ตอนที่ 18 : Grow step 18 Family life 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 591
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    7 พ.ค. 62



 

 

 

 

 

 

 

 

“เสียดายจัง อีกสองอาทิตย์ยุนกิก็คลอดแล้ว” คิมแทฮยองคุยกับน้องชายในบ้านสองคนในวันหยุด

 

ไม่กี่วันก่อนจีมินโทรมาเล่าให้ฟังว่าจองกุกจะต้องไปทำงานที่ต่างประเทศหนึ่งปี พร้อมบอกรายละเอียดนิดหน่อย

 

สองอาทิตย์ที่แทฮยองพูดถึงนี้หมายถึงสองอาทิตย์นับจากวันที่จองกุกเดินทาง ซึ่งหมายถึงอีกสามอาทิตย์นับจากวันนี้

 

 

“ถ่ายรูปหลานส่งมาให้ดูด้วยนะ” จองกุกเองก็เสียดาย

 

“อืม ..เออแล้วอย่างไง จะกลับมาเที่ยว หรือให้จีมินไปหาล่ะ” แทฮยองถามเกี่ยวกับครอบครัวน้อง

 

“ก็คงให้จีมินกับลูกไปน่ะ น่าจะสะดวกกว่า” แบบนั้นสะดวกกว่าจริงๆ แค่รอให้โรงเรียนยอนจุนปิดเทอมก็พากันไปหาจองกุกได้แล้ว เพราะจีมินเองก็ไม่ได้ทำงานที่มีวันหยุดตายตัวอะไร

 

“ฉันช่วยให้จีมินไปหานายแค่คนเดียวได้นะ”

 

จองกุกรู้ว่าสิ่งที่พี่ชายพูดนั้นหมายถึงอะไร อยากขอบคุณนะ แต่..

 

“จีมินไม่ยอมหรอก เขาติดลูกเขาจะตาย”

 

“เชื่อมือพี่สิไอ้น้อง” แทฮยองเอื้อมมือไปบีบไหล่จองกุก

 

 

 

 

“คุยอะไรกัน คุณพ่อทั้งสอง” จีมินที่เดินประคองยุนกิเข้ามาถาม

 

ตอนแรกทั้งสองนั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน แต่เพราะสายแล้ว แดดแรงขึ้น จึงพากันเดินเข้ามาในบ้าน

 

สำหรับใครที่สงสัยว่าน้องยอนจุนอยู่ที่ไหน คำตอบคือออกไปเที่ยวกับคุณปู่คุณย่า

 

 

“จีมินดูโอเคกว่าครั้งที่จองกุกไปเรียนที่อเมริกานะ” แทฮยองพูดพร้อมยื่นมือไปจับแขนคนรักให้มานั่งข้างๆ

 

“หรอ” จีมินพูดไปอย่างไม่ใส่ใจ เรื่องก็นานมาแล้ว ไม่รู้ว่าโอเคกว่าจริงๆ หรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

ย้อนไปเมื่อเกือบสองเดือนก่อนที่จองกุกตัดสินใจเลือกไปทำงานที่ฮ่องกง วันนั้นก็ทำเอาจีมินเสียน้ำตาไปหลายลิตรเหมือนกัน และไม่ใช่แค่จีมิน จองกุกเองก็น้ำตานอง ไม่ใช่เสียใจที่ต้องแยกกัน แต่น้อยใจทำไมเขาต้องอยู่ห่างลูกห่างเมียแบบนี้อีก

 

โชคดีที่ทั้งจองกุกและจีมินโตพอที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แต่ละคนย่อมมีเหตุผลของตัวเอง และจีมินเคารพการตัดสินใจของจองกุก

 

 

บางครั้งเราต้องเลือกสูญเสียอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อประโยชน์ในระยะยาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันเดินทางไปฮ่องกงของจองกุกมีเพียงจีมินคนเดียวเท่านั้นที่มาส่งที่สนามบิน พ่อแม่ลูกและพี่ชายได้ร่ำลามาแล้วจากที่บ้าน

 

 

“ตลกดีเนาะ ครั้งที่แล้วที่จองกุกไปเรียน ทุกคนมาส่งจองกุกหมดเลย ยกเว้นจีมิน แต่วันนี้มีแค่จีมินคนเดียวที่มา” จองกุกพูดตอนที่รอเข้าไปในเกท

 

จีมินได้แต่พยักหน้า ไม่รู้ว่าต้องตอบอะไร

 

“ถ้าจองกุกหันหลังไปนี่จีมินจะร้องไห้ป้ะเนี่ย” จองกุกพูดตลก จีมินเคยเล่าให้เขาฟังเรื่องที่จีมินร้องไห้หลังจากที่จองกุกเดินออกมาจากห้องนอนจีมินเมื่อครั้งนั้น .. เมื่อหลายปีที่แล้ว

 

“ปากดี ตัวเองเหอะ อย่ามาร้องไห้คิดถึงลูกแล้วกัน”

 

จริงด้วย พูดถึงลูกแล้วคุณพ่อน้ำตาคลอเลย

 

จีมินเห็นจึงขยับเข้าไปใกล้ มือเรียวลูบหลังปลอบ นึกสงสาร ได้อยู่กับลูกแค่ปีเดียวก็ต้องแยกกันอยู่อีกแล้ว

 

“เดี๋ยวจีมินกับลูกไปหา เตรียมหาที่เที่ยวไว้เลย โอเคไหม” เสียงหวานถาม

 

“เดี๋ยวจองกุกโทรหาทุกวันเลยนะ” จองกุกยังหน้าเศร้า

 

“ตอนเรียนก็บอกจะโทรหาทุกวัน ยังยุ่งจนไม่ได้โทรเลย ทำงานไม่ยุ่งกว่าหรอ” จีมินจำได้ทุกอย่าง

 

“แต่เท่าที่ทำงานมาจองกุกว่าตอนเรียนยุ่งกว่านะ .. อืม”

“เอาเถอะๆ โทรมาได้เลย ... เข้าไปเถอะ”

 

“ขอกอดก่อน” จองกุกอ้าแขนรอให้ภรรยาตัวเองเดินเข้ามา

 

จีมินขยับเข้าไปอย่างไม่ลีลา ไม่กอดตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะได้กอด

“ดูแลตัวเองกับลูกดีๆ นะ” คนที่กำลังจะเดินทางไปนอกประเทศสั่ง

 

“จองกุกด้วย ดูแลตัวเองดีๆ นะ เดินทางปลอดภัย” พูดจบก็ผละออกมามองหน้ากัน

 

“ไปแล้วนะ” ไม่อยากไปเลย

 

จองกุกค่อยหันไปพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่

 

 

“จองกุก”

 

จองกุกหันมาตามเสียงเรียก คนตัวเล็กค่อยๆ เดินเข้ามาหาเขา

 

“ดูแลตัวเองดีๆ นะ .. จีมินกับลูกมีแค่จองกุกนะ” จีมินพูดเสียงเครือ

 

จองกุกได้แต่พยักหน้ารับ เม้มปากเน้นเพื่อไม่ให้มันสั่น ก่อนค่อยๆ เดินถอยหลังไป จีมินยกมือทั้งสองมาปิดปากตัวเอง น้ำตาไหลผ่านมือขาวๆ นั้น

 

อยากไปปลอบใจจะขาด จีมินกล้าร้องไห้ต่อหน้าจองกุกเพราะเชื่อว่าพวกเขาโตพอที่จะแยกแยะได้แล้ว แม้จะรู้ว่าอีกไม่นานจะได้เจอกัน แต่ความรู้สึกที่ต้องแยกกันวันนี้ก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาง่ายๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิจการร้านอาหารของจีมินยังไปได้สวยแม้เชฟใหญ่อย่างมินยุนกิจะลาไปคลอดลูก ลูกค้ายังคงแน่นร้านเหมือนเช่นทุกวัน ทั้งลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร

 

“มากี่ที่ครับคุณลูกค้า” พนักงานกล่าวทักทายอย่างสุภาพกับลูกค้าสาวสวยที่เดินเข้ามาอย่างเฉิดฉาย

 

“ฉัน.. ฉันมาหาเจ้าของร้าน” ตาหวานโฉบไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคนถาม

 

 

 

“ยุนอา..” จีมินเอ่ยชื่อลูกค้าออกมาอย่างลังเล

 

พนักงานมองหน้าเจ้านายอย่างรอคำตอบ จีมินพยักหน้าเป็นเชิงให้ไปทำอย่างอื่น เขาจะเป็นคนรับลูกค้าคนนี้เอง

 

 

ยังสวยเหมือนเดิม จีมินคิด ตาคู่นั้นที่มองมา.. ก็ยังเหมือนเดิม

 

“นั่งโต๊ะนั้นแล้วกัน” ยุนอาชี้ไปยังโต๊ะตัวที่ยังว่าง ก่อนเดินนำเข้าไป

 

เพราะโตพอที่จะรู้ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ได้มาในฐานะลูกค้า จีมินจึงได้แต่นั่งเฉย มองคนตรงข้ามที่ทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด คนที่เคยมั่นใจอย่างยุนอา ทำไมตอนนี้ถึงมานั่งกังวลอยู่ต่อหน้าปาร์คจีมินกันนะ เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนอย่างนั้นหรือ

 

 

 

“สบายดีไหม”

 

“สบายดี”

 

 

บรรยากาศเงียบลงอีกครั้งหลังจากที่จีมินตอบคำถามแรกที่ออกมาจากปากยุนอาไป จีมินไม่ได้อยากรู้ว่าเพื่อนคนนี้สบายดีหรือเปล่า แต่ก็โตพอที่จะรู้ว่าควรถามออกไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าถามออกไป

 

 

กลัวจะได้คำตอบร้ายๆ กลับมา เหมือนเมื่อหลายปีก่อน

 

 

 

 

 

 

“จองกุกคงเล่าเรื่องที่เจอฉันให้ฟังแล้วสินะ” ยุนอาพูดออกมาหลังจากที่เงียบอยู่นาน

 

“อืม” จีมินพยายามฝืนยิ้ม

 

เห็นอย่างนั้นยุนอาก็เข้าใจทันทีว่าจีมินน่าจะเข้าใจทุกอย่าง รู้ทุกอย่าง

 

“ฉันเลิกกับพี่มินอูแล้วนะ ไม่ใช่เพราะจองกุกหรอก แต่เป็นเพราะว่าพี่เขาขี้หึงเกินไปน่ะ เลยไปกันต่อไม่ได้” ยุนอาเล่าให้ฟัง

 

“...” จีมินได้แต่พยักหน้ารับฟัง

 

 

“จองกุกไปต่างประเทศแล้วใช่ไหม” ยุนอาได้ยินมาอย่างนั้น

 

 

“ไปได้ครึ่งปีแล้ว” จีมินตอบไป ไม่สงสัยหรอก และไม่อยากรู้ด้วย ว่ายุนอารู้เรื่องงานของจองกุกได้อย่างไร รู้ไปก็เท่านั้น

 

 

เงียบอีกครั้ง ไม่มีบทสนทนาใดๆ ออกมาจากคนที่เคยเรียนมาด้วยกันมาสิบกว่าปี

 

 

“ขอโทษนะ” ยุนอาพูดออกมาเบาๆ พูดว่าขอโทษ แต่สีหน้าดูไม่ได้อยากขอโทษเรื่องนี้สักเท่าไร ยอมรับว่าชอบจองกุกจริงๆ ชอบมากๆ แต่นั่นก็เมื่อหลายปีก่อน เจอกันอีกครั้งตอนนี้ รู้ว่ามีครอบครัวแล้ว ก็ไม่อยากไปยุ่งอะไร

 

แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่า เธอเองก็เล่นอะไรแผลงๆ จนทำให้ครอบครัวของจองกุกต้องเป็นแบบนี้ เธอรู้มาจากมินอูว่าจองกุกออกไปทำงานที่ใหม่ และต้องไปอยู่ต่างประเทศ

 

ยุนอาอยากขอโทษเรื่องนี้ .. แค่เรื่องนี้

 

 

“ฉันไปแล้วนะ” พูดจบ ยุนอาก็หยิบกระเป๋าใบแพงที่วางอยู่ข้างกายเตรียมลุกออกไป

 

 

“สบายดีไหม” จีมินตัดสินใจถามก่อนเพื่อนตัวเองจะลุกออกไป

 

คนฟังชะงัก หย่อนก้นลงที่เดิม

“ก็สบายดี” ถึงจะฟังดูไม่อยากตอบ แต่การที่วางกระเป๋าลงที่เดิม พร้อมจัดท่าจัดทางให้เรียบร้อยนั้น ดูสวนทางกับคำพูดเหลือเกิน

 

“ตั้งแต่เรียนจบ จีมินไม่ได้ติดต่อเพื่อนๆ เลย เลยไม่รู้ว่าใครเป็นอย่างไงบ้าง” จีมินพยายามพูดคุย

 

“หรอ แต่ฉันรู้เรื่องของเธอนะ”

 

ยุนอาว่าอย่างนั้น จีมินเองก็ไม่แน่ใจว่ายุนอาหมายถึงอะไร

 

“...”

 

“เสียใจด้วยนะ .. เรื่องพ่อแม่”

 

“ขอบใจนะ นานแล้วล่ะ ฉันทำใจได้แล้ว”

 

 

นอกจากเรื่องพ่อแม่จีมินแล้ว ยุนอาก็ไม่ได้รู้เรื่องของจีมินมากนักหรอก แต่ก็อาศัยจับเรื่องนั้นมาโยงเรื่องนี้ อย่างที่มินอูเคยบอกว่าจองกุกมีลูกมีเมียแล้ว เดาๆ ระยะเวลาก็น่าจะมีก่อนเรียนจบ และคนที่จองกุกจะมีลูกด้วยก็คงไม่ใช่ใครนอกจากจีมิน อ้อ แล้วยังได้รู้เรื่องที่จองกุกเรียนจบมาจากต่างประเทศอีกด้วย

 

ถ้าเป็นไปอย่างที่ยุนอาปะติดปะต่อเองนั้น หมายความว่าจีมินต้องเลี้ยงลูกคนเดียวน่ะสิ ไม่ได้สงสารหรอกนะ

 

 

ยุนอาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่าที่จีมินสังเกต อย่างน้อยๆ ก็เรื่องที่มานั่งคุยกับเขานี่แหละ หากเป็นเมื่อก่อนคงมีแต่เรื่องด่าเรื่องว่า ไม่มีมานั่งลังเลเหมือนคนจะพูดดีไม่พูดดีแบบนี้หรอก

 

ยุนอาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเงียบนานไปแล้ว จริงๆ มีเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ แต่ไม่มั่นใจว่าควรพูดออกไปดีไหม

 

“ขอโทษนะ”

 

“ห๊ะ” คนฟังตกใจ ที่อยู่ดีๆ ก็ได้ยินคำขอโทษอีกครั้ง เป็นคำขอโทษที่ชัดถ้อยชัดคำ

มีเรื่องอะไรต้องขอโทษ หากเป็นเรื่องจองกุก ก็ขอโทษไปแล้วนี่นา

 

 

“มันติดอยู่ในใจฉันน่ะ” ยุนอาพูดโดยไม่มองหน้าใคร นอกจากมือของตัวเองที่วางอยู่บนตัก

 

“...”

 

“ฉันคิดนะ ว่าที่ทำกับเธอน่ะ มันแรงไปหรือเปล่า แรงสิ ถามโง่ๆ เนาะ เพราะอย่างนั้นไง.. ฉันเลยรู้สึกผิด ถ้าขอโทษแล้ว ความรู้สึกผิดในใจจะหายไปไหมนะ ฉันถามตัวเองแบบนี้มาโดยตลอด ฉันพยายามใช้ชีวิตของฉันไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่กลับไปคิดเรื่องนั้นอีก ทำได้นะ ฉันทำได้ดีเลยล่ะ แต่สุดท้ายฟ้าก็ลงโทษคนผิดอย่างฉัน ให้ฉันต้องมาเจอเธออีก..”

 

ยุนอาเงยหน้ามาสบตาคนที่นั่งมองเธออยู่เงียบๆ

 

“ฉันมาวันนี้ไม่ได้มาขอให้ยกโทษให้หรอกนะ แต่แค่คิดว่าถ้าพูดขอโทษออกไป ฉันคงรู้สึกดีกว่าที่ผ่านมาน่ะ.. ฉันพูดว่าขอโทษไปหรือยังนะ ถ้ายัง... ขอโทษนะ” เสียงสั่นเครือพูดออกมา

 

คนฟังได้แต่นั่งเงียบ เมื่อได้ยินคำว่าขอโทษดังออกมาจากปากคนที่ไม่ยอมเป็นเพื่อนกับตัวเอง ตาเล็กหลุบมองต่ำ ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

 

 

“ฉันไปก่อนนะ” ยุนอาคิดว่าตัวเองได้พูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจออกไปหมดแล้ว และไม่ได้ต้องการการให้อภัยอยู่แล้ว

 

 

 

“ยุนอา”

 

เจ้าของชื่อชะงัก หันไปยังคนที่เรียกตัวเอง จีมินลุกยืนขึ้น เขาไม่ใช่จีมินคนเดิมอีกแล้ว

 

“...”

 

“เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่า”

 

 

 

หากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ยุนอาคงตอบคำถามนี้อย่างไม่คิดว่า ..ต่อไปนี้ เราไม่ใช่เพื่อนกัน

 

...

... แต่วันนี้ไม่ใช่

 

 

 

 

 

 

“ยุนอาขอเป็นเพื่อนจีมินได้ไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความยิ่งใหญ่ของสนามบินนานาชาติฮ่องกงไม่ทำให้จีมินตื่นเต้นอีกต่อไป เมื่อครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาได้มา อาจจะแตกต่างจากครั้งแรกตรงที่ครั้งนี้เขามาคนเดียว ไม่มีลูกชายสุดที่รักมาด้วย

 

 

 

 

น้องยุนจีเป็นลูกอากิเขานะยอนจุน อยากมีน้องเป็นของตัวเองหรือเปล่า

อยากครับ

อยากก็ต้องบอกพ่อกับแม่นะ

ยอนจุนเคยบอกไปแล้ว

บอกเฉยๆ ไม่มีน้องหรอกนะ

ต้องทำไงครับ ลุงแท

 

 

 

 

 

 

“จีมิน! ทางนี้” จองกุกโบกมือเรียกคนที่ตัวเองยืนรอมาเกือบชั่วโมง

 

ทั้งที่รู้ว่าจีมินจะมาถึงเวลานี้ แต่จองกุกก็อยากมายืนรอ

 

 

คนถูกเรียกหันมายิ้มแฉ่ง ก่อนเดินเร็วๆ ไปกระโดดกอดคนที่เพิ่งเจอกันเมื่อสามเดือนก่อน จองกุกอุ้มจีมินหมุนไปรอบๆ จนจีมินร้องห้าม คนที่อยู่ก่อนหอมแก้มนิ่มฟอดอย่างแรง จีมินก็หอมแก้มคนที่เป็นสามีเช่นกัน

 

จีมินไม่ได้ทำน่ารักๆ แบบนี้ใส่จองกุกนานแล้ว จองกุกรู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้งเลยล่ะ

 

 

 

 

จองกุกลากกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่นักออกจากลิฟท์ เขามาทำงานในฐานะตัวแทนของบริษัทแม่จากเกาหลี เขาจึงได้รับการดูแลอย่างดี ได้พักที่โรงแรมหรูใจกลางมหานคร

 

มือที่ว่างล้วงคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋ากางเกงออกมาเพื่อใช้เปิดประตู

 

ห้องดูสะอาดเรียบร้อย นั่นคงเป็นเพราะพนักงานของโรงแรมเพิ่งเข้ามาทำความสะอาด

 

 

 

 

 

“เดินทางมาเหนื่อยๆ ..”

 

 

นอนพักให้หายเหนื่อย ไม่ก็หาน้ำหาท่ามาให้กิน นี่เป็นสิ่งที่จีมินคิดเมื่อได้ยินประโยคแรกของจองกุก

 

..แต่ความเป็นจริงกลับไม่ใช่ เมื่อตัวเองถูกเจ้าของห้องผลักให้ล้มหงายไปบนที่นอนนุ่ม ก่อนที่คนตัวสูงจะล้มลงมาทับแล้วเปลี่ยนเป็นคร่อมขาเรียว

 

“...นอนเฉยๆ เลย เดี๋ยวจองกุกทำเอง” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกจัดการปลดกระดุมเสื้อไหมพรมออกไปได้สองสามเม็ดอย่างรวดเร็ว

 

“นี่แน ให้จีมินได้อาบน้ำหน่อยเหอะ” มือนิ่มตีอกแกร่งไปเบาๆ อย่างไม่อยากให้เจ็บ

 

 

“อะไรนะ! ในห้องน้ำหรอ ได้!” พูดจบ จีมินก็ถูกอุ้มเข้าห้องน้ำไปด้วยฝีมือของคุณพ่อลูกหนึ่ง

 

ไม่ขัดขืนหรอกนะ คุณแม่ก็คิดถึงคุณพ่อเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จีมิน” เสียงนุ่มเรียกคนที่นอนตะแคงหลับสนิทต่อหน้าเขาบนเตียงกว้าง มือหนาปัดผมที่ยาวมาปิดตาเรียวเสยผมไปด้านหลังอย่างที่เจ้าตัวชอบทำ

 

เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มค่อยๆ ลืมตามาอย่างงัวเงีย แขนยาวเหยียดตรงเฉียดคนนอนข้างๆ ไปมาเหมือนแกล้ง

 

“กี่โมงแล้ว” จีมินถามเสียงอู้อี้

 

“ห้าโมงเย็น”

 

หืออ เย็นมากแล้ว นอนนานเหมือนกัน จีมินตั้งใจลุกจากเตียงเตรียมตัวลุกไปอาบน้ำ

 

 

“เดี๋ยว ไม่ต้องรีบหรอก อย่างไงวันนี้ก็กินข้าวที่โรงแรมอยู่แล้ว” จองกุกดึงคนตัวเล็กไว้ให้เอนลงนอนเหมือนเดิม

 

เอวเล็กถูกเกี่ยวให้ขยับเข้าไปใกล้คนตัวยาว ทั้งสองนอนกอดกันแน่นเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน

 

 

 

 

“จีมิน”

 

“ว่า”

 

“ผมรักคุณนะ” ประโยคบอกรักที่แสนธรรมดา ออกมาจากปากคนพิเศษในชีวิตของจีมิน

 

ผม? คุณ? คนถูกบอกรักแปลกใจกับสรรพนามใหม่

“ไม่เขินหรอ” จีมินแซวเพราะรู้สึกเขินเหมือนกัน ถึงจองกุกจะชอบพูดแบบนี้บ่อยๆ ก็เถอะ

 

 

“ผมรักคุณนะจีมิน” ดูเหมือนว่าจองกุกจะอยากได้ยินคำว่ารักจากจีมินนะ

 

 

“จีมินก็รักคุณ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวนสนุกฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่หากใครมาฮ่องกง จะต้องมาให้ได้ จีมินได้มาอีกครั้ง แต่ยังทำเหมือนเป็นครั้งแรก

 

“ดีใจขนาดนั้นเลยหรอคุณ” จองกุกถามจีมินที่เดินอยู่ข้างหน้า เมื่อครั้งที่มากับลูกชายไม่เห็นทำท่าดีใจอย่างนี้

 

 

“อืม” จีมินตอบเหมือนแกล้ง แต่ดีใจจริงๆ “วันนี้จีมินย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอายุสิบแปดดีมะ”

 

จริงๆ จีมินรู้สึกว่าได้ย้อนวัยตั้งแต่รู้ว่าจองกุกเตรียมเสื้อคู่มาให้ใส่แล้วล่ะ

ดีที่เป็นเสื้อยีนส์ทั่วไป ไม่ได้หวานแหว๋วอะไร

 

 

“แบบนั้นผมจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์นะ”

 

เด็กสิบแปดเดินมาใกล้ๆ

“เดี๋ยวหนูบอกคุณตำรวจเอง ..ว่าหนูยอม”

 

 

มาพูดจาแบบนี้ด้วยน้ำเสียงยั่วยวน แล้วเปลี่ยนไปยิ้มแฉ่งให้มาสคอสตัวการ์ตูน อื้อหือ อยากจะลากขึ้นเตียงเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย จองกุกคิด แต่อย่างนั้นก็ยังอยากเห็นรอยยิ้มมีความสุขนี้นานๆ ไม่ได้เห็นจีมินของเขายิ้มแบบนี้นานแล้ว รอยยิ้มแบบเมื่อแปดเก้าปีก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ที่ฮ่องกงมีที่ที่นึงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปด้วยแหละ” จองกุกพูดขณะที่ทั้งคู่อยู่ในลิฟท์ วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่เขาและจีมินออกไปตะล่อนเที่ยวกันเหมือนคู่รักนักท่องเที่ยวทั่วไป

 

“ที่ไหนหรอ” จีมินถามคนที่ตัวเองยืนเกาะแขน ตายังคงจ้องไปยังตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บอกจำนวนชั้น

 

 

ถึงแล้ว ชั้น 38

 

 

“วัดทินหัว” จองกุกตอบพร้อมก้าวขาออกมาจากลิฟท์พร้อมภรรยาตัวเอง

 

จุดหมายคือห้องพัก

 

 

“เขาว่ากันว่า ถ้าขอลูกกับสังกัจจายน์ที่นั่น จะได้ลูกสมใจเลยล่ะ” จองกุกอธิบาย

 

“หรอ .. แล้วไงอ่ะ” จีมินหันมาถามอย่างซี่อ ทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องแล้ว ตอนนี้รอแค่จองกุกเปิดประตูห้องเท่านั้น

 

เหอะ ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งกันแน่ จองกุกได้แต่โวยวายในใจ

 

 

“พรุ่งนี้ไปไหว้พระ ขอลูกกัน” จองกุกยิ้มอย่างฝืน หน้าจีมินดูไม่เก็ทอะไรจริงๆ เฮ้อ

 

 

 

 

 

 

 

“ไหว้ทำไม ...”

 

 

 

 

“....”

 

 

 

 

 

 

 

“ตัวเองไม่มีน้ำยาหรอ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่จองกุกได้พาจีมินเที่ยวแทบจะทั่วทั้งฮ่องกง เขาลางานมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เพื่อพาครอบครัวเที่ยว นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกของพนักงานที่ไปทำงานต่างประเทศ

 

 

และเพราะพากันตะล่อนเที่ยวตั้งแต่เช้า เมื่อกลับมาถึงห้องพักจึงแทบสลบเหมือด แต่อย่างนั้นก็ยังดีที่จีมินเคี่ยวเข็นให้ตัวเองและสามีอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย ก่อนนอนกอดกันกลมบนเตียงสี่เหลี่ยม

 

 

 

 

 

 

 

“ที่รัก .. ตื่นเร็วครับ” เสียงแหบพร่าดังอยู่หลังคอระหง

 

จีมินคนที่ถูกเรียกค่อยๆ ลืมตามาอย่างงัวเงีย ไฟในห้องมืดสนิทตั้งแต่หัวค่ำ มือเรียวพยายามควานหาโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กข้างเตียง

 

 

“สี่ทุ่ม” จีมินพรึมพรำ

 

“ตื่นเถอะ” จองกุกยังคงคลอเคลียอยู่ที่หลังคอหอม มือไม้เริ่มปัดป่ายไปทั่ว

 

“นอนเถอะ ตื่นตอนนี้แล้วจะนอนอีกทีตอนไหนล่ะ” ถึงจะบอกให้นอน แต่จีมินคิดว่าตัวเองตื่นแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าตื่นเพราะเสียงทุ้มของจองกุก หรือตื่นเพราะมังกรตัวใหญ่ที่ถูไปถูมาอยู่ข้างหลังเขากันแน่

 

 

“ได้น้ำยามาใหม่อ่ะ ขอใช้หน่อยได้ป้ะ” ไม่พูดเปล่า คนที่เปลือยกายพร้อมออกรบถัดตัวลุกขึ้นเปิดเสื้อนอนผ้ายืดตัวบางของคนตัวเล็กที่นอนข้างๆ ขึ้น

จีมินคว้าหมับอย่างไว

 

“ไม่เหนื่อยเหรอ สี่วันที่อยู่นี่ จองกุกไม่ได้หยุดเลยนะ” จีมินถามอย่างเป็นห่วง ความหมายก็อย่างที่พูด

 

“ทำไม จีมินไม่ไหวหรอ” จองกุกมองหน้าหวาน ถึงไฟในห้องจะมืดสนิท แต่แสงจากเมืองหลวง ก็ส่องเข้ามาผ่านกระจกที่ไม่มีม่านปิด

 

“ฮึ” จีมินถอนหายใจ ส่ายหน้าขำๆ

 

 

“ต่อให้จีมินมาเจ็ดวัน ..จองกุกก็จะเอาทั้งเจ็ดวันเลย” เรื่องทะลึ่งนี่ไม่มีใครเกิน จองกุกก้มลงสูดดมความหอมที่ซอกคอเนียนขาว

 

จีมินอยากจะผลักหัวคนเจ้าเล่ห์ออก แต่ดันแพ้ให้กับความเสียวซ่านบนยอดอกที่ถูกปลายนิ้วแข็งบีบกลึง

 

 

“จองกุก... พอเถอะ พักบ้าง” จีมินฝืนความต้องการของตัวเอง กุมใบหน้าคมให้มองหน้าตน

 

น้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้ มีหรือที่จองกุกจะปล่อยไป

 

 

“เหนื่อยหรอครับ ..เดี๋ยวจองกุกทำเอง ..”

 

จองกุกพูดแล้ว คำไหนต้องเป็นคำนั้น บอกว่าทำเองก็คือทำเอง บทรักดำเนินไปอย่างเร็ว

 

 

 

“อ้ะ อ้ะ โอ้ว” เสียงดังออกมาพร้อมจังหวะที่ตัวเองเป็นคนกำหนดเอง มือหนากุมเข่ามนของคนที่นอนหงายรับแรงกระแทก

 

 

“อื้อออ จะ จะ จอ จองกูกก ..” เสียงหวานร้องเรียก ไม่ไหวจะทน

 

 

“จะเสร็จหรือยัง” จองกุกถามทั้งที่เอวยังไม่ยอมหยุดสาว

 

“อีกนิดนึง ซี๊ดส์ เร็วอีกหน่อยจองกุก โอ๊ะ โอ๊ะ...” จองกุกไม่เคยทำให้จีมินผิดหวัง..

 

 

 

 

 

 

ยกเว้นตอนนี้

 

 

 

จองกุกหยุดเกมรักเสียงดื้อๆ ก่อนถอนแท่งรักร้อนออกมา สองแขนเอนไปข้างหลังรับน้ำหนักส่วนบนของตัวเองพร้อมเหยียดขายาว

 

“เป็นอะไร” จีมินถามเสียงหอบ

 

“ร้อน” จองกุกเองก็หอบไม่แพ้กัน

 

 

ถ้าไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ จีมินอยากจะยกเท้าน้อยๆ ยันไปตรงไหนก็ได้บนตัวคนที่ทำให้อารมณ์ของตัวเองขาดช่วงไป

 

 

บ้าบอที่สุด

 

 

 

 

“ร้อนก็ไปอาบน้ำไป”

 

 

ตาเฉี่ยวมองแผ่นหลังเนียนของคนตัวเล็กที่ให้คำแนะนำอย่างไม่พอใจ มือสากส่งไปลูบไล้ก้นนิ่ม ก่อนคว้าข้อมือพาลากออกไป

 

 

 

“จะบ้าหรอจองกุก พาออกมาทำไม” จีมินดุจองกุกเสียงไม่ดังนัก โทษฐานที่ลากตัวเองมานอกระเบียง เปลือยกันทั้งคุ่อย่างนี้ เดี๋ยวก็มีใครมาเห็นพอดี

 

 

จองกุกดันจีมินให้ยืนติดกำแพงปูนที่สูงเกือบถึงอก ส่วนตัวเองก็ยืนซ้อนหลัง คางเกยไหล่มน

 

 

“กลัวคนเห็นหรอ ไม่ต้องกลัว นี่ชั้นสามสิบแปดนะ” จองกุกอธิบายพร้อมยืนโยกไปมา

 

 

จริงอย่างที่จองกุกพูด นี่มันชั้นสามสิบแปด แถมด้านหน้า ยังเป็นแม่น้ำสายหลักของประเทศอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะพากันมายืนโป๊แบบนี้ได้

 

“น้ำค้างแรงนะ เข้าข้างในกันเถอะ” จีมินหันมองหน้าคนรัก

 

 

“ไม่อ่ะ ยังไม่เสร็จเลย”

 

ไม่พูดเปล่า คนตัวสูงกลับดันไหล่คนตัวเล็กกดแนบขอบระเบียงเบาๆ มือขวากำรูดเอ็นร้อนให้แข็งกว่าเดิม จีมินยกแขนเล็กของตัวเองเกยแข็งแกร่งของจองกุก

 

 

ขอบเหลี่ยมนั่นอาจทำให้จีมินของจองกุกเจ็บ เขาจึงเอาแขนซ้ายมาพาดไว้ เพื่อรับหน้าอกของคนรัก

 

จีมินขบข้อมือเล็กของตัวเองเพื่อสกัดกั้นเสียงที่อาจจะเล็ดลอดออกมาเพราะความเสียวซ่าน เอวคอดของตัวเองถูกโอบรัดด้วยแขนแกร่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะ แข่งกับเสียงหืดหาดของคนที่ออกแรงมากกว่า

 

 

 

 

“ที่รัก ใกล้เสร็จแล้ว โอ๊ะ โอ๊ย จองกุก จะ จีมิน อื้ออ” จีมินเหลียวหลังมาบอกตาปรือ

 

จองกุกปล่อยแขนจากราวระเบียงมาจับเอวขอดกระชับมือ ก้นเนียนเด้งรับแรงกระแทกอย่างดี อีกทั้งตอดรัดจนจองกุกมองเห็นสวรรค์อยู่รำไร

 

“ซี๊ดดด โอ้วว” จองกุกเอาแต่ร้องออกมาไม่เป็นภาษา

 

 

เพลงรักระเบียงชั้นสามแปดจบลงบนสวรรค์พร้อมความสุขที่หลั่งไหลพร้อมกันของคนทั้งสอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้านี้เป็นจีมินที่ตื่นก่อนเหมือนเคย ร่างบางหันมองแผ่นหลังกว้างที่นอนอยู่ข้างตัวเองวันพรุ่งนี้จีมินต้องกลับเกาหลีแล้ว วันนี้พวกเขาจึงเลือกที่จะขลุกอยู่ในห้องด้วยกันทั้งวัน

 

แขนเรียวสอดไปใต้แขนของคนที่ยังนอนหลับสนิท แต่อุณหภูมิร่างกายของจองกุกทำเอาจีมินตกใจ

 

มือบางจับเนื้อตัวคนที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า

 

 

“ตัวร้อนจี๋เลย” ปากพูดไปพร้อมอังหลังมือที่หน้าผากกว้าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จองกุก.. ตื่นมากินข้าวเร็ว” จีมินคุกเข่าข้างเตียงฝั่งที่จองกุกนอนหันมา

 

จองกุกลืมตามาพร้อมกับมือนุ่มที่เขย่าแขนเขาเบาๆ รู้สึกตัวเองว่าจะไม่สบายตั้งแต่กลางดึกแล้ว

 

 

“ลุกมากินข้าวเร็ว ..ลุกไหวไหม” เสียงหวานเอ่ยพร้อมพยุงคนป่วยที่พยายามลุกขึ้นมาตามคำสั่ง

 

 

จองกุกลุกขึ้นมานั่งสำเร็จพร้อมความสงสัยหลายอย่าง ทั้งข้าวที่จีมินพูดถึง และชุดคลุมที่เขาสวมอยู่ จองกุกจำได้ว่าก่อนนอน เขาไม่ได้ใส่อะไร

 

 

“จีมินโทรไปสั่งอาหารกับโอเปอเรเตอร์ข้างล่าง ชุดนี่จีมินก็ใส่ให้ เช็ดตัวให้แล้วด้วยนะ กินข้าวกินยาแล้วก็นอนพักได้เลย ... ลุกไปที่โต๊ะไหวหรือเปล่า ให้จีมินยกมาให้ตรงนี้ไหม” จีมินพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เหมือนพูดกับลูกชาย จีมินรู้ดีว่าเวลาเด็กไม่สบายนั้น อ่อนไหวแค่ไหน

 

 

 

ผมเป็นสามีนะ เผื่อคุณลืม

 

 

 

“ไปนั่งกินที่โต๊ะดีกว่า” จองกุกพูดพร้อมยกผ้าห่มที่ทับตัวเองออก

 

จีมินพยายามช่วยพยุงจองกุกให้ยืนขึ้นอย่างห่วงใย

 

 

“ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ”

 

ได้ยินอย่างนั้น จีมินจึงปล่อยให้คนป่วยเดินเอง เขาคงเป็นห่วงจองกุกมากเกินไป ดูๆ แล้วจองกุกก็ดูแข็งแรงดี

 

ไม่ป่วยก็ดีแล้วล่ะ

 

 

 

คนป่วยเดินมานั่งยังโต๊ะอาหารที่มีข้าวต้มกุ้งร้อนๆ หนึ่งถ้วยวางอยู่ จีมินหยิบช้อนที่วางอยู่ข้างๆ มาคนข้าวในถ้วยเพื่อให้ความร้อนลดลง คนวนอยู่อย่างนั้นสองสามรอบก่อนลากถ้วยนั้นมาหน้าตัวเอง

 

“เดี๋ยวจีมินคนให้มันเย็นกว่านี้ก่อนเนาะ จองกุกจะได้กินง่ายๆ”

 

 

 

 

 

จีมินมองจองกุกกินข้าวต้มถ้วยเล็กๆ นั่น จองกุกคงคิดว่าตัวเองแข็งแรงดี แต่จีมินคนที่คอยมองแต่จองกุกมาหลายปีรู้ดีว่านี่คืออาการของคนไม่สบาย

 

“อิ่มแล้วหรอ กินต่ออีกซักสองคำนะ จะได้กินยา” จองกุกกินไปแค่ไม่กี่คำเอง น้อยมากจนจีมินนับได้

 

“มันไม่อร่อยอ่ะจีมิน” จองกุกเริ่มงอแง ไม่ใช่ไม่อร่อยหรอก แต่คนไม่สบาย กินอะไรก็ไม่อร่อย

 

“มา เดี๋ยวจีมินป้อนนะ .. อ่ะ อ้าปากเร็ว นะ คำเดียวเอง”

 

จองกุกทำตามที่จีมินบอกอย่างง่าย แค่เคี้ยวกลืน ไม่ยากหรอก แต่มันไม่อร่อย จองกุกเลยไม่อยากกิน

 

 

“กินยาแล้วนอนพักนะ”

 

จีมินยื่นยาลดไข้สองเม็ดให้คนป่วยที่นั่งหน้าแหย๋อยู่ จองกุกไม่ได้ขัดขืนอะไร ให้ทำอะไรก็ทำ ให้กินอะไรก็กิน

 

 

 

 

 

 

“พักนะ ตื่นมาน่าจะดีขึ้น” จีมินยกมือมาลูบหน้าชายคนรัก ที่นั่งบนเตียงเดียวกัน จองกุกคงรู้สึกแย่น่าดู ที่มาป่วยเอาตอนนี้

 

 

“ไม่น่าป่วยเลย” จองกุกก้มหน้าพูดเศร้า

 

 

ก็เอาดุขนาดนั้น จีมินล่ะไม่อยากจะพูด

 

 

 

 

 

 

“เดี๋ยวจีมินอยู่กับจองกุกจนกว่าจองกุกจะหายป่วยเลย ดีไหม” จีมินกุมมือคนที่ทุกข์ใจ

 

“จริงนะ” จองกุกเงยหน้าขึ้นมามองอย่างมีความหวัง

 

“อืม จีมินกลับไปไม่ได้หรอก ถ้าจองกุกยังป่วยอยู่แบบนี้” ไม่สบายใจตายเลยล่ะ

 

“...”

 

“นอนพักนะ จะได้หายไวๆ”

 

จองกุกพยักหน้าช้าๆ แววตามีแต่ความเสียใจ จีมินดูออกทุกอย่าง

 

 

“สามสี่วันที่ผ่านมา ก็มีความสุขมากพอแล้ว จีมินไม่ต้องการอะไรแล้ว แค่จองกุกหายป่วยก็พอนะ”

 

จองกุกปิดตาลง น้ำตาที่เคยคลออยู่ไหลลงมา

 

“ไม่เอา ไม่ร้องนะ คนเก่ง” มือนิ่มเช็ดน้ำที่เปื้อนเปรอะอยู่แถวขอบตาออกให้

 

 

ไหล่กว้างเอนลงบนที่นอนด้วยความช่วยเหลือของภรรยาตนเอง

 

 

“โน้ตบุ๊คของจองกุก จีมินใช้ได้ไหม”

 

“ได้”

 

“มีรหัสไหม”

 

“วันเกิดลูกชายคนโต”

 

จีมินลุกออกไปยังโต๊ะทำงานของสามี จองกุกมองคนตัวเล็กทำนั่นทำนี่อย่างทะมัดทะแมงด้วยความสงสัย

 

 

“ทำอะไร” เสียงแหบเปล่งถามเบา

 

“จีมินจะเลื่อนไฟลท์กลับน่ะ” จีมินหันมาตอบพร้อมยิ้มหวาน

 

 

 

 

จองกุกรู้ว่าจีมินเป็นคนเก่ง ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าจีมินอุ้มท้องลูกของเขาแล้ว แต่วันนี้จีมินทำให้เขาเห็นอีกครั้งว่าจีมินนั่นเก่งขนาดไหน ทั้งติดต่อพนักงานของโรงแรมเอง แน่นอนว่าถ้าไม่ใช่ภาษาจีน ก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสาร ไหนจะเรื่องการเดินทาง ที่สามารถทำได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตอีก

 

จีมินของเขาเก่งจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“น้าไลอิมมมมมมมม” เสียงเล็กของเด็กห้าขวบลากยาวเมื่อเห็นคุณน้าคนสวยเปิดประตูรั้วบ้านของตัวเองเข้ามา

 

 

“งื้ออออ คิดถึงจังเลย ขายาวขึ้นป้ะเนี่ย อ่ะ น้าซื้อขนมเค้กเจ้าอร่อยมาฝาก” รุ่นน้องของแม่ทักทายอย่างสนิทสนม

 

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ไลอิมได้มาทักทายหลานชายถึงบ้าน เธอผันตัวมาทำงานเบื้องหลัง ซึ่งก็คือผู้จัดการส่วนตัวของเอลิซเพื่อนรัก ไลอิมเรียนรู้ว่า การได้ตบปากพวกขี้นินทา สนุกกว่าการปั้นหน้าเป็นไหนๆ

 

 

 

“พี่จองกุกกลับวันไหนหรอคะ” แขกประจำถามเมื่อเจ้าของบ้านนำน้ำมาวางต้อนรับ วันหยุดอย่างนี้ ถ้าไม่ได้พาลูกชายไปเที่ยวไหน จีมินก็จะอยู่บ้านทำนู้นทำนี่กันตามประสาแม่ลูก

 

“อยู่ที่นั่นอีกสองเดือนน่ะ” จีมินตอบก่อนมองไปยังลูกชายที่พยายามป้ายสีน้ำใส่ผ้าใบผืนขาว

 

ยอนจุนชอบเล่นสีนะ แต่ดูเหมือนจะไม่เซ้นวาดรูปเก่งเหมือนแม่เลย

 

 

 

“เอลิซสบายดีใช่ไหม”

 

“สบายดีค่ะ ถึงงานจะเยอะก็เถอะ”

 

 

 

พูดถึงงานเยอะ ก็นึกถึงคนรักของตัวเอง เพราะสองเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่เขากลับมาจากฮ่องกง จองกุกก็ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาคุยกับลูกกับเมีย ไม่รู้ว่างานจะเยอะอะไรขนาดนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คุณลุงของเขามารับไปแล้วนะคะ”

 

 

“คิมแทฮยองน่ะหรอครับ”

 

 

 

คุณแม่ถามอย่างสงสัย เมื่อครูประจำชั้นอนุบาลของลูกชายแจ้งว่าคิมแทฮยองมารับยอนจุนกลับไปแล้ว

 

ไม่แปลกหรอกนะที่ลุงจะมารับหลาน เพราะปกติคุณปู่คุณย่าเขาก็มักจะให้แทฮยองมารับหลานไปเลี้ยงเสมอ แต่ทำไมวันนี้แทฮยองถึงไม่บอกจีมินล่ะ

 

 

 

 

จีมินกดเบอร์ติดต่อแทฮยองอย่างใจเย็นภายในรถของตน เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสาย

 

 

“พี่แทฮยองมารับยอนจุนหรอ” จีมินถามทันที

 

“อืม ใช่ คุณพ่อเขาอยากเจอน่ะ”

 

 

อ่อ อย่างนี้นี่เอง ก็เหมือนทุกครั้งสินะ แต่ครั้งนี้แค่ไม่บอกแม่เขาก่อนเท่านั้นเอง ... ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยไปคิดบัญชีทีหลัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถยนต์เอนกประสงค์ห้าประตูถูกขับเคลื่อนโดยคนตัวเล็กด้วยความไวคงที่ ใช้เวลาเกือบชั่วโมง กว่าจีมินจะเดินทางมาถึงที่ที่ลูกชายอยู่

 

ขาเรียวก้าวเข้าบ้านเดินตามเสียงหัวเราะร่าของลูกชาย ไม่รู้ชอบอกชอบใจอะไร ถึงหัวเราะดังขนาดนั้น

 

 

 

“แม่ครับบบบบ” ยอนจุนส่งเสียงเรียกคนที่ตัวเองรักมากที่สุดในชีวิตอย่างดังเมื่อจีมินเดินเข้ามา

 

คนที่อุ้มเด็กน่ารักคนนั้นก็หันมามองเช่นกัน

 

 

 

 

 

“จองกุก” เสียงหวานเอ่ยชื่อคนที่ตัวเองไม่คิดว่าจะเจอที่นี่ ... ตอนนี้

 

คนถูกเรียกวางลูกชายตัวเองลงบนพื้น อ้าแขนรอรับกอดของภรรยาตัวเอง จีมินเข้าไปกอดธรรมดาแบบที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน

 

 

ไม่หวือหวา ไม่ได้ทำท่าดีใจเท่าที่รู้สึกจริงๆ ตอนนี้

 

 

“ทำไมกลับมาเร็ว” จีมินถาม คนที่อยู่ตรงนี้ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย พี่สะใภ้ คงรู้คำตอบกันหมดแล้ว

 

 

“เซอร์ไพรส์น่ะ” จองกุกอมยิ้ม ทำสำเร็จเสียที หลังจากที่ล้มเหลวไปเมื่อหลายปีก่อน

 

 

 

อือ เซอร์ไพรส์จริงๆ

 

 

เซอร์ไพรส์จริงๆ จองกุก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สามคนพ่อแม่ลูกพากันกลับมาบ้านหลังจากทานอาหารเย็นมาเรียบร้อยจากบ้านใหญ่ ยอนจุนมีอะไรอวดพ่อเขามากมาย ทั้งรูปวาดที่ดูไม่เหมือนรูปวาด และของเล่นประกอบเอง ที่เหล่าเพื่อนๆ แม่ ซื้อมาฝาก

 

 

สองเดือนที่ผ่านมาจองกุกเร่งทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายอย่างหนัก ทั้งทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัว

 

 

แค่วันนี้ได้เห็นหน้าลูกชาย ความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งปีก็มลายหายไป

 

 

 

 

 

 

 

 

ดึกเลย กว่าที่ลูกชายจะเข้านอน ไหนจะคนเป็นพ่อเป็นแม่อาบน้ำอีก

 

 

“ดีใจไหม ที่ผมกลับมา” จองกุกนั่งพิงหัวเตียงบุหนัง ถามจีมินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แถวๆ ปลายเตียง

 

“ดีใจสิ”

 

 

 

“มาให้กอดหน่อย” คนตัวหนาอ้าแขนรอให้คนรักเดินมาหา

 

 

“จองกุก ... ฉันมีอะไรให้คุณดู” ไม่ได้เดินไปตามคำขอ แต่กลับพูดบางสิ่งที่ทำให้จองกุกสงสัย

 

 

“อะไร”

 

 

จีมินยืนขึ้นหยิบของที่พูดถึงเมื่อครู่ออกมาจากกระเป๋าสะพายใบโปรดของตัวเอง

 

เป็นกระดาษบางๆ ใบน้อย มองเผินๆ เหมือนกระดาษที่พิมพ์ผิดด้วยหมึกดำสีทึบ

 

จีมินยื่นให้พร้อมนั่งลงข้างๆ คนรักของตัวเอง จองกุกรับมาดูอย่างพิจารณา ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แต่มองแค่แว๊บเดียวก็เข้าใจ

 

 

 

“หมอบอกว่าตรงนี้... คือหัวใจของลูกเรา ...จองกุก”




คนฟังได้แต่มองภาพในมือตาไม่กระพริบ ที่เขาถืออยู่ไม่ใช่เศษกระดาษเปื้อนหมึก แต่มันเป็นภาพของลูกเขา

 

 

ตาโตที่เริ่มมีน้ำใสๆ คลอ หันมองคนรักที่นั่งอยู่ข้าง ทั้งที่เขาก็เป็นพ่อคนแล้ว แต่ความรู้สึกที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคนในครั้งนี้ เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่

 

 

กระดาษบางไหวตามความสั่นของมือหนา จองกุกพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ความรู้สึกนี้มัน..

 

 

 

“จีมินบอกว่า เรา.. เรา กำลังจะมีน้อง ให้ยอนจุนหรอ” รู้ทั้งรู้แต่กลับถามอีกครั้งให้มั่นใจ

 

 

“จองกุกดีใจไหม” จีมินถาม วันนี้จีมินเพิ่งไปหาหมอ และก็ได้รับข่าวดี จีมินตั้งใจบอกข่าวดีนี้กับจองกุกผ่านโทรศัพท์ ไม่คิดว่าจองกุกของจีมินจะกลับมาวันนี้พอดี เซอร์ไพรส์อีกแล้วนะ จองกุก

 

 

 

“ดีใจสิ ดีใจมากๆ เลย ขอบคุณนะ .. ขอบคุณจีมินนะ” จองกุกสวมกอดคนที่กำลังจะอุ้มท้องลูกคนที่สองของเขา

 

จีมินเองก็ดีใจมากๆ เหมือนกัน พวกเขาคุยกันได้สักพักแล้ว เรื่องลูกคนที่สอง ไม่คิดว่าน้องจะมาเร็วอย่างนี้ หากจองกุกยังไม่กลับมา คงต้องดูแลตัวเองไปคนเดียว สองเดือน

 

 

 

“ยอนจุนต้องดีใจมากๆ แน่เลย” จีมินผละออกบอก

 

“มีใครรู้แล้วบ้าง”

 

“จองกุกรู้คนแรกเลย จีมินก็เพิ่งรู้วันนี้”

 

 

ว่าที่คุณพ่อลูกสองมองใบหน้าหวานของภรรยาอย่างซึ้งใจ มือใหญ่กุมมือนิ่มขึ้นมา ประสานเรียวนิ้วทั้งห้าเข้าไป

 

 

“จำได้ไหม แบบนี้หมายความว่าอย่างไง”

 

 

 

“ความเชื่อใจ” จีมินตอบออกไป จองกุกเคยบอกเมื่อครั้งที่ทั้งสองไปเที่ยวที่ทะเลด้วยกัน จีมินไม่ได้จดจำความหมายของการประสานมือ แต่จีมินจำได้ว่า จองกุกบอกให้เชื่อใจ

 

 

 

“ผมจะใช้ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ ... เพื่อดูแลคุณและลูกของเรา เชื่อใจผมนะ”

 

 

 

“จีมินเชื่อใจจองกุกนะ เชื่อมาตลอดเลย”

 

 

 

ทั้งสองสวมกอดกันแน่น ไม่ว่าความรักของทั้งคู่จะเริ่มจากตรงไหน ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายรักใครก่อน ไม่มีใครสงสัยอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้จองกุกและจีมินพอใจในความรักของเขาทั้งสองคน ความรักในแบบที่พร้อมดูแลกันไปทั้งชีวิต ความรักที่อยากเห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุข ความรักที่มีให้กันในฐานะคู่ชีวิต ความรักแบบที่พ่อแม่มีให้ลูกน้อยของตัวเอง

 


























“ดีใจด้วยนะจอนจองกุก เจ้านายใหญ่พอใจผลงานของนายมาก ฉันที่เป็นหัวหน้าก็พลอยได้หน้าไปด้วยเลย”

 

 

ฮันกูรึม กล่าวชื่นชมลูกน้องที่มารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกคนใหม่ในฝ่ายของตน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กูรึมเรียกจองกุกเข้ามารับคำชมถึงในห้อง แต่เพราะลูกน้องคนนี้ทำผลงานได้ดี เขาเองจึงได้รับคำชมเชยอยู่เสมอ

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

 

“อาทิตย์นี้งานวันเกิดคุณแม่ฉัน นายไปนะ ฉันชวน”

 

“จะดีหรอครับ งานของครอบครัวคุณ ผมเองก็เป็นคนอื่น” ไม่เชิงว่าปฏิเสธ

 

 

“หึ่ม ฉันไม่เคยมองนายเป็นคนอื่นนะจองกุก ไปนะ ฉันชวน” ไม่ใช่ว่าการเป็นหัวหน้าคน ตัวเองต้องเป็นคนเก่งอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเลี้ยงคนเก่งไว้กับตัว เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่หัวหน้างานควรมี

 

แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่จองกุกต้องเรียนรู้เหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

“พี่กูรึมคะ น้องเอาเอกสาร.. โอ๊ะ ขอโทษค่ะ” หญิงสาวโผล่งเข้ามาโดยไม่ดูว่าคนที่ต้องการพบนั้นมีแขกอยู่หรือเปล่า เพราะอย่างนั้นจึงขอโทษไป แต่ เอ๊ะ “จองกุกนี่นา...”

 

 

“ซูจิน”

 

ไม่ใช่ว่าจดว่าจำชื่อได้แม่นขนาดนั้น แต่เมื่อปีที่แล้วจองกุกเพิ่งเจอเพื่อนเก่าที่สร้างวีรกรรมร้ายๆ มา ถึงจะเจอแค่คนเดียว แต่จะไม่นึกถึงอีกคนได้หรอ

 

 

 

 

 

“หืม รู้จักกันหรอ” กูรึมประหลาดใจ ที่ทั้งคู่เรียกชื่อกันและกัน ซูจินเป็นน้องใหม่ของฝ่ายบุคคล เพิ่งเข้ามาทำงานหลังจากที่จองกุกไปทำงานที่ฮ่องกงไม่กี่เดือน

 

 

“เรียนโรงเรียนเดียวกันน่ะค่ะ” ซูจินตอบยิ้มๆ

 

 

“อ่ะๆ จองกุกออกไปได้ แล้วเจอกันวันอาทิตย์นี้นะ” หัวหน้าส่งลูกน้องออกไปก่อน เพราะเห็นว่าคนที่มาใหม่น่าจะมีธุระกับตน

 

จองกุกออกไปทำงานต่อ งานเขาไม่เยอะไม่หนักเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“หัวหน้าให้เอาเอกสารที่พี่กูรึมขอมาให้ค่ะ” หญิงสาวท่าทางเรียบร้อยยื่นเอกสารปึกใหญ่ให้บนโต๊ะทำงาน

 

“ขอบใจมากจ่ะคนสวย” เพราะความเป็นกันเองของกูรึม การหยอกล้อแบบนี้ จึงไม่มีใครมองว่าผิดปกติ

 

 

 

 

“วันอาทิตย์นี้วันเกิดคุณแม่พี่หรอคะ” ซูจินจำได้ว่าฮันกูรึมเคยพูดไว้

 

“อ่อ ใช่” ชายวัยกลางคนพูดเบาๆ ถึงจะพูดให้หลายคนฟัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะชวนใคร

 

 

 

“น้องขอไปงานวันเกิดคุณแม่ ได้ไหมคะ”

 

 

 

 









































Talk :


ยุนอา เธอน่ะ ... สมควรแล้วที่จะโดนรีดเดอร์ของฉันด่า

เชอะ -O-


แต่ให้อภัยนางเถอะนะคะ 


เราเคยอยากถามตั้งแต่จองกุกกับจีมินยังเด็กๆ แล้วค่ะ
ว่าทุกคนคิดว่า ..

ระหว่าง ยุนอา กับ ซูจิน ... ใครน่ากลัวกว่ากัน




*********************************



เอาล่ะค่ะทุกคน .. มาแล้วค่ะ

น้องของยอนจุนที่ทุกคน รอยคอ


คุณพ่อออกปากเองแล้วนะคะว่ายอนจุนคือ "ลูกชายคนโต"

ลูกคนที่สอง คงไม่พ้นเป็น "ลูกชายคนเล็ก"


ใครจะเดบิวต์มารับบทนี้น้าาาา





*********************************





ถึงเวลาที่เราต้องพูดคำนี้แล้วค่ะ 


ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นของทุกคนเลยนะคะ
เราดีใจมากจริงๆ Q_Q


แต่ทุกคนคะ โลกนี้มีแอพลิเคชั่นที่เรียกว่า ทวิตเตอร์ ด้วยนะคะ

คงจาดีมากๆ เล่ย ถ้ารีดเดอร์คนสวยของโกรกุกมิน
ได้ป่าวประกาศให้โลกได้รู้ว่า มีเรื่องอะไรแบบนี้อยู่ในเด็กดีด้วย


..

..


ฮือออ ล้อเล่นก็ได้ค่ะ ไม่ต้องลำบากก็ได้ ฮือออ (p′︵‵。)

ค่อยเม้นตอนที่อยากเม้นเถอะค่ะ ฮือออ

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #391 BEAMEE (@BEAMEE) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 11:41
    นังซูจินนนนน
    #391
    0
  2. #277 Phiphiprimpan (@Phiphiprimpan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 09:02
    ซูจินคือร้าย
    #277
    0
  3. #117 Bangtanboy2013 (@Bangtanboy2013) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 06:55
    นุละกลัวเซอร์ไพรส์จากไรท์จริงๆ😂😂😂😂😂
    #117
    0
  4. #116 leenutcha (@leenutcha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 08:36
    ยุนอาเพิ่ง จะมีซูจินอีกแล้วหรอออ คราวนี้จะไปไกลกว่าฮ่องกงไหมเนี่ยยย
    #116
    0
  5. #115 kook77min77 (@kook77min77) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 07:25
    เราว่ามันเหมือนมีกลิ่นมาม่า
    #115
    0
  6. #114 Sunthree_55 (@Sunthree_55) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 01:45

    จีมินนี่มีเซอร์ไพร์จองกุกกี้ตลอดเลยนะเธอเนี่ย

    #114
    0
  7. #113 Phamtom (@Phamtom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:15
    ชิชะ จะมาไม้ไหนกันยะซูจินฝั่งนี้เตรียมพร้อมแล้วนะกะละมังถ้วยมาม่า มาเซ่!!!
    #113
    0
  8. #112 Phamtom (@Phamtom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:15
    ชิชะ จะมาไม้ไหนกันย่ะซูจินฝั่งนี้เตรียมพร้อมแล้วนะกะละมังถ้วยมาม่า มาเซ่!!!
    #112
    0
  9. #111 jiminpunch (@jiminpunch) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 19:37

    ซูจิน อืม ไม่รู้อะคะ // รอคะ อ่านเพลินๆไม่เวอร์วัง แต่สนุก ชอบมากคะ // รู้สึกเขินมากคะ กับประโยค "ผมเป็นสามี นะเผื่อคุณลืม" รู้เลยคะว่าที่มามาจากไหน อุอิ
    #111
    0
  10. #110 SMS GIRL (@BenzzyJinny) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 17:30
    ซูจินจ่ะวางแผนแกล้งอ่ะไรป่ะเนี่ยยย รอค่าา
    #110
    0