เจ้าสาวจอมมาเฟีย(ฉบับรีไรท์ สนพ. ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 57 : 20 อารมณ์แปรปรวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    27 ก.ย. 58

20.อารมณ์แปรปรวน

          แดนตรัยกับมาลัยแก้วพร้อมรีแกนและแจ็คเดินทางลัดฟ้ามาถึงคฤหาสน์เทรนตันอย่างปลอดภัย    เนื่องจากความเป็นส่วนตัวของเครื่องบินทำให้พักผ่อนได้อย่างเพียงพอ  สาวน้อยจึงไม่เกิดอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง  มาดามดาลินออกมาต้อนรับว่าที่ลูกสะใภ้ที่หน้าเทอร์เรซด้วยความยินดี  เพราะทราบจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนว่าเธอจะเดินทางมาด้วยกัน

 

“สวัสดีค่ะคุณท่าน”

 

“หืม  หนูควรจะเรียกฉันว่าแม่หรือไม่ก็มัมเหมือนดีนได้แล้วนะลูก”

นายหญิงใหญ่แห่งเทรนตันท้วงติงเมื่อได้ยินว่าที่ลูกสะใภ้กล่าวทักทายแบบห่างเหิน

 

“เอ่อ...ค่ะ  คุณแม่”

 

“น่ารักมากจ้ะลูก  เข้าไปข้างในกันดีกว่าเดินทางมาเหนื่อยๆ  พาน้องไปพักผ่อนก่อนเถอะดีน”

มาดามหันมาสั่งการลูกชายที่ตอนนี้ยืนตัวติดกันกับว่าที่ภรรยายังกับปาท่องโก๋  หญิงสูงวัยมองตามลูกชายที่เดินกอดเอวสาวน้อยแจด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มจนทั้งคู่เดินขึ้นชั้นบนไปจนลับสายตา  นางก็ยังยิ้มไม่หุบเพราะกำลังคิดว่าลักษณะเช่นนี้อีกไม่ช้าไม่นานนางก็คงจะได้อุ้มหลานสมใจนึก

         

          ห้องนอนของแดนตรัยถูกขยับขยายตกแต่งใหม่หมดด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวปนครีมดูสว่างตา  ผนังห้องบุใหม่ด้วยโทนสีครีมเข้ากับชุดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง  รวมทั้งผ้าม่านที่เปลี่ยนใหม่ยกชุดเช่นกัน  ชายหนุ่มมองดูอาการของสาวน้อยที่เดินดูรอบห้องอย่างสนใจ  จึงสั่งการให้จิมมี่ติดต่อช่างเพื่อปรับปรุงห้องนอนที่เพนเฮาส์ส่วนตัวที่อยู่ชั้นบนสุดของตึกเทรนตันกรุ๊ปในแบบเดียวกันนี้อีกหนึ่งชุด  เพื่อเตรียมไว้เป็นห้องหอในวันแต่งงาน    แต่ในส่วนตัวผนังชายหนุ่มมีไอเดียเก๋ๆในการตกแต่งเพื่อเซอร์ไพรซ์เจ้าสาวในวันนั้น    มาลัยแก้วออกมาจากห้องน้ำพบว่าร่างใหญ่หลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนชุด  จึงเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆเพื่อปลุกชายหนุ่ม  แต่พอยื่นมือออกไปยังไม่ถึงแก้มสากชายหนุ่มก็คว้าหมับเข้าที่มือนุ่มแล้วดึงมาจูบแรงๆที่กลางฝ่ามือ

 

“อุ้ย!  ฉันนึกว่าคุณดีนหลับอยู่ค่ะ”

สาวน้อยอุทานออกมาด้วยความตกใจเล็กน้อยแต่คนตัวโตกลับรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นเธอเป็นแบบนั้น

 

“เมื่อไหร่เธอจะเลิกหวาดระแวงในตัวฉันซะทีฮึหนูนาว  ยิ่งกว่านี้ฉันก็เคยสัมผัสเธอมาแล้ว”

ชายหนุ่มมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไรที่ฟังแล้วรุนแรง   แต่ทำไมคนตัวเล็กถึงได้นิ่งไปแถมยังน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้านั่นอีกจนคนพูดผิดโดยไม่รู้ตัวเห็นแล้วเริ่มร้อนใจ  รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

 

“ฉันขอโทษ  ขอโทษจริงๆ  หากว่าคำพูดของฉันทำให้เธอไม่พอใจ  อย่าร้องเลยนะคนดี”

 

“คุณดีนไม่ได้พูดอะไรผิดหรอกค่ะ  แต่ฉันเองต่างหากที่ไม่เข้มแข็งพอเพราะว่ายังฝังใจกับเรื่องนั้นไม่จบสิ้น

ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้”

สาวน้อยว่าทั้งน้ำตาแดนตรัยมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวดถ้าเป็นไปได้ชายหนุ่มอยากจะเปลี่ยนให้เป็นตัวเองที่ต้องแบกรับความรู้สึกนั้นแทน  จากนี้ไปจะขอจำจนวันตายว่าจะไม่ทำให้คนที่ตัวเองรักต้องเสียใจอย่างรุนแรงแบบนั้นอีกเด็ดขาด

 

“ชู่ว  นิ่งซะคนดีถือเสียว่ามันเป็นฝันร้ายที่ผ่านพ้นไปก็แล้วกันนะ  มันจะไม่มีอีกแน่นอนสาบานได้เลย”

แดนตรัยรวบเอาร่างเล็กเข้ามากอดไว้แล้วพรั่งพรูคำปลอบประโลม  สักพักเมื่อเธอเริ่มนิ่งเลยก้มลงมองพบว่าสาวน้อยเผลอหลับไปแล้ว  ชายหนุ่มจึงสูดดมกลิ่นแชมพูอ่อนๆที่กลางกระหม่อมไปหนึ่งฟอด  แล้วให้เธอนอนกลางเตียงในท่วงท่าที่คิดว่าสบายที่สุดสำหรับเธอ  ก่อนที่จะอาบน้ำแล้วลงมาด้านล่าง

          ******************

          รีแกนเล่าเรื่องราวของน้องชายระหว่างที่อยู่เมืองไทยให้มาดามดารินฟังโดยละเอียด  เพราะข้อมูลบางอย่างได้มาจากการ์ดคนสนิทของน้องชายนั่นเอง  มาดามดารินหัวเราะดังลั่นกับการแก้แค้นของว่าที่ลูกสะใภ้จนคนที่กำลังลงบันไดมาได้ยินเข้าพอดี

 

“กำลังเผาอะไรฉันอีกล่ะรีแกน”

แดนตรัยแขวะพี่ชายขณะที่หย่อนก้นลงนั่งข้างมารดา

 

“ไม่มีอะไรมากฉันแค่เล่าเรื่องโจ๊กที่เมืองไทยให้มาดามฟังเท่านั้นเอง”

รีแกนพูดยิ้มๆ  แต่แดนตรัยรู้ดีว่าเรื่องโจ๊กที่พูดถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องที่ตนถูกสาวน้อยเอาคืนนั่นแหละ

 

“นายมีเรื่องโจ๊ก  แต่ฉันมีเรื่องน่าตื่นเต้นที่คิดว่ามัมน่าจะอยากรู้มากเรื่องโจ๊กของฉันซะอีก”

คำพูดของลูกชายตัวดีทำเอามาดามดารินหันควับ  จ้องหน้าชายหนุ่มใช้สายตาบอกประมานว่าเล่ามาเดี๋ยวนี้  วินาทีนี้เลย  จนคนเล่าเรื่องโจ๊กก่อนหน้านั้นเริ่มออกอาการนั่งไม่ติด  พูดง่ายๆก็คือไม่อยากรบกวนมาดาม  การที่เขาจะรักจะชอบใครชายหนุ่มก็อยากจะจัดการด้วยตนเองไม่อยากให้คนอื่นต้องมาคอยเดือดร้อนไปด้วย  จึงหันไปสบตากับน้องชายเชิงขอร้อง  แต่มีหรือที่น้องชายตัวแสบจะยอม

“รีแกนแอบชอบสาวน้อยที่เมืองไทยครับ  แล้วก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเพื่อนรักของยัยหนูนาวนั่นเองครับมัม”

มาดามดารินหันมามองลูกชายอีกคนด้วยสายตาลุกวาว

 

“จริงรึรีแกน”

 

“เอ่อ... ก็ทำนองนั้นครับมัม  แต่ผมคิดว่าผมคงแก่เกินไปสำหรับเธอเพราะดูเธอจะตั้งกำแพงกับผมตลอดเวลาที่คุยกัน”

ชายหนุ่มเล่าไปใบหน้าแสดงออกถึงความกังวล

 

“อย่าพึ่งด่วนสรุปเอาเอง  ดูอย่างดีนกับหนูนาวสิลูก  หากโชคชะตากำหนดไว้แล้วไม่ว่าจะเด็กหรือแก่ก็หนีกันไม่พ้นหรอก”

คนที่เชื่อในเรื่องของพรหมลิขิตบอกเพื่อให้กำลังใจแก่ลูกชาย  รีแกนยิ้มรับแหยๆเพราะว่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

กรณีของน้องชายนั้นมีแม่หมอทำนายทายทัก  แต่ว่าสำหรับชายหนุ่มมันคนละกรณีกัน

 

“ครับมัม  ผมต้องขอตัวไปอาบน้ำพักผ่อนก่อน”

รีแกนบอกก่อนที่จะปลีกตัวออกไปยังห้องพักส่วนตัวของตนเอง  ให้หลังพี่ชายแดนตรัยจึงนั่งปรึกษาเรื่องนี้กับมารดาเป็นการส่วนตัว

 

“มัมไม่อยากเห็นรีแกนเป็นแบบนี้เลยดีน  ลูกคิดว่าพอจะมีวิธีช่วยพี่เขาได้หรือเปล่า”

 

“ผมคิดว่ามันน่าจะพอมีอยู่นะครับ  เอาเป็นว่าถ้าเดินทางไปเมืองไทยคราวหน้าผมจะลองใช้ตัวช่วยในแบบของผมลองดู  ถ้าไม่ได้ผลค่อยหาวิธีอื่นอีกที”

 

“ก็ดีแต่ว่าอย่าช้านักล่ะ  แม่กลัวว่าจะมีคนมาคว้าว่าที่ลูกสะใภ้คนโตของแม่ไปกินซะก่อน  บอกไว้ก่อนว่าคนนี้แม่ชอบ  รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกพบเหมือนกับหนูนาวไม่มีผิด”

 

“พูดอย่างนี้หมายความว่ามัมเคยพบเธอมาก่อนอย่างนั้นหรือครับ”

 

“แน่นอน”

มาดามอมยิ้มนึกไปถึงวันแรกที่ได้เจอหน้าสาวน้อยนริศราพร้อมกับรีแกน  จำได้ว่านั้นลูกชายของนางนั่งยิ้มอยู่คนเดียวบนเครื่องบินตั้งนานสองนานจนนับเวลาไม่ได้

        มาลัยแก้วตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน  ลืมตาขึ้นพบว่ามีคนจ้องมองอยู่ก่อนแล้วเลยรีบกุลีกุจอขึ้นนั่ง  แดนตรัยยิ้มขำกับท่าทางของเธอ

 “นี่ฉันเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนคะแล้วทำไมคุณดีนถึงไม่ปลุก  จำได้ว่า...”

สาวน้อยหลับตาพลางใช้ความคิดถึงภาพสุดท้ายก่อนที่ตัวเองจะไม่รับรู้อะไรเพราะเผลอหลับ   จำได้ว่าตอนนั้นเธออยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มแค่คิดแก้มนวลก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงโดยอัตโนมัติ  จนคนมองเริ่มหมั่นเขี้ยวเลยหอมฟัดแก้มนุ่มไปฟอดใหญ่

 

“ฉันควรจะทำยังไงดีน้า  เธอถึงจะเลิกอายเวลาที่อยู่ด้วยกันเนี่ยฮึ”

 

“ไม่ต้องทำอะไรค่ะ  อยู่เฉยๆนั่นแหละดีแล้ว”

 

“ไม่ดีหรอก  ยิ่งอยู่เฉยก็ไม่เลิกอายเสียที”

แดนตรัยว่าพร้อมกับใช้สายตากรุ้มกริ่มมองคนขี้อายจนเธอไม่กล้าสบสายตา

 

“ไม่ต้องไปคิดหาวิธีให้มันเหนื่อยหรอกค่ะ  ขนาดไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าคุณดีนยังขยันทำให้ฉันอายวันหนึ่งตั้งหลายหน  ถ้าขืนคิดไว้ล่วงหน้าฉันคงต้องเป็นโรคความดันเพราะว่าเลือดสูบฉีดเกินไปทั้งวันทั้งคืนค่ะ”

แดนตรัยหัวเราะน้อยๆให้กับคำเปรียบเปรยของเธอ  ผู้หญิงอะไรน่ารักไปทุกสถานการณ์จริงๆ  ไม่เสียแรงที่ลงทุนตามไปง้อ

 

“หิวหรือยัง  ได้เวลาอาหารกลางวันแล้วไปล้างหน้าล้างตาเถอะจะได้ลงไปกินมื้อเที่ยงกัน”

จู่ๆคนชอบวางแผนก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหันจนเธอตามแทบไม่ทัน  แต่จะว่าพอพูดเรื่องอาหารคนเห็นแก่กินก็หิวขึ้นมาทันที

 

“ค่ะ  รอเดี๋ยวนะคะ”

สาวน้อยกระโดดลงจากเตียงแล้ววิ่งหายไปในห้องน้ำ  แดนตรัยได้แต่ส่ายหน้ากับพฤติกรรมทะโมนของเธอโตจนจะเปลี่ยนคำนำหน้าในไม่ช้านี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กๆ  เฮ้อไม่รู้ว่าเวรหรือกรรมของใครกันแน่ระหว่างตัวเองกับสาวน้อยในห้องน้ำน่ะ  แต่ไม่ว่าจะเป็นเวรหรือกรรมชายหนุ่มก็พร้อมที่จะเผชิญกับมันทุกรูปแบบนั่นแหละหากว่ามันแรกมาด้วยการที่มีเธออยู่ข้างกายตลอดไป  นางมาลัยแก้ว   เทรนตัน

คนที่แอบเปลี่ยนคำนำหน้าและนามสกุลให้กับสาวน้อยนั่งคิดด้วยรอยยิ้มอยู่คนเดียวบนเตียง

มาลัยแก้วตั้งหน้าตั้งตากินอาหารราวกับว่าหิวเสียเต็มประดาจนรีแกนผิดสังเกตทั้งๆที่ปกติเธอจะเป็นคนชอบกินแต่จะกินแบบช้าๆ  แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไร  เป็นแดนตรัยที่เอ่ยขึ้นหลังจากอาหารมื้อเที่ยงจบลง

 

“เดี๋ยวช่วงบ่ายฉันจะพาเธอไปเลือกชุด  พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงเปิดตัวเครื่องดื่มตัวใหม่ล่าสุดที่บริษัทคิดค้นขึ้นมาในตอนค่ำเพื่อว่ามันไม่พอดีจะได้แก้ไขทัน”

ชายหนุ่มบอกสาวน้อยที่กำลังกินผลไม้ตบท้ายมื้ออาหาร 

 

“ทำไมต้องไปเลือกอีกคะ  ชุดที่คุณดีนบังคับให้ซื้อฉันยังใส่ไม่ครบเลยค่ะ”

สาวน้อยท้วงติงขณะที่ปากยังเคี้ยวองุ่นตุ้ยๆจนน้ำจากลูกองุ่นเลอะที่ข้างปาก  แดนตรัยคว้าผ้าเช็ดปากมาซับให้อย่างอ่อนโยน

 

“ทีหลังเคี้ยวอาหารให้หมดก่อนก็ได้แล้วค่อยเถียง   นี่ยังดีที่ไม่สำลักหรือไม่ก็ติดคอน่ะ  เกิดเป็นอะไรขึ้นมาล่ะฉันไม่ต้องลำบากไปหาใหม่หรือ  แปลกๆแบบนี้ยิ่งหายากอยู่นะ”

ชายหนุ่มประชดแบบยิ้มๆจนเธอต้องยิ้มตาม  ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยสักนิดเพราะรู้ว่าในคำประชดนั้นมันมีความห่วงใยมากกว่า   ถึงกระนั้นก็ยังไม่ยอมหยุดกิน

 

“แม่ว่าที่ดีนพูดถูกแล้ว  นายหญิงน้อยของเทรนตันต้องแต่งตัวให้สมเกียรตินะจ๊ะหนูนาว  ไปกับพี่เค้าเถอะ”

มาดามดารินสนับสนุนคำพูดของลุกชายหลังจากที่ฟังทั้งคู่ถกถียงกันเรื่องชุด  มาลัยแก้วจำต้องรับคำเพราะขัดไม่ได้ 

 

          ห้องเสื้อชื่อดังของนิวยอร์กต้อนรับแขกวีไอพีอย่างพินอบพิเทาจนสาวน้อยตัวเกร็งจนเห็นได้ชัด  จากการที่เกิดแรงฉุดตรงชายเสื้อของชายหนุ่มนั่นเอง  แดนตรัยวางมือใหญ่ลงที่บ่าบอบบางแล้วบีบเบาๆเป็นการส่งสัญญาณบอกกลายให้เธอรับรู้ว่าไม่ต้องกังวล  มาลัยแก้วเงยหน้าขึ้นมองเห็นชายหนุ่มยิ้มให้อย่างอบอุ่นอาการเกร็งก็ลดลงจนน่าแปลกใจจึงส่งรอยยิ้มหวานกลับไปให้บ้าง  ชายหนุ่มเลยก้มลงหอมที่แก้มใสไปหนึ่งฟอดเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากคนที่ทำงานอยู่ในห้องเสื้อเป็นอย่างดี  สาวเจ้าต้องพยายามข่มใจให้ชินกับพฤติกรรมหวานไม่แคร์สื่อของชายหนุ่ม  เมื่อทำการวัดตัวเรียบร้อยไม่นานเจ้าของร้านที่ทำการเทคแคร์ลูกค้าคนสำคัญด้วยตนเองก็นำชุดที่ตรงไซส์ของหญิงสาวมาให้เลือกโดยการลองสวมทีละชุด  แล้วให้กรรมการเพียงหนึ่งเดียวซึ่งก็คือแดนตรัยตัดสินว่าชุดไหนผ่านการคัดเลือก 

 

“นี่สรุปว่าฉันใส่เองหรือว่าคุณดีนเป็นคนใส่กันแน่คะ”

สาวน้อยโพล่งขึ้นหลังจากที่เดินโชว์ตัวผ่านไปห้าชุดจนเธอเริ่มเวียนหัว

“เธอเป็นคนใส่  แต่ฉันในฐานะตัวแทนคนมองจำเป็นต้องคัดเลือกว่าเธอสมควรจะใส่ชุดไหนที่มันออกมาดูดีที่สุด”

 

“แต่ที่ฉันเห็นมันมีอยู่เป็นร้อยชุดน่าจะได้นะคะ  ถ้าให้ลองหมดนั่นมีหวังไม่ต้องกินข้าวเย็นกันพอดีค่ะ”

สาวน้อยว่าอย่างกระเง้ากระงอด  แต่คนฟังกลับหัวเราะ

 

“สรุปที่ไม่พอใจนี่เรื่องลองชุดหรือว่ากลัวไม่ได้กินข้าวเย็นกันแน่ฮึยัยตัวแสบ”

 

“ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละค่ะ  แต่อย่างหลังน่าจะมากกว่า”

สาวน้อยยอมรับหน้าตาเฉยจนแดนตรัยเริ่มหมั่นไส้

 

“ผู้หญิงอะไรเห็นเรื่องกินสำคัญกว่าความสวยความงาม  แปลกพิลึก”

 

“นี่คุณดีนหาว่าฉันเป็นคนเห็นแก่กินอย่างนั้นหรือคะ”

คนที่เมื่อก่อนออกจะภูมิใจกับคำเยินยอนี้นักหนา  แต่ทำไมพอชายหนุ่มพูดตอนนี้ เธอกลับรู้สึกรับไม่ได้ไอ้บ่อน้ำตาเจ้ากรรมช่วงนี้ทำไมมันช่างอยู่ตื้นนักก็ไม่รู้  คิดแล้วก็ร่วงเผาะออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“คนนิสัยไม่ดี  ไหนบอกว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีก”

น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลชายหนุ่มเห็นแล้วดุจน้ำร้อนลวกใจก็ไม่ปาน  สาวน้อยหุนหันวิ่งออกไปข้างนอกร้านทั้งที่ยังไม่ถอดชุดจนแดนตรัยกับแจ็คต้องวิ่งตามไปติดๆ

 

“เดี่ยวก่อนหนูนาว  ฟังฉันก่อนสิ  ฉันขอโทษ  เอาล่ะๆฉันยอมแล้วเธอจะใส่ชุดไหนอยากไปกินอะไรฉันตามใจเธอหมดเลยขออย่างเดียวหยุดร้องเถอะนะคนดี”

แดนตรัยยกมือขึ้นเหนือไหล่ทั้งสองข้างแล้วเอ่ยขอร้องคนแสนงอนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง สาวน้อยจึงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

 

“จริงนะคะ”

 

“จริงที่สุดเท่าที่มันจะจริงได้เลยล่ะทูนหัว”

 

“ตอนนี้ฉันอยากกินเค้กช็อคโกแล็ตค่ะ  คุณดีนช่วยพาไปกินหน่อยได้ไหม”

“ได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา  ว่าแต่จะไปทั้งชุดแบบนี้นะหรือ”

แดนตรัยมองชุดมินิคอกเทลสีแดงสดที่เธอสวมอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า  ร่างบางมองตามสายตาจึงเกิดอาการไม่พอใจอีกระรอกใหม่

 

“ทำไมคะ  หรือว่าคุณดีนอายฉันจะได้ถอดมันทิ้งเดี๋ยวนี้เลย”

ว่าแล้วสาวเจ้าก็ตั้งท่าว่าจะทำอย่างที่พูดจริงๆ  ทำเอาแดนตรัยหน้าเหวอที่จู่ๆ คนขี้อายกลับจะมาถอดเสื้อผ้าในที่สาธารณะขณะที่จำนวนผู้คนก็มีมากใช่ย่อย

 

“เปล่าๆ  ฉันแค่เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะหนาว  ก็ได้ๆไปชุดนี้แหละ”

ร่างใหญ่รีบกระโดดกอดคนที่กำลังปล้ำถอดชุดตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนที่อะไรสวยๆงามๆจะออกมาอวดแก่สายตาผู้คนที่สัญจรไปมา  พอเธอยอมสงบจึงถอดเสื้อนอกของตัวเองออกเพื่อคลุมให้คนตัวเล็กก่อนที่เธอจะเป็นหวัด  เฮ้อ!  นี่คงจะเป็นอีกหนึ่งผลกรรมที่ทำให้เธอต้องเสียใจสินะชายหนุ่มคิดแบบปลงๆก่อนที่จะสั่งให้แจ็คไปจัดการจ่ายค่าชุดให้เรียบร้อย  ส่วนตัวเองก็พาสาวน้อยไปกินเค้กที่เธอร้องขอตามระเบียบ เรื่องชุดสำหรับไปงานเลี้ยงคงต้องปล่อยไปตามความต้องการของเธอ

          มาดามดารินสั่งให้สไตล์ลิสต์ส่วนตัวมาจัดการเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้ตนเองกับว่าที่ลูกสะใภ้แบบจัดเต็ม  ส่วนเรื่องชุดสาวน้อยยืนยันว่าจะใส่ชุดเดิมที่ส่งไปซักแห้งมาเรียบร้อยซึ่งก็คือชุดที่เธอใส่ไปกินเค้กเมื่อวานนั่นเอง  และมาดามก็ลงความเห็นว่าเธอใส่แล้วสวยน่ารักอย่างลงตัวแถมยังเข้ากับงานในวันนี้อีกต่างหาก  แดนตรัยกับดอนแฮริสันเดินทางล่วงหน้าไปรอที่งานเพื่อให้สัมภาษณ์กับนักข่าวก่อนที่จะทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มตัวใหม่  ให้สื่อมวลชนและนักดื่มไฮโซในสังคมชั้นสูงได้ลิ้มลอง  งานนี้สาวสวยแต่ละคนพากันแต่งตัวอย่างเต็มที่ราวกับว่างานนี้เป็นกองประกวดนางงามก็ไม่ปาน  เพราะทราบข่าวจากวงในมาว่าหนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัทผลิตน้ำเมาจะมาเปิดงานด้วยตนเองหลังจากที่ห่างหายจากวงสังคมไปนานหลายเดือนโดยที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปว่าชายหนุ่มหายไปไหน 

          รีแกนขับรถลีมูซีนคันหรูมาถึงหน้างานในเวลาทุ่มเศษ  ซึ่งผู้โดยสารก็คือมาดามดารินและว่าที่ลูกสะใภ้  แค่เพียงรถจอดเทียบที่หน้าบันไดทางเข้าโรงแรมที่ใช้ในการจัดงาน  พวกนักข่าวก็พากันออจนแน่นเพื่อรอเก็บภาพมาดามเทรนตัน  แต่วันนี้สิ่งที่แปลกไปคือสาวน้อยร่างบางที่ลงรถมาเคียงคู่กับมาดามคือใครกัน  หน้าตารึก็สวยน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้อง  เสียงคำถามของนักข่าวที่เริ่มดังเซ็งแซ่ทำให้มาดามดารินต้องตอบคำถามเพื่อให้ทุกคนคลายความสงสัย  เมื่อมีหน่วยกล้าตายนางหนึ่งบุกเข้าสัมภาษณ์ในระยะประชิด 

 

“สาวน้อยผู้นี้คือมาลัยแก้ว พันกร ว่าที่ลูกสะใภ้ของฉันเอง”

คำตอบที่ได้ทำเอาเสียงนักข่าวที่เซ็งแซ่เปลี่ยนเป็นดังจนอื้ออึงในเวลาต่อมา  เมื่อให้สัมภาษณ์เสร็จการ์ดประจำตระกูลก็ทำหน้าที่กันนักข่าวออกเพื่อเปิดทางให้ทั้งสองได้เดินเข้างานอย่างสะดวกและปลอดภัย

พอเข้าไปในงานมาลัยแก้วก็สอดส่องสายหาแดนตรัยในทันทีเพราะไม่เคยได้ออกงานลักษณะนี้มาก่อนในชีวิตมันทำให้เธอรู้สึกประหม่าไม่น้อย  ไม่นานก็เห็นว่าร่างสูงสมาร์ทของใครบางคนกำลังถูกรุมล้อมด้วยบรรดาสาวสวยกว่าสิบชีวิตจนแทบขยับตัวไม่ได้  วันนี้แดนตรัยเซ็ตผมแบบเปิดไปด้านหลังทั้งหัว  ผมดำมันวาวถูกล็อคทรงไว้ด้วยเจลคุณภาพเยี่ยมจนเรียบแปล้ดูแล้วหล่อเหลาไปอีกแบบในสายตาของมาลัยแก้ว   พอข่าวจากด้านนอกเริ่มซุบซิบจนดังเข้ามาภายในงาน   สาวๆหลายคนเริ่มเบนความสนใจมาที่เธอเพราะอยากจะรู้ว่าสาวน้อยคนนี้มีดีอะไร  ถึงได้ตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ไปครอง

 

“ขอโทษนะคะ  ใช่คุณหรือเปล่าที่มาดามเทรนตันเปิดตัวว่ากำลังจะเป็นลูกสะใภ้ในอนาคต”

สำเนียงภาษาอังกฤษที่ชัดแจ๋วของสตรีผมบลอนซ์นางหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นว่ามาดามดารินเดินห่างออกไปทักทายคนรู้จักภายในงาน   มาลัยแก้วหันไปยิ้มให้ทีละคนอย่างเป็นมิตรเพราะคิดว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำที่สุดสำหรับงานในวันนี้   แต่ก็ต้องแปลกใจที่ได้รับสายตาที่มองยังไงก็ดูไม่เป็นมิตรตอบกลับมา   ในมือของเธอเหล่านั้นถือแก้วน้ำสีอำพันกันทุกคนคาดว่าคงจะเป็นผลิตภัณฑ์น้ำเมาใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปนั่นเอง  

 

“คิดจะมาเป็นภรรยาของเจ้าพ่อน้ำเมาน่ะ  ดื่มเหล้าเป็นหรือเปล่า”

สาวผมแดงอีกนางถามขึ้นพร้อมกับชูแก้วเครื่องดื่มสีเดียวกันเพื่อท้าทายเธอ  มาลัยแก้วเริ่มเกิดอาการไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มอารมณ์เอาไว้ในส่วนลึก  ถึงเธอจะไม่เคยแตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่กล้าดื่มหรอกนะ  ก็แค่เหล้าผู้ดีที่มีดีกรีไม่น่าจะแรงเท่าไหร่  คนไม่เชี่ยวชาญเรื่องแอลกอฮอล์สรุปเอาเอง เพื่อเรียกความกล้าแล้วจัดไปอย่าได้เสีย  ตัดสินใจคว้าแก้วเครื่องดื่มที่ยื่นอยู่ตรงหน้ามากระดกรวดเดียวจนหมดแก้วเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองและเจ้าพ่อน้ำเมาที่ถูกพาดพิง   พอกลืนลงคอไปหลายอึกรสชาติที่หวานปนขมนิดๆมันช่างธรรมดานักสำหรับสาวน้อย  หารู้ไม่ว่าเนื่องจากการคิดค้นสูตรผสมที่ลงตัวจากนักวิทยาศาสตร์การอาหารผู้เชี่ยวชาญทำให้เครื่องดื่มที่มีดีกรีแรงรสชาตินุ่มนวลลงได้อย่างอัศจรรย์  เมื่อแก้วแรกหมดไปแก้วที่สอง และสาม ก็ตามมา  สาวน้อยเริ่มออกอาการตายลายฉ่ำปรือร่างบางยืนโงนเงนเล็กน้อย  รีแกนเข้างานมาท้ายสุดหลังจากที่ตรวจตราความปลอดภัยด้านนอกเรียบร้อยเห็นว่าสาวน้อยอาการเริ่มผิดปกติจึงรีบส่งสัญญาณให้แดนตรัยรับรู้   ไม่นานร่างใหญ่ที่เป็นจุดสนใจมากที่สุดภายในงานก็ฝ่าวงล้อมบรรดาสาวๆจนมาถึงตัวสาวน้อยได้สำเร็จ

 

“ต้องขอโทษด้วยนะครับคุณผู้หญิง  ผมคงต้องขออนุญาตพาสาวน้อยคนนี้ไปพักแล้วครับดูเธออาการไม่ค่อยจะดี”

แดนตรัยกล่าวลาสตรีที่มีทั้งสุภาพและสร้างภาพแบบกลายๆอย่างมีมารยาทก่อนที่จะตวัดวงแขนอุ้มคนตัวเล็กออกจากงานขึ้นสู่ห้องพักด้านบนไม่ลืมที่จะฝากฝังให้รีแกนรับหน้าที่แทนตนเองต่อไป  

 

“ใคร? ใครอาการไม่ดี  ฉันสบายดีค่ะ สบายดีมากๆด้วยตอนนี้ คุณดีนต่างหากที่กำลังจะไม่สบาย  รู้ไหมคะผู้หญิงพวกนั้นพากันทดสอบฉัน หึ!  รู้จักคนอย่างไอ้นาวน้อยไปซะแล้ว ฝากไปบอกนางชะนีพวกนั้นด้วย ฉันไม่ใช่ไก่อ่อนที่จะให้ใครเชือดได้ง่ายๆหรอกนะคะ  ถ้าไม่แน่จริงฉันไม่กล้ามาเป็นนายหญิงของนายน้อยแห่งเทรนตันอย่างแน่นอน”

เสียงหวานระบายอารมณ์ดังอ้อแอ้ไปตลอดทาง  ชายหนุ่มฟังไปยิ้มไปแต่ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินนี่สิมันทำให้หัวใจดวงโตแทบจะเต้นตูมตามออกมาที่นอกอก

 

“วันนี้คุณดีนทำตัวไม่น่ารักปล่อยให้บรรดาพวกชะนีลูบๆคลำๆ  ฉันจะลงโทษคุณดีนให้คลานลงจากเตียงไม่ไหวเลยคอยดู”

*************

          มาดามดาลินเดินตามหาตัวว่าที่ลูกสะใภ้อย่างกระวนกระวาย  นางเลี่ยงไปทักทายแขกกิตติมศักดิ์แค่ครู่เดียวไม่คิดว่ากลับมาจะไม่พบสาวน้อย  เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นรีแกนจึงเดินเร็วรี่เข้าไปหาทันที

 

“รีแกน ลูกเห็นมาลัยแก้วบ้างไหม  มัมไม่น่าปล่อยเธอเอาไว้คนเดียวเลยรู้ทั้งรู้ว่าเธอคงจะไม่คุ้นเคยกับงานแบบนี้”

นางพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด  เพราะความไม่รอบคอบของเธอทำให้สาวน้อยหายตัวไปแบบนี้ 

 

“มัมอย่ากังวลไปเลยครับ  ดีนพาเธอไปพักเรียบร้อยแล้ว  ตอนที่ผมพบเธอในงานดูจากอาการแล้วคิดว่าเธอน่าจะดื่มเครื่องดื่มตัวใหม่จากพวกสุภาพสตรีไปหลายแก้วทีเดียว  หน้าแดงตัวแดงไปหมดแถมยังทรงตัวไม่ค่อยอยู่  ผมเลยบอกให้ดีนคอยดูแลเธอส่วนงานวันนี้ผมจะดูแลต่อเองครับ”

รีแกนอธิบายยืดยาวเพื่อให้มารดาคลายจากความกังวล  เพราะสังเกตจากสีหน้าแล้วนางคงไม่สบายใจเอามากๆที่ปล่อยให้ว่าที่ลูกสะใภ้ต้องเผชิญชะตากรรมเพียงคนเดียวในงานที่เธอไม่คุ้นเคย

 

“ขอบใจมากนะรีแกน  ลูกเป็นพี่เลี้ยงที่ดีของน้องเสมอ”

 

“ไม่เป็นไรครับ  ผมยินดี”

 

“เฮ้อ!  ถึงอย่างนั้นก็เถอะมัมก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดีที่ปล่อยเธอไว้ท่ามกลางผู้หญิงพวกนั้น”

มาดามคิดไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ารีแกนไม่มาพบมาลัยแก้วเสียก่อนที่บรรดาพวกสุภาพสตรีจอมสร้างภาพเหล่านั้นจะรุมเล่นงานสาวน้อยไปมากกว่านั้น

 

“มัมลืมไปแล้วหรือครับว่า  ว่าที่ลูกสะใภ้ของมัมน่ะเก่งกาจแค่ไหน”

คำพูดของลูกชายทำให้มาดามดารินยิ้มออก  ใช่สิว่าที่ลูกสะใภ้ของนางน่ะ  ร้ายกาจและแสบสันจะตายไปนางลืมไปได้ยังไงกัน

 

“ขอบใจอีกครั้งนะรีแกน  ลูกคือผู้ชายที่ทำให้มัมยิ้มได้ตลอดจริงๆ  ลูกรัก”

มาดามสวมกอดลูกชายพร้อมกับจุ๊บที่แก้มสากทั้งซ้ายและขวา  รีแกนก็ปฏิบัติกลับเช่นเดียวกันช่างเป็นภาพที่น่ารักน่ามองสำหรับบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน   นักข่าวคิดว่าชายหนุ่มควรจะได้รับรางวัลผู้ชายอบอุ่นแห่งปี  ดูแล้วหัวหน้าบอดีการ์ดคนนี้คงจะมีความสำคัญต่อครอบครัวเทรนตันไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,532 ความคิดเห็น

  1. #1516 onon (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 28 กันยายน 2558 / 19:50
    คราวหน้าจัดการพวกชะนีทั้งหลาย



    อย่าให้มาละลานได้อีก
    #1,516
    0
  2. #1473 เหงาจัง (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 13:13
    น่ารักอ่ะรีแกน
    #1,473
    0
  3. #1444 fahpsk (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 08:32
    งานนี้หนูนาวเมาซะแล้วว.ฮอร์โมนเปลี่ยนบ่อยด้วย เฮียดีนรับกรรมนะ555
    #1,444
    0