ทาสรักดรุณี(ผ่านพิจารณา สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 28 : (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 ม.ค. 60


(3)

“เอ่อ...”

ณดาดาวเลือกที่จะถามกลับแทนการตอบคำถาม ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับไปไม่เป็นด้วยไม่ได้คิดเอาไว้ล่วงหน้าว่าอาจจะโดนเธอสวนกลับมาแบบนี้

คนที่ยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตนเองเมินหลบสายตา เวลานี้ไม่รู้ว่าความมั่นใจที่เคยมีมันหดหายไปไหนหมด อันที่จริงความมั่นใจมั่นเริ่มรวนตั้งแต่ได้รู้จักกับผู้หญิงตรงหน้านี่ล่ะ

 

“ช่างเถอะค่ะ ถือว่าฉันไม่ได้ถามก็แล้วกัน เอาเป็นว่าถ้าอยากให้การท่องเที่ยว ทริปนี้มีแต่ความสนุก เราก็ควรสงบศึกชั่วคราว ดีไหมคะ”

เมื่อเห็นว่าใบหน้าคมมีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด ณดาดาวจึงหาทางออกเพื่อให้สถานการณ์คลายความตรึงเครียด และมันก็ได้ผลเมื่ออีกฝ่ายยื่นมือหนาออกมาสัมผัสกับมือบางที่ยื่นออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม

 

“ตกลง”

 

“ขอบคุณนะคะ ที่พาฉันออกมาเที่ยว”

ทั้งๆที่ฉันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับคุณเลย

ณดาดาวบอกด้วยรอยยิ้มหวาน แน่นนอนว่าท้ายประโยคเธอพูดกับตัวเองในใจ ขืนกล่าวออกไปมันก็รังแต่จะเป็นการจุดชนวนในการทะเลาะกันเปล่าๆ

 

“ผมยินดี”

ริมฝีปากหยักสวยเปิดรอยยิ้มทรงเสน่ห์ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่า ไม่บ่อยนักหรอกที่ชายหนุ่มจะยิ้มในลักษณะนี้ หากไม่เจอกับอะไรที่ตนเองถูกใจมากเป็นพิเศษ

ใบหน้าเนียนใสหันไปมองยังทิวทัศน์อันงดงามดังเดิม เพื่อซ่อนรอยหม่นบนดวงตาคู่สวย เธอคงบ้าไปแล้วใช่ไหม ที่เผลอใจแอบคาดหวังในคำตอบของชายหนุ่ม  

ต้องยอมรับว่าตลอดเวลาที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่มันกลับทำให้หัวใจดวงน้อยโอนเอนจนน่าตกใจ และเธอก็ไม่สามารถโกหกความรู้สึกของตัวเองได้ ว่าไม่ได้คิดอะไรกับชายหนุ่มแบบเกินเลย

นาทีนี้เธอได้ข้อสรุปให้กับตัวเองแล้วว่า ที่ผ่านมาเธอคิดไปเองฝ่ายเดียว การที่ชายหนุ่มพยายามทำดีด้วยนั้น คงเป็นแค่การไถ่โทษเพราะรู้สึกผิดที่ล่วงเกินเธอเท่านั้นเอง

 

“เรามันก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง จะมีค่าในสายตาเจ้าพ่อเหมืองอัญมณีผู้ร่ำรวยอย่างเขามันคงเป็นไปไม่ได้”

ร่างแน่งน้อยปลอบใจตัวเองก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งบนสันเนินทรายแล้วปล่อยหัวใจให้ล่องลอยไปตามสายลม ที่โชยเอื่อยมาเป็นระยะ หวังให้มันช่วยพัดพาเอาความหม่นหมองภายในใจออกไป

ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า เปลี่ยนเป็นแสงจันทราที่สาดส่องลงมาให้ความสว่างทดแทนแบบรำไร ทำให้ณดาดาวหวนนึกไปถึงรหัสลับที่เธอแอบบอกใบ้ไปในจดหมาย ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ทุกอย่างก็ยังเงียบสงบ ร่างเล็กจึงได้แต่แอบทอดถอนใจแบบปลงๆ ว่าคงไม่มีใครแปลมันออก กระทั่งเสียงห้าวทุ้มดังขึ้นข้างหูนั่นเอง สาวน้อยถึงได้ดึงสติให้กลับมาสู่ปัจจุบัน     

 

“ไปพักในกระโจมดีกว่า อากาศเริ่มเย็นมากแล้ว ร่างกายของคุณยังไม่คุ้นชินกับอากาศแบบนี้ อาจจะเจ็บป่วยได้”

จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่า เพียงแค่ดวงอาทิตย์ลับสายตาอุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เธอเคยอ่านแต่ในหนังสือนิยาย ไม่น่าเชื่อว่าจะได้มาสัมผัสจริงๆด้วยตนเองเช่นนี้ ไหนๆโอกาสอันดีก็มาถึง ณดาดาวคิดว่าเธอควรกอบโกยความประทับใจเหล่านี้กลับไปประเทศไทยด้วย ถึงจะไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่ แต่ตราบใดที่ยังมีลมหายใจเธอก็ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว

ร่างเล็กยอมเดินตามการจับจูงของอีกฝ่ายไปเงียบๆ ในเมื่อเธอเป็นคนเสนอเรื่องสงบศึกด้วยตนเอง จึงไม่โวยวายให้มันเสียบรรยากาศ  จะว่าไปมันก็โรแมนติกดีไม่น้อย

ใบหน้าเนียนใสก้มลงมองแต่ปลายเท้าที่ก้าวเดิน ด้วยเกรงอีกฝ่ายจะจับได้ว่า เธอกำลังอมยิ้มอย่างขวยเขินเพียงลำพังด้วยความสุขใจ

            

อีธานมองคนที่กำลังยิ้มรื่นมาแต่ไกลด้วยความประหลาดใจ ผิดกับตอนบ่ายที่ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกก็ไม่ปาน เมื่อสังเกตดีๆจึงได้รู้ว่า สาเหตุแห่งการอารมณ์ดีน่าจะมาจากเจ้าของมือเล็กที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่ของผู้เป็นนายนั่นเอง เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงเผลออมยิ้ม

 

“พี่อีธานยิ้มอะไรคะ”            

ราญาที่ลอบมองเสี้ยวหน้าคมอยู่เป็นระยะเอ่ยถามแล้วมองตามสายตา จึงเห็นว่า นายน้อยกำลังเดินจูงมือคุณผู้หญิงมุ่งหน้าไปยังกระโจมที่พัก ขณะที่เธอกับอีธานนั่งอยู่ข้างกองไฟ

 

“ฉันอยากมีโมเม้นนั้นบ้างจัง”

สาวน้อยว่าแล้วทำท่าเพ้อฝันด้วยการกุมมือตัวเองไว้ใต้คางมนพร้อมกับหลับตาพริ้ม แต่ฝันกลับต้องมีอันสลาย เมื่อเสียงห้าวทุ้มเอ่ยประโยคแทงใจดำขึ้นเต็มสองหู

 

“ยายเด็กแก่แดด!

 

“โธ่! พี่ฮีธานก็”    

ลืมตาโตๆขึ้นได้ก็อุทานเสียงสะบัด ใบหน้างามง้อง้ำด้วยความไม่พอใจ รู้บ้างไหมว่าคนฟังไม่ชอบเอาซะเลยที่ถูกมองว่าเป็นเด็ก

 

“พี่พูดผิดตรงไหน”

ชายหนุ่มถามราวกับว่าประโยคที่พูดไปเมื่อก่อนหน้านั้นเป็นเรื่องปกติเสียเต็มประดา เป็นการตอกย้ำเป็นอย่างดีว่า ในสายตาของเขานั้นเธอยังเด็กจริงๆ

 

“เด็กที่ไหนจะสวยแถมยังอวบอัดเต็มสัดส่วนขนาดนี้คะ”

คนพูดหมายถึงนิสัยแต่คนฟังกลับคิดไปไกลถึงรูปร่างหน้าตา เมื่อรู้สึกว่าโดนสบประมาทจึงยอมไม่ได้ หันมาใช้การยั่วเย้าแทนการต่อปากต่อคำ แต่ยังไม่ทันจะเลื่อนคอเสื้อเพื่อโชว์ลาดไหล่เนียน บอดีการ์ดร่างใหญ่กลับชี้นิ้วร้องสั่งเสียงเข้ม

 

“หยุด! ปิดอกไข่ดาวของเธอเอาไว้ซะ พี่ไม่อยากฝันร้าย”

 

“พี่อีธาน!

พอประโยคบาดหูจบลง ราญาก็เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเขียว ดวงตากลมโตกระพริบถี่รัวด้วยความตื่นตะลึง ไม่คิดไม่ฝันว่าผู้ชายที่เธอแอบรักแอบชอบมาตั้งนานจะมีวาจาอันแสนร้ายกาจเช่นนี้ แต่ถ้าถามใจตัวเองดูอีกทีว่าเธอจะยังรักเขาอยู่ไหม คำตอบก็คือใช่เหมือนเดิมอย่างไม่ลังเล  นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่า...หัวใจไม่รักดี

ในเมื่อเลิกรักไม่ได้ หญิงสาวจึงพยายามข่มใจให้เย็นลงด้วยการหลับตาแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆสองสามที หัวใจที่เต้นถี่รัวเมื่อสักครู่นั้นเริ่มลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด

และอาการทั้งหมดก็ตกอยู่ในสายตาของใครบางคน จนชายหนุ่มนึกดีใจว่าเธอเริ่มเป็นผู้ใหญ่  รู้จักการอดทนอดกลั้นต่อการยุแหย่ทางอารมณ์ หารู้ไม่ว่าการที่สาวน้อยนิ่งไปนั้น เพราะเธอกำลังคิดทบทวนแผนร้ายอยู่ในใจเพื่อเอาคืนตนเองอยู่ต่างหาก!

***********************

โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

154 ความคิดเห็น

  1. #49 dekbanna (@dek-banna) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 20:44


    อีธานนายเสร็จแน่ๆ

    #49
    0
  2. #48 Nok (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 19:31
    สนุกมากรออยู่น่ะค่ะ
    #48
    0