ทาสรักดรุณี(ผ่านพิจารณา สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 31 : (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    21 ก.พ. 60


หนังสือเรื่อง ทาสรักดรุณี วางจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือจะสั่งซื้อจาก สำนักพิมพ์ ไลต์ ออฟ เลิฟ ก็ได้ตามลิงค์ด้านล่างค่ะ

http://www.lightoflovebooknovel.com/

(3)

 

ณดาดาวมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไปเองแน่ๆ ที่ได้ยินเสียงเหมือนผู้หญิงร้องไห้ หลังจากที่ออกจากกระโจมเมื่อจวนจะรุ่งสาง  ด้วยเกรงใจไม่กล้าปลุกชายหนุ่มที่กำลังนอนฝันหวาน เลยตัดสินใจออกมาเพียงลำพังเพื่อหาที่ปลดเบาแถวๆแนวต้นปาล์มใกล้กับแอ่งน้ำที่เคยลงไปอาบเมื่อวาน   หญิงสาวตั้งใจฟังอยู่ครู่ใหญ่เพื่อจับทิศทางของเสียง  เมื่อแน่ใจจึงส่องไฟฉายนำทาง

 

“ราญา”          

แม้จะเห็นเพียงด้านข้างเธอก็พอจะจำได้ เมื่อเห็นคนที่นั่งกอดเข่าอยู่บนโขดหินก้อนใหญ่ยกมือขึ้นปาดน้ำตา ณดาดาวก็รู้ในทันทีว่าที่มาของเสียงคงไม่ใช่ใครอื่นไกล

เท้าเล็กซอยถี่ไปยังบุคคลเป้าหมายอย่าเร่งรีบ ด้วยเป็นห่วงปนสงสัย ว่าเหตุใดสาวใช้จึงมานั่งรองไห้ภายใต้อากาศที่หนาวเย็นเช่นนี้

 

“คุณผู้หญิงออกมาทำอะไรคะ”

พอฝีเท้าย่ำเข้ามาใกล้ ราญาจึงรู้ว่าเจ้าของแสงไฟเมื่อสักครู่คือเจ้านายสาวของตนนั่นเอง

                              

“ฉันต้องถามราญามากกว่า ว่าเป็นอะไรถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้”

 

“เอ่อ...เปล่าค่ะ ราญาไม่ได้เป็นอะไร  คุณผู้หญิงออกมาทำไมคะ หรือว่าปวดหนักปวดเบาเดี๋ยวราญาจะพาไปในที่ลับตาค่ะ”

คนที่นั่งร้องไห้มาค่อนคืนจนตาบวมปฏิเสธเสียงอึกอักพร้อมกับเปลี่ยนเรื่อง ทำให้คนที่นึกได้ว่าตนเองกำลังปวดเบารีบพยักหน้าคล้อยตามเมื่ออาการปวดที่กลั้นเอาไว้เริ่มโจมตีอีกครา

ราญานำทางไปยังพุ่มไม้รกทึบแล้วยืนเฝ้าต้นทางให้  จนกระทั่งณดาดาวทำธุระส่วนตัวเสร็จ เธอจึงชวนคุณผู้หญิงกลับกระโจมเพื่อความปลอดภัย แต่อีกฝ่ายกลับหาเรื่องค้านไว้ เพราะยังค้างคาใจในเรื่องที่ตนเองพบเจอ

 

“ฉันเห็นด้านโน้นมีดอกไม้ด้วย สวยๆทั้งนั้นเลย เราไปดูกันดีไหม”

 

“อย่าพึ่งไปตอนนี้เลยค่ะ การอยู่ห่างจากนายน้อยอาจจะไม่ปลอดภัย เอาไว้ให้นายน้อยพาไปดูเองดีกว่านะคะ”

ราญาแย้ง เนื่องจากว่าพอจะได้ยินข่าวคราวอยู่บ้างในความอันตรายของทะเลทราย

 

“ใกล้แค่นี้คงไม่มีอันตรายหรอกจ้ะ ไปกันเถอะ”

ว่าแล้วก็เดินนำหน้า ทำให้ราญาต้องรีบสาวเท้าตามด้วยความเป็นห่วง เมื่อคัดค้านไม่ได้จึงต้องไปเป็นเพื่อนอย่างจำยอม

เดินลัดเลาะไปได้พักใหญ่ ณดาดาวจึงหันกลับมาถาม

 

“ราญา เราพอจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม”

 

“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณผู้หญิง  ราญาเป็นแค่สาวใช้”

คนที่เดินตามหลังมาติดๆยกสองมือขึ้นส่ายซ้ายขวาไวๆ ด้วยความถ่อมตน ณดาดาวจึงแกล้งตีหน้าเศร้าแล้วเอ่ยตัดพ้ออย่างน่าเวทนา

 

“โธ่เอ้ย ในโลกนี้จะมีใครน่าสงสารไปกว่าฉันอีกไหม  โดนจับมาต่างบ้านต่างเมืองไม่พอ แถมยังต้องอยู่ตัวคนเดียว เพราะไม่มีใครยอมรับเป็นเพื่อน”

 

“เอ่อ...”     

คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาราญาหน้าเหวอ รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างจริงจัง เห็นอย่างนั้นณดาดาวจึงได้ที รีบปั้นหน้าให้ดูเศร้ายิ่งกว่าเดิม

 

“หรือว่าไม่จริง ขนาดราญาเองยังรังเกียจที่จะเป็นเพื่อนกับฉัน”

 

“โธ่! คุณผู้หญิง อย่าพูดแบบนั้นสิคะ ราญาไม่ได้รังเกียจค่ะ เพียงแต่มันไม่เหมาะสมก็เท่านั้นเอง”

 

“อะไรคือความเหมาะสม ในเมื่อเราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”

 

“คือว่า...”

คนที่จนมุมในคำพูดอันชาญฉลาดของอีกฝ่าย ต้องยกมือขึ้นเกาหัวด้วยไปไม่เป็น  จะให้พูดอย่างไรดี คุณผู้หญิงถึงจะยอมเข้าใจในเรื่องความแตกต่างของบ้านเมืองที่เธอพำนักพักพิงมาตั้งแต่เกิด

 

“เอาเถอะ ถ้าราญาหนักใจนัก ฉันก็จะอยู่แบบโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างนี้ต่อไปนี่แหละ”

พูดจบก็หันหลัง โดยไม่ลืมทิ้งสายตาอันเศร้าสลดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกกังวลในจิตใจเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

 

“ก็ได้ค่ะ ราญาเป็นเพื่อนคุณผู้หญิงก็ได้”

เมื่อไม่สามารถหาเหตุผลมาทัดทานได้ ในที่สุดราญาจึงเอ่ยขึ้นตามหลัง ทำเอาคนที่แกล้งตีหน้าเศร้าเมื่อก่อนหน้านั้นต้องลอบยิ้มด้วยความสมใจ ก่อนที่จะตีหน้านิ่งแล้วหันกลับมา

 

“พูดแล้วห้ามคืนคำนะ สัญญา”

ณดาดาวบอกแล้วยกนิ้วก้อยข้างขวาขึ้นมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสัญญาแห่งความเป็นเพื่อน ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทำให้คนที่ลั่นวาจาออกไปเมื่อสักครู่ ต้องยกนิ้วก้อยข้างซ้ายขึ้นมาเกี่ยวแต่โดยดี

 

“กฎของการเป็นเพื่อน เราจะไม่มีความลับต่อกันแม้แต่เรื่องเดียว ตกลงไหม”

 

“ตกลงค่ะ”

ระหว่างที่นิ้วก้อยยังเกี่ยวกันแน่น ณดาดาวจึงเสนอข้อตกลงบางอย่างด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ทำให้คนที่ยังไม่รู้เท่าทันเผลอตอบตกลงในทันที โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า พันธะสัญญาในครั้งนี้จะนำความยุ่งยากลำบากใจมาให้ตนเอง ในเวลาต่อมา

 

“เอาล่ะ ทีนี้ก็เล่ามาให้หมดว่าเพื่อนรักของฉันมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวทำไม”

คนที่ได้ตำแหน่งเพื่อนรักแบบกะทันหันถึงกับหน้าซีดเผือดขึ้นทันตา นาทีนี้เธอพึ่งจะรู้ตัวว่า ความฉลาดของเธอที่เคยมี มันยังไม่ใกล้คำว่าครึ่งซีกของคุณผู้หญิงตรงหน้าเลยสักนิด!

ท้ายที่สุด พอเดินไปถึงดงดอกไม้งาม ราญาจึงต้องเล่าความเป็นมาถึงสาเหตุแห่งการร้องไห้จนทั่วถ้วนทุกกระบวนความ ทำให้ณดาดาวรู้สึกเห็นใจไม่น้อย  การหลงรักคนที่เขาไม่มีใจให้  มันทรมานยิ่งกว่าอะไร เธอนั้นย่อมรู้ดี

ไม่ต้องมีคำพูดปลอบโยนใดๆเมื่อเห็นน้ำตาเพื่อนหลั่งริน  เพียงอ้อมกอดแน่นๆจากมิตรภาพดีๆที่มีให้แก่กัน ก็สามารถบรรเทาความทุกข์ที่เกิดขึ้นภายในใจของแต่ละฝ่ายได้อย่างน่าประหลาด

 

“อย่าเศร้าไปเลยนะจ๊ะราญา บางทีเราก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นที่รักของทุกคน แต่เราเกิดมาเพื่อที่รักของใครบางคน  และฉันก็เชื่อว่าราญาเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่า สักวันจะต้องมีคนที่คู่ควรมองเห็น”

ณดาดาวปลอบใจเพื่อนพร้อมกับปลอบใจตัวเองอยู่ในที

 

“ค่ะ ราญาจะพยายามทำใจให้ได้”

สองสาวพากันเดินชมนกชมไม้จนลืมเวลา ครู่ใหญ่ราญาจึงชักชวนกลับที่พัก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าการหายตัวออกมาโดยไม่ได้บอกใคร อาจทำให้ทุกคนพากันเป็นห่วง แต่พอเดินมาเรื่อยๆ กลับออกไปโผล่อีกทางที่ดูยังไงก็ไม่คุ้นตา

 

 

“มีใครเห็นณดาดาวบ้าง”

หลักจากที่ตื่นมาเมื่อตอนตะวันโด่งแล้วพบว่า ร่างนุ่มนิ่มที่ตนกอดเอาไว้เมื่อคืนนั้นหายไป พอออกมาด้านนอกแล้วยังหาไม่พบ อดิลจึงถามบรรดาลูกน้องขึ้นแบบไม่บ่งนาย

 

“หมายความว่ายังไงครับ แล้วมีใครเห็นราญาไหม”

อีธานได้ยินคำถามของผู้เป็นนายจึงรีบถามขึ้น  เริ่มรู้สึกเอะใจเพราะตั้งแต่ออกจากกระโจมของตนเองมา ก็ยังไม่เห็นหน้าคนที่นอนอยู่ในกระโจมติดกันเช่นกัน เมื่อเช้าว่าจะถามไถ่ก็ไม่กล้า ได้แต่เดินไปเดินมาอยู่หน้ากระโจมของตนเองด้วยความเป็นกังวล ยิ่งตอนนี้เห็นว่าบรรดาลูกน้องทุกนายพากันส่ายหน้า ความกังวลที่ว่ายิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ขายาวๆรีบจำอ้าวไปยังกระโจมที่พักของราญาอย่างรวดเร็ว

 

“ราญา อยู่ในนี้หรือเปล่า”

เมื่อไร้เสียงตอบรับ จึงเปิดพรวดเข้าไปทันที และกระโจมที่ว่างเปล่าก็ทำเอาบอดีการ์ดหนุ่มถึงกับใจแป้ว

 

“เด็กบ้าเอ้ย! หวังว่าจะไม่ทำอะไรแผลงๆหรอกนะ”

 อีธานสบถก่อนที่จะพรวดพลาดออกมาจากกระโจมเพื่อรานงานผู้เป็นนาย

 

“ราญาก็ไม่อยู่ครับ ทั้งสองคนอาจจะอยู่แถวนี้ ทางที่ดีผมว่าเรารีบกระจายกำลังออกตามหากันดีกว่า”

กลางป่าในทะเลทรายเช่นนี้ การที่สตรีทั้งสองหายตัวไปโดยไม่มีใครเห็น นับเป็นเรื่องที่ไม่ควรไว้วางใจ เพราะมันสามารถเกิดอันตรายได้ทุกเมื่อ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็แยกย้ายช่วยกันออกตามหาเดี๋ยวนี้เลย”

อดิลรีบออกคำสั่ง  ด้วยรู้สึกร้อนรนในหัวใจ ราวกับล่วงรู้ว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับสตรีทั้งสอง  ไม่ต่างจากคนสนิทที่ดูรีบร้อนจนผิดวิสัย ราวกับหยั่งรู้ในใจว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา 

************************************

มันเกิดอัลไลลลลล? สองสาวหายไปไหน? 

โปรดติดตามเนื้อหาส่วนที่เหลือในรูปเล่มค่าาาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

154 ความคิดเห็น

  1. #62 TemFapatan (@TemFapatan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:39
    ตอนไหนราญาจะสมหวังกันเขาสักทีเฮ้อออ
    #62
    0