ตอนที่ 8 : Grow step 8 ครั้งสุดท้ายก่อนการจากลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

ครั้งสุดท้ายก่อนการจากลา

 


 

“ผอ. เรียกผมหรอครับ” จอนจองกุกเปิดประตูห้องทำงานของผู้อำนวยการเข้ามาหลังจากเคาะอยู่สองสามที

 

“มาแล้วหรอ นั่งก่อนสิ” ผู้อำนวยการวัยทองกล่าวอย่างใจดี

 

 

“เป็นอย่างไงบ้าง สองปีเลยที่อยู่ที่นี่”

“ก็ดีครับ ได้เพื่อนใหม่เยอะเลย”

“แล้วเรื่องเรียนล่ะ คิดไว้หรือยัง ครูเห็นเธอสนิทกับจีมินมากๆ พูดตรงๆ ก็คือเป็นห่วง กลัวจะไม่ได้เรียนกันทั้งคู่”

จองกุกเข้าใจความห่วงใยของครูบาอาจารย์เป็นอย่างดี สองปีที่อยู่ที่นี่ เขารู้อย่างลึกซึ้งว่าจีมินเป็นเด็กแบบไหน

 

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ ทั้งผมและจีมินต้องได้เรียนอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มพูดไปยิ้มไป

 

ได้ยินอย่างนี้กับปากลูกศิษย์คนโปรดแล้วก็สบายใจ

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันในฐานะที่เธอเป็นเด็กมอปลาย จากนี้ไปครูขอให้เธอประสบความสำเร็จในชีวิตนะ จองกุก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันสุดท้ายในโรงเรียนของเด็กมอปลายอย่างจีมิน เรียกว่ามีความสุขที่สุดก็ว่าได้ จีมินนั่งมองผลการเรียนในมือ แม้จะไม่ได้ดีเด่นกว่าใคร แต่ก็ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่จีมินเรียนมา

 

พ่อแม่จะต้องภูมิใจมากแน่ๆ

 

 

 

กึกๆ

 

จีมินมองนิ้วเรียวที่เคาะโต๊ะตัวเอง มองไล่ไปก็พบว่าเป็นเพื่อนใจร้ายคนนั้น

“มีอะไร” จีมินยืนขึ้นพูดเสียงปกติ

 

“ก็แค่จะมาแสดงความยินดี... กับตัวเอง ที่จะได้จบความเป็นเพื่อนเสียที”

 

จีมินเผลอยิ้มให้กับประโยคแรกไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เสียใจหรอก

 

“ยุนอา” จีมินเรียก

 

คนถูกเรียกมองอย่างไม่ถูกชะตา

 

“เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่า”

 

ยุนอายิ้มก่อนตอบ “ต่อไปนี้.. เราไม่ใช่เพื่อนกัน”

 

จีมินมองเพื่อนเดินออกไป พวกเขาไม่ได้พูดคุยกันเสียงดัง แต่อย่างน้อยคงมีสักสองสามคนที่ได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกัน

“ซูจินล่ะ” จีมินถามก่อนที่เพื่อนอีกคนจะเดินไป

 

“ฉันก็ด้วย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พวกนั้นมาคุยอะไร” จองกุกเดินเข้ามาหลังจากยืนมองอยู่ไกลๆ

 

จีมินไม่พูด

 

จีมินกำลังทำให้ตัวเองเข้มแข็ง เพื่อนทุกคนก็สำคัญกับจีมิน แต่ถ้าจีมินไม่ได้สำคัญกับเขา จีมินก็ไม่เห็นจะต้องไปใส่ใจ จีมินพยายามคิดแบบนี้

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก” จีมินกลับมายิ้มตอบ “ไปคุยกับผอ. มาว่าไงบ้าง”

“ก็ถามเรื่องเรียนนั่นแหละ”

 

 

 

 

“จองกุก จีมิน”

 

คนถูกเรียกหันไป

 

เพื่อนกลุ่มหนึ่งสามคนเดินเข้ามาพร้อมกัน เป็นกลุ่มที่จองกุกพูดคุยด้วยมากที่สุด

“ไปกินบิงซูในห้างกัน” คนหนึ่งเอ่ยชวน

 

จองกุกสนใจ หันไปมองจีมิน

จีมินมองทุกคนที่กำลังจ้องมาที่เขา

 

“มีแค่พวกเรานี่แหละ สองสามสี่ ห้าคน แค่นี้แหละ” เพื่อนคนเดิมบอก

 

 

 

 

 

 

ร้านบิงซูชื่อดังโต๊ะหนึ่งมีกลุ่มนักเรียนชายห้าคนจับจอง เก้าอี้ตัวยาวตัวหนึ่งมีเด็กผู้ชายสามคนนั่งด้วยกัน อีกตัวหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามมีจีมินและจองกุก

เด็กกลุ่มนี้พูดคุยกันสนุกสนาน สิ่งหนึ่งที่เด็กสามคนนั้นรู้อยู่แล้วก็คือความสดใสของจีมิน แต่ที่ไม่ได้พูดคุยด้วยก่อนหน้านี้ เป็นเพราะจีมินค่อนข้างเก็บตัว คุยสนุก แต่ไม่เปิดใจให้ใครแม้แต่เพื่อนๆ

 

“นายคิดจะไปเรียนที่ไหน จองกุก” เพื่อนถาม

“ถามเป็นครูเลย” จองกุกว่าพลางตักน้ำแข็งเกล็ดกิน ไม่ได้ตอบอะไร

“เขาก็คงเป็นห่วงแหละ ก็จองกุกเรียนเก่งขนาดนี้ กลัวจะติดจีมินแล้วจะไม่เรียน” เพื่อนพูดขำๆ

 

จีมินก็รู้สึกขำๆ

 

แต่ตาขวางจน..

 

ตัวต้นเหตุรู้ตัวว่าพูดผิดไปเลยตักผลไม้ชิ้นหนึ่งที่อยู่ในถ้วยของตัวเองไปใส่ถ้วยของเพื่อนเป็นการไถ่โทษ

เพื่อนคนอื่นพากันตลกกับท่าทางของสองคนนี้

 

จองกุกตักผลไม้ชิ้นนั้นที่เพื่อนเขาเพิ่งตักให้จีมินมากินแทนเพราะรู้ว่าจีมินไม่กิน จีมินไม่ได้มองว่าแปลก แต่...

 

 

“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ... เป็นแฟนกันหรอ” ใครก็สงสัยกันทั้งนั้น

 

“ตอนนี้ไม่ใช่.. แต่อีกไม่นานหรอก” จองกุกพูดอย่างไม่รู้สึกอะไรสักนิด พูดเหมือนว่าใครก็รู้ พูดเหมือนคนถามว่า เมื่อเช้ากินข้าวกับอะไร

 

แต่คนที่มีส่วนร่วมในคำถาม ถึงกับพูดไม่ออก ทั้งเขินทั้งอาย ทำท่าจะลุกหนี

“จะไปไหน” จองกุกถามเมื่อจีมินพยายามดันตัวเองให้ลุกออก จีมินจะออกไปจากตรงนี้ได้ก็ต่อเมื่อจองกุกลุกให้เท่านั้น

“..”

“เดินไปไหนคนเดียว เดี๋ยวก็กลับไม่ถูกหรอก นั่งเขินอยู่นี่แหละ”

 

จีมินนั่งลงเพราะถ้ายังยืนอยู่ ยิ่งจะเด่น

พอเห็นสายตาเชิงแซวจากเพื่อนๆ ยิ่งอาย สายตาจองกุกยิ่งทำให้เขิน

 

“โอ๊ย จีมิน หยิกจองกุกทำไม” จองกุกร้องออกมาเพราะคนเขินหยิกมาที่ต้นขาของเขา

เพื่อนๆ ที่นั่งมองพากันหัวเราะด้วยความอิจฉา ถึงเวลาที่จีมินเพื่อนของพวกเขาจะมีความสุขสักทีนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กสองคนกลับมาถึงบ้านตอนเย็น แม้บ้านจะดูเงียบๆ ก็ไม่แปลกใจ เพราะพ่อกับแม่บอกไว้ตั้งแต่เช้าแล้วว่าตอนเย็นจะเข้าเมืองไปทำธุระ

 

อาหารที่แม่เตรียมไว้ให้ ถูกกินเรียบ และหน้าที่ล้างจานก็ตกเป็นของจองกุกด้วยความเต็มใจ

 

“ทำไมจองกุกถึงพูดกับเพื่อนแบบนั้นหล่ะ”  จีมินถามคนที่กำลังล้างถ้วยชามอย่างแข็งขัน

“เรื่องแฟนน่ะหรอ ก็ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นแฟนนิ่ เอ๊ะ หรือเป็นแล้ว”

จีมินแกล้งถอนหายใจ ทั้งที่เขิน เห้อ เขินอีกแล้ว

 

“ไม่ใช่ หมายถึงทำไมไม่ปฏิเสธไปเลย”

 

“ปฏิเสธทำไมอ่ะ ก็อยากเป็นแฟนจริงๆ”

 

ทนไม่ไหวแล้วนะ นี่แน จีมินตีแรงๆ ไปอีกที

“ตีอีกแล้ว เจ็บนะ” จองกุกทำเป็นว่า จีมินก็ไม่ได้ตั้งใจตีให้เจ็บขนาดนั้นสักหน่อย

 

“ทำไม จะตีคืนไหมล่ะ อ่ะ อ่ะ” จีมินแกล้งยื่นไหล่ไปให้

 

“เหอะ จองกุกจะตีจีมินได้ไงล่ะ ไปอาบน้ำไป จองกุกจะได้ไปอาบต่อ”

 

 

จีมินทำตามที่จองกุกพูด

 

 

 

 

 

 

 

 

“พ่อแม่มาหรือยังอ่ะ จองกุก” จีมินถามคนที่อาบน้ำทีหลัง ห้องน้ำบ้านนี้มีห้องเดียว ซึ่งอยู่ชั้นล่าง จีมินจึงถามเพราะคิดว่าจองกุกอาจจะเห็นพ่อแม่ของเขา

 

“ยังนะ” จองกุกตอบไปด้วย เช็ดตัวไปด้วย

 

“กลับดึกจังวันนี้” จีมินพรึมพรำ

 

 

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ข้างล่างดังขึ้น จองกุกที่กำลังสวมเสื้อหันมาหาจีมิน

จีมินลุกจากที่นอนไปอย่างรู้งาน

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่จริงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

เสียงคนร้องดังมากจนจองกุกตกใจ จองกุกสลัดผ้าห่มที่คลุมขาตัวเองอยู่ออกแล้ววิ่งลงไป

 

 

จีมินฟุบตัวคุกเข่ากับพื้น จองกุกรีบเข้าไปเรียก

“จีมิน!!

 

“จองกุก ฮืออ” จีมินโผกอดทันทีที่เห็น

 

ถามตอนนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น คงไม่ได้คำตอบแน่ๆ จองกุกหันซ้ายขวา เห็นหูโทรศัพท์ห้อยลงมาจากตัวเครื่องก็ตัดสินใจหยิบขึ้นมาแนบหู

 

ไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด

 

“สวัสดีครับ“

 

 

 

 

“ผมโทรจากโรงพยาบาล จะแจ้งว่าปาร์คจีซองและปาร์คดาจอง ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตแล้วครับ”

 

 

 

 

ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาอีกแล้ว มือสั่นๆ วางหูโทรศัพท์ไว้ที่เดิม จีมินได้แต่ร้องไห้ ไม่ใช่สิ่งที่ใครจะยอมรับได้ง่ายๆ

 

“ไม่จริง ฮืออ ไม่ ไม่จริง”

จีมินส่ายหัวไปมา ร้องอย่างสุดเสียง จองกุกสงสารจับใจ ทำได้แค่กอดไว้ เขาเองก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดนี้ ไม่ต่างจากจีมิน

 

คนที่รักเขาถึงสองคนจากไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งานศพของปาร์คจีซองและปาร์คดาจองมีคนมาร่วมงานจำนวนมาก เนื่องจากความเป็นมิตรของสองสามีภรรยา

พ่อแม่จองกุกก็มาร่วมงานด้วย รวมถึงแทฮยอง

 

 

หลังงานทุกอย่างเสร็จสิ้น จอนยองกวังเรียกลูกชายมาคุยโดยมีครอบครัวของตัวเองอยู่ด้วย

 

“กลับไปเก็บของ วันนี้ฉันจะพาแกกลับไปด้วยเลย”

ไม่เหนือกว่าที่จองกุกคิดไว้

 

“ไม่ครับ ผมจะอยู่กับจีมิน”

 

“แกจะอยู่กันสองคนได้อย่างไง และอีกอย่าง แกต้องเรียน”

 

“แล้วพ่อจะให้ผมทิ้งเขาหรอครับ .. เวลาพ่อไม่ต้องการผม พ่อก็เอาผมไปทิ้งไว้กับพ่อแม่เขา แต่พอพ่อแม่เขาตาย พ่อจะให้ผมทิ้งเขาหรอครับ” จองกุกพูดยาว

 

“จองกุก!!” แทฮยองปรามน้องชายทั้งที่รู้ว่าน้องอาจไม่ฟัง

 

คิมยูรีเห็นท่าไม่ดีเลยห้ามทัพ

“งั้นก็ให้จีมินไปอยู่กับเราดีไหมคะ”

 

จอนยองกวังพยายามใจเย็นเพราะผู้หญิงคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนี้

 

“อืม งั้นก็ให้จีมินไปอยู่ด้วยกัน” บิดามองหน้าลูกชาย

 

จองกุกมองจีมินที่นั่งกอดโถกระดูกพ่อแม่รอเขาอยู่ไกลๆ

 

 

“ถ้าพ่อสัญญาว่าจะส่งจีมินเรียน ผมถึงจะกลับไป” จองกุกยื่นข้อเสนอ

 

การส่งเด็กคนหนึ่งเรียนไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับหัวหน้าผู้พิพากษาอย่างจอนยองกวัง แต่การที่ลูกชายให้เด็กคนนั้นมาเป็นเงื่อนไข เป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยพอใจ

 

 

“ตกลง อีกสามสี่วันจะให้คนมารับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จีมินมองรองเท้าของพ่อที่ถอดไว้หน้าบ้านแล้วน้ำตาไหล ยื่นโถที่ตนถืออยู่ให้จองกุก ก่อนตัวเองจะก้มลงไปหยิบรองเท้าคู่นั้นมากอด นึกถึงตอนเด็กๆ ที่ตัวเองชอบขโมยรองเท้าของพ่อไปใส่

มือเรียวเปิดประตูตู้รองเท้าก่อนวางรองเท้าของพ่อเข้าไป

 

 

สองเท้าเดินเข้ามาในครัวเห็นผ้ากันเปื้อนตัวโปรดของแม่กองไว้ที่โต๊ะ เขาเคยโดนแม่บ่นหลายครั้งว่าเมื่อใช้เสร็จให้แขวนไว้ให้เรียบร้อย มือเรียวหยิบผ้าผืนนั้นมาไว้แนบอก น้ำตาไหลมากองที่คาง

 

 

“พ่อครับ แม่ครับ ฮืออ แล้วจีมินจะอยู่กับใคร ฮืออ”

จองกุกเข้าไปกอด

 

“โอ๊ย”

 

จีมินร้องไห้จนปวดหัว จองกุกจึงพาขึ้นไปนอน

 

 

 

“จองกุก”

“หืม”

 

“จีมินอยากให้เป็นแค่ความฝัน”

 

น้ำตาเม็ดใหญ่หยดมาจากตาจองกุก เขาเองก็อยากให้เป็นแค่ความฝัน

 

“จีมินยังมีจองกุกนะ” จองกุกลูบหัวคนที่นอนอยู่บนเตียง

 

ไม่นานจีมินก็หลับไปเพราะความเหนื่อยล้า

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้านี้ไม่มีจองกุกนอนอยู่ข้างๆ จีมินเดินลงมาจากชั้นบน

 

“จองกุก” จีมินเรียกคนที่เก้ๆ กังๆ อยู่ในครัว

 

“ตื่นแล้วหรอ นั่งเลย ข้าวต้มเสร็จแล้ว” จองกุกพูดไปพร้อมตักข้าวต้มที่ตัวเองเป็นคนทำใส่ถ้วย

 

 

“ทำเองหรอ” จีมินมองถ้วยข้าวต้มถ้วยหนึ่งที่วางอยู่หน้าตัวเอง

 

“อร่อยนะ”

 

จีมินหัวเราะเบาๆ เพราะไม่มีแรง ถามว่าทำเองหรือ แต่กลับบอกว่าอร่อย เรื่องรสชาติต้องให้คนชิมเป็นคนบอกไม่ใช่หรอ

 

 

 

 

“ก็อร่อยดี” จีมินบอกหลังจากกวาดช้อนสุดท้ายเข้าปาก

 

จองกุกที่นั่งดูอยู่ตั้งแต่ต้น ลุกไปหยิบน้ำใส่แก้วมาให้ทั้งที่ตัวเองก็ยังกินไม่หมด

 

 

“จีมิน ไปอยู่ที่โซลกับจองกุกนะ ไปเรียนกับจองกุก” จองกุกพูดขึ้น

 

“จองกุกไปเถอะ จีมินจะอยู่ที่บ้านนี้ บ้านที่พ่อกับแม่อยู่” จีมินตอบเศร้า คิดแบบนั้นจริงๆ

 

“หรอ อืม.. งั้นจองกุกก็จะอยู่ที่นี่เหมือนกัน”

“จองกุกจะอยู่ได้อย่างไง”

“แล้วจองกุกจะปล่อยให้จีมินอยู่คนเดียวได้อย่างไง”

จองกุกรีบเถียง

 

 

มือหนาเอื้อมไปจับมือเล็ก

“ไปอยู่ด้วยกันเถอะนะ ให้จองกุกได้ดูแลจีมิน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แทฮยองจอดรถอยู่หน้าบ้านจีมิน เขาออกเดินทางมาตั้งแต่กลางดึก เพื่อที่จะได้พาน้องชายทั้งสองถึงบ้านก่อนค่ำมืด

 

จองกุกและจีมินรออยู่แล้ว จีมินตัดสินใจไปเรียนกับจองกุกที่โซล ไม่ใช่ไม่มีทางเลือก จีมินสามารถอยู่ที่นี่โดยไม่เรียนได้ และถึงแม้จองกุกจะยอมปล่อยเขาไว้ แต่จีมินก็เลือกที่จะอยู่กับจองกุก

 

จีมินเหลือจองกุกแค่คนเดียวในชีวิต

 

 

 

 

 

 

แทฮยองช่วยจีมินขนกระเป๋าขึ้นรถ ทั้งสองคนมีกระเป๋าแค่คนละหนึ่งใบเท่านั้น จองกุกนั่งด้านหน้าข้างแทฮยองที่เป็นคนขับ ส่วนจีมินนั่งเบาะหลังคนเดียว

ระหว่างทางจีมินน้ำตาไหลตลอด โดยเฉพาะเมื่อผ่านเส้นทางที่เขาและครอบครัวใช้เป็นประจำ จองกุกและแทฮยองทำได้แค่สงสาร เชื่อว่าเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น

 

 

 

ทั้งสามแวะที่จุดพักรถเพื่อทานอาหารกลางวัน และเป็นอย่างที่จองกุกคิดไว้ จีมินไม่ยอมกินอะไรเลย

 

 

“แบบถ้วย สองครับ” จองกุกสั่งไอศกรีมมา หวังจะให้จีมินได้กินอะไรบ้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

“จีมิน” แทฮยองเรียกคนที่นั่งเหม่อออกไปข้างนอก

“ครับ” จีมินหันไปตามเสียงเรียก

 

“รีบรับเร็ว เริ่มละลายแล้ว เดี๋ยวโดนมือพี่ เร็ว เร็ว” แทฮยองซื้อไอศกรีมแบบโคนมาสองอัน เพื่อที่จีมินจะได้ไม่สามารถปฏิเสธ

และก็เป็นอย่างที่ตั้งใจ จีมินปฏิเสธไม่ได้เลย

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

 

 

 

จองกุกที่มองอยู่ไกลๆ ทิ้งไอศกรีมที่ตัวเองถืออยู่ทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

 

 

ใช้เวลาอีกไม่นาน แทฮยองก็พาจองกุกและจีมินมาถึงบ้าน พ่อและแม่ออกมาต้อนรับเด็กทั้งคู่ ยองกวังเองก็เอ็นดูจีมิน

 

“เหนื่อยไหมลูก” ไม่ใช่ลูกในไส้แทฮยอง ไม่ใช่ลูกสามีจองกุก

“ไม่เหนื่อยครับ ขอบคุณครับ” จีมินตอบคนที่มาลูบหัวอย่างเอ็นดู

 

 

“อยู่ด้วยกันที่นี่แหละนะ จีมิน” จอนยองกวังตบบ่าเบาๆ

 

 

 

“ไปเถอะ ขึ้นห้องเรากัน” จองกุกว่าพร้อมดึงกระเป๋าของจีมินที่แทฮยองถืออยู่ไว้มาถือแทน

 

“ป้าจัดห้องให้จีมินอยู่ข้างล่างนะ” คิมยูรีบอก

 

“หมายความว่าอย่างไงครับ พ่อแม่จีมินดูแลผมเหมือนลูกชาย แต่เรากลับให้จีมินนอนข้างล่างอย่างนั้นหรอครับ” จองกุกโวยวาย แต่ถือว่ายังมีสติที่ไม่พูดว่านอนห้องเดียวกับจีมินมาตั้งสองปี

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นจองกุก ห้องข้างบนเราไม่มีแล้ว และห้องข้างล่างก็ไม่ได้แย่อะไร คุณยูรีเขาก็จัดให้อย่างดี”

พ่ออธิบายให้ลูกชาย บ้านหลังใหญ่ก็จริง แต่ก็เป็นห้องเขาหนึ่ง ห้องจองกุก ห้องแทฮยอง และห้องทำงาน ส่วนห้องจีมินที่จัดให้ข้างล่างนั้น ก็จัดให้อย่างดี ไม่ได้มองว่าจีมินเป็นแค่คนอาศัยด้วยซ้ำ

 

 

“แต่..”

“จองกุก” จีมินขัดเมื่อคนตัวสูงกำลังจะพูด “จะเถียงพ่อแม่ทำไม จีมินขอบคุณมากๆ นะครับ”

 

ผู้ใหญ่ทั้งสองมองดูเด็กมารยาทดีโค้งขอบคุณให้

 

 

“งั้นเดี๋ยวผมพาน้องไปเองนะครับ” แทฮยองพูดก่อนดึงกระเป๋าจีมินที่จองกุกถืออยู่กลับมาถือเอง

 

จองกุกได้แต่มอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ชอบไหม” แทฮยองถาม เมื่อพาจีมินมาห้องที่จัดไว้ให้ได้สักพัก

 

“หมายถึงอะไรครับ” จีมินถามอย่างสงสัย

 

 

“ห้องนี้ไง”

 

“จีมินชอบหรือไม่ชอบได้หรอครับ” จีมินยิ้ม ไม่ได้ดูถูกว่าตัวเองเป็นแค่คนอาศัย แต่เพราะไม่ได้เรื่องมากต่างหาก

 

“บอกว่าชอบไม่ได้หรอ เตียงนี้พี่ก็สั่งให้ ตู้นี้พี่ก็สั่งให้ โต๊ะนั้น...” แทฮยองชี้ไปตามที่ตัวเองพูด

“ขอบคุณครับ”

 

 

 

 

 

“แทฮยอง” คนที่อยู่ในห้องหันไปตามเสียงเรียก

 

คิมยูรียืนอยู่หน้าประตู

 

“ครับแม่”

“ไปพักได้แล้ว”

 

แทฮยองยิ้มให้จีมิน ก่อนออกไปตามคำสั่งแม่

 

 

 

“อยากได้อะไรอีกไหมลูก” ยูรีถามจีมิน

“ไม่ครับ”

“ถ้าอยากได้อะไร ขาดเหลือตรงไหน บอกแม่เลยนะ” หญิงวัยกลางคนบอกอย่างใจดี

จีมินซึ้งใจ อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีคนใจร้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

11:00 AM

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

จีมินที่กำลังจะหลับ รู้สึกตัวขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประตู

 

ขาเรียวก้าวลงจากเตียงไปหยุดอยู่หน้าประตู มือกำลูกบิดแน่น ไม่กล้าเปิด

 

“จีมิน จองกุกเอง” คนที่ยืนอีกฝั่งพูดเบาๆ

 

จีมินบิดลูกบิดเปิดประตูให้เจ้าของบ้าน จองกุกเดินเข้ามาพร้อมปิดประตู

 

จองกุกเดินสำรวจห้องของจีมิน ดีอย่างที่พ่อบอก

“อยู่ได้..” จองกุกหันมาถามจีมิน แต่กลับเห็นคนตัวเล็กยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

จีมินต้องโกรธเขาแน่ๆ

“ห้าทุ่ม” จีมินพูดคำเดียว

 

“จีมิน จองกุกขอโ....”

 

 

จีมินวิ่งเข้ามากอดคนที่เข้ามาใหม่

 

“ทำไมเพิ่งมา จีมินนึกว่าจองกุกจะทิ้งจีมินแล้วซะอีก”

 

“ขอโทษ ขอโทษที่มาช้า”

 

จีมินผละออก

“จองกุกกลับไปห้องตัวเองเถอะ จีมินจะนอนแล้ว”

“อยู่ต่อไม่ได้หรอ” จองกุกขอ

“ไม่ได้ อยากมาช้าเอง”

 

จีมินจริงจัง จองกุกจึงต้องเดินออกไป

“จีมิน” จองกุกเรียกอีกครั้งก่อนไป

 

“อะไร”

 

 

 

“จองกุกไม่มีวันทิ้งจีมินหรอกนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แม้จะยังเสียใจ แต่จีมินก็ไม่อ่อนแอ ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา จีมินอยู่บ้านทำนู้นทำนี่กับแม่ของแทฮยอง ความน่ารักของจีมิน ทำให้คนในบ้านเอ็นดู

จีมินยังเจอกับจองกุกอยู่ตลอด แม้จะไม่ได้นอนห้องเดียวกันเหมือนตอนที่อยู่บ้านจีมิน จองกุกมักจะลงมาหาจีมินที่ห้องบ่อยๆ รวมถึงส่งข้อความมาคุยด้วย

 

 

“ไปไหนกันหรอวันนี้” ยูรีถามจองกุกที่กำลังจะพาจีมินออกไปข้างนอก ถ้าจองกุกไปคนเดียวเธอคงไม่ถามหรอก แต่นี้มีจีมิน คนที่เธอรักเหมือนลูกไปด้วย

 

“ยังไม่ได้คิดเลยครับ” จองกุกตอบไปแบบนั้น แต่ความจริงคือคิดไว้แล้ว

 

ความสัมพันธ์ระหว่างลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยงดีขึ้นมากๆ เพราะครั้งหนึ่งจีมินทนไม่ไหวที่เห็นจองกุกพูดไม่ดีกับยูรี จึงเผลอดุไปกลางโต๊ะอาหาร ตั้งแต่นั้นมา จองกุกก็ไม่มีอาการต่อต้านคิมยูรีอีกเลย

 

จะไม่ให้คนในบ้านรักจีมินได้อย่างไร

 

 

 

 

 

หลายวันที่ผ่านมา จองกุกพาจีมินออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกแทบทุกวัน อย่างวันนี้ จองกุกพาจีมินไปที่นัมซานทาวเวอร์ ที่ที่เป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเกาหลีใต้

 

“จองกุกเดี๋ยวก่อน” จีมินดึงจองกุกที่กำลังหาซื้อแม่กุญแจ

“หืม”

“คราวหน้าค่อยมาคล้องเหอะ จีมินหิวแล้ว ไปหาอะไรกินกัน” คนตัวเล็กดึงแขนยิกๆ

 

“ป่ะ ไปก็ไป” จองกุกตามใจ ไม่มีอะไรที่เขาทำเพื่อจีมินไม่ได้หรอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตกเย็น จองกุกและจีมินก็กลับมากินข้าวที่บ้านเหมือนทุกวัน เมื่อทานอาหารกันเสร็จจีมินก็ลุกไปเตรียมเก็บจานเหมือนทุกวัน จองกุกก็อยากจะช่วย

 

“จองกุก อย่าเพิ่งไป พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”

 

จองกุกชะงักนิดหน่อย หยุดตามที่พ่อบอก แต่ตาก็ยังมองไปที่จีมิน

 

“จีมินด้วย อยู่นี่ก่อน ยังไม่ต้องไป”

 

 

จอนยองกวังรอให้แม่บ้านมาเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย ก่อนพูดเรื่องสำคัญ

 

“พ่อเตรียมเรื่องเรียนต่อไว้ให้แกแล้ว วันมะรืนเตรียมตัวไปเรียนที่อเมริกาได้เลย”

 

“หมายความว่าไงครับ ผมไม่ไป” จองกุกยืนกราน

“แกต้องไป ทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้ว”

“ใครเตรียมครับ!

 

จอนยองกวังหันหน้าหนี จองกุกจึงมองไปที่แทฮยองพี่ของเขา

“ฉันเป็นคนขอให้แทฮยองช่วยเอง”

 

จองกุกถอนหายใจ

“ไม่ไปครับ อย่างไงผมก็ไม่ไป”

 

 

“ถ้าแกไปเรียนที่อเมริกา ฉันถึงจะส่งจีมินเรียน”

 

คำพูดของพ่อทำให้จองกุกหัวเสีย เขาไม่มีทางเลือกเลย หากไม่ไปเรียนอเมริกา จีมินก็ไม่ได้เรียน ถ้าเขาเรียนที่นี่ จีมินก็ไม่ได้เรียน หากเขาไม่เรียน จีมินก็ไม่ได้เรียน

 

 

“จีมิน” อยู่ดีๆ พ่อจองกุกก็เรียกชื่อจีมิน

 

“ครับ”

 

“จองกุกควรไปไหม”

 

จีมินมองคนที่ถามครู่หนึ่งก่อนหันไปมองจองกุกที่คิ้วขมวดมองมา พูดสดใส

“จองกุกต้องไปนะ จีมินอยากเรียนมหาวิทยาลัย พ่อแม่จีมินไม่มีแล้ว ..ก็มีแต่พ่อจองกุกที่ส่งจีมินเรียนได้”

 

 

จองกุกอยากจะบ้าตาย จีมินน่ะหรือ อยากเรียนมหาวิทยาลัย

 

คนในห้องอาหารมองดูลูกชายเจ้าของบ้านเดินหน้าปั้นปึงออกไป

 

 

 

“จีมินขอตัวนะครับ” จีมินลุกออกไป

 

 

 

“ทำดีมากนะจีมิน ... พ่อขอบใจมาก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้านี้จีมินออกมารอจองกุกแต่เช้า

 

“จองกุกจะไปไหนหรอ” จีมินถาม

“ไปหาเพื่อน”

“จัดกระเป๋าหรือยัง”

“ไม่จัด”

 

จองกุกไม่หยุดเดิน ไม่มองหน้าจีมินด้วยซ้ำ ไม่เท่าไหร่จีมินก็หยุดเดินตาม มองแผ่นหลังกว้างเดินไกลออกไป ตั้งแต่เมื่อวาน จองกุกก็ไม่คุยกับจีมินเลย โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกมาหาเพื่อน

 

“โห ไม่ได้เจอกันสองปีได้เลยนะเนี่ย” ชาอึนอูเพื่อนสนิททัก “เหมือนจะคล้ำๆ นะ”

 

“อืม”

 

“เป็นไร แค่มาเจอเพื่อนต้องทำหน้าเซ็งขนาดนี้เลยหรอ”

เพื่อนหนุ่มสงสัย

 

“พรุ่งนี้ต้องไปเรียนอเมริกาแล้ว” จองกุกว่าอย่างเซ็ง

 

“จริงหรอ ดีว่ะ พ่อรวยก็งี้” อึนอูดีใจที่ได้ยิน

 

“ไม่เห็นอยากไป”

 

“ทำไม มีแฟนหรอ”

 

จองกุกมองหน้าเพื่อน ไม่รู้ต้องตอบว่าอย่างไร

 

 

 

ติ๊ง

 

เสียงแจ้งเตือนข้อความเครื่องจองกุกดังขึ้น

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เรามาใช้ชีวิตให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรากันเถอะ

 

 

 

 

จองกุกอ่านข้อความที่จีมินส่งมา จึงคิดได้

 

 

 

 

“ฉันไปก่อนนะ โทษที”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จีมินยิ้มเมื่อเห็นว่าจองกุกกลับมาแล้ว สีหน้าจองกุกไม่มีแววโกรธเคืองเหมือนเมื่อเช้าแล้ว

 

จองกุกมาถึงก็กอดจีมินทันที

“จองกุกขอโทษ”

 

ไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร แต่จีมินก็เข้าใจดี

ถึงอย่างนั้นจีมินกลับไม่พูดว่าโกรธหรือไม่โกรธ ให้อภัยหรือไม่ให้อภัย จำได้นะ เมื่อเช้าทำหน้าแบบไหนใส่จีมิน

 

 

“ทำไมบ้านดูเงียบๆ” จองกุกผละออกมาถาม

“ไม่มีใครอยู่บ้าน ไปงานเลี้ยงอะไรสักอย่างนี่แหละ จีมินก็จำไม่ได้”

 

 

 

จองกุกจูงมือจีมินขึ้นบันไดบ้านไป ปากก็บ่นว่าตัวเองยังไม่ได้เก็บกระเป๋าเลย จะเดินทางพรุ่งนี้อยู่แล้ว

 

จีมินเคยได้เข้ามานั่งเล่นห้องจองกุกแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนสนิทกันจะเข้ามานั่งเล่นในห้องสองคน

 

 

มือหนาที่ว่างเปิดประตูห้องตัวเอง และพบว่า

 

กระเป๋าถูกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแค่ไม่ได้ปิดเท่านั้น

 

จองกุกหันมามองจีมิน

“จีมินจัดกระเป๋าให้จองกุกหรอ”

 

จีมินยิ้มตอบ

 

 

“ไม่อยากไปเลยอ่ะ” จองกุกมางอแงกับจีมิน

“จีมินรู้”

 

“จีมินอยู่ได้ใช่ไหม” จองกุกวางมือที่ไหล่ทั้งสองข้างของคนตัวเล็ก

“อยู่ได้สิ พี่แทฮยองก็ดูใจดีอยู่”

 

จองกุกหงุดหงิดที่ได้ยินชื่อคนอื่น แต่ก็ยอมรับว่าแทฮยองเป็นคนที่พึ่งพิงได้จริงๆ

 

“จองกุกโทรหาจีมินทุกวันเลย ดีไหม” จองกุกพูดต่อ

“จริงหรอ จองกุกจะโทรหาจีมินทุกวันจริงๆ หรอ” จีมินถามกลับอย่างดีใจ

 

“จีมิน” จองกุกนิ่งลง

“ว่า”

“จีมินรักจองกุกไหม”

“อยู่ดีๆ ทำไมถึงถามล่ะ”

“พอจีมินเข้ามหาวิทยาลัย จีมินก็จะเจอคนเยอะมาก เดี๋ยวจีมินก็จะลืมจองกุก” จองกุกเสียงแผ่ว

 

จีมินเอื้อมมือไปจับหน้าจองกุก

“จีมินจะลืมจองกุกได้อย่างไง จองกุกไม่ใช่คนที่จีมินจะลืมได้ง่ายๆ นะ”

 

 

 

จองกุกก้มลงรวบขาจีมินขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาว

“จองกุกจะทำอะไร” จีมินถามอย่างใจเย็น

 

คนถูกถามไม่ตอบ แต่กลับพาจีมินไปวางบนที่นอนนุ่มของตัวเอง นุ่มกว่าที่นอนบ้านจีมินร้อยเท่า

 

 

 

ทั้งที่ไม่ได้ทำแบบนี้บ่อยๆ แต่จองกุกก็ไม่ได้กระทำอย่างหิวโหย

 

จูบครั้งนี้ จีมินร่วมมือเป็นอย่างดี มือจองกุกเริ่มซุกซนไปอยู่แถวๆ เอวขอด

 

จองกุกถอนจูบ หยุดมือที่ลูบไล้หน้าท้องเนียน

 

“เราควรหยุดไหม” นี่คือการถามความเห็นกัน

 

“แล้วแต่จองกุก” จีมินตอบโดยไม่กล้ามองหน้า

 

จองกุกยิ้มให้กับคำตอบนั้น ก้มลงไปหอมแก้ม เลื่อนไปที่ซอกคอ จีมินรู้สึกจั๊กจี๋นิดๆ เพราะตอหนวดของจองกุก

มือเลื่อนเข้าไปในเสื้อสะกิดตุ่มไตเล็กๆ ความคิดของจองกุกเกินที่กำลังทำอยู่ไปเล็กน้อย พอคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ส่วนกลางของลำตัวก็แข็งขืนขึ้น

 

“เอามือเข้าไปในกางเกงจองกุกเร็ว” เสียงแหบกระซิบบอกจีมิน

“ไม่เอา” จีมินบอกแบบนั้น

จองกุกเข้าใจดี จีมินคงเขินอาย

 

จองกุกลุกขึ้นมาถอดกางเกงของตัวเองออกก่อน เรื่องแบบนี้ไม่มีใครรู้มากกว่าใคร แต่ถ้าเทียบกันแล้ว คงเป็นจองกุกที่ดูจะรู้มากกว่า

 

จองกุกพาตัวเองไปอยู่ระหว่างขาของจีมินที่ตัวเองจับแยกออก จีมินเขินนะ แต่ถ้าเป็นจองกุก จีมินยอม

จีมินนอนมองจองกุกถอดเสื้อยืดของตัวเอง

 

คนที่อยู่ข้างบนก้มลงจูบ จูบครั้งนี้ของจองกุกดูชำนาญกว่าครั้งก่อน

มือสากเลิกเสื้อจีมินขึ้น ปลายลิ้นสะกิดเม็ดไตสีอ่อนรัว ก่อนดูดกลืนเข้าไป จีมินพยายามดันไหล่คนข้างบนออกเพราะความเสียว จองกุกยอมผละออก

จองกุกถอดเสื้อจีมินออก โดยได้รับความร่วมมือจากจีมินเป็นอย่างดี

มือแกร่งรูดซิปปลดตะขอกางเกงขาสั้นของคนตัวเล็กที่นอนราบใต้ร่างตัวเอง จีมินยกก้นจากพื้นเพื่อให้ง่ายกับจองกุก

 

จองกุกจับเข่าจีมินแยกออกอีกครั้ง แทรกตัวเองเข้าไป จับแท่งเอ็นแข็งจ่อประตูรักสีหวาน ก่อนล้มลงให้คนตัวเล็กกอด

 

จีมินถดตัวหนีเมื่อส่วนนั้นดันเข้ามา

 

“ทำไม” จองกุกถามเสียงอ้อนอย่างเอาแต่ใจ

 

“เข้ามาไม่ได้หรอกจองกุก” จีมินตอบหวั่นๆ

“ต้องได้สิ เชื่อจองกุกนะ”

 

จองกุกดันตัวเองขึ้น นั่งคุกเข่า มือข้างหนึ่งจับเอ็นยาว มืออีกข้างละเลงน้ำที่ไหลออกมาประปรายทั่วส่วนหัว ก่อนนำไปจ่อที่เดิมอีกครั้ง

 

จองกุกสอดมือทั้งสองเข้าใต้แขนจีมิน จับไหล่เล็กไว้แน่น เอวหนาพยายามดันเข้าไป

 

 

ใช้เวลาสักพักเลยกว่าที่ส่วนนั้นจะหายเข้าไปในตัวจีมินทั้งหมด จองกุกพรูลมออกมาจากปาก เงยหน้ามองคนตัวเล็ก

 

น้ำตาเม็ดเล็กไหลออกจากหางตาทั้งสองข้าง

“เจ็บหรอ” จองกุกถาม

จีมินพยักหน้าเบาๆ

 

นี่เป็นครั้งแรกที่จองกุกไม่รู้สึกผิดที่ทำให้จีมินเจ็บ เอวหนาขยับเข้าออกช้าๆ ก่อนเร่งจังหวะเร็วขึ้น

 

ความถี่ทำให้คนที่นอนราบกับที่นอนนุ่มเสียวซ่านไปทั้งตัว จีมินส่งเสียงหวานข้างหูจองกุก พร้อมกระตุกตัวสามสี่ครั้ง

ปากทางรักยิ่งกระชับแน่นจนจองกุกแทบทนไม่ไหว ปากหยักดูดดื่มน้ำหวานในโพรงปากคนตัวเล็กพร้อมๆ กับช่วงล่างที่สอบเข้าออกช้าลง คนตัวหนาเลือกที่จะผ่อนเบาเพื่อให้ความสุขอยู่กับเขานานขึ้น

 

จีมินจับหน้าคนข้างบนออก แล้วเรียกเสียงหวาน

“จองกุก”

 

“หืม ซี๊ดส์” จองกุกตอบรับตาพริ้ม ก่อนเปิดเปลือกตามาจ้องหน้าต่างของดวงใจ

 

“จีมินรักจองกุกนะ”

จองกุกยิ้มพอใจ จุ๊บปากคนที่ตัวเองรักไปที ก่อนยันตัวขึ้นจับเอวเล็กให้มั่น เพื่อรับแรงกระแทก จองกุกใช้แรงทั้งหมดที่มีพาตัวเองไปถึงฝั่งฝัน

 

น้ำขุ่นขาวจำนวนมากพุ่งเข้าไปในถ้ำรักจนหมด คนตัวหนักล้มลงข้างคนตัวเล็ก

 

จีมินยกแขนจองกุกข้างหนึ่งขึ้นไปบนหัวเพื่อหนุน จองกุกยิ้มให้กับอาการน่ารักนั้น แต่พูดอะไรไม่ได้นอกจากหายใจเร็วๆ เพื่อสูดออกซิเจนเข้าปอด

 

“จองกุก” จีมินเอ่ยชื่อคนที่ตัวเองนอนกอด

“ครับ” คนถูกเรียกขานรับโดยไม่ได้มองหน้ากัน

“หนวดขึ้นแล้วนะ เมื่อกี้จั๊กจี๋มากเลย”

 

 

จั๊กจี๋หรือเสียว เอาดีๆ จีมิน

 

 

 

 

“โกนให้จองกุกได้ไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้านี้เป็นเช้าสุดท้ายที่จะได้อยู่เกาหลี จองกุกหันมองซ้ายขวา ไม่เห็นแม้แต่เงาของจีมิน

 

“จีมินล่ะครับ” จองกุกถาม จีมินควรออกมาส่งเขาสิ ที่จริงควรจะไปส่งที่สนามบินด้วยซ้ำ

 

“เห็นบอกว่าไม่สบาย กินยานอนอยู่ในห้อง” คิมยูรีบอกไปตามที่เข้าใจ

 

 

ส่วนจองกุก เมื่อได้ยินว่าจีมินไม่สบาย ก็ทิ้งทุกอย่างไว้ แล้ววิ่งออกไปทันที จอนยองกวักจะตะโกนเรียก แต่แทฮยองห้ามไว้

“ปล่อยเขาเถอะครับพ่อ เขาอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี”

 

 

 

 

 

 

 

 

จองกุกเปิดประตูห้องเข้ามาโดยไม่ได้ขอ เจ้าของห้องนอนตะแคงหันหลังให้ประตู

 

“จีมิน” จองกุกเรียกเบาๆ หย่อนก้นลงบนเตียง

 

คนถูกเรียกหันไป

 

“อ้าว จองกุก ยังไม่ไปอีกหรอ” จีมินลุกขึ้นนั่ง ถามครั้งที่หนึ่ง

“ไม่สบายหรอ เป็นอะไรมากไหม” จองกุกเอามืออังหน้าผากเนียน ไม่ตอบครั้งที่หนึ่ง

 

“ไม่เป็นอะไรมากหรอก นอนพักก็หาย ว่าแต่จองกุกไม่ต้องรีบไปหรอ” ถามครั้งที่สอง

“จีมินต้องดูแลตัวเองดีๆ นะ ถ้าไม่สบายก็ต้องกินยา และก็พักผ่อนเยอะๆ ด้วย” อืม ไม่ตอบครั้งที่สอง

 

“จองกุก” จีมินกุมมือคนที่ห่วงใยตัวเอง “จีมินอยู่ที่นี่ มีทั้งพ่อจองกุก แม่จองกุก ไหนจะพี่แทฮยองอีก แต่จองกุกอยู่ที่นู้นไม่มีใครเลย จองกุกนั่นแหละที่ต้องดูแลตัวเอง รู้ไหม”

 

จองกุกฟังที่จีมินพูดอย่างเข้มแข็ง ก็แทบจะร้องไห้

“เข้มแข็งจัง ... จีมินรอจองกุกนะ”

 

 

“อืม ไปได้แล้ว”

 

จองกุกลุกขึ้น และก่อนออกไปได้กลับเข้ามาหอมแก้มเนียนหนึ่งครั้ง

 

“รอจองกุกด้วยนะ”

 

 

จีมินได้แต่พยักหน้า โบกมือไล่

 

 

 

 

ประตูห้องปิดสนิท แต่ประตูแห่งน้ำตากลับเปิดกว้าง น้ำตาที่กลั้นไว้ตั้งแต่เห็นหน้าจองกุกไหลหลากออกมาอย่างที่เจ้าของไม่อาจห้ามได้ จีมินได้แต่ปิดปากกลั้นเสียงไว้ แม้แต่ตัวเองก็ไม่อยากได้ยินเสียงนั้น จีมินไม่ได้เข้มแข็งเลยสักนิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สนามบินนานาชาติโซล

 

 

 

ผู้คนพลุกพล่านเต็มสถานที่ที่เป็นเหมือนประตูสู่ต่างประเทศ จอนจองกุกกำลังจะเดินทางไปศึกษาที่สาธารณรัฐอเมริกา

 

“โชคดีนะลูก” จอนยองกวังกอดลูกชายคนเดียวของเขา

 

 

 

 

“พ่อครับ ... แม่ครับ”

สองสามีภรรยามองหน้ากัน ครั้งแรกใช่ไหม ที่จองกุกเรียกคิมยูรีแบบนั้น

“จ้ะ”

 

 

 

 

“ถ้าจีมินอยากไปเล่นที่ห้องผม .. อย่าห้ามเขานะครับ”

 

 

นึกว่าเรื่องอะไร

 

ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อและแม่รับปาก

 

 

 

 

 

 

“แทฮยอง .. ฮยอง” นี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ที่จองกุกเรียกเขาว่าพี่

 

“ว่า”

 

 

 

จองกุกลังเลที่จะพูดออกไป แต่อย่างไรก็ต้องพูด แทฮยองมองหน้าลังเลของน้อง เดาไม่ยากหรอกว่าต้องการพูดอะไร เวลายังพอมี.. เอาสิ ถ้าไม่กล้าพูด แทฮยองก็รอได้

 

 

 

 

“ผม.. ผมฝากดูแลจีมินด้วยนะครับ”

 

แทฮยองยิ้มให้เมื่อได้ฟังคำขอ ไม่ใช่เรื่องยาก

 

พี่ชายเดินเข้าไปกอดน้องชายครั้งแรก และถือเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเจอกันอีกครั้งหลังจากที่ทุกคนเรียนจบ

 

 

 

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ตั้งใจเรียน แล้วรีบกลับมา”





















Talk :


ปูมา 7 ตอน เพื่อประโยคที่ว่า

ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร เรามาใช้ชีวิตให้เหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเรากันเถอะ









ก่อนอื่น ขอบคุณทุกคอมเมนต์ของทุกคนเลย (พูดซ้ำอีกแล้วอย่าเพิ่งเบื่อเค้าน้าา)
ทั้งในเด็กดี wattpad และที่สกรีมในทวิตเตอร์ด้วย #GrowKookmin
ชอบมากๆๆ ชอบอ่านคอมเม้น ชอบที่ทุกคนสกรีมในแท็ก 
ชอบบบบบบบบบบบบ


กราบขอโทษที่ส่งจองกุกไปอเมริกานะคะ
ทั้งที่เสียงส่วนใหญ่โหวตให้จองกุกเรียนที่โซลกับจีมินแท้ๆ

เนี่ย พอพูดถึงตรงนี้ก็ขอบคุณทุกคนที่เข้าไปร่วมสนุกกับโพลของเราด้วยเหมือนกันนะคะ ขอบคุณมากๆ จริงๆ
มีอีกนะ มีอีกๆ ไปเล่นกันๆๆๆ
@JM1310Than


เราดีใจมากๆ นะคะ ที่เรื่องที่เราแต่ง สร้างความบันเทิงให้ทุกคน
ถ้าชอบก็บอกเราเถอะค่ะ เราจะเก็บทุกคอมเม้นมาเป็นแรงใจในการเขียนตอนต่อไป


เราไม่ได้คัท NC ออกไปไว้ที่อื่นเพราะเราคิดว่า 
ในเมื่อเด็กสองคนรักกัน มันก็ไม่ผิดที่จะแสดงความรักต่อกัน
นี่เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง...
เราเลยเก็บไว้ 

แต่ค่ะแต่ ถึงจะพูดอย่างนี้ ก็ไม่ได้บอกว่าให้ทำตามนะคะ
อย่างน้อยๆ ก็ให้เป็น Safe sex เถอะ ถือว่าพี่ขอ ^^









-----------------------------------------------------------



ใครน่าสงสารกว่ากันคะ 


... จองกุก หรือ.. จีมิน














ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

438 ความคิดเห็น

  1. #410 earnearnpw9 (@earnearnpw9) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 06:56
    ฮือออ จีมินลูกเข้มแข็งไว้นะ
    #410
    0
  2. #390 BEAMEE (@BEAMEE) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 10:10
    รอกันนะลูกนะ ฮือออ
    #390
    0
  3. #265 NaAuAhgase (@NaAuAhgase) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 01:51
    โงยยยย​ กอดๆๆๆๆๆ/
    #265
    0
  4. #150 chachayuchun (@chachayuchun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 14:45

    พอแยกกันแล้ว กลัวใจคนใดคนหนึ่งหวั่นไหวจัง กลัวใจไรต์ด้วยค่ะ
    #150
    0
  5. #58 rabbee (@bubblebjk) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:22
    ถ้าทั้งสองรักกันจริง ระยะทางก็ไม่ใช่ปัญหา
    #58
    0
  6. #41 My_heartbeat (@My_heartbeat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 16:42
    สงสารทั้งสองคนเลย อยู่ด้วยกันแล้วน่ารักมากๆ ไม่อยากให้แยกกันเลย ต้องสู้ไปด้วยกันนะเด็กๆ พี่ก็จะสู้;-; ฮืออออ
    #41
    0
  7. #40 mynaemjm (@mynaemjm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 15:02
    อินมาก อ่านไปร้องให้ไปเลยอะ
    #40
    0
  8. #38 fluffy_jiminie (@fluffy_jiminie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 22:18
    เรากลัวว่าจองกุกจะกลับมาพร้อมคนใหม่ไรงี้คือแบบไปอเมริกาอ่ะแกเก็ทปะ5555 //แส้ว
    #38
    0
  9. #37 ThanatchaMeechun (@ThanatchaMeechun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:58
    ขอให้จีมินรอจองกุกเเล้วจองกุกไม่มีคนอื่นก็พอแล้ว
    #37
    0