรุปภาพรวมว่าสบายดีก็แล้วกันครับ"

                "งั้นรึๆ ดีจริงๆเลย  แต่เพื่อความไม่ประมาทขอเผื่อไว้ก่อน [ฮีล]"

                "ขอบคุณครับ ว่าแต่มีอะไรต้องพูดอยู่ไม่ใช่รึไงครับ" ข้าถามพร้อมมองหน้าของพวกน้องๆที่เฝ้ารอคำชมจากปากคนเป็นพ่อ

                "อ่า แน่นอน พวกเจ้าทุกคนเก่งมากๆเลยละ" เจ้านั่นยิ้มรับแล้วลูบหัวพวกเราทุกคน อืม ดี ไม่สิ มะ ไม่ได้ดีใจอะไรหรอกนะบอกไว้ก่อน

                "อ่า ก็ไม่อยากจะขัดช่วงเวลาแสนสุขหรอกนะ"  เสียงผู้หญิงดังขึ้นข้างหลังของเจ้านั่น รู้สึกจะชื่อ...คุณซาเรียสินะ

                "ไหนล่ะคนงานข้า" 

                "ฉิบ" เจ้าพ่อบ้านั่นส่งเสียงแบบนั้นออกมาล่ะ


------------------------------

พระเจ้า: จริงๆใช้โกเลมก็ได้นะครับ
ซามาเอล : ไม่รอเมืองสร้างเสร็จก่อนค่อยบอกเลยล่ะ


wordเน่างะ....orz

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น