The First Demon King ปฐมบทเเห่งจอมมาร(ยังดองอยู่นะ)

ตอนที่ 35 : ตอนพิเศษ บฐมบทของเหล่าผู้กล้า นักบวช : มารี 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    5 ต.ค. 61

     
     ''พระองค์ท่าน วันนี้นางก็ยังคงเหมือนเดิมเลยสิน้า~'' 

     'เป็นเช่นนั้น'

     "น่าเบื่อจังเลยน้า~ เอาเช่นนี้มั้ย พระองค์ท่าน เรามาลองเดิมพันที่สูงกว่านี้ดูมั้ยล่ะ"

     'ตามที่เจ้าต้องการเถิด เพราะไม่ว่าอย่างไร เราก็จะเชื่อในตัวนาง...เหมือนที่นางเชื่อในตัวเรา'

     .

     .

     .

     -------------------------------

     "ซิสเตอร์~" เสียงใสดังขึ้นมาจากบริเวณสนามหญ้ารอบๆโบสถ์ ที่เเห่งนั้นมีเด็กนับสิบคนที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งมาหาหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังอ่านนิทานให้เเก่เด็กอีกคน

     "ซิสเตอร์คะๆ" เด็กสาวส่งเสียงเรียกหาหญิงสาวอย่างเริงร่า

     "มีอะไรหรือจ๊ะ" หญิงสาวตอบรับเสียงของเด็กสาวด้วยรอยยิ้มเหมือนทุกครั้ง

     "ฟาเธอร์ฝากมาบอกให้ซิสเตอร์ไปซื้ออาหารสำหรับมื้อเย็นค่า" เด็กสาวพูดอย่างร่าเริง

     "ได้เลยจ่ะ งั้นเดี๋ยวซิสเตอร์ไปก่อนนะจ๊ะ" หญิงสาวยิ้มรับเเล้วบอกลาเด็กคนที่เธอกำลังอ่านหนังสือให้ฟัง เเล้วเดินเข้าไปข้างในโบสถ์ 

     "ขอบพระคุณพระองค์สำหรับวันที่ดีอีกหนึ่งวันค่ะ" เธอหันไปค้อมหัวให้ไม้กางเขนกลางโถง เเล้วจึงเดินออกไปที่ตลาดในเมือง 

     .

     .

     .

     ชื่อของดิฉันคือ มารี เเลนด์ฟอร์ต ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้นะคะ ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นซิสเตอร์ค่ะ ดิฉันอาศัยอยู่ที่โบสถ์ในเมืองนอตทิงเเฮม ประเทศอังกฤษค่ะ 

     เหตุผลที่ดิฉันมาเป็นซิสเตอร์นั่นเนื่องมาจากตั้งเเต่ดิฉันยังเด็กค่ะ ตอนนั้นดิฉันเป็นเเค่เด็ก
กำพร้าจนๆที่อาศัยอยู่ในสลัม ในประเทศโรมาเนีย 

     อย่างที่รู้ๆกันนะคะ ว่าเด็กในสลัมนั้นลำบากในการมีชีวิตรอดขนาดไหน เเน่นอนว่าดิฉันเองก็เหมือนกันค่ะ ดิฉันนั้นทั้งขโมยของ เเย่งเศษขนมปังกับเด็กคนอื่น เเล้วบางครั้งก็พบว่าเพื่อนที่อยู่ด้วยกันนั้นตายไปตั้งเเต่ยังเด็ก เเต่เเน่นอนว่าดิฉันน่ะไม่เคยฆ่าคนหรอกนะคะ เเต่นอกนั้นเรื่องร้ายๆส่วนใหญ่ก็ทำมาเกือบหมดเเล้วล่ะนะคะ ยกเว้นเรื่องความบริสุทธิ์ไว้อีกเรื่องละกัน เพราะสมัยนั้นดิฉันก็หวิดๆมาหลายรอบเเล้วเหมือนกันค่ะ ดีที่พี่ชายของดิฉันมาช่วยไว้เสมอล่ะนะคะ

     พี่ชายของดิฉันคอยช่วยเหลือดิฉันทุกๆเรื่อง พวกเรารักกันมาก เเน่ล่ะเพราะเรามีกันเเค่สองคนนี่คะ เเต่พี่ชายของดิฉันช่างต่างกับดิฉันเหลือเกินค่ะ เขาเป็นพวกยึดมั่นในคุณธรรมอย่างเเรงกล้า
ทุกๆวันเขาจะออกไปทำงานขนของ เเล้วเอาเงินจำนวนน้อยนิดกลับมาที่บ้านเสมอๆ

     เขาจะสอนดิฉันอยู่ตลอดว่า เราไม่ควรไปเบียดเบียนใคร เเละไม่ควรทำให้ใครเดือดร้อน ถึงเเม้จะลำบากเเต่เขาก็ยังคงเชื่อเเบบนั้นเสมอมา...น่าเสียดายที่ดิฉันในตอนนั้น ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจคุณธรรมของเขาเเละดิฉันก็คิดว่ามันช่างไร้สาระสิ้นดี ทำให้เมื่อทุกครั้งที่เขาออกไปทำงาน ดิฉันมักจะเเอบไปขโมยของอยู่เหมือนเดิม ทำไมเราต้องทนหิวด้วยจริงมั้ยล่ะคะ...ตอนนั้นดิฉันไม่น่าคิดเเบบนั้นเลยจริงๆค่ะ

     ชีวิตของดิฉันดำเนินมาเรื่อยๆจนดิฉันอายุประมาณ12ปี เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของดิฉันไปตลอดก็ได้เกิดขึ้น 

     วันนั้นก็เป็นเหมือนทุกวัน ดิฉันออกไปขโมยอาหารมาเหมือนเดิม เเต่ว่าครั้งนี้ดิฉันดันถูกจับได้
เเถมเจ้าของร้านคนนั้นดันเป็นพวกโหดร้ายซะด้วยสิ ในตอนที่ดิฉันกำลังจะถูกเจ้าของร้านคนนั้นลงมือ พี่ของดิฉันก็เข้ามายอมรับผิดเเทนดิฉัน ทำให้เขาถูกทำร้ายอย่างรุนเเรง

     สุดท้ายเมื่อเจ้าขอร้านคนนั้นทำร้ายพี่ของดิฉันจนสาเเก่ใจ เขาก็จากไป  พี่ชายของดิฉันนั้น เขาอาการสาหัสอย่างมากเลืออกเต็มไปหมด เเถมกระดูกก็หักทั่วตัว ส่วนดิฉันก็ได้เเต่ร้องไห้คร่ำครวญ ขอโทษพี่ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า จนพี่ชายของดิฉันพูดขึ้นมาว่า

     มารี...ช่วย...ฟังคำขอของพี่เป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย

     พะ พี่! ครั้งสุดท้ายบ้าอะไรของพี่กัน พี่ต้องไม่เป็นไรสิ! ดิฉันในตอนนั้นมีน้ำตาเต็มใบหน้า

     ขอร้องล่ะนะ...จงใช้...ชีวิตอย่างซื่อตรงซะ พี่ชายพูดออกมาด้วยสายตาวินวอน ส่วนฉันในตอนนั้นก็ได้เเต่ตอบรับพี่ไปเป็นครั้งสุดท้ายอย่างที่พี่ต้องการ

     ฮึก...ได้! หนูจะใช้ชีวิตเเบบที่พี่ต้องการก็ได้! ดิฉันในตอนนั้นได้เเต่ให้คำมั่นกับพี่เป็นครั้งสุดท้าย เเล้วคืนนั้น พี่ก็จากไป...

      สามวันต่อมา หลังจากที่ดิฉันร้องไห้อย่างเดียวมาตลอด3วัน ดิฉันก็มานั่งทบทวนตัวเองอีกครั้ง ที่พี่ต้องตายเป็นเพราะอะไรกันนะ เพราะประเทศนี้อย่างนั้นเหรอ เพราะเจ้าของร้านอย่างนั้นเหรอ หรรือเพราะพี่ที่เอาตัวเองมาเเลกกับเด็กเลวๆอย่างดิฉันกัน...

     สุดท้ายดิฉันก็ต้องยอมรับความจริง ที่พี่ต้องตายน่ะเป็นเพราะดิฉัน ถ้าดิฉันทำตามที่พี่บอกเสมอล่ะก็ พี่ก็คงจะไม่ต้องมาตายเเบบนี้ ไม่ว่าจะคิดเเบบไร ดิฉันก็ไม่สามารถโยนความผิดนี้ไปให้ใครได้เลย

     ดังนั้นดิฉันจึงตัดสินใจอย่างเเน่วเเน่ เเม้ว่าจะต้องอดตายหรือต้องทรมาณเเค่ไหนก็ตาม เเต่ดิฉันก็จะทำตามที่พี่ต้องการ เเม้ว่ามันจะเป็นเเค่ความรู้สึกอยากไถ่บาปของดิฉันก็ตาม 

     หลังจากนั้น1เดือน...ดิฉันก็มาถึงทางตันจนได้ ดิฉันไม่ได้กินอะไรเลยมา3อาทิตย์เต็มๆเเล้ว ขอไปทำงานก็ไม่มีใครเค้ารับเด็กสลัมอย่างดิฉันหรอก ตอนนี้เเม้เเต่เเรงจะขยับตัว ดิฉันก็ไม่มีเหลือเเม้เเต่น้อย ตอนนั้นดิฉันกำลังนอนรอความตายอยู่ที่มุมหนึ่งของถนน เปลือกตาของดิฉันกำลังจะปิดลงเเต่ทว่า...

     "อึก..."

     เย็น...นั่นคือสัมผัสเเรกที่ดิฉันรู้สึกได้ จนซักพักดิฉันถึงไปเข้าใจว่านั่นคือน้ำ

     ดิฉันรีบลืมตาขึ้นมาทันที ภาพที่ปรากฏในสายตาของดิฉันคือชายเเก่คนนึง หน้าตาเรียบร้อย ผมสีทอง ผิวขาวผ่อง สวมเลื้อสีดำยาวเเล้วมีรูปไม้กางเขน...บาทหลวงงั้นเหรอ?

     "ขอบคุณพระองค์ ดีใจจริงๆที่ลูกฟื้นขึ้นมา เอ้านี่ขนมปังกับน้ำค่อยๆทานเถอะนะ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเเละอ่อนโยน เเม้เขาจะบอกให้ค่อยๆกิน เเต่ฉันในตอนนั้นเมื่อมีอาหารก็รีบกินจนหมดอย่างไม่ลังเล

     "ขะ ขอบคุณ ขอบคุณ...มากๆคะ" เสียงสะอื้นของฉันทำให้เขายิ้มอย่างมีความสุข

     เขารอจนดิฉันกินขนมปังจนหมดเเล้วจึงถามดิฉัน

     "ลูกเอ๋ย เหตุไหนลูกถึงมาอดอยากอยู่เเบบนี้เล่า"

     "เรื่องปรกติของที่นี้อยู่เเล้วล่ะค่ะ" 

     "เช่นนั้นทำไมลูกถึงไม่ใช่ชีวิตเเบบเด็กคนอื่นๆล่ะ ลูกเป็นเด็กที่มีจิตใจงามมากเลยรู้มั้ย" 
เขายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน...
    
     "ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย" ใช่เเล้ว ดิฉันน่ะมันเเค่เป็นเด็กเลวๆคนนึงเท่านั้นเอง

     "หนูน่ะ...ไม่ได้เป็นเด็กดีเเบบนั้นซักนึง" ดิฉันน่ะทำเรื่องเลวร้ายมาเยอะเเล้วด้วย

     "หนูก็เเค่อยากจะทำตามคำขอสุดท้ายของพี่เเค่นั้นเอง เพราะหนูเเท้ๆ พี่ถึงต้อง..." 
ใช่ เพราะดิฉันเอง ถ้าดิฉันเชื่อฟังพี่ละก็...

     "ไม่เป็นไรเเล้วนะ" เขากอดฉันไว้อย่างอบอุ่นพร้อมค่อยๆเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาของฉัน 

     "มาอยู่กับพ่อมั้ย" เขาพูดประโยคที่ไม่คาดคิดออกมา

     "พ่อจะพาลูกไปอยู่ที่โบสถ์เอง" เขายิ้มให้ดิฉันเเล้วค่อยๆอุ้มดิฉันขึ้นมา

     "ตะ เเต่ว่า..." ฉันพยายามจะปฏิเสธเเต่...ปฏิเสษจากอะไรล่ะ ในเมื่อดิฉันก็ไม่มีอะไรอยุ่ที่นี่
อยู่เเล้วนี่นะ

     "ขะ ขอบพระคุณมากค่ะ! ดิฉันจะรับใช้คุณไปจนวันตายค่ะ!" ฉันปฏิญาณตนกับเขาอย่างหนักเเน่น เเต่ว่าเขาตอบกลับมาว่า...

     "หากลูกต้องการล่ะก็ จงถวายตัวรับใช้พระองค์เถิด" เขายิ้มให้ดิฉันก็ที่จะมอบไม้กางเขนอันเล็กๆกับไบเบี้ลมาให้ดิฉัน 

     หลังจากนั้นดิฉันก็ร่ำเรียนเป็นเเม่ชีในโบสถ์เเล้วจึงถวายตนเป็นเเม่ชีในเวลาต่อมา...

---------------------------------------------

     
      

______________________________





 
     

     

     

     

     

     

     
     

     

     

     

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

262 ความคิดเห็น

  1. #197 0816781310 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:39
    อ้าวตัดไปเฉย จะต่อเมื่อไหร่ล่ะ
    #197
    1
    • #197-1 KamenZ(จากตอนที่ 35)
      8 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:00
      จบภาคหนึ่งจะมาต่อให้ครับผม
      #197-1