ทาสรักดรุณี(ผ่านพิจารณา สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 25 : (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    1 ม.ค. 60


 เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560

ขออวยพรให้แฟนนิยายทุกท่านจงประสบแต่ความโชคดี มีความสุขกาย สบายใจ ตลอดปี ตลอดไป 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

******************

(3)

“เวลาคุณไม่พยศนี่ก็น่ารักไปอีกแบบนะ”

ณดาดาวเงยหน้ามองเจ้าของเสียงด้วยความประหลาดใจแกมทึ่ง ว่ามันบังเอิญเกินไปไหม ที่อยู่ๆเขากับเธอก็คิดเรื่องเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมายเนี่ย

สาวสวยไม่ตอบโต้เอาแต่ก้มหน้างุดเพื่อซ่อนสายตาจากชายหนุ่ม เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเธอกำลังเขินอาย หารู้ไม่ว่าแค่ปฏิกิริยาที่เธอแสดงออกชายหนุ่มก็เดาได้แล้วว่าเธอรู้สึกยังไง

       เดินทางท่องทะเลทรายมานับไม่ถ้วนแต่ครั้งนี้อดิลกลับรู้สึกว่ามันช่างตื่นเต้นแบบแปลกๆ แถมยังรู้สึกอบอุ่นในหัวใจราวกับว่าช่องว่างได้รับการเติมเต็ม ซึ่งชายหนุ่มได้แต่หวังว่าการไปค้างแรมที่โอเอซีสครั้งนี้ จะสามารถหาคำตอบที่ค้างคาในใจได้เสียที

 

          หลายคราที่ลมในทะเลทรายหอบเอาละอองทรายเข้ามาปะทะร่างกายของณดาดาว ดีที่อีธานเป็นคนรอบคอบ ชายหนุ่มสั่งให้ราญาเตรียมหมวกปีกที่มีผ้าตาข่าย โปร่งบางติดรอบปีกหมวกเตรียมไว้ให้ ทำให้ดวงตาปลอดภัยจากละอองทรายที่พัดผ่านมาเป็นระยะ  แถมยังสามารถชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลทรายได้ตลอดเวลา

จากลมพายุทางธรรมชาติ ทำให้เกิดสันดอนทรายดูคล้ายกับลูกคลื่นในทะเลเวลาต้องกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ทำให้เกิดเป็นสีส้มงดงามจับตาทีเดียว

 

“สวยจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่พาฉันมาเที่ยว”

เมื่อรู้สึกซาบซึ้ง ณดาดาวไม่รีรอที่จะกล่าวขอบคุณ เธอไม่ใช่พวกฟอร์มจัดที่ชอบเก็บอาการคิดอย่างไรก็พูดออกไปอย่างนั้น

 

“ถ้าชอบจะพามาเที่ยวบ่อยๆ ห่างออกไปจากที่นี่หลายร้อยไมล์มีโอเอซีสขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อของซาลิฮาน แต่ต้องเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์แทนอูฐ เพราะระยะทางมันไกลเกินไปสงสารเจ้าสัตว์พวกนี้ อยากไปเที่ยวไหมถ้าว่างผมจะพาไป”

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตารู้สึกซาบซึ้งมากกว่าเดิม นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมชายหนุ่มถึงได้ใจดีกับเธอนัก ทั้งๆที่เธอไม่ได้มีความสำคัญอะไร หรือว่าอยากจะไถ่โทษที่พรากพรหมจรรย์ของเธอไปเพราะความเข้าใจผิด ถ้าเป็นเพราะเหตุนั้นเธอก็จะขอรับมันเอาไว้ด้วยความเต็มใจ คนที่ผิดแล้วรู้สำนึกก็ควรแก่การให้อภัยไม่ใช่หรือ

 

“ไม่หรอกค่ะแค่นี้ฉันก็เกรงใจจะแย่ คุณมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากมาย เอาเวลาที่มีค่าไปดูแลงานของคุณจะดีกว่า อีกอย่างฉันอยู่ที่นี่แค่สองสัปดาห์คงไม่มีโอกาสได้ไปที่ไหนอีกหรอกค่ะ”

ณดาดาวบอกพร้อมให้เหตุผลประกอบ ทำให้คนฟังเริ่มหน้าตึงอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงประชดด้วยเสียงสะบัดเล็กน้อย           

 

“ดูคุณมั่นใจเหลือเกินนะ ว่าตัวเองจะไม่ท้อง”

 

 “ฉันค่อนข้างมั่นใจค่ะ เพราะว่าก่อนที่ฉันจะโดนจับตัวมา รอบเดือนฉันพึ่งจะหายไปหกวัน ซึ่งแปลว่าโอกาสที่จะท้องมันมีไม่มาก”

ได้ยินเหตุผลตามหลักชีววิทยาแบบนั้น อดิลถึงกับพูดไม่ออก เพราะมันเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่ทุกคนให้การยอมรับโดยทั่วกัน

 

“อย่าพึ่งมั่นใจไปเลยนิ่ม ทุกอย่างมีการคลาดเคลื่อนได้เสมอ”

อดิลเอาความผิดปกติของร่างกายมนุษย์มาแย้ง ทำให้ณดาดาวต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เลยถามออไปด้วยประโยคที่กลับกัน

 

“ดูเหมือนว่าคุณจะอยากให้ฉันท้องมากเลยนะคะ”

เจอคำถามนี้คนที่นั่งซ้อนท้ายถึงกับอึกอักไปพักใหญ่ เพราะเกิดความสับสนขึ้นมาแบบกะทันหัน ใจหนึ่งก็อยากให้ท้องเพราะจะได้หาข้ออ้างให้เธออยู่ที่นี่นานๆ แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ท้อง เพราะยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง ว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ ระหว่างความรักกับความหลงชั่ววูบอย่างที่เธอเคยบอก

 

“เราอย่าพึ่งพูดในสิ่งที่มันยังมาไม่ถึงเลย”

เมื่อให้คำตอบไม่ได้จึงพูดตัดบท แต่แล้วก็ต้องหน้าตึงมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากปากบาง

 

“ฉันภาวนาว่าขออย่าให้ท้องเลยค่ะ เพราะฉันอยากกลับบ้าน”

 

“รู้สึกว่าคุณอยากจะไปจากผมมากเลยนะ”

 

“แล้วคุณจะให้ฉันอยู่กับคุณทำไมคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยร่างใหญ่ทวนคำพูดหญิงสาวในใจ ได้ยินที่แรกก็ว่าแสลงหูแล้วนะได้ยินครั้งที่สองนี่แสลงไปถึงหัวใจเลยทีเดียว กล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน ทั้งๆที่มีอะไรกันจนนับรอบไม่ได้ มันน่าจับกดทบทวนความจำไหมล่ะแม่คุณ

 

“อย่าพูดคำนี้ให้ผมได้ยินอีกผมไม่ชอบ!

น้ำเสียงสะบัดแถมยังห้วนสั้นบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมากนั้น ส่งผลให้สาวเจ้าอ้าปากหวอด้วยความงุนงง ว่าตัวเองพูดอะไรผิดอย่างนั้นหรือ ก่อนหน้านี้ก็ยังใจดีอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนกับองค์ลง คนอะไรผีเข้าผีออกชะมัด ในเมื่อสั่งไม่ให้พูดเธอก็เลยคิดว่าเงียบเสียน่าจะดีที่สุด

          อดิลถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะคิดว่าคนตัวเล็กตั้งใจเงียบเพื่อประชดประชันตัวเอง เมื่อดูเวลาแล้วเห็นว่าใกล้เที่ยง จึงส่งสัญญาณให้คาราวานหยุดพักเพื่อกินมื้อกลางวันบริเวณแนวต้นปาล์มข้างโอเอซีสขนาดเล็กระหว่างทาง

แม้จะรู้สึกไม่พอใจ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ละเลยสิ่งที่สภาพบุรุษพึงกระทำ พอรับร่างบางลงจากหลังอูฐได้ ร่างสูงใหญ่ของเจ้าพ่อเหมืองก็เลี่ยงไปหาคนสนิทอย่างอีธานด้วยอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด การ์ดที่ติดตามจึงนำพาหนะตัวใหญ่ไปกินน้ำในแอ่งอย่างรู้งาน

ณดาดาวมองลูกน้องของชายหนุ่มแล้วยิ้มด้วยสีหน้าจืดเจื่อนเพราะคิดว่าตนเองเป็นต้นเหตุแห่งความหงุดหงิดนั้น

         

ไม่นานราญาก็มุ่งตรงมาทางคุณผู้หญิงพร้อมกับกล่องบรรจุอาหารด้วยรอยยิ้มกริ่ม เพราะสุขใจหนักหนากับเหตุการณ์ก่อนหน้า ตอนที่นั่งบนหลังอูฐกับอีธาน 

ทีแรกเธอกลัวตกเลยแกล้งกอดชายหนุ่มไว้แน่น แต่พอโดนดุเธอเลยเลิกกอด แล้วประชดด้วยการกอดอกตัวเองแทน โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะตกลงไปไหม สุดท้ายก็เป็นอีธานเองที่ต้องกอดเอวบางเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงตลอดการเดินทาง

นึกถึงทีไรก็พาให้เผลอยิ้มทุกที

 

“เป็นอะไรไปจ๊ะราญา ยิ้มหน้าบานเชียว”

เห็นอีกฝ่ายเดินยิ้มมาตลอดทาง ณดาดาวเลยอดแซวไม่ได้

 

“คนมีความสุขก็ต้องยิ้มสิคะคุณผู้หญิง ว่าแต่คุณผู้หญิงเถอะค่ะทะเลาะอะไรกับนายน้อยคะ นายน้อยถึงทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น”

ราญาถามกลับเพราะตอนที่เจ้านายหนุ่มเดินไปสั่งเธอให้นำอาหารมาให้คุณผู้หญิงนั้น หน้าบูดบึ้งจนเธอไม่กล้ามองทีเดียว

 

“เปล่าหรอกจ้ะ ปกติ เจ้านายของราญาก็ทำหน้าแบบนั้นเป็นประจำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

ณดาดาวพูดติดตลก สาวใช้จึงหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ

 

“ถึงจะหน้าดุแต่ก็ยังหล่อค่ะ แถมนายน้อยยังใจดีมีเมตตาอีกด้วยนะคะคุณผู้หญิง ราญาไม่ได้รับใช้นายน้อยก็จริง แต่ข่าวการช่วยเหลือเด็ก สตรีและผู้ยากไร้จากนายน้อย พี่ราณีเล่าให้ราญาฟังอยู่บ่อยๆค่ะ”

ณดาดาวฟังเรื่องใหม่ที่ได้รับรู้ด้วยความตั้งใจ โดยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วจะไปสนใจเรื่องของผู้ชายคนนั้นทำไม

 

“ก็ถูกแล้วนี่จ๊ะ เกิดเป็นคนก็ควรทำประโยชน์ให้กับสังคมบ้าง ชีวิตจะได้มีคุณค่า”

สาวเจ้าบอกแต่ก็ต้องตาโตเมื่อได้ยินคำถามถัดมาจากราญา

 

“ว่าแต่ เพอร์เฟคขนาดนี้ คุณผู้หญิงไม่คิดจะสนใจนายน้อยบ้างเหรอคะ”

 

“ราญา!

 

 

“จุ๊ๆ เสียงดังทำไมคะ ราญาก็แค่ถามดูค่ะ ก็พี่อีธานบอกว่าคุณณดาดาวเป็นผู้หญิงคนแรกที่นายน้อยยอมพามาเที่ยวแบบนี้ ราญาเลยคิดว่านายต้องแอบสนใจคุณผู้หญิงบ้างไม่มากก็น้อยล่ะค่ะ”

ราญาบอกอย่างใสซื่อ เธอรู้ดีว่าคนไหนควรตรงไปตรงมา คนไหนควรอ้อมค้อมทำเอาคนฟังอึกอักไปไม่เป็น

 

“กินมื้อกลางวันกันดีกว่าจ้ะ เราจะได้ไม่เป็นตัวถ่วงทำให้คนอื่นๆพลอยเสียเวลาในการเดินทาง”

เมื่อไม่สามารถตอบคำถามได้เลยหาทางเลี่ยงมันซะเลย ซึ่งราญาก็พยักหน้าเห็นด้วยแต่โดยดี

ณดาดาวกินอาหารไปก็ลอบมองคนอารมณ์แปรปรวนที่นั่งอยู่ไม่ไกลมากนักเป็นระยะ ไม่เข้าใจตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอทำไมจะต้องไม่สบายใจด้วยเวลาที่เห็นอีกฝ่ายทำหน้าบึ้งตึง   

 

“อยากโกรธก็โกรธไปสิ เราไม่ได้พูดอะไรผิดสักหน่อยนี่นา”

 หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆแต่ในใจกลับลังเลว่าจะง้อหรือไม่ง้อดี แล้วการไปเที่ยวในสภาวะอารมณ์ที่ตึงเครียดใส่กันแบบนี้ มันจะมีความสุขไหม เมื่อได้คำตอบคือไม่ เลยตัดสินใจได้ว่า...เอาวะง้อก็ง้อ!

****************

จะง้อวิธีไหน ง้ออย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

154 ความคิดเห็น