ตอนที่ 28 : Faithful 2 : เหตุการณ์ในวันนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62



 

 

 

 

 

วันทำงานวันแรก จองกุกถูกพาไปดูห้องทำงานใหม่ทันที ห้องของผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ดูแลในส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ชิ้นหนึ่งของบริษัท จึงไม่ใช่ห้องทำงานเดิมของฮันกูรึม ตอนนี้จองกุกมีห้องทำงานส่วนตัวแล้ว ไม่ได้เป็นโต๊ะเดี่ยวที่อยู่รวมกับลูกน้องอีกแล้ว

 

หลังจากพูดคุยกับจุนกอลจบ จองกุกได้เดินไปที่ที่ทำงานเดิมซึ่งอยู่คนละชั้น

 

 

 

 

 

“ยังขยันกันเหมือนเดิมเลยนะครับ ทีมนี้” ไม่มีใครเห็นจองกุกที่เดินเข้ามาเงียบๆ เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จึงออกอาการดีใจกันใหญ่

 

“จองกุก! ไม่ใช่ๆ หัวหน้าจองกุก .. ไม่ๆๆ ผู้จัดการจอนต่างหาก ไม่คิดว่าจะมาหาถึงที่นี่เลยค่ะ” โบราผู้ที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งเดิมของจองกุกเข้ามาทักทายก่อนใคร

 

ตอนนี้พวกเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันในงานแล้ว แต่ทุกคนก็ยังเคารพจอนจองกุกเหมือนเดิม

 

 

“สบายดีกันนะครับ”

 

“สบายดีครับ แต่ช่วงนี้จะยุ่งๆ กันหน่อย” หนึ่งในลูกน้องคนสนิทตอบ

 

“ได้ยินมาเหมือนกันครับ .. อืม งั้นผมไม่กวนแล้ว เดี๋ยวมีเวลาว่างเราไปหาอะไรกินกันนะครับ ผมขอตัวไปหาคุณกูรึมก่อน”

 

ร่ำลากันอยู่สักพักพอเหมาะกับที่คิดถึง จอนจองกุกก็เดินมาถึงหน้าห้องทำงานของอดีตหัวหน้าที่ตัวเองรักและเคารพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ยินดีกับตำแหน่งใหม่ด้วยนะ ในที่สุดก็ก้าวผ่านผมไป ในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าคุณ ผมรู้สึกยินดีจริงๆ” กูรึมมองรุ่นน้องอย่างภาคภูมิใจ จอนจองกุกไปไกลกว่าเขาแล้ว นั่นก็เพราะความสามารถของจองกุกนั่นแหละ

 

“เพราะพี่คอยช่วยเหลือและสนับสนุน ผมเลยมาถึงตรงนี้ได้ ขอบคุณจริงๆ นะครับ” ไม่พูดเปล่า จองกุกยังโค้งให้อย่างเคารพอีกด้วย

 

 

การสนทนาเพื่อไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบเรื่องส่วนตัวรวมถึงเรื่องงานยังคงดำเนินไปอย่างลื่นไหลด้วยความสนิทกัน ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู

 

 

 

 

ลีซูจิน

 

เป็นซูจินที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมเอกสาร เดาว่าคงเป็นเอกสารที่นำมาให้ฮันกูรึม หญิงสาวเพียงแค่ยิ้มให้จองกุกเท่านั้น ก่อนวางสิ่งที่ถือมาไว้บนโต๊ะทำงานเจ้าของห้อง

 

 

“สวัสดี ไม่เจอกันนานเลยนะจองกุก ไม่สิ ต้องเป็น ผู้จัดการจอน” ซูจินยิ้มหวานให้ จองกุกยิ้มรับอย่างคนใจดี

 

 

เวลาสามปี ทำซูจินเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือ ถึงจะไม่ได้อยากจดจำมากเท่าไหร่ แต่จองกุกก็สังเกตได้ว่าเพื่อนคนนี้ดูนิ่งมากขึ้น แม้กระทั่งการแต่งตัวก็เปลี่ยนไป ดูไม่เป็นสาวเปรี้ยวเหมือนเมื่อก่อนเลย

 

เลิกคิดดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าสนใจผู้หญิงคนนี้มากเกินไป

 

 

“สวัสดีซูจิน สบายดีไหม” จองกุกทักทายกลับไป

 

“สบายดี .. ยินดีด้วยกับตำแหน่งใหม่นะ เจอกันแบบนี้อยากเลี้ยงข้าวสักมื้อจัง แต่เย็นนี้ซูจินไม่ว่าง.. .. ขอเป็นมื้อกลางวันได้ไหม .. พี่.. คุณกูรึมไปด้วยกันนะคะ” หญิงสาวหันมาชวนอย่างนิ่ง

 

“ไม่ไปหรอก ไปกันเถอะ ดูคุณอยากไปกับเขาแค่สองคนมากกว่าอยากให้ผมไปด้วยนะ”

 

กูรึมปฏิเสธนุ่มนวล ไม่ว่าเขาจะไปหรือไม่ไป ก็ไม่มีอะไรให้น่ากังวลหรอก ซูจินของเขาไม่ใช่คนเดิมที่คอยแต่จะตามติดจองกุกอีกแล้วเขารู้ดี กูรึมรู้จักซูจินดี

 

 

“ไม่ค่ะ ไปด้วยกันเถอะ ให้ไปกับจองกุกแค่สองคนมันก็..”

 

“โอเคๆ ไปก็ไป เจอกันข้างล่างตอนเที่ยงก็แล้วกัน” กูรึมตอบรับไป จองกุกยิ้มทันที อ๋อ หมอนี่ยังไม่พร้อมไปไหนกับซูจินแค่สองต่อสองสินะ

 

 

“งั้นซูจินขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็เดินออกไป ปล่อยให้สองหนุ่มยังคงคุยกันต่อ

 

 

“เหนื่อยกับซูจินมามากเลยสินะ” กูรึมเห็นใจ จองกุกก็ได้แต่ยิ้มเฝื่อน ปฏิเสธไม่ออก ก่อนหน้านี้เขาเหนื่อยกับซูจินจริงๆ นั่นแหละ

 

 

“แต่เขาดูเปลี่ยนไปนะครับ”

 

“อืม เปลี่ยนไปแล้วล่ะ ฉันการันตี”

 

 

 

“ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงกล้ารับประกัน แต่ผมขอเชื่อพี่ก็แล้วกันนะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มื้อเที่ยงของวันนี้ จองกุก กูรึม และซูจิน พวกเขาทั้งสามคนไปทานอาหารด้วยกันในร้านอาหารเกาหลีที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลที่ทำงาน และด้วยความที่ไม่ได้เจอกันนาน เรื่องราวที่อยู่ในบทสนทนาจึงน่าสนใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว

 

 

บ่ายกว่าเลย กว่าที่คนทั้งสามจะกลับมาถึงบริษัท ลิฟท์หนึ่งตัวตอนนี้จุพวกเขาแค่สามคน ซูจินออกไปก่อนเพราะห้องทำงานอยู่ชั้นน้อยกว่า

 

 

“พี่กับซูจิน..” จองกุกพูดเท่านั้นตอนที่อยู่ในลิฟท์เพียงสองคนกับฮันกูรึม

 

คนที่อยู่ในลิฟท์ตัวเดียวกันหันมามองคนที่ดูเหมือนจะมีคำถาม กูรึมมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีอาการอะไรที่จะทำให้จองกุกเดาสิ่งที่ตัวเองสงสัยได้

 

 

แต่แค่ไม่ถาม ก็คือคำตอบแล้วไม่ใช่หรือ

 

 

“เปล่าครับ”

 

เป็นเวลาเดียวกับที่กูรึมต้องออกจากลิฟท์พอดี

 

 

 

ที่มั่นใจว่าซูจินเปลี่ยนไปแล้วเพราะแบบนี้เองสินะ จองกุกยิ้มออกมา ยินดีนะ ถ้าพี่กูรึมกับซูจินจะคบกัน ซูจินก็น่ารักดี ส่วนพี่กูรึมแม้จะเป็นพ่อม้าย แต่เขาก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ

 

จองกุกคิดอย่างนี้เมื่อสังเกตความสัมพันธ์ของคนทั้งสองระหว่างมื้ออาหาร จริงๆ ก็ไม่มีอะไรที่แสดงออกมาเด่นชัดหรอก แต่เขาว่าเขาดูออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันแรกในการทำงานในเกาหลีหลังจากกลับมาจากอังกฤษหมดลง จองกุกขับรถเข้าจอดในโรงจอดรถของบ้านตัวเอง วันนี้บ้านดูเงียบๆ

 

 

“มาแล้วหรอ” จีมินออกมาต้อนรับสามีที่เพิ่งกลับมาถึง

 

“ลูกล่ะ” จองกุกให้เสื้อสูทกับคนที่ยื่นมารับไป

 

“บอมกยูอยู่บ้านนู้นกับยุนจี พี่ยุนกิไปรับมาจากโรงเรียน ส่วนยอนจุนอ่านหนังสืออยู่ข้างบน” จีมินพูดแล้วนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขกพร้อมจองกุก

 

จองกุกหยิบแก้วน้ำเย็นที่วางอยู่มาดื่ม ดูเหมือนว่าจีมินจะเพิ่งเอามาวางก่อนหน้านี้เอง

 

 

“ยอนจุนขยันดีนะ...”

 

“ถ้าได้แม่ก็แย่เลย” จีมินจัดการแซวตัวเองเสร็จสรรพ เรียกรอยยิ้มให้คนที่เพิ่งกลับมาจากทำงานเหนื่อยๆ

 

 

 

 

“บ้านอยู่ใกล้ที่ทำงานแบบนี้ดีเนาะ คุณจะได้ไม่ต้องขับรถเหนื่อย” จีมินวางขนมที่ตัวเองทำวันนี้ให้จองกุก

 

“ประมาณชั่วโมงนึง” จองกุกพูดต่อ เพราะเขาเองก็ลองจับเวลาดูเหมือนกัน

 

 

“อย่างนี้ก็ไปเถลไถลที่ไหนไม่ได้แน่ๆ”

 

“ผมนี่นะ” จองกุกชี้ตัวเองอย่างขำๆ ก่อนหยิบคุ้กกี้รสนมมากินต่ออีกชิ้น

 

 

จีมินมองคนที่กินขนมฝีมือตัวเองก็ภูมิใจ ภูมิใจในฝีมือการทำขนมของตัวเอง ส่วนเรื่องที่พูดไปเมื่อครู่นี้ ขอยังไม่ออกความคิดเห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พาลูกชายมาส่งครับบ” เสียงแทฮยองพูดดัง ทั้งที่คนที่อยากให้ได้ยินก็เดินมาทั้งคู่แล้ว

 

“โวยวายเหมือนเดิมเลย พ่อยุนจีอ่ะ” ยุนกิที่อุ้มลูกสาวเดินมาพร้อมกันบ่นให้

 

 

บอมกยูละมือจากคุณลุงเพื่อวิ่งเข้าใส่คุณแม่ของเขา จีมินย่อตัวอุ้มลูกชายขึ้นมา ตัวไม่ใช่เล็กๆ แล้ว แต่คุณแม่ก็พออุ้มไหว

 

แก้มนุ่มของคุณแม่ถูกขโมยตัวน้อยหอมไปอย่างเต็มใจ คุณพ่อจองกุกพยายามยื่นแก้มสากๆ ของตัวเองไปให้ลูกชายหอมบ้าง แต่ลูกชายดันส่ายหัวปฏิเสธอย่างแรง

 

 

อะไรอ่ะ ติดนิสัยยุนจีมาหรอ

 

 

 

“ว๊าย ลูกไม่รัก”

 

“เบาหน่อย อายุไม่น้อยละ” จองกุกว่าพี่ชาย แทฮยองลอยหน้าลอยตา แต่ไม่กล้าท้าทายให้ลูกสาวมาหอมแก้มตัวเอง เขาก็เจ็บมาเยอะเหมือนกัน

 

 

 

“ทานข้าวเย็นด้วยกันนะ” จีมินชวน ถึงจะรู้ว่าพวกเขาคงไม่อยู่ทานด้วยกัน

 

“ไม่จ่ะ คุณพ่อคุณแม่รออยู่” ยุนกิตอบง่ายๆ แต่ก็เข้าใจ

 

 

ครอบครัวแทฮยองมาเพื่อส่งหลานชายให้พ่อแม่เขาเท่านั้นจริงๆ และดูเหมือนจะต้องแบบนี้ไปอีกนานซึ่งพวกเขาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว อย่างไรซะ บอมกยูกับยุนจีก็เรียนโรงเรียนเดียวกัน อายุก็ไล่เลี่ยกัน แถมเด็กสองคนก็ดูสนิทสนมกันด้วย เป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันกว่าพี่น้องจริงๆ เสียอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำลังจะจบไปอีกหนึ่งวัน จองกุกและจีมินเตรียมตัวนอนกันแล้ว

 

“เป็นอย่างไงบ้าง ที่ทำงาน” จีมินนอนตะแคงมือเท้าหัวถาม

 

“ก็ปกตินะ มีแค่ห้องทำงานใหม่ที่ผมส่งไปให้คุณดูนั่นแหละ” จองกุกพูดถึงรูปที่เขาถ่ายส่งไปในแชทของภรรยา “วันหลังไปก็ได้นะ”

 

 

“ไม่ไปหรอก จะไปให้วุ่นวายคุณทำไม” ตอบแล้วก็นอนหงายห่มผ้า หลังจากเอื้อมมือไปปิดโคมไฟเล็กๆ ที่อยู่ข้างหัวเตียง

 

 

“ฝันดีนะที่รัก”

 

 

“จองกุก” เสียงจีมินเรียก

 

 

“หืม” จองกุกตอบทั้งที่หลับตา

 

 

“จองกุกเคยโกหกจีมินไหม” จีมินมองนิ่งไปบนเพดาน

 

 

“ไม่เคย” จองกุกไม่ได้ตอบทันที

 

“...”

 

“...”

 

 

 

“แล้วเรื่องที่ปิดบังล่ะ ... มีไหม” จีมินหันหน้าไปถามคนที่นอนอยู่ข้าง

 

จองกุกลืมตาเพราะรู้ว่าจีมินหันมาทางตน สายตาที่ต้องการคำตอบนั้น ...

 

จีมินกอดจองกุกกลับ พร้อมรอคำตอบของคนที่คางเกยหัวตัวเองอยู่

 

“มี”

 

 

“...”

 

 

“แต่เชื่อใจจองกุกได้ไหม”

 

 

“...”

 

 

“ได้ไหมครับ”

 

 

“...” มีเพียงการพยักหน้าที่เป็นภาษาทางกายเท่านั้น ที่แทนคำตอบว่า จีมินจะเชื่อใจจองกุก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองอาทิตย์ที่แล้ว

 

 

โอ๊ะ อันนี้ซองที่จีมินได้มาวันสุดท้ายก่อนที่จะไปอังกฤษนิ่ จีมินจำได้แม่น เพราะวันที่ที่เขียนไว้ตัวใหญ่ๆ นั่น ตรงกับวันที่บอมกยูเข้าโรงพยาบาล

 

 

สำเนาเอกสารเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของคอนโด จีมินคุ้นเคยกับมันดี ตรงนี้ควรจะระบุชื่อเจ้าของไว้ด้วย แต่ดูเหมือนคนที่ส่งมาให้จะไม่ต้องการให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของนะ

 

ปิดชื่อผู้ครอบครอง แต่บอกที่อยู่ครบ รวมถึงเลขห้องด้วย

 

ถ้าไม่อยากให้รู้แล้วจะส่งมาให้ทำไม จีมินนึกตลกในใจ

 

 

 

เก็บใส่ไว้ที่เดิมดีกว่า คงอยากขาย จะทำให้สนใจหรอ จีมินไม่ได้มีเวลาขนาดนั้นสักหน่อย

 

 

โอ๊ะครั้งที่สอง ยังมีอะไรอยู่ในซองอีกหรอ จีมินรู้สึกตอนที่กำลังจะยัดเอกสารหนาลงไป

 

 

ภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่รถคันหนึ่งจอดหน้าตึก คนคนหนึ่งยืนคุยโทรศัพท์อยู่ตรงล็อบบี้ เดินเข้าลิฟท์ ออกจากลิฟท์ และเข้าห้องห้องหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จอนจองกุก

 

























------- เหตุการณ์ในวันนั้น -------

























Talk :



เดี๋ยวนะ จีมินรู้เรื่องที่จองกุกไปหาซูจินแล้วอย่างนั้นหรอ (T_T)




ซูจินกับพี่กูรึมทำไมคะจองกุก O_o #ทีมเผือก











จะวาง schedule ไว้ทำไม สุดท้ายทำไม่ได้
อัพก่อนซะงั้น 5555 

... เรายังเฝ้ารอคอมเม้นของทุกคนเหมือนเดิมนะคะ
อย่าปล่อยให้เราเหี่ยวเฉาเลย ~T_T~




ปล. เราคงอัพตามแพลนที่ให้ไว้ไม่ได้
รอไม่ไหวน่ะค่ะ อยากอัพก่อน
ถ้าตอนจบใกล้ถึงเมื่อไหร่ 
เราจะแจ้งคนที่กรอกฟอร์มจองไฟล์ใน DM นะคะ









ฝ่ายขาย

รายละเอียดการจอง Grow KOOKMIN แบบไฟล์ คลิกที่นี่

































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

438 ความคิดเห็น

  1. #230 modminn (@modmendes) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 18:15
    สู้ๆค่ะไรท์/ สงสานจีมินมากกกก
    #230
    0
  2. #228 fahchil (@fahchil) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:53

    จองกุกอย่าทำให้จีมินผิดหวังนะ!!!
    #228
    0
  3. #227 kittengalaxy (@kittengalaxy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:53

    ฮือออออ อยากให้อยู่แบบแฮปปี้จัง ;-; สู้นะคะไรท์ เค้าจะรออ่านตอนต่อไปนะะ ~
    #227
    0