ตอนที่ 30 : Faithful 4 : ขอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    13 มิ.ย. 62




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากภารกิจช่วงเช้าของคนเป็นแม่ อันได้แก่การไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเสร็จสิ้น จีมินกลับมาที่บ้านเพื่อทำงานบ้าน หรืออาหาร หรืออะไรก็ตามแต่ที่ตัวเองต้องทำหรืออยากทำ รถคันใหญ่ขับตรงเข้ามาจอดในโรงรถหลังจากหยุดหยิบเหล่าซองเอกสารที่กองอยู่ในตู้จดหมายหน้าบ้านติดเข้ามาด้วย

 

 

ระหว่างเดินเข้าบ้าน ตาเล็กก็ไล่อ่านจ่าหน้าจดหมายที่อยู่ในมือ หนึ่งในนั้นมีซองที่ทำเอาจีมินอยากโทรไปบ่นสามีให้หูชา

 

 

ขับรถเร็วจนตำรวจส่งใบสั่งมาให้ถึงบ้าน

 

บอกไม่รู้กี่ครั้งว่าอย่าขับรถเร็ว ไม่รู้จะรีบอะไรหนักหนา เกิดอะไรขึ้นมา ลูกเมียจะ..อยู่... อย่าง... ไง

 

 

แม้แต่ความคิด ก็สะดุดไป เมื่อสิ่งที่ปรากฎต่อสายตาจีมินตอนนี้คือภาพถ่ายที่เป็นหลักฐานการทำผิดกฏจราจร

 

 

“ซูจินหรอ” เสียงดังในลำคอเปล่งออกมาถามตัวเอง คนที่นั่งเบาะข้างคนขับคือซูจินหรอ

 

 

วันที่นี้ จองกุกบอกเมียของเขาไว้ว่าไปทานอาหารกลางวันกับลูกค้าที่มาจากต่างประเทศ อืม ทำงานที่เดียวกันนี่นา ก็มีโอกาสที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันเพราะธุรกิจ อย่าคิดมากเลยจีมิน

 

 

 

แม้ในใจจะรู้สึกคุกรุ่น แต่จะมาหัวฟัดหัวเหวี่ยงตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์

 

งานในบ้านมีให้ทำตั้งเยอะแยะ ไปจัดการตรงนั้นดูจะมีประโยชน์กว่า

 

 

 

ซักผ้า ทั้งพ่อ ทั้งลูก เก็บกวาดบ้าน เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ดูดฝุ่น ถูบ้าน ล้างจาน ทำอาหาร ทำหมดนี่ก็ต้องไปอาบน้ำอีกครั้งก่อนออกไปรับลูกชายที่โรงเรียน แค่นี้ก็หมดไปวันหนึ่งแล้ว

 

 

แม้จะเป็นรถของจองกุก แต่จีมินก็ไปจัดการจ่ายค่าปรับให้เรียบร้อย ก่อนจะไปอยู่อังกฤษก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ ขับรถเร็วจนมีใบสั่งมาส่งถึงบ้าน นั่นก็ทะเลาะกันไปบ้านเกือบแตก เพราะจองกุกดันเห็นว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เด็กๆ พ่อกลับมาแล้ว” เสียงตะโกนเข้าไปในบ้าน หลังจากที่ตัวเองเดินเข้ามา จองกุกว่าเสียงเขาคงไปได้ไกลสุดแค่ห้องนั่งเล่น ว่าแต่ห้องนั่งเล่นไม่มีลูกชายเขาสักคนเลยหรอ

 

จีมินอมยิ้มให้สามี จองกุกคงอยากให้ลูกๆ วิ่งมารับพ่อตอนกลับมาจากทำงานเหมือนตอนที่พวกเขายังเด็กๆ ต้องยอมรับว่ายอนจุนกับบอมกยูไม่ทำอะไรแบบนั้นกับพ่อเขาแล้ว

 

 

 

 

“อ้าว .. ก็อยู่นิ่ พ่อเรียก ไม่ได้ยินหรอ” จองกุกถามบอมกยู ที่นั่งทำการบ้านอยู่ในห้องนั่งเล่น ขณะที่เดินเข้ามาพร้อมจีมิน

 

“ได้ยินครับ ... สวัสดีครับคุณพ่อ” บอมกยูเงยหน้ามาทักทาย แล้วก้มไปสนใจตัวเลขข้างหน้าที่ไม่น่าสนใจต่อ

 

“ได้ยินแล้วทำไมไม่ออกไปหาพ่อ” จองกุกว่าไม่จริงจัง

 

“ก็พ่อไม่ได้เรียกนี่ครับ แค่บอกว่าพ่อมาแล้ว” บอมกยูก้มลงไปทำการบ้านต่อ

 

 

จองกุกหันขวับไปมองหน้าแม่เด็กนั่น

 

ดูลูกคุณสิจีมิน

 

 

จีมินยิ้มตาปิดไปแล้ว เขาไม่ได้สอนให้ลูกไม่เคารพพ่อนะ นั่นแค่หยอกต่างหาก

 

แน่นอนว่าจองกุกก็รู้ เขาจึงไม่ใส่ใจเท่าไร

 

 

“พี่ยอนจุนล่ะ” เสียงพ่อถามถึงพี่ชาย

 

“อยู่ในห้องครับ” บอมกยูตอบคำถามพ่อ มือไม้ยกขึ้นมาทำท่าทางบวกลบในใจ นอกใจ ทำทุกอย่างให้พ่อเข้าใจว่า บอมกยูเข้าใจสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

 

 

แต่คุณพ่อเกิดมาสามสิบสี่ปีแล้วนะครับ ทำไมพ่อจะไม่รู้ว่าหนูน่ะ ไม่เข้าใจ

 

“ทำการบ้านได้ไหม” จองกุกที่นั่งอยู่บนโซฟา ถามคนที่นั่งกับพื้น

 

บอมกยูนิ่งชะงัก ไม่กล้าตอบพ่อที่นั่งอยู่ข้างหลัง

 

 

 

จีมินเดินเข้ามาพอดี เลยได้เปลี่ยนบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ มือเรียวยื่นแก้วน้ำเย็นๆ ที่ตั้งใจเอามาให้จองกุกไป

 

“ทำอะไรอยู่ครับคนเก่ง” คุณแม่นั่งลงข้างๆ ลูกชาย ตามองสมุดที่วางอยู่บนโต๊ะกลางตัวเตี้ย .. ขาวโพลนเชียว

 

“การบ้านครับ” ลูกชายคนเล็กตอบเสียงอ่อย

 

 

 

“จีมิน.. ตอนเด็กๆ เวลาคุณทำการบ้านไม่ได้ .. คุณทำอย่างไง” จองกุกทำหน้าพยักเพยิด ส่งสัญญาณไปทางลูกชาย

 

 

จีมินเข้าใจทันที ถ้าให้ตอบความจริงก็คงบอกว่า ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ แต่ถ้าตอบแบบนั้น จองกุกได้ทุบแน่

 

 

“... ก็คงขอให้พ่อให้แม่ช่วยสอนน่ะ”

 

ตอบดี เดี๋ยวสามีให้รางวัล

 

 

 

ถึงจะไม่เก่งคำนวณ แต่บอมกยูลูกพ่อจองกุกแม่จีมินก็รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ ตัวเองต้องทำอย่างไร

 

คนเก่งหันหลังไปหาพ่อของตัวเอง ถ้าเป็นเรื่องเรียน ก็ต้องพ่อไม่ใช่หรอ

 

 

“สอนการบ้านผมหน่อยได้ไหมครับคุณพ่อ” น้ำเสียงอ่อนนุ่มเหมาะกับประโยคขอร้องทำเอาคุณพ่อใจชื้น จองกุกถัดตัวลงมานั่งระนาบเดียวกับลูกชาย

 

 

“ได้ครับคนเก่ง .. แต่ต้องบอกรักพ่อก่อนนะ”

 

 

“...” ไม่มีคำพูด บอมกยูส่งสายตาหาแม่ สายตาที่จีมินอ่านได้ว่า อะไรของเขาอ่ะครับแม่

 

“เร็วครับ คนเก่งของพ่อ” จองกุกยังทำตัวหวานใส่ลูกรัว

 

“อยู่ดีๆ มาบอกรัก ไม่แปลกหรอครับ” ลูกชายโอด

 

 

พ่อแม่มองลูกทำหน้าบึ้งอย่างเอ็นดู พวกเขาเตรียมใจกันไว้แล้วว่าวันหนึ่ง ลูกชายของพวกเขาอาจจะไม่โรแมนติกใส่คนเป็นพ่อเป็นแม่เหมือนตอนที่เขายังเด็ก แต่จองกุกจีมินก็ยังอยากให้เวลานั้นเกิดขึ้นช้าที่สุด หรือไม่ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย

 

อย่างไงลูก ก็เป็นลูกของพ่อแม่ตลอดชีวิต

 

 

“จีมิน คุณบอกรักผมให้ลูกดูซิ” จองกุกสั่ง นี่ไม่ใช่ว่าอยากได้ยินเองแล้วเอาลูกมาอ้างหรอ เหอะ

 

 

“รักจองกุกน้า” แม้จะเคืองที่อยู่ดีๆ ก็โดนบังคับ แต่ถ้าเป็นเรื่องบอกรักจองกุก จีมินไม่ฝืนอยู่แล้ว

 

 

รักพ่ออยู่แล้ว แต่ให้พูดว่ารักพ่อ ... ผมเขินอ่ะครับ แม่ครับช่วยด้วย...

 

 

 

 

“รักพ่อนะครับ” เสียงไม่เบาเปล่งออกมา ไม่พูดเบาหรอก หากพ่อไม่ได้ยินแล้วบอกให้พูดใหม่ จะเขินยิ่งกว่านี้

 

จองกุกยิ้มออกทันที ไม่ว่าวันนี้จะเจออะไรมา แต่ลูกชายคือคนที่ทำให้เขาหายเหนื่อย และมีแรงฮึดสำหรับวันต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนที่อาบน้ำทีหลังอย่างจองกุกจะต้องบ่นในใจอยู่ร่ำไป เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำแล้วพบว่าคนที่อาบเสร็จก่อนเขาอย่างจีมิน ยังคงนั่งประทินผิวหน้าผิวกายอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ประโคมอยู่นั่น

 

 

“ทาเยอะ สุดท้ายก็ไปกองที่หมอนอยู่ดี” จองกุกพูดกับคนสวยของเขา

 

“เว่อร์!! เนื้อเซรั่มซึมเร็วเหอะ ไม่ได้กระปุกละหมื่นสองหมื่น(วอน)” จีมินเถียงกลับ ของดีย่ะ

 

สามีอมยิ้มให้ความพยศของแมวน้อย สอดตัวเข้าผ้าห่มผืนหนา หยิบหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนมาอ่านเพิ่มความรู้ก่อนนอน

 

 

 

 

“จองกุก”

“หืม” คนถูกเรียกขานรับโดยยังไม่ละสายตาจากหนังสือในมือ

 

 

“ถ้าบอมกยูเรียนไม่เก่ง.. คุณโอเคไหม” จีมินมองสามีมาจากปลายเตียง

 

จองกุกลดหนังสือลง เงยหน้ามองคุณแม่ตัวเล็ก

 

 

“ผมไม่ซีเรียสเรื่องเรียนหรอก บอมกยูเข้าอาจจะถนัดอย่างอื่น แค่ลูกไม่เกเร ผมก็พอใจแล้ว”

 

จองกุกเข้าใจความกังวลของจีมิน

 

 

 

 

 

 

“จองกุก”

“หืม” จองกุกตอบรับเสียงเรียกอีกครั้ง

 

 

“อาทิตย์ที่แล้วไปกวางจูมาหรอ”

 

ใช่ แต่.. เอ๊ะ เขาบอกเมียว่าไป จอนจู นี่นา

 

 

“ใช่ ลูกค้าเปลี่ยนสถานที่น่ะ” ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เขาต้องออกไปพบลูกค้าที่มาจากต่างประเทศ ตอนแรกสถานที่นัดพบคือจอนจู แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง พวกเขาได้ย้ายไปยังกวางจู ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาจึงไม่ได้บอกจีมิน

 

แต่สิ่งที่สงสัยตอนนี้คือ เมียรู้ได้อย่างไง...

 

 

ไม่รู้ก็ต้องถาม แต่ไม่ทันจะอ้าปากถาม...

 

 

 

 

“ไปกับซูจินหรอ”

 

“รู้ได้ไง” อยากรู้ก็ต้องถาม ถามในทันที

 

 

“รู้ได้อย่างไง? จีมินทวนคำเสียงแข็ง “... ยอมรับ หรือปฏิเสธ”

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นจีมิน ไม่ใช่ไปกับซูจิน แต่ซูจินไปด้วย” จองกุกรีบอธิบายอย่างกระตือรือร้น ไม่อยากให้คนรักเข้าใจผิด

 

จีมินไม่สนใจ จะไปกับ ไปด้วย ก็คือไปด้วยกันอยู่ดี หน้าสวยหันไปมองหน้าตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกใสบานใหญ่ เพราะไม่อยากมองหน้าผู้ชายคนนั้น หน้าสามี..

 

 

จองกุกได้แต่นั่งหน้าบูด ทำไมจีมินไม่ฟังกันบ้าง ทำไมต้องทำเหมือนไม่ฟังกันแบบนั้น

 

 

จีมินลุกออกจากเก้าอี้ เดินตรงมาที่เตียงนอนฝั่งที่จองกุกนั่งอยู่ หน้านิ่งนั่นทำเอาจองกุกกลัว จีมินไม่เคยลงไม้ลงมือกับเขานะ แต่ท่าทางตอนนี้ น่ากลัวมากเลย อย่าทำอะไรจองกุกนะครับ

 

มือนุ่มที่ชุ่มไปด้วยครีมราคาแพง แนบไปที่แก้มสากทั้งสองฝั่งของคนที่นั่งกลัวตัวสั่น จีมินนวดมือตัวเองไปทั่วหน้านั่น

 

“ทำอะไร” จองกุกส่งคำถามผ่านสายตาหวาน

 

“ครีมเหลือ” จีมินตอบ

 

 

มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองที่ปัดป่ายอยู่ต่อหน้าจนมั่น ก่อนดึงเจ้าของพลิกลงมานอนหงายกลางที่นอน

 

“โกรธหรอ กำมือแน่นเชียว” จีมินถามสามีที่ยกขาข้างหนึ่งมาพาดกลางลำตัว

 

จองกุกอมยิ้มให้กับคำถาม จีมินคงหมายถึง กำข้อมือ ทั้งสองข้างกดลงบนที่นอนจนยวบ

 

 

“จะโกรธได้ไง .. เมียผมดีที่สุดในโลก” จองกุกหยอดคำหวาน สายตาหวานหยอดย้อย

 

 

“รู้ว่าได้เมียดี ก็ทำตัวดีๆ รู้ไหม” จีมินจ้องเข้าไปในตาหวาน

 

 

“ครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หนึ่งเดือนผ่านไป จีมินพาตัวเองมาที่นี่ครั้งแรก เอาว่าเคยมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยมายืนตรงนี้ .. ในบริษัทที่สามีทำงาน

 

 

 

คนตัวบางวางประปุกปิ่นโตรูปทรงน่ารักในถุงกระดาษไว้บนโต๊ะเล็กๆ ที่จัดไว้สำหรับรับรองแขก ล็อบบี้นี้ผู้คนพลุกพล่านผ่านไปผ่านมา แต่ไม่มีใครมาสนใจ เพราะที่ตรงนี้มักมีคนมาใช้พื้นที่อยู่บ่อยๆ

 

จีมินยืนฟังเสียงที่ดังออกมาจากสมาร์ทโฟนในมืออยู่พักหนึ่ง อีกครึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว จองกุกคงไม่ยุ่งหรอก .. ใช่ไหม

 

 

“ฮัลโหล จองกุก ยุ่งอยู่หรือเปล่า” จีมินถามเมื่อปลายทางกดรับสาย

 

“ไม่ คุณมีอะไรหรือเปล่า” จองกุกตอบกลับมา ตอนนี้เขานั่งทำงานอยู่ในห้อง

 

“จีมินอยู่ข้างล่าง .. เอาข้าวกลางวันมาให้คุณ เอ่อ..”

 

ที่จีมินไม่เคยมาที่นี่ เหตุผลหนึ่งเพราะไม่อยากรบกวนเวลาของจองกุก ไม่อยากมาวุ่นวาย ทั้งตอนที่เขายังเป็นแค่พนักงานธรรมดา หรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่มีตำแหน่งใหญ่โต

 

 

 

“จริงหรอ อยู่ข้างล่างหรอ รอผมก่อนนะ เดี๋ยวผมลงไปรับ”

 

แต่จองกุกไม่เคยคิดว่าการมาของจีมินจะเป็นการรบกวนเลย ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาเป็นแค่พนักงานธรรมดา หรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่มีตำแหน่งใหญ่โต

 

สามีวางสายไป ปล่อยให้จีมินเข้าใจเองว่าต้องรอตรงนี้ จองกุกชวนให้จีมินมาหาเขาที่ทำงานหลายต่อหลายครั้งแล้ว ที่จีมินมาวันนี้ เพราะคิดว่าถึงเวลาที่เขาควรปรากฎตัวที่นี่เสียที

 

 

 

 

“โอ๊ะ นั่นพี่จีมิน ภรรยาหัวหน้าเราไม่ใช่หรอ”

 

แม้โบราจะอยากตีปากซอฮยอนที่เรียกตำแหน่งเดิมของหัวหน้าที่เธอเคารพ แต่คำว่าจีมิน ได้เรียกความสนใจไปกว่าเรื่องใดๆ

 

ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เจ้าตัวกลับเดินดิ่งไปหาคนที่เพิ่งถูกกล่าวถึงทันที

 

 

“คุณจีมิน สวัสดีค่ะ” โบราเข้าไปทักอย่างดีใจ

 

“สวัสดีครับ คุณ.. โบรา” ทั้งที่ไม่ใช่คนช่างจดช่างจำ แต่คนที่เกี่ยวข้องกับจองกุก จีมินจำได้แม่น

 

“มาหาคุณจองกุกหรอคะ”

 

“ครับ ทำอาหารกลางวันมาให้ เขากำลังลงมา” จีมินตอบด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

 

 

“ดีใจที่ได้เจอคุณที่นี่จังเลยค่ะ” โบราพูดคุยต่อ

 

“กำลังจะไปกินข้าวข้างนอกกันหรอครับ”

 

“ใช่ค่ะ ปกติคุณจองกุกก็ไปกับพวกเราบ้างนะคะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะออกไปกับบรรดาผู้บริหารมากกว่า” โบราพยายามชวนภรรยาหัวหน้าคุยให้สมกับที่ไม่เจอกันนาน “..โอ๊ะ คุณจองกุกมาพอดี”

 

 

 

“ออกไปทานข้าวกันหรอครับ” จองกุกถามอดีตลูกน้องก่อนตามมารยาท

 

“ค่ะ” โบรายิ้ม เธอดีใจที่ได้เห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน

 

“วันนี้จีมินเอาอาหารกลางวันมาให้ ไม่อย่างนั้นเราคงได้ออกไปพร้อมกับพวกคุณ” จองกุกพูดถึงกลุ่มลูกน้องของเขาสี่ห้าคนตรงนี้

 

“ไว้วันหลังจีมินจะทำอาหารกลางวันมาให้นะครับ”

 

 

ในกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ มีน้องใหม่รวมอยู่ด้วย เขาได้ฟังรุ่นพี่กรอกหูอยู่ตลอดว่าอดีตหัวหน้าและแฟนของพี่เขา เป็นคนน่ารักและใจดี ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่วันนี้เขาว่าเขาเชื่อสนิทใจเลยล่ะ คุณจองกุกคุณจีมินน่ารักจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มองอะไร” จีมินเหลือบไปถามคนที่จ้องเขาอยู่ มองจีมินแน่ๆ ในลิฟท์นี้มีแค่เราสองคนเท่านั้น

 

 

จองกุกไม่ตอบแต่อธิบายเหตุผล

 

“ตอนทำงานที่เก่า รุ่นพี่ผมเขามีความสุขมากเวลาที่แฟนเขามาหาที่ที่ทำงาน ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเขารู้สึกอย่างไง”

 

“รู้สึกอย่างไง” จีมินถามตอนนที่ประตูลิฟท์ยังไม่เปิด

 

“ดีใจที่จะได้อวดให้คนทั้งโลกรู้ว่าเมียผมน่ารักขนาดไหนไง”

 

 

ทำเป็นปากหวาน จีมินเบะใส่ ไม่ใช่ว่ากลัวคนที่ทำงานจะรู้ว่าเมียคือคนไหนหรอกหรอ

 

ถึงจะทำเก่ง คิดแบบนี้ แต่ก็ดีใจที่ได้ยินจองกุกพูดว่าดีใจที่ตัวเองมานะ

 

 

ประตูลิฟท์เปิดเงียบๆ จีมินเดินตามสามีตัวเองออกไป ผู้คนไม่พลุกพล่านต่างจากที่จีมินคิดไว้ แต่ก็ยังพอมีคนเดินไปเดินมา คนที่เดินสวนมาส่วนใหญ่ทักทายจองกุกแทบทุกคน พูดคุยยาวบ้างสั้นบ้าง

 

บางคนที่ดูสนิทมากๆ ก็ถามถึงสถานะของเขา จองกุกก็พูดออกมาว่านี่คือภรรยาของเขา จีมินได้แต่ยิ้มน้อยๆ .. เดี๋ยวค่อยกลับไปยิ้มแฉ่งที่บ้านก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

 

“ปกติไปกินข้าวกับใคร” จีมินถามจองกุกที่กำลังคีบข้าวห่อสาหร่ายที่ทำมาเข้าปาก

 

“ก็คนเดียวบ้าง ลูกน้องบ้าง หัวหน้าบ้าง” จองกุกตอบอย่างดี แม้ว่าคำถามพวกนี้ เขาจะตอบจีมินไปหลายครั้งแล้วก็ตาม

 

 

“ห้องจัดสวยดี” จีมินเปลี่ยนเรื่องคุย มองไปรอบๆ จองกุกเคยส่งรูปมาให้ดูแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นก็ว่าสวยดี แต่พอมาดูให้เห็นกับตากลับรู้สึกว่าสวยกว่าในรูปเสียอีก

 

“มาบ่อยๆ ได้นะจีมิน ผมอยากให้คุณมา” จองกุกบอก ถึงจะรู้ว่าจีมินมาบ่อยๆ ไม่ได้ ไหนจะลูก ไหนจะบ้าน ไหนจะงาน

 

“มาก็กวนคุณแย่” จีมินบอกหนึ่งในเหตุผลที่ไม่อยากมา

 

“ไม่กวนหรอก อยู่ในห้องนี้ก็ได้ ไม่ค่อยมีใครเข้ามาหรอก” ไม่ถูกหรอกที่คนอื่นที่ไม่ใช่คนของบริษัทมาอยู่ในห้องทำงานนี้ แต่เพราะนี่คือจองกุก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ผิด

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

“จองกุก... คะ” ไม่ค่อยมีใครเข้ามาหรอก จองกุกพูดขาดคำหรือยัง

 

ซูจินมือค้างอยู่ที่ลูกบิดประตู เมื่อเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ ถ้ายังยืนนิ่งอยู่แบบนั้นจะยิ่งดูตลก เธอตัดสินใจปิดประตูให้สนิทหลังจากเดินเข้ามา

 

 

“ฉันมาเอาเอกสารผลการประเมินน่ะค่ะ” ซูจินบอกเหตุผลที่เข้ามา ถึงจะไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงก็เถอะ

 

“อันนั้นผมให้คนเอาไปให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่” จองกุกตอบเหมือนปกติ

 

ไม่เกี่ยวว่าจีมินอยู่ตรงนี้หรือไม่ เขารู้ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ได้ตั้งใจมาเอาเอกสาร และถ้าจะมาชวนออกไปกินข้าวกลางวัน คำตอบก็อยู่ตรงหน้าแล้วนะ

 

“อ่า จริงด้วย ... หวัดดีจีมิน ไม่เจอกันนานเลย” หมดเรื่องกับจองกุกก็หันมาทักทาย เอ่อ.. เพื่อน

 

“หวัดดี ... นานเลย” ที่ไม่ได้เจอกัน

 

 

“กินข้าวอยู่หรอ งั้นไปแล้วนะ ไม่กวนแล้ว” ซูจินยิ้มแหย๋ๆ ให้ จองกุกไม่คิดแม้แต่จะลุกขึ้นมาคุยกับเธอด้วยซ้ำ มีแค่จีมินที่ยังมองหน้าซูจิน

 

ไม่รู้ว่าควรรู้สึกขอบคุณหรือเปล่า

 

 

 

ซูจินเปิดประตูออกไป เมื่อรู้สึกว่าอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์

 

 

 

 

 

“คุณไม่กินหรอ” จองกุกถามจีมินที่นั่งเฉย เขาเองก็เพิ่งสังเกตว่าข้าวอีกกล่องที่เขาถือมานั่นยังไม่ถูกเปิดเลยด้วยซ้ำ

 

จีมินไม่ตอบแต่กลับถือมันออกไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ซูจิน”

 

จีมินเรียกคนที่หลังไวๆ อยู่ข้างหน้า ซูจินหันมาช้าๆ ไม่คิดว่าคนอย่างจีมินจะเดินออกมา

 

 

“ให้” แขนเรียวยื่นถุงกระดาษที่ภายในมีอาหารแบบที่จองกุกกำลังกินอยู่ในห้องทำงาน ไปยังอดีตเพื่อนที่ยืนตรงหน้า

 

 

 

ไม่อยากจะรับของของคนคนนี้ ตาแข็งมองของตรงหน้าสลับใบหน้าหวานที่ยังเกลียด

 

ยิ่งยืนนิ่งแบบนี้นานเท่าใด คนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ยิ่งสงสัยมากเท่านั้น

 

 

ภรรยาผู้จัดการใจดีเนาะ

 

น่ารัก แถมใจดี

 

ว่าแต่ทำไมซูจินไม่รับของที่คุณจีมินให้ล่ะ

 

 

 

เพราะอย่างนั้น ซูจินจึงจำต้องยื่นมาไปรับมาเหมือนเสียเกียรติ

 

“ขอบคุณ” หญิงสาวพยายามยิ้ม ไม่ต้องปั้นหน้าให้ดูดีหรอก ทั้งสองคนรู้ดีว่าใครคิดอย่างไร

 

 

“ไม่เป็นไร... .... เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปหากิน” จีมินยินดี อย่างที่พูดไป

 

เมื่อจบเรื่อง คนใจดีก็หันกลับไป ไม่คิดว่าจะเจอซูจินในห้องของสามี แต่ข้าวอีกกล่องที่เตรียมมา ก็ตั้งใจทำมาให้นั่นแหละ

 

 

“เอาของของเธอมาให้ฉันสิ .. ฉันขอ” ซูจินพูดใส่หลังคนที่ยังเดินไปไม่ไกล

 

ขาของคนที่ถูกขอหยุดชะงัก สงบสติตัวเองอยู่สักพักก่อนอมยิ้มหันมาให้คำตอบ

 

 

 

 

 

 

“ฝันไปเถอะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เอาข้าวไปให้ซูจินหรอ” จองกุกถามอย่างไม่รู้สึกอะไร ถามเพราะเห็นว่าจีมินกลับเข้ามาโดยไม่มีข้าวที่ถือออกไป และเดาว่าเป็นซูจิน เพราะคิดว่าจีมินจะทำดีกับเพื่อนของตัวเอง

 

เพื่อนของตัวเอง ตัวเองหมายถึงเพื่อนของจองกุก

 

“อืม”

 

 

 

“สนิทกันหรอ.. เอาข้าวไปให้กันด้วย” จองกุกถามต่อขำๆ

 

 

“เหมือนจองกุกไง”

 

 

 

 

 

 

อะไรเหมือนจองกุกครับ

 

 

สนิทเหมือนจองกุก หรือเอาข้าวไปให้เหมือนจองกุก

 

จองกุกนิ่งไป เมื่อเรื่องที่ลืมไปแล้วกลับฉายซ้ำ แต่ก็ยังทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไร จองกุกเดาว่าความหมายของจีมินคือ สนิท จึงปฏิเสธไป

 

ที่คิดว่าจีมินหมายถึง สนิท เพราะเชื่อว่าจีมินไม่รู้เหตุการณ์ในวันนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“รบกวนหน่อยได้ไหม เย็นนี้”

 

ซูจินที่เข้ามาในห้องของผู้จัดการจอนอยู่บ่อยๆ ทั้งที่สามารถใช้ลูกน้องของตัวเองให้มาแทนก็ได้ กล่าวขึ้นหลังจบธุระเรื่องงาน เธอมีเรื่องให้เพื่อนคนนี้ช่วยเหลือ

 

 

“อะไร” จองกุกเงยหน้าขึ้นมามอง พักหลังนี้ซูจินไม่ค่อยมาวุ่นวายกับเขาเท่าไหร่นักแล้ว

 

 

 

“พ่อแม่บุญธรรมของซูจินท่านมาจากต่างประเทศน่ะ จะกลับพรุ่งนี้แล้ว แต่ซูจินยังไม่ได้ซื้อของฝากให้ท่านเลย..” จองกุกฟังซูจินพูดไป ก็พอจะรู้ว่าซูจินต้องการอะไร มือหนายกมาเกาท้ายทอยทั้งที่ไม่ได้รู้สึกคัน

 

“...”

 

“.. คุณช่วยไปเลือกของกับซูจินหน่อยได้ไหม ของผู้หญิงซูจินเลือกได้ แต่ของผู้ชายซูจินไม่ถนัดอ่ะ” คนชวนยิ้มในใจเมื่อทีท่าของจองกุกดูเหมือนจะตกลง

 

ก็ไม่ใช่ว่าจะมารบกวนบ่อยๆ จองกุกคิดว่าเรื่องแค่นี้เขาสามารถช่วยเหลือได้

 

“เย็นนี้หรอ ตกลง .. ว่าแต่ ทำไมไม่ชวนพี่กูรึมล่ะ ไม่ว่างหรอ”

 

“ห๊ะ” ซูจินตกใจ ที่อยู่ดีๆ จองกุกก็พูดชื่อกูรึม

 

 

จองกุกพยายามไม่มองหน้าเพื่อนร่วมงาน ด้วยเข้าใจว่าคงทั้งเขิน ทั้งตกใจ ที่เขารู้เรื่องความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง

“พี่กูรึมเขาเป็นคนดีนะ..”

 

ซูจินเริ่มเข้าใจที่จองกุกพูด เธอไม่ปฏิเสธเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จองกุกเข้าใจหรอกนะ แต่จองกุกดูจะเข้าใจผิดไป เพราะนั่นมันเป็นเรื่องในอดีต

 

 

แต่ไม่ปฏิเสธหรอก หากมันทำให้วันนี้ จองกุกยอมออกไปกับเธอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จีมิน วันนี้ผมกลับช้าหน่อยนะ ไปเป็นเพื่อนเพื่อนซื้อของ” เลิกงานแล้ว จองกุกโทรรายงานภรรยาที่บ้าน หลายปีก่อนเขาไม่ทำแบบนี้ เขาไม่ได้โทรบอกให้คนที่บ้านรู้หากจะไปไหน หรือกลับช้า เรียกว่าบอกบ้างไม่บอกบ้าง แต่ตอนนี้เขารู้ความสำคัญของการรายงานตัวกับเมียแล้ว

 

 

เขาไม่โทรบอกว่าไปไหน เพราะคิดว่าคนที่บ้านจะเชื่อใจ ไม่เซ้าซี้ ทุกวันนี้จีมินก็ยังเชื่อใจเขาอยู่อย่างนั้น แต่ตอนนี้เขาอยากโทรบอกจีมินทุกครั้ง เพราะไม่อยากให้เป็นห่วง

 

 

“อึนอูหรอ” ถ้าบอกว่าเพื่อน จีมินก็รู้จักอยู่คนเดียว เพื่อนสนิทคนเดียวของจองกุก

 

“.. .... ...” เพราะเพื่อนที่ว่าไม่ใช่อึนอูที่จีมินรู้จัก จองกุกเลยตะกุกตะกักอยู่อย่างนี้

 

 

ถึงจะไม่รู้ว่าเพื่อนที่จองกุกพูดนั้นหมายถึงใคร แต่ทุกครั้งจีมินก็ไม่เคยถามเลยสักครั้ง แล้วทำไมครั้งนี้ถึงได้ถามนะ นี่คือสิ่งที่จีมินถามตัวเอง

 

“ไปดื่มต่อหรือเปล่า” จีมินเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากฟังความจริง และไม่อยากให้จองกุกโกหก

 

 

“ไม่ๆๆ เดี๋ยวก็กลับ ผมจะรีบกลับ รอกินข้าวด้วยนะ” จองกุกรีบบอกคนใจดี

 

“อืม ไม่ต้องขับรถเร็วนะ จีมินกับลูกรอได้” จีมินใจดีจริงๆ นั่นแหละ รู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ไม่มีอารมณ์หงุดหงิดใดๆ ให้สามีต้องลำบากใจ ตอนนี้จีมินพยายามคิดว่าเพื่อนที่จองกุกพูดถึง อาจจะเป็นใครสักคนที่เขาไม่รู้จัก

“ผมจะรีบกลับ”

“รักจองกุกนะ”

“รักจีมินเหมือนกัน”

 

พูดคุยกันจบ สายก็ถูกตัดไปจากคนทั้งคู่ แค่ไปเลือกซื้อของ ก็กลับบ้านเลย

 

 

“ตกใจหมด มาตั้งแต่เมื่อไร” จองกุกออกอาการสะดุ้ง เมื่อหันกลับมาแล้วพบว่าคนที่เขายืนรออยู่ด้านล่าง ยืนอยู่ใกล้ๆ นี่เอง

 

“เห็นว่าคุยกับจีมินอยู่ เลยไม่ได้ส่งเสียงน่ะ” มาตั้งนานแล้ว “งั้นเรารีบไปเถอะ ..คุณจะได้รีบกลับ”

 

 

 

 

 

“ซูจินว่าจะซื้อสร้อยให้คุณแม่ ซื้อเนคไทให้คุณพ่อ พอถึงห้างแล้ว เราตรงไปร้านสร้อยก่อน ซูจินรู้จักอยู่ร้านนึง พอซื้อสร้อยเสร็จก็ไปร้านเนคไท จองกุกก็ช่วยเลือก เสร็จแล้วก็กลับกันเลย .. เออ จองกุกกลับได้เลยนะ ไม่ต้องไปส่ง เดี๋ยวซูจินกลับเอง”

 

ซูจินร่ายยาวบนรถหรูของเพื่อนชาย พยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่าอยากทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด เผื่อเขาจะใจดีไปส่งที่ห้อง แต่ไม่เลย จองกุกยังคงสนใจแต่ถนนสายตรงหน้า

 

 

 

 

“จองกุกเคยซื้อสร้อยให้ใครไหม” ซูจินถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ขณะที่ตัวเองกำลังเลือกแบบที่ต้องการ

 

“จีมิน” จองกุกตอบ

 

 

“อย่างนี้จองกุกต้องเลือกเก่งแน่เลย” ซูจินว่ายิ้มๆ อยากได้ยินคำว่า จองกุกไม่ได้เลือก จีมินเป็นคนเลือกเอง

 

“ก็คงอย่างนั้น เห็นเขาก็ชอบทุกครั้ง” จองกุกตอบอย่างภูมิใจ ใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม ถ้าพูดถึงจีมิน

 

“ฮ่าๆๆ เอาเส้นนี้ค่ะ” เสียงหัวเราะที่เสแสร้งหยุดลงก่อนหันไปคุยกับพนักงานขาย “อิจฉาจีมินนะ มีคนซื้อของอะไรแบบนี้ให้ด้วย ซูจินสิ ไม่เคยมีใครมาให้อะไรแบบนี้เลย”

 

พูดว่าอิจฉา แต่ทำท่าทางน่ารัก เพราะท่าทางน่ารักแบบนี้ไม่ใช่หรอ ที่เกือบทำให้จองกุกต้องทำผิดไปเมื่อหลายปีก่อน

 

ก็เหมือนเดิม จองกุกว่าท่าทางแบบนั้นมันดูน่ารัก นี่ซูจินอ้อนเขาหรอ

 

“เดี๋ยวผมบอกผู้จัดการให้” อ้อนเป็นนัยๆ ไม่ใช่ว่าอยากให้พี่กูรึมซื้อสร้อยให้หรอ

 

 

จองกุกฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้น

 

“เลิกพูดถึงพี่กูรึมได้ไหม ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว” ซูจินว่าอย่างหงุดหงิด ก่อนรับของแล้วเดินออกจากร้านไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ตัวเอง.. เค้าเมื่อยขาแล้ว กลับกันเถอะ”

 

 

เสียงอ้อนๆ ของหญิงสาวที่เพิ่งเสร็จงานบอกกับคนที่อยู่กับตัวเองแทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงในทุกๆ วัน

 

“ก็กำลังจะกลับแล้วนี่ไง ไม่เห็นต้องทำเสียงอย่างนั้นเลย” ไลอิมบอกเอลิซเสียงอู้อี้ไม่ต่างกัน

 

 

 

“ตัวเองๆๆ เดี๋ยวๆ” เอลิซดึงมือเพื่อนไว้ เมื่อสังเกตเห็นคนที่ตัวเองรู้จักอยู่ในสถานที่เดียวกันกับตัวเอง

 

“มีอะไร”

 

“นั่นพี่จองกุกกับพี่ซูจินไม่ใช่หรอ”

 

“ไหนๆ”

 

 

สี่ตาเห็นว่าเป็นคนเดียวกันจริงๆ และภาพที่เห็นก็แทบจะคิดเป็นอื่นไม่ได้เลย หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นกำลังทาบเนคไทสองสามเส้นไปบนตัวพี่ชายของพวกเธอ

 

จะเป็นลม เกิดอะไรขึ้น พี่จีมินรู้ไหมเนี่ย ถ่ายรูปไว้ดีกว่า มือไวเท่าความคิด และไม่มีใครห้ามใคร ภาพถ่ายราวห้าหกภาพ ถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์เครื่องแพงของไลอิม

 

พี่จีมินต้องรู้เรื่องนี้ ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณจองกุกมากนะ คุณพ่อคุณแม่ต้องชอบแน่ๆ” ซูจินเดินพูดไปยิ้มไป ภารกิจวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว จองกุกไม่เอ่ยปากสักคำว่าจะไปส่ง ไม่ยักรู้ว่าเป็นคนใจร้ายอย่างนี้

 

“ไม่เป็นไร”

 

 

“โอ๊ะ จองกุก..” ซูจินเรียกเพื่อนด้วยน้ำเสียงตกใจ พาลให้จองกุกตกใจไปด้วย

 

“อะไรๆ” อยู่ดีๆ ซูจินก็ยัดถุงของที่ซื้อวันนี้ใส่มือจองกุก

 

 

“คอเล็คชั่นใหม่ ... ถือให้หน่อยนะ ขอไปเลือกก่อน” ซูจินชี้นิ้วเข้าไปในร้านที่พวกเขายืนอยู่ด้านหน้า ก่อนวิ่งเข้าไปโดยที่ไม่ได้สนว่าจองกุกจะโอเคหรือเปล่า

 

 

 

ร้านชุดชั้นในสตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พ่อครับ ปีนี้พ่อจะให้ของขวัญวันเกิดผมหรือเปล่าครับ” บอมกยูถามพ่อตัวเองกลางโต๊ะอาหาร

 

จีมินมองลูกชายคนเล็กอย่างสงสัย ปกติหากมีเรื่องอะไร ลูกชายทั้งสองคนจะปรึกษาแม่ก่อน

 

“ให้สิ ทำไมถามล่ะ พ่อก็ให้ทุกปี”

 

“งั้นผมบอกของที่อยากได้ ได้ไหมครับ” เด็กอายุเก้าขวบพูดกับพ่ออย่างกล้าหาญ

 

“ลองว่ามาสิ” คุณพ่อขอฟังสิ่งที่ลูกชายอยากได้ ดูจะเป็นของที่เขาน่าจะให้ยากนะ เดาจากอาการของลูกชาย

 

จองกุกดีใจนะที่ลูกชายพูดกับเขาก่อน พอลูกๆ เริ่มโตกัน ก็ไม่มีใครอยากจะคุยกับพ่อแล้ว จีมินเคยบอกว่าเขาดุเกินไป

 

 

 

“กีต้าร์ครับ” บอมกยูตัดสินใจพูดออกไปหลังตั้งสติอยู่สี่ห้าวินาที

 

 

จองกุกนิ่งไปหลังจากที่ได้ยิน นี่ลูกชายจะเอาดีทางดนตรีอย่างนั้นหรือ

 

“เครื่องดนตรีชิ้นละไม่กี่บาท ให้แม่ซื้อให้ก็ได้มั้ง ไม่เห็นต้องมาขอพ่อเลย” จองกุกยอมรับที่จะให้สิ่งที่ลูกขอเป็นของขวัญวันเกิด แต่เขาสงสัยว่าทำไมลูกถึงกล้ามาขอเขา ทั้งที่ถ้าขอแม่ บอมกยูคงไม่ต้องรวบรวมความกล้าขนาดนี้

 

“เพราะพี่ยอนจุนเรียนเก่งมากๆ ครับ ถ้าผมจะชอบดนตรี ผมไม่รู้ว่าพ่อจะโอเคหรือเปล่า ถ้าพ่อยอมให้กีต้าร์เป็นของขวัญ ผมจะถือว่าพ่อโอเคกับความชอบของผมครับ”

 

 

บอมกยูพูดประโยคยาวกับจองกุก จีมินกับยอนจุนมองหน้ากัน บอมกยูชอบดนตรี แต่ก็ไม่ได้เรียนไม่เก่งขนาดนั้น แต่เป็นเพราะยอนจุนเรียนเก่งมากๆ เป็นพี่น้องกันก็ต้องเกิดการเปรียบเทียบกันเป็นธรรมดา แต่แม่จีมินของเขาไม่เคยทำให้สอ่งพี่น้องต้องรู้สึกไม่ดีต่อกัน จีมินสนับสนุนลูกของเขาทุกอย่าง

 

จองกุกหัวเราะในลำคอ เคยแต่นึกน้อยใจว่าลูกไม่สนิทกับตัวเอง แต่พอได้ฟังบอมกยูพูดอย่างนี้ ก็เหมือนเห็นเงาตัวเองในตัวลูกชาย ดูจากสีหน้าจีมินแล้ว คงไม่รู้ว่าลูกชายจะพูดแบบนี้กับเขา บอมกยูเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเองจริงๆ

 

 

“จะไปเลือกเองหรือให้พ่อเลือกให้”

 

คำถามที่เป็นคำตอบของจองกุก บอกให้คนทั้งบ้านดีใจ ถ้ารู้ว่าใจดีกับลูกแล้วเขาจะได้รับรอยยิ้มแบบนี้ จองกุกคงจะทำให้ดีกว่านี้เสียตั้งนานแล้ว

 

เสียงสัญญาณข้อความของโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างจองกุกเรียกความสนใจจากความสุขบนโต๊ะอาหาร

 

 

เนื้อหาในนั้นทำเอาหัวหน้าครอบครัวอย่างจองกุกต้องขอตัวเดินออกไปด้วยเหตุผลที่ว่า

 

“ขึ้นห้องแล้วนะ ปวดหัว”

 

 

 

 

“พ่อไม่ได้ปวดหัวเพราะผมใช่ไหมฮะ” บอมกยูถามแม่หลังจากพ่อเขาเดินออกไป

 

“ไม่น่าใช่หรอก .. ว่าแต่ลูกแม่เถอะ เก่งมากเลย” ห่วงจองกุก แต่เด็กที่อยู่ตรงหน้า สำคัญที่สุด

 

“ฮยองยกนิ้วให้” ยอนจุนชูนิ้วโป้งให้น้องชายคนเก่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ปวดหัวหรอ กินยาหรือยัง” จีมินถามทันทีเมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้ามา จองกุกยังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

 

ปวดหัวจริงหรอ ปวดหัวก็ไม่น่ามานั่งอ่านหนังสือแบบนี้นะ ควรจะนอนพักผ่อนมากกว่า

 

 

จีมินอาบน้ำเสร็จแล้ว จองกุกก็ยังไม่นอนเสียที จีมินถามอีกครั้ง ด้วยความเป็นห่วง

 

“ปวดหัวแล้วทำไมไม่รีบนอนล่ะ กินยาหรือยัง”

 

จองกุกมองคนตัวเล็กที่ดูแลเขา ดูแลลูกเขามาสิบกว่าปี ล้มตัวนอนข้างๆ

 

 

 

“ซูจิน .. เพื่อนวันนี้คือซูจิน” จองกุกพูดออกมา

 

“หมายความว่าอย่างไง” จีมินถามเสียงเรียบ ทั้งที่รู้อยู่แล้ว

 

จองกุกเล่าเรื่องวันนี้ให้ภรรยาตัวเองฟังทั้งหมด เรื่องที่ซูจินขอให้เขาไปช่วยเลือกของให้พ่อแม่บุญธรรม

 

ทั้งหมดของจองกุก คือทั้งหมดที่เล่าได้

 

 

ทำไมจองกุกถึงเล่าเรื่องพวกนี้ให้จีมินฟัง ทั้งที่ไม่มีความคิดที่จะเล่าเรื่องไร้สาระแบบนี้

 

 

 

หนูไม่รู้นะคะพี่จองกุก ว่าทำไมพี่ถึงมาอยู่กับพี่ซูจินสองต่อสองแบบนี้ได้ ตอนแรกหนูจะส่งรูปนี้ให้พี่จีมิน แต่หนูกลัวพี่จีมินเสียใจ พวกหนูสงสารน้องยอนจุนน้องบอมกยู เพราะฉะนั้นหนูเลยส่งรูปนี้ให้พี่จองกุกแทน ไม่ว่าเหตุผลของรูปนี้คืออะไร แต่หนูจะจับตาดูพี่ไว้นะคะ ถ้าพี่ทำให้พี่จีมินเสียใจ พวกหนูจะอยู่ข้างพี่จีมิน และหนูจะไม่ใจดีกับพี่เหมือนเมื่อสิบสองปีที่แล้ว จะโกรธพวกหนูก็ได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

 

 

 

 

 

“ตกลงไม่ได้ปวดหัวใช่ไหม” จีมินถามขำๆ ทั้งที่เพิ่งได้ฟังความจริงที่ว่าสามีตัวเอง ออกไปกับผู้หญิงที่ชื่อซูจิน

 

 

“ขอโทษนะ” จองกุกเริ่มจะปวดหัวจริงๆ เสียแล้วล่ะ ทำไมชีวิตต้องยากอย่างนี้

 

“ไม่ได้ทำอะไรผิดนิ่ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด จีมินเชื่อว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด..” จีมินกอดสามีตัวเอง “.. ไม่ต้องขอโทษนะ อย่าคิดมาก”

 

 

จองกุกกอดตอบภรรยาตัวเอง

 

 

 

 

 

 

“จองกุก”

“หืม”

 

สองสามีภรรยายังกอดกันแน่นเหมือนเป็นหนุ่มสาว บนเตียงนุ่มไฟสลัว

 

 

 

“จีมินขออะไรคุณได้ไหม” จีมินพูดใส่แผงอกที่กั้นแก้มเนียนด้วยผ้าชุดนอนผืนนุ่มบาง

 

“ได้สิ”

 

 

“เลิกยุ่งกับซูจินได้ไหม”

 

จองกุกแทบจะตอบออกมาทันที แต่กลับส่งลมหายใจยาวๆ ออกมาก่อน

 

 

“ได้ ได้อยู่แล้ว ผมทำเพื่อคุณได้อยู่แล้วจีมิน แม้ว่าเรื่องที่คุณขอมันจะไร้สาระแบบนี้ก็เถอะ”

 

 

อยู่ดีๆ ใจก็เต้นแรงด้วยความโกรธ จองกุกไม่เคยมองเรื่องนี้เป็นปัญหาเลยสักครั้ง ต้องให้เราทะเลาะกันมากกว่านี้หรืออย่างไง .. จองกุก

 

 

จีมินผละออก พลิกตัวนอนหันหลังให้ จองกุกรู้ว่านั่นเป็นเพราะจีมินโกรธ แต่เขาก็ยังเชื่อว่าเขาทำถูก พูดถูก

 

 

“ร้องไห้หรอ ... ขอโทษ” จองกุกเอื้อมมือไปลูบหางตาคนรักเหมือนที่เคยทำเวลาจีมินร้องไห้

 

 

เสียใจ จีมินเสียใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองชั่วโมงก่อนหน้า

 

 

เห้อ อิจฉาจัง ที่เธอได้สามีดีขนาดนี้ ฉันเข้ามาเลือกชุดชั้นใน เขาก็ไม่มาวุ่นวายเลย ส่วนรูปนั่น.. บอกตรงๆ ว่าแอบถ่ายมา กลัวเธอไม่เชื่อว่าสามีเธอดีน่ะ ... อยากได้ผัวดีๆ อย่างจองกุกจัง ขอดีๆ ให้ได้ไหมจ๊ะ

























------- ขอ -------




















Talk : 



พบคนหน้าด้าน 1 อัตราค่ะ ฮึ่มมม 

โมโห!!! จะขออะไรง่ายขนาดนั้น ผัวนะเว้ย

อีผัวนี่ก็เหมือนกัน เดี๋ยวเหอะๆๆ รอก่อน
แม่จะคิดบัญชีให้สาสมเลย





ปล.เรื่องใบสั่ง เราไม่แน่ใจว่าที่เกาหลีใต้มีอะไรแบบนี้หรือเปล่า 
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าอ่านเพื่อความบันเทิงแล้วกันนะคะ




.....

เราตั้งใจเขียนให้ตัวละคร เป็นบุคคลทั่วไปที่เราสามารถพบเจอได้ในชีวิตของทุกคน
พระเอกนางเอก ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผลไปกับทุกๆ เรื่องในชีวิต
ถูกต้องไหมคะ 
ตัวร้ายก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเรื่องดีเลย 
แค่เขาไม่ได้คู่กับพระเอกหรือนางเอก ก็ไม่ได้หมายความว่าบทบาทอื่นของเขาจะต้องเป็นคนเลว
อย่างเวลาเราเจอเพื่อนที่ทำไม่ดีกับเรา พูดจากระแหนะกระแหนเรา แต่เขาอาจจะเป็นลูกที่กตัญูกับพ่อแม่ก็ได้
อันนี้พูดถึงเรื่องทั่วไปในชีวิต

ส่วนจองกุกน่ะ เราในฐานะคนเขียน สามารถบอกตรงๆ ได้ ว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่ บลาๆๆ ตามที่ทุกคนสงสัย
แต่เรา(หมายถึงเราทุกคน)ไม่เคยทำอะไรตามใจโดยที่ไม่มีเหตุผลหรอคะ

ยังย้ำอีกทีนะคะว่าจองกุกน่ะ เขามีเหตุผล เราไม่อยากบอกโต้งๆ ว่า เรื่องงานนะ เรื่องเพื่อนนะ เรื่องส่วนตัวนะ อะไรแบบนี้
เพราะเราไม่อยากชี้นำความคิดของคนอ่านจนเกินไปค่ะ



อ้าว พูดเยอะ 

ขอบคุณทุกคนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นนะคะ 
อยากปริ้นคอมเม้นของทุกคน เก็บไว้เป็นเล่มๆ เอาไว้อ่านเลย



ทุกคนอ่านตอนนี้จบ ก็เฝ้ารอว่า ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร

เราคนเขียน เมื่อลงตอนตอนหนึ่งๆ ไป ก็เฝ้ารอว่า คนอ่านจะคิดเห็นอย่างไร เช่นกันค่ะ








Add 

ฮืออออ นิยายได้อันดับที่ 3 ของหัวข้อ kookmin อะทุกคนนน
ใน wattpad อ่ะค่ะ
ไม่รู้เขาคิดอันดับอย่างไร แต่ขอบคุณมากๆ นะคะ











ฝ่ายขาย

รายละเอียดการจอง Grow KOOKMIN แบบไฟล์ คลิกที่นี่






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

438 ความคิดเห็น

  1. #427 worldaomz (@worldaomz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 18:29
    ความผู้ชายอ่ะเนอะ ไม่คิดอะไรทั้งนั้น ต้องได้ทะเราะกันก่อน เฮ้อออ บักจองกุกเอ๊ยยยยยย
    #427
    0
  2. #372 Phiphiprimpan (@Phiphiprimpan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 10:24
    ตบกับชั้นมั้ย นังซูจิน…
    #372
    0
  3. #310 NaAuAhgase (@NaAuAhgase) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 18:44
    ซูจิน​ อีสัส​ ขอตบที
    #310
    0
  4. #246 jikookkookmin (@jikookkookmin) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 17:47

    ทำไมจองกุกพูดเเบบนนั้นมันไร้สาระตรงไหน!!!!จองกุกคือโง่เเท้!!จะเอาอีซูจินหรอเอามันสิ!จีมินมาหาเรามาอย่าไปอยู่กับคนโง่ค่ะ//อินมากอยากตบกระบาลจองกุก
    #246
    0
  5. #245 modminn (@modmendes) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 12:02
    จองกุกกฉลาดๆหน่อย!!!
    #245
    0
  6. #242 KMtimes (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:58

    ว่าแล้วววว ว่าแล้วววว นังนี่มันร้าย ว่าแล้วววเชียว!!!!! อยากจะเหมาทุเรียนไปฟาดเข้าใหห้ จีมินน้องงง จีมินนเป็นภรรยาที่ดีมากๆเลยอ่ะ ต่อหน้าลูกๆจีมินไม่เคยแสดงให้เห็นถึงอารมณ์หรือการทะเลาะกันผิดใจกันกับสามีเลย จีมินรักลูกมาก ฮืออ เป็นคนที่เข้มแข็งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วคนเก่ง ฮืออออ จีมินนนเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ไง เป็นเราคงระเบิดลงใส่สามีแล้ว ถ้าได้ข้อความแบบบนั้นมา ฮือออจีมินนนน จองกุกก็ไม่รุ้อะไรเลยยยย

    #242
    0
  7. #241 Hottest > (@zayiizie) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:50
    งือออออ สงสารจีมิน
    #241
    0
  8. #240 ThanatchaMeechun (@ThanatchaMeechun) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 23:47
    ไรค์รู้ไหมว่าเรากว่าจะทำใจอ่านได้มันนานมากนะ. ฮือไม่อยากดราม่าเยอะเลยอ่า อยากตัดบทอีซูจีเร็วๆเเล้วอ่า ไม่อยากให้จีมินดูโง่ได้โปรดดดด
    #240
    0
  9. #239 jiminpunch (@jiminpunch) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:49

    ดีใจด้วยนะคะ ไรท์ // กุกเธอนะ ไม้เรียวรอแล้วนะ ทำน้องร้องไร้เลย เดะจะตีให้ก้นลาย
    #239
    0
  10. #238 Sunthree_55 (@Sunthree_55) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:47
    ไม่ฉลาดเรื่องผู้หญิงใช่ไหมล่ะจองกุกอ่ะ ngo!!
    #238
    0
  11. #237 karong2 (@karong) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:26
    เฮ้อเหนื่อยใจกับจองกุก​จริงๆ​ สงสารจีมินมากๆซูจินก็หน้าด้านเกินไปทำไมจองกุกดูไม่ออกว่าซูจินเสเเสร้งนะ ฮืออ
    #237
    0