คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #9 : Chapter II - Episode 4 ( 50% )
การก่อกบฏ การยุยง การบ่อนทำลาย
อาณาจักรอลาบัสต้ากำลังจะล่มสลาย ...โดยฝีมือของชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอ
ลอดผ่านกรงเหล็กฝังหินไคโร หินที่เป็นเหมือนฝันร้ายของเหล่าผู้ใช้พลังผลปีศาจ หน้าที่ของมันคลับคล้ายคลับคลากับน้ำทะเล เพราะมันจะทำให้ผู้ใช้พลังไม่สามารถใช้พลังได้ โดยส่วนมากเเล้วมักจะใช้คุมขังนักโทษที่เป็นผู้ใช้พลังของผลปีศาจซะมากกว่า
ไรเดนฟังเเผนร้ายของคนที่คิดจะทำให้คณะปฏิวัติเเละกองทัพของพระราชาประทะกัน ..โดยสั่งให้ลูกน้องคนหนึ่งสวมรอยเป็นพระราชาไปทำลายเมืองหนึ่งของอลาบัสต้า เพื่อใช้มันเป็นตัวปะทุสงครามกับฝ่ายปฏิวัติ
คร็อกโคไดล์พูดแผนการทั้งหมดด้วยน้ำเสียงชวนกระตุกขวัญ ให้วีวี่ที่โดนจับเข้ามาในเวลาไล่เรี่ยกับเราได้ฟังเต็มสองหู
...ร่างบางลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองอย่างช้าๆ ผมสีม่วงอมน้ำเงินปกปิดใบหน้าซ่อนดวงตาสีสวยที่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
สโม๊กเกอร์ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความฉงน ทุกคนในตอนนี้ต่างก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ...ภายใต้ลูกกรงขนาดใหญ่ ลูฟี่เเละสโม๊กเกอร์ถูกหินไคโรพวกนั้นกดพลังเอาไว้ ส่วนนามิ อูซปและโซโรนั้นมีพลังไม่มากพอที่จะฝ่าออกไป
“ คร็อกโคไดล์!! ฉันจะอัดเเกเดี๋ยวนี้เเหละ ”
ลูฟี่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว เขาพยายามเอาหน้ามุดเข้าไปในช่องว่างระหว่างกรงเเต่ก็ทำไม่ได้ เรื่องเเบบนี้มันโหดร้ายเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะรับไหว หากเขาไม่หยุดชายตรงหน้าล่ะก็ อลาบัสต้าได้กลายเป็นจุลจริงๆเเน่
“ หึหึหึหึ.. แล้วจะทำยังไงงั้นเหรอ ? ”
คร็อกโคไดล์หัวเราะเสียงเหี้ยม เขาให้ทางเลือกกับวีวี่ที่อยู่ด้านนอกกรงขัง ว่าจะเลือกช่วยผองเพื่อนหรือจะเลือกช่วยอาณาจักรนี้ ซึ่งชายร่างใหญ่ก็ได้โยนกุญเเจไขลูกกรงลงไปในหลุมด้านล่าง หลุมที่เต็มไปด้วยจรเข้มากมาย เเละหนึ่งในนั้นก็ได้กลืนกุญเเจเข้าไปเป็นที่เรียบร้อย
วีวี่ที่อยู่ในสภาพที่สิ้นหวัง ความโกรธ ความกังวล ความเคียดเเค้น และความอึดอัดใจ ทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปหมดจนเธอไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้ว
ตึก.. ตึก.. ตึก...
รองเท้าไม้ส้นสูงกระทบกันพื้นปูนจนเกิดเสียงก้อง ทุกๆสายตาจับจ้องมายังหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเอง หลังจากนั่งเงียบฟังเรื่องราวทั้งหมดมาได้สักพัก เธอตัดสินใจเดินตรงไปด้านหน้า ทิศทางคือชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านนอก
“ ถอยไป.. ”
ไรเดนกล่าวกับลูฟี่ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาของเธอฉายแววดำมืดจนหน้ากลัว ...ลูฟี่ไม่เคยเห็นหญิงสาวเป็นแบบนี้มาก่อน เขาก็รู้สึกได้ถึงความกดดันจางๆมาจากตัวของเธอ
ไรเดนกำลังโกรธ..
คร็อกโคไดล์หันมามองเธอด้วยความสงสัย ควันจากซิการ์คละคลุ้งไปตามอากาศ ส่วนลูฟี่นั้นถอยออกไปจากกรงเหล็กตามคำสั่งของเธอเเล้ว แม้จะงุนงงอยู่บ้างก็ตาม
“ เอย์ ? ” ชายหนุ่มขานเรียก
เสียงช็อตแหลมของไฟฟ้าค่อยๆดังขึ้นเป็นระยะๆ ...ร่างกายของไรเดนห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าสีม่วงเป็นส่วนๆ คลื่นพลังมหาศาลตีเเผ่ออกมาจากตัวของหญิงสาวโดยเฉพาะอาวุธคู่กายด้านหลังของเธอ ทำให้บางคนจำต้องยกเเขนขึ้นมาบดบังทัศนียภาพของตนเอง เนื่องจากความสว่างจ้าของสายฟ้ารอบกายหญิงสาว
ราวกับพลังกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ...
คร็อกโคไดล์เบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะสามารถใช้พลังได้ทั้งๆที่อยู่ในกรงหินไคโร
“ เอย์ซัง! ” วีวี่ร้องเรียกเธอด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ เธอไม่ใช่ผู้ใช้พลังของผลปีศาจสินะ.. ”
มีสออลซันเดย์พูด แม้ว่าสีหน้าของเธอจะไร้อารมณ์จนดูเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่ดวงตาขอเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยประกายเเห่งความตื่นตะลึง
แกร๊กกก !
รอยร้าวระหว่างกำเเพงเเละหน้าต่างเเตกออกเป็นเสี่ยงๆ สโม๊กเกอร์มองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจปนหวาดหวั่น เขากัดซิการ์แน่นเพื่อไม่ให้มันหลุดออกจากปาก เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นที่ขมับ
พลังนั่นมันอะไรกัน ?
ดวงตาสีม่วงเรืองเเสงวาววาบท่ามกลางคลื่นพลังสายฟ้า ไรเดนกวัดเเกว่งง้าวตวัดใบมีดใส่กรงเหล็กจนขาดเป็นสองท่อน ปลดปล่อยพวกพ้องทั้งหมดให้เป็นอิสระจากหินประหลาดที่กดทับพลังของพวกเขาเอาไว้
“ แก ! ”
คร็อกโคไดล์คำรามลั่น เปลี่ยนเเปลงร่างกายของตนเองให้กลายเป็นทรายจากผลของปีศาจ ก่อนจะพุ่งตัวเข้ามาทางนี้ด้วยจุดประสงค์มุ่งร้าย
โครมม !!
ทว่าก็สายไป เมื่อกลุ่มน้ำขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากรูร้าวที่ไรเดนได้กระทำไว้ในตอนเเรก แรงดันน้ำของมันพัดพาให้พวกเราปลิวกันไปคนละทิศละทาง และแผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนจนผู้คนที่อยู่คาสิโนด้านบนพากันเเตกตื่น
ชั้นใต้ดินแห่งนี้กำลังจะจม ถือว่าเป็นโชคไม่ดีสำหรับสโม๊กเกอร์เเละลูฟี่เเล้ว
ไรเดนว่ายน้ำเข้าไปคว้าตัวกัปตันเรือที่กำลังจะหมดเเรงจากน้ำ ร่างบางโอบกอดรอบคอชายหนุ่มเอาไว้ก่อนจะพาว่ายออกไป โดยลูฟี่ไม่ลืมบอกให้โซโรช่วยสโม๊กเกอร์ออกมาด้วย
ส่วนคร็อกโคไดล์เเละมีสออลซันเดย์นั่น...
ถ้าไม่ตายจากการจมน้ำก็คงกลับมาให้ลูฟี่อัดอยู่ดีนั่นเเหละ
ทุกคนขึ้นมาบนพื้นผิวน้ำด้านบนได้สำเร็จ ช่างเป็นอะไรที่โชคดีเมื่อซันจิกำลังรอพวกเราอยู่บนบก กุ๊กประจำเรือไม่รอช้าเข้ามาช่วยเหลือพวกเราในทันทีก่อนจะพาทุกคนหนีออกไป โดยช็อปเปอร์กำลังรออยู่ด้านนอกเมือง
สโม๊กเกอร์ในครั้งนี้ยอมปล่อยให้พวกเราไปโดยไม่คิดไล่ล่าต่อ อาจจะเป็นเพราะไม่อยากติดหนี้บุญคุณที่ลูฟี่ช่วยเหลือเอาไว้ ซึ่งนั่นก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะไรเดนไม่อยากจะเสียเวลาจากตรงนี้อีก
เพราะสถานที่ที่เราต้องรีบมุ่งหน้าไปให้เร็วที่สุดก็คืออลูบาร์น่า เมืองที่พระราชาอาศัยอยู่ เเละเป็นเมืองที่กำลังจะเกิดสงครามระหว่างกองทัพราชากับคณะปฏิวัติในไม่ช้า
ไรเดนเเละทุกคนนั่งบนหลังปูทะเลทรายขนาดใหญ่ที่ช็อปเปอร์พามา มันเคลื่อนตัวไต่ไปตามพื้นทรายเพื่อมุ่งหน้าไปยังอลูบาร์น่าอย่างรวดเร็ว
ฟิ้วว.. !
และในขณะเดียวกันนั้น บางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นได้พุ่งเข้ามารัดตัวของวีวี่เอาไว้ ทรายสีน้ำตาลห่อหุ้มร่างบางของหญิงสาวเเน่น มันพยายามจะรั้งดึงให้เธอลงจากหลังปูไปยังพื้นด้านล่าง
ลูฟี่พุ่งตัวเข้าไปรับแทนวีวี่ มือหนาผลักร่างเล็กกลับลงมาที่หลังปูเช่นเดิม กลายเป็นว่าฝ่ายที่ถูกดึงออกไปคือเขาเเทน หัวของลูฟี่ทิ่มลงกับพื้นทรายดังปัก เช่นเดียวกับที่คร็อกโคไดล์เเละมีสออลซันเดย์ผู้ซึ่งหนีออกมาได้ยืนอยู่ตรงหน้า
ปูยักษ์หยุดตัวลง ทุกคนมองไปที่ลูฟี่ด้วยความตกใจเเละเป็นห่วง
“ ไปกันก่อนเลย ”
ไรเดนพูดคำขาด เธอกระโดดลงจากหลังของปูยักษ์ ในขณะที่วีวี่ตะโกนเรียกไม่ให้เธอเดินออกไป
“ รีบไปเถอะ ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของอาณาจักรก็คือเธอ ”
วีวี่ชะงักกับคำพูดของไรเดน เเละเธอก็ได้พูดต่อจากประโยคเมื่อกี้ “ เธอเป็นคนเริ่มการต่อสู้ในครั้งนี้ ดังนั้นคนที่ต้องหยุดมันก็คือเธอ ”
ไม่บ่อยนักที่หญิงสาวจะพูดด้วยประโยคยาวๆ ...แต่ทว่ามันกับน่าฟังเเละดูน่าเกรงขามมากกว่าเป็นไหนๆ ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็พากันตั้งใจฟังอย่างไม่คิดสอดเเทรก และเพราะพวกเขาเองก็คิดแบบเดียวกันกับที่ไรเดนพูดมาทั้งหมด
ลมทะเลทรายกรรโชกเบาๆพัดให้ผมเเละชุดของทุกคนปลิวไปตามละรอก หญิงสาวหันไปมองเพื่อนๆทุกคน เธอหยิบง้าวออกมาควงก่อนจะจับเข้าที่ด้ามของมันอย่างมั่นคง
“ อย่าคิดว่าตัวเองกำลังต่อสู้อยู่คนเดียวล่ะ ..ฉันจะดูเเลทางนี้เอง ”
ไรเดนหันกลับไปมองยังทิศที่ลูฟี่เเละคร็อกโคไดล์ยืนอยู่ ร่างบางเดินตรงไปทางนั้นด้วยท่วงท่าสง่างามเเละเยือกเย็นราวกับมัจจุราช ดวงตาสีม่วงไม่สั่นคลอนแม้ต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่สามารถเปลี่ยนเเปลงร่างกายได้ดั่งใจนึกเหมือนกับนาวาเอกสโม๊กเกอร์
ทว่าครั้งนี้ดูเหมือนจะรับมือได้ง่ายเสียยิ่งกว่า
“ ไปซะ ”
หลังพูดครั้งสุดท้าย ปูยักษ์ก็เคลื่อนตัวออกไปทันที
“ พวกแกนี่มันเเส่ไม่เข้าเรื่องจริงๆ ”
ทางด้านอีกฝั่ง คร็อกโคไดล์จ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตากดดัน คิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันเเน่นจนเห็นได้ถึงเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นมา ลูฟี่ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ..ในขณะที่ไรเดนนั้นเดินมาถึงเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว
“ คนที่เเส่ไม่เข้าเรื่องคือแกต่างหาก ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา
ลูฟี่หักนิ้วของตัวเองดังกร๊อบ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะเครื่องติดได้ที่เเล้วล่ะนะ
“ พวกเรามีเวลาไม่มาก ” เธอเตือนเพื่อนชาย
ลูฟี่ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก เเม้ว่าเขาอยากจะอัดคร็อกโคไดล์ให้หนำใจมากสักเเค่ไหน เเต่มันก็เป็นจริงอย่างที่เธอพูด ดังนั้นเขาจึงตอบรับเธอไป
“ อ่า.. ”
ไรเดนตวัดสายตามมองผู้หญิงที่อยู่ข้างกายคร็อกโคไดล์เล็กน้อย
“ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ฉันคงต้องไปก่อน ” มีสออลซันเดย์กล่าวขึ้นหลังจากเฝ้าดูสถานการณ์มาได้สักพัก ทว่าเธอกลับถูกหญิงสาวเอ่ยขัดเอาไว้ซะก่อน
“ หยุด ”
ฉิ้ง !
ไรเดนกล่าวเสียงเย็น คมง้าวที่ตวัดเกี่ยวแนบกับคอบางทำให้อีกฝ่ายชะงักตัว... ขาที่กำลังจะก้าวเดินหยุดอยู่กับที่ตามคำประกาศิตของอีกฝ่าย ทั้งคู่หันมาสบตากันนิ่ง
มีสออลซันเดย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ จากพลังที่เห็นในตอนอยู่ชั้นใต้ดินของคาสิโน คนตรงหน้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเธออย่างเเน่นอน ดังนั้นเธอจึงยอมยืนอยู่ที่เดิมตามคำพูดของของไรเดน
ไรเดนหันกลับมามองคร็อกโคไดล์อีกครั้ง ตอนนี้เขาอยู่ในท่าทางที่โกรธเคืองเป็นอย่างมาก ดูได้จากสีหน้าที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดบนขมับ คมฟันกัดลงที่ซิการ์จนขาดออกเป็นสองท่อน เเละใบหน้าที่ดำทะมึนไปครึ่งแถบ
“ พวกแกคิดเหรอว่าจะสู้ฉันได้.. ไม่มีใครที่สู้กับฉันในทะเลทรายเเล้วชนะหรอกนะ ”
อารมณ์ของคร็อกโคไดล์พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด เขาทนโดนคนพวกนี้ลูบคมมามากพอแล้ว ถึงเวลาเเล้วที่จะทำให้พวกมันทั้งหมดตายไปพร้อมกับแผ่นดินทะเลทรายแห่งนี้
ไรเดนก้มหน้าลงเล็กน้อย “ งั้นเหรอ ? ”
ครืนนน...
อารมณ์โกรธของไรเดนเองก็พุ่งสูงไม่เเพ้กัน คิดจะทำลายอลาบัสต้างั้นเหรอ ? คิดจะทำร้ายเพื่อนๆของเธอด้วยงั้นเหรอ ?
คร็อกโคไดล์ ...
เปรี้ยงง!!—
“ อะไรน่ะ !? ” มีสออลซันเดย์อุทานลั่น
ทุกคนเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ..หมู่เมฆไม่ทราบเเหล่งที่มาเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ครอบคลุมทั่วทั้งเมืองเรนเบสจนบัดนี้ความมืดเข้ากลืนกินพื้นที่โดยรอบ ท้องฟ้าคำรามลั่นเสียงดังกึกก้องจนทำให้ผู้คนทั้งเมืองต่างพากันมองขึ้นไปด้านบนเป็นสายตาเดียว
สายฟ้าสีม่วงฝ่าหมู่เมฆทะมึนลงผ่าใส่พื้นดินเป็นระยะๆ สร้างความโกลาหลให้เเก่ชาวเมืองเป็นอย่างมาก
ปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เห็นตลอดสามปีที่ผ่านมา แถมครั้งนี้ดูเหมือนจะรุนเเรงมากกว่าครั้งไหนๆ..
และผงเเดนซ์พาวเดอร์ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ขนาดนี้อย่างเเน่นอน...
“ พ พายุงั้นเหรอ ที่นี่น่ะเหรอ... ” มีสออลซันเดย์พูด ดวงตาของเธอจับจ้องไปบนท้องฟ้าไม่ละไปไหน
ไม่สิ.. หมายถึง...
ฝนกำลังจะตก ?
เป็นไปไม่ได้...
แบบนี้ก็เเย่น่ะสิ
“ รู้อะไรไหม ? ”
ไรเดนพูดขึ้นท่ามกลางเสียงร้องของท้องฟ้า คร็อกโคไดล์ก้มหน้าลงมามองร่างบาง ฟันของเขาขบเข้าหากันเเน่นจนเกิดรอยนูนที่สันกราม
“ ทรายถ้ามันโดนน้ำน่ะ... ”
“ นี่แก... ”
จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ ?
✿
(มีสออลซันเดย์ก็คือนิโค โรบินเองค้าบ อนาคตลูกเรือคนสวยของกลุ่มหมวกฟาง)
(พี่เข้จะรุ่งหรือจะร่วง แต่ผมก็อยู่ข้างพี่เข้นะครับ)
ความคิดเห็น