ทาสรักดรุณี(ผ่านพิจารณา สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 26 : บทที่9 หัวใจเจ้ากรรม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    2 ม.ค. 60

บทที่9 หัวใจเจ้ากรรม

          หลังจากมื้อกลางวันจบลงได้พักใหญ่ การออกเดินทางจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้สองหนุ่มสาวมีโอกาสใกล้ชิดกันเป็นการส่วนตัวอีกครา หากทว่าคนที่ตั้งใจจะงอนง้อคนตัวโตกลับหาจังหวะไม่ได้ เนื่องจากว่าชายหนุ่มเอาแต่กระตุกบังเหียนเป็นระยะ เพื่อให้พาหนะตัวใหญ่เร่งจังหวะในการก้าวเดิน ส่งผลให้หญิงสาวที่กลัวตกอยู่แล้วเป็นทุน ต้องหลับหูหลับตากอดเอวหนาพร้อมกับหลับตาแน่นไปตลอดเส้นทางจนกระทั่งถึงที่หมาย นั่นคือโอเอซีสขนาดใหญ่ท่ามกลางทะเลทรายผืนกว้าง

แม้ว่าพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้จะอยู่ในความปกครองของประเทศซาลิฮาน แต่ก็ใช่ว่าจะมีความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นประเทศใหม่ที่อยู่ในข่ายกำลังพัฒนา จึงมีประชากรหลากหลายฐานะ ตั้งแต่มหาเศรษฐีไปจนถึงผู้ยากไร้ เมื่อมีความขาดแคลนแน่นอนว่าย่อมมีกลุ่มโจรอาศัยอยู่ทั่วทุกแห่ง ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อการเดินทาง อดิลจึงสั่งให้คนสนิทจัดเตรียมกำลังสำรองให้ออกติดตามอยู่ห่างๆ เพราะไม่ต้องการให้ใครบางคนรู้สึกอึดอัดและหวาดกลัวจนหมดสนุกกับการมาเที่ยวในครั้งนี้

          ความชุ่มชื้นและงดงามตระการของสถานที่แปลกใหม่ตรงหน้า ทำให้ณดาดาวยิ้มออก หลังจากที่เดินทางผ่านความร้อนระอุของทะเลทรายมาเกือบค่อนวัน ยิ่งเห็นแอ่งน้ำใสๆอยู่ตรงหน้า อาการเหนื่อยล้าแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง กะว่าจะชำระล้างคราบเหงื่อไคลให้ฉ่ำปอด แต่เสียงห้าวทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นแบบห้วนๆ จากคนด้านล่าง ก็ทำเอาสาวเจ้าถึงกับมโนสลายในพริบตา    

         

          “จะนั่งยิ้มอีกนานไหม”   

       ถึงแม้ว่าวาจาของชายหนุ่มจะแข็งกระด้างแต่ณดาดาวกลับไม่ถือสา เพราะสัมผัสได้ว่าสองมือที่ยื่นขึ้นมารับตัวเธอลงไปนั้นช่างเต็มไปด้วยความนุ่มนวล เข้าใจว่าการที่อีกฝ่ายพูดประชด ผลพวงคงติดค้างมาจากความไม่พอใจจากตอนกลางวันนั่นเอง เป็นเพราะมัวแต่ชื่นชมความงดงามทำให้เธอลืมในสิ่งที่ตั้งใจไปเสียสนิท

         

           “เอ่อ...คุณโกรธฉันเรื่องอะไรคะ”                        

พอลงมายืนทรงตัวที่พื้นด้วยขาของตนเองได้ ณดาดาวก็ถามออกไปโดยไม่ยอมเงยหน้า เพราะคิดว่าถ้าหากสบกับสายตาคมภายใต้แว่นกันแดดสีชาของอีกฝ่ายเธอคงไม่กล้าพูดเป็นแน่

 

“ผมไม่ได้โกรธ”

อดิลตอบเสียงเรียบแล้วหันหลังทั้งๆที่หัวใจเริ่มพองโต และที่รีบเดินหนีเพราะเกรงว่าจะใจอ่อนเสียก่อนโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ง้องอน

 

“ไม่โกรธแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะคะ”

 

“แบบไหน”

 

“ว้าย!

ร่างใหญ่ที่หยุดเดินแบบกะทันหันทำให้คนที่ซอยเท้าตามมาติดๆชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง หันไปอีกทีร่างเล็กเลยก้นจ้ำอยู่บนพื้นทรายอย่างที่เห็น เพียงเท่านั้นความขุ่นข้องหมองใจที่เคยมีก็หายวับไปจากใจเหลือแต่ความห่วงใยเข้ามาแทนที่

 

“นิ่ม!

เสียงเรียกขานที่เต็มไปด้วยความอาทรร้อนใจราวกับว่าเธอบาดเจ็บสาหัส พร้อมกับร่างใหญ่ที่ถลาลงมาประคองทำให้ณดาดาวถึงกับทำหน้าไม่ถูก งงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของเจ้าพ่อเหมือง ที่ก่อนหน้านั้นยังทำหน้าบึ้งเหมือนคนแบกโลกอยู่หลัดๆ

 

“เอ่อ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ”

เมื่อลุกขึ้นได้เห็นว่าชายหนุ่มกำลังจะใช้มือลูบเม็ดทรายออกจากบั้นท้ายงามงอน ณดาดาวจึงรีบปฏิเสธความช่วยเหลือแบบกลายๆ ทำให้คนที่ออกอาการเป็นห่วงเป็นใยเมื่อสักครู่เริ่มไม่พอใจกับพฤติกรรมหวงเนื้อหวงตัวของเธอ 

 

จะหวงอะไรกันนักกันหนา มากกว่านี้ก็เคยจับมาแล้ว

อดิลค่อนขอดหญิงสาวในใจ ก่อนที่จะปั้นหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม

 

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ไปหาที่นั่งพักหรือไม่ก็ไปช่วยราญาเตรียมอาหารทางด้านโน้นก็ได้ ผมจะไปช่วยพวกนั้นกางกระโจมให้เสร็จก่อนตะวันตกดิน”

คนที่แปลงร่างเป็นจอมบงการบอกแล้วสาวเท้าจากไปแบบปั้นปึ่ง ทำให้ณดาดาวมองตามด้วยความมึนงง กับอารมณ์ที่ขึ้นลงรวดเร็วยิ่งกว่าพายุทะเลทรายของเจ้าพ่อเหมือง

 

“ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย เฮ้อ!

ถอนหายใจเสร็จจึงเดินเลี่ยงไปหาราญาเพื่อช่วยเตรียมอาหารอย่างที่ชายหนุ่มแนะนำ เพราะการงอมืองอเท้าเอาเปรียบเพื่อนนั้นมันไม่ใช่นิสัยที่ณดาดาวถนัด เมื่อเหตุการณ์มันลงเอยเช่นนี้ จากที่ตั้งใจว่าจะง้อเลยต้องมีอันพับเก็บ เอาไว้ให้มีโอกาสเหมาะๆค่อยหาจังหวะคุยกันถึงสาเหตุแห่งความไม่พอใจอีกที

 

อีธานชำเลืองมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่เดินมุ่งหน้ามายังกลุ่มของตนด้วยความประหลาดใจ เพราะสังเกตเห็นว่านายน้อยนั้นทำหน้าไม่สบอารมณ์แบบนี้มาตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน จนถึงตอนนี้สีหน้าก็ยังไม่ดีขึ้น ดูท่าแล้วน่าจะแย่ลงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นครับ หรือว่าอากาศวันนี้มันร้อนเกินไป”

รู้ดีว่าอุณหภูมิเท่านี้ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนที่เคยชินกับสภาพอากาศที่ร้อนแผดเผาของทะเลทรายอย่างเช่นเจ้านายหนุ่มเลยสักนิด แต่ที่ถามออกไปแบบนั้นก็เพราะต้องการเย้าเล่น  ส่งผลให้ใบหน้าคมสันบึ้งตึงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว เพียงเท่านั้น อีธานก็รู้ว่าควรหยุดการหยอกเย้าให้ไว ถ้ายังไม่อยากโดนระเบิดลูกใหญ่กลางทะเลทรายที่เรียกว่า พายุอารมณ์

 

 “แบ่งคนไปทำที่กั้นสำหรับอาบน้ำสักสามสี่คน”

อดิลสั่งการเสียงเรียบตามสภาวะอารมณ์ ถึงแม้จะยังขุ่นเคืองใจ แต่ก็ไม่ลืมนึกถึงความปลอดภัยของเหล่าสุภาพสตรีที่เดินทางมาด้วยกันอีกสองชีวิต การอาบน้ำในที่โล่งอวดสายตาแก่เหล่าชายฉกรรจ์นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะในสถานที่ที่ปราศจากความรโหฐานอย่างเช่นในเวลานี้ ยิ่งไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

คำสั่งของชายหนุ่มทำให้อีธานมองหน้าเจ้านายหนุ่มด้วยแววตานิ่งลึก นึกนับถือความรอบคอบที่มีอยู่ให้เห็นเป็นประจำ คงเพราะไม่เคยมีสุภาพสตรีร่วมเดินทาง ทำให้ชายหนุ่มลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท

ร่างใหญ่เดินมุ่งหน้าไปยังกลุ่มสัมภาระตามคำสั่งโดยมีเจ้านายเดินตามมาไม่ห่าง สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้ติดตามแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ต่อเมื่อนิ้วเรียวยาวดังอิสตรีชี้ไปยังผ้าสีทึบผืนหนานั่นแหละ ลูกน้องคนสนิทจึงได้เข้าใจในบัดดลว่า ผู้เป็นนายเดินตามมาด้วยจุดประสงค์ใด

และสิ่งที่ทำให้อีธานต้องประหลาดใจมากไปกว่าที่เป็นอยู่หลายเท่าก็คือ เจ้านายไม่ได้ทำแค่เพียงเลือกผ้า แต่ยังลงมือช่วยบรรดาลูกน้องทำผ้ากั้นในแอ่งน้ำด้วยตนเองจนแล้วเสร็จ แถมยังตรวจดูความเรียบร้อยจนแน่แก่ใจว่า ไม่มีสิ่งใดที่อยู่ด้านในสามารถเล็ดลอดออกมาสู่สายตาคนด้านนอกได้ เจ้านายถึงได้ยอมรามือ แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เจ้าพ่อเหมืองออกอาการ หวงของเพียงใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

154 ความคิดเห็น