ตอนที่ 16 : Grow step 16 Family life 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    7 พ.ค. 62






“ผูกเนคไทเป็นด้วยหรอเนี่ย” จองกุกมองหน้าหวานที่ยืนจ้องสายผ้าสีสวยเข้ากับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่ภรรยาคนสวยของเขาเป็นคนซื้อเอง

 

ท่าทางทะมัดทะแมงนั่นทำเอาจองกุกอดแซวไม่ได้ อย่างที่จีมินเคยพูด จีมินเองก็รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก หลายครั้งที่จีมินจริงจังเกินไปจนจองกุกต้องคอยเรียกสติ ยากนะ ต้องเป็นแม่ยอนจุน แล้วยังต้องเป็นเพื่อนจองกุกเนี่ย

 

“ตอนแรกก็ไม่เป็นหรอก แต่รู้ว่าวันหนึ่งต้องทำแบบนี้ให้จองกุก .. จีมินก็เลยฝึก” จีมินพูดทั้งที่มือก็ยังสาละวนอยู่กับสายเนคไทบนคอชายหนุ่มตรงหน้า

 

วันนี้เป็นวันที่จองกุกได้ทำงานเป็นวันแรก เป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ บริษัทได้ติดต่อจองกุกไว้ตั้งแต่ที่เขายังไม่จบการศึกษาเสียด้วยซ้ำ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา จองกุก จีมินและยอนจุน ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ ทั้งไปไหว้กระดูกคุณตาคุณยายที่บ้านเกิด และยังได้แวะเยี่ยมป้ามีแรอีก

และแน่นอนว่าหนูน้อยยอนจุนก็ได้ขโมยหัวใจคนแถวนั้นไปหมด

 

 

 

“หืมมม ปล่อยได้แล้ว เดี๋ยวเสื้อยับ” จีมินว่าทั้งที่ตัวเองก็กอดจองกุกแน่นเหมือนกัน

 

“ตื่นเต้นจัง” จองกุกบอกหลังจากคลายกอดแล้ว เขาพูดออกมาเพื่อหวังได้กำลังใจจากคนที่เขารัก

 

“จองกุกทำได้อยู่แล้ว จีมินเชื่อ” น้ำเสียงแข็งขันทำเอาจองกุกมั่นใจมากขึ้น

“จะเหมือนตอนฝึกงานไหม” จองกุกถาม ยอมรับว่ายังมีเรื่องที่กังวล ตอนนี้จีมินต้องเป็นเพื่อนให้จองกุก

“อาจจะต่างตรงที่บางคนไม่ได้มองว่าเราเป็นน้อง แต่มองว่าเราเป็นคู่แข่ง” พูดจบก็มารู้สึกผิดว่าไม่ควรพูดให้จองกุกยิ่งกังวล แต่บอกไว้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ จีมินคิด

 

ไม่เป็นอย่างที่จีมินคิดหรอก จองกุกไม่กังวล แต่กลับสบายใจมากขึ้น เขาอยากเป็นผู้ใหญ่กว่าจีมินนะ อยากเป็นที่พึ่งให้จีมินนะ แต่เราจะเอาชนะคนรักไปทุกเรื่องไม่ได้หรอก

 

เรื่องที่จีมินพูดเมื่อสักครู่ก็ถูก ที่ผ่านมาจีมินคงเจออะไรมามากจริงๆ

 

“รู้เรื่องแบบนี้ได้อย่างไง” จองกุกปาดเหงื่อที่ขมับจีมิน

“พี่แทฮยองน่ะ บ่นให้ฟังตลอด” แทฮยองได้เริ่มงานเมื่อปีที่แล้ว ด้วยหน้าที่การงาน แทฮยองจึงไม่ค่อยมีเพื่อนที่พอจะคุยด้วยได้ เวลามีเรื่องดีใจเสียใจอะไร ก็มักจะมาเล่าให้จีมินฟัง

 

 

 

แทฮยองอีกแล้วหรอ

 

จองกุกถอนหายใจเบาๆ พูดยาก หึงหรอ ก็ใช่ แต่ถ้าไม่มีแทฮยอง เขาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จีมินจะเป็นอย่างไร

 

 

“หึงหรอ” คนถามตาโตใส่ สงสัยจริงๆ นะ

 

“เปล่า” จองกุกตอบพร้อมหัวเราะในลำคอ ไม่ได้หึงจริงๆ

 

 

แต่รู้ตัวไหมว่าเสียงมันสูงนิดนึงน่ะ

 

“หึง? ถามอีกครั้ง

 

“เปล่า” ตอบครั้งนี้ความหมายคือ ใช่ หึงนิดหน่อย

 

“ก็ถ้าหึง เดี๋ยวจีมินพูดถึงพี่แทฮยองน้อยกว่านี้หน่อยก็ได้“

 

“หืมม ไม่ต้องหรอก .. ก็ไม่ได้หึงอะไรขนาดนั้น .. จองกุกเข้าใจ” นั่น ยอมรับมาแล้วว่าหึง

“จีมินทำได้นะ ถ้ามันทำให้จองกุกสบายใจ”

 

 

 

 

จองกุกมองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ต่อหน้าตัวเองด้วยความภูมิใจ ต่อให้จีมินไม่ได้ท้องลูกของเขา เขาก็จะเลือกจีมินอยู่ดี

 

 

“เรียบร้อยแล้ว ไปทำงานได้แล้ว” จีมินบอกพร้อมปัดๆ ลูบๆ เสื้อสูทสีดำที่สวมอยู่บนตัวชายรูปร่างดี

 

“พ่อครับ ต่อแขนอันนี้ให้ยอนจุนหน่อย” ลูกชายเดินถือหุ่นยนต์สวนเข้ามาในห้องแล้วยื่นให้ ไม่ได้รู้สึกว่าพ่อของตัวเองรีบหรือไม่รีบ

 

 

“คุณพ่อต้องไปทำงานแล้วนะครับ” เป็นจีมินที่ก้มไปบอกลูก

 

จองกุกไม่สนใจ เขาย่อตัวลงไปหยิบหุ่นยนต์ตัวที่สามารถถอดประกอบเองได้จากมือลูกมาต่อให้ตามคำขอ

 

วันนี้ยอนจุนก็ยังต้องไปโรงเรียนเหมือนกัน แต่จีมินจะไปส่งเองหลังจากที่จัดการส่งจองกุกเรียบร้อย

 

 

 

 

“คุณพ่อจะไปทำงานแล้ว บอกให้คุณพ่อโชคดีเร็วครับ” จีมินบอกเด็กที่ตัวเองอุ้มอยู่ เขาและลูกออกมาส่งจองกุกที่กำลังจะขับรถออกไปทำงาน

 

ยอนจุนเขินตัวม้วนหน้าแนบอก เรียกรอยยิ้มให้คุณพ่อแต่เช้า ตัวแค่นี้หัดเขินเสียแล้ว

มือหนาลูบผมลูกชาย แค่นี้ก็ได้กำลังใจล้นปรี่

 

“จองกุกไปทำงานก่อนนะ” จองกุกบอก

“ขับรถดีๆ นะ” มือเรียวที่ว่างส่งไปลูบแขนจองกุก ในที่สุด วันที่ได้ยืนส่งสามีไปทำงานก็มาถึง

 

“พ่อไปแล้วนะครับคนเก่ง อย่าดื้อแม่นะครับ”

 

ยอนจุนหันมาพยักหน้าน้อยๆ ตอบ

 

 

ชีวิตนี้จองกุกไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ขอแค่คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาทั้งสองคนนี้มีความสุข ก็พอใจแล้ว จองกุกยอมเหนื่อย ถ้าทำให้ครอบครัวมีความสุข



























“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขอบคุณคนที่สวมหมวกสีดำปิดบังหน้าตา คิมแทฮยองคิดว่าที่ที่คนพลุ่กพล่านแบบนี้ จะไม่ทำให้เขาทั้งสองคนเป็นที่สังเกต

 

“หมดธุระแล้ว ผมขอตัวนะครับ” คนส่งสารสำคัญกล่าวลาก่อนที่ทั้งสองจะแยกกัน

 

 

โอเค วันนี้หมดงานของเขาแล้ว กลับบ้านได้สักที แทฮยองคิด แต่ว่านั่น...

 

 

มินยุนกิไม่ใช่หรอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โถ่ป้า พูดกันดีๆ ก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องโยนออกมาเลย” คนตัวขาวพูดเสียงเอื่อยกับเจ้าของบ้านที่เคยใจดี ช่วงนี้มีปัญหานิดหน่อยเลยค้างจ่ายค่าเช่า .. แต่ก็ไม่เคยไม่จ่ายนะ ทำไมต้องโยนข้าวโยนของแบบนี้ด้วย

 

“คนรอเข้าอยู่มีเยอะนะยุนกิ ถ้าป้าไม่ได้ค่าเช่าจากหนู ป้าให้คนอื่นเช่าต่อไม่ดีกว่าหรอ” ถึงจะเห็นแก่เงินไปหน่อย แต่ก็ดีที่เขายังพูดดี

 

มินยุนกิรู้อยู่แล้วล่ะว่าวันนี้ต้องมาถึง เตรียมแผนสองไว้แล้วหล่ะ

 

“ผมไปก็ได้ครับ เดี๋ยวค่าเช่าที่ค้าง ผมจะรีบเอามาให้แล้วกันนะครับ”

 

ได้ยินอย่างนั้นเจ้าของที่พักก็เดินออกไป ปล่อยให้พ่อหนุ่มตัวขาวยืนมองหลัง

มือขาวเอื้อมคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าที่มีอยู่น้อยนิด ในใจคิดบ่น จะรูดซิปให้หน่อยก็ไม่ได้

 

 

“คิมแทฮยอง” ยุนกิเอ่ยชื่อคนที่ยื่นมือมาคว้ากระเป๋าใบเล็กของเขาตัดหน้าไป

 

“เกิดอะไรขึ้นอ่ะ” ถามไปทั้งๆ ที่ได้ยินมาตั้งแต่แรก แต่ก็ยังไม่เข้าใจ เชฟที่ร้านอาหารของจีมินได้เงินเยอะมากเลยนะ แต่ทำไมค้างค่าเช่าบ้านล่ะ

 

“ไม่มีอะไรหรอก เอามา” ยุนกิตอบเสียงอ่อนใจ พยายามแย่งของของตัวเองมา แต่มีหรือที่คนดื้ออย่างแทฮยองจะยอม

“แล้วจะไปอยู่ที่ไหน” ทั้งที่เมื่อสักครู่ถามเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไร

 

คนถูกถามเกาหัวแค่กๆ

“เออ เอามาเหอะ ไม่ต้องยุ่งหรอก” คนตัวเล็กกว่ายังไม่ละความพยายามจะเอาของของตัวเองที่แทฮยองถืออยู่มาถือเอง

 

“นี่ ถามก็ตอบสิ เป็นห่วง” แทฮยองทำหน้าดุ

“จะไปนอนที่ร้าน” ก็แค่นั้น ตอบเสร็จแทฮยองก็ปล่อยให้ยุนกิได้ถือของของตัวเอง

 

“จีมินไม่ให้นอนหรอก” คนพูดยกไหล่เล็กๆ

“ทำไมจะไม่ให้นอน รู้ดี” ยุนกิถือโอกาสว่าเสียเลย เจ้าของร้านก็ไม่ใช่ และอีกอย่าง จีมินใจดีขนาดนั้น

 

“เพราะผมจะโทรไปบอกเขาว่าจะให้คุณไปนอนที่บ้านผมไง” แทฮยองคิดไว้แล้ว ตั้งแต่ได้ยินว่าป้าเจ้าของนั่นไม่ให้ยุนกิของเขาอยู่ที่นี่ อย่างไรจีมินต้องเลือกให้ยุนกิไปนอนที่บ้านมากกว่านอนที่ร้านอยู่แล้ว

“จะบ้าหรอ เกรงใจพ่อแม่นาย” ประโยคหลังพูดเสียงแผ่ว

 

“หมายความว่าถ้าอยู่กับผมแค่สองคนโอเคงั้นหรอ”

 

เพราะสงสัยแบบนั้นเลยถาม จึงเกือบโดนฝ่ามือพิฆาต ตัวเล็กแม่งดุ แต่สุดท้ายก็พามาถึงบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แม่ครับ นี่มินยุนกิ เชฟที่ร้าน” แทฮยองแนะนำยุนกิกับแม่ตัวเอง เมื่อพากันมาถึงบ้าน

 

“ต้องแนะนำด้วยหรอ มินยุนกิ ทำไมแม่จะไม่รู้จัก” เคยเจอกันตั้งหลายครั้ง เว้นแต่ว่าจะพามาบ้านในฐานะอื่น ก็น่าคิดนะ ดูจากที่ลูกชายตัวเองถือกระเป๋าเสื้อผ้าที่เดาว่าน่าจะเป็นของหนูมินยุนกิน่ะ

 

 

“ยุนกิจะมาอยู่กับเรานะครับแม่” แทฮยองบอกไปอย่างไม่รอช้า แต่พูดแค่นั้น คนฟังอาจจะเข้าใจผิดได้นะ

 

“แทฮยอง!!” ยุนกิดุไปเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของคิมยูรี

 

“หรอลูก” คนเป็นแม่ถามอย่าง งงๆ

 

 

“คืออย่างนี้ครับคุณแม่ ผมกำลังหาที่พักใหม่อยู่ ระหว่างนี้เลยขอรบกวนแทฮยองเขาน่ะครับ ผมจะรีบหาที่อยู่ใหม่ให้ได้เร็วๆ นี้ครับ” มินยุนกิอธิบาย

 

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง” ยูรีตอบรับ แต่เลี้ยงลูกมายี่สิบกว่าปี ทำไมจะไม่รู้ว่าแทฮยองคิดอะไร

 

 

 

 

“เดี๋ยวแม่ไปจัดห้องให้แล้วกัน อยู่ห้องเก่าจีมินแล้วกันเนาะ”

“แต่ห้องนั้นไม่มีผ้าปูที่นอนนี่ครับ แม่จะต้องไปปูใหม่หรอ” แทฮยองไขสือ

 

“ใช่ แต่ไม่เป็นไร แม่ไปทำให้ได้”

 

แทฮยองฟังคำตอบแล้วหันไปมองที่ยืนข้างๆ

 

 

“เดี๋ยวผมจัดการเองก็ได้นะครับคุณแม่” ยุนกิบอก มาอาศัยเขา แล้วจะมาให้เขาลำบากได้อย่างไร

 

“ไม่ได้สิลูก แม่จะให้แขกไปทำอะไรแบบนั้นได้อย่างไง”

 

 

“เอางี้ไหมครับ ก็ให้ยุนกิไปนอนห้องผม” เข้าทางคิมแทฮยองเขาล่ะ

 

 

สองคนที่ยืนฟังทำหน้าตกใจอย่างสุภาพ แต่ในใจนี่แทบจะทึ้งหัวหมอนี่เสียจริง

“...แล้วผมก็ออกมานอนข้างนอกแทน .. ตอนเช้าค่อยจัดห้องให้ยุนกิเขา” เนี่ยคิดไรกัน เห็นคิมแทฮยองเป็นคนอย่างไงครับคุณแม่

















2 AM

 

 

 

 

 

“ไม่หนาวหรอ” แทฮยองหันมาตามเสียงที่ได้ยินมาจากข้างหลัง กำลังจะเคลิ้มหลับไปแล้ว ดีที่ยังไม่หลับ ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่ามีคนห่วง

 

โซฟาดูตัวเล็กไปถนัดตาเมื่อคนตัวยาวอย่างแทฮยองมานอนยาวเหยียดอย่างนี้

 

 

“ยังไม่นอนอีกหรอ” แทฮยองถามกลับสวนความมืด

 

จะให้นอนหลับลงได้อย่างไร มาอาศัยเขาอยู่แถมยังให้ลูกชายเขามานอนตัวสั่นอยู่ข้างนอกอีก

 

 

 

“ขอบคุณนะ” ยุนกินั่งบนเก้าอี้ข้างโซฟาตัวที่แทฮยองนอน

“เรื่องอะไร” แทฮยองถามทั้งที่นอนอยู่อย่างนั้น แต่ไม่ง่วงเหมือนเมื่อห้านาทีสิบนาทีก่อนแล้ว

 

จริงๆ ก็ขอบคุณทุกเรื่องนั่นแหละ เรื่องวันนี้ก็ด้วย

 

“เรื่องที่นายรู้สึกดีกับฉัน” แต่ปากกลับตอบแบบนี้

 

ถึงบ้านจะปิดไฟมืด แต่ห้องรับแขกก็สว่างไสวเพราะมินยุนกิ แทฮยองลุกขึ้นนั่งมองหน้าคนที่อยู่ใกล้ๆ ขอบคุณที่เรารู้สึกดีๆ ให้อย่างนั้นหรอ

 

ถึงยุนกิจะไม่ค่อยพูดมาก แต่ความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้กันก็ค่อนข้างชัดเจน ถึงจะชอบโวยวายใส่กัน แต่ความห่วงใยที่มีให้กันและกันก็พิเศษกว่าคนอื่น

 

 

 

“ดีใจนะ ที่รู้ว่ารู้สึกดีด้วยอ่ะ” แทฮยองพูดติดตลก แต่กระนั้นก็มีความจริงใจอยู่ในน้ำเสียง

 

 

 

“หนาวไหม ยังไม่ตอบเลย”

 

“ถ้าบอกว่าหนาว จะให้เข้าไปนอนด้วยหรอ”

 

 

“จริงๆ ไม่เห็นต้องออกมานอนข้างนอกแบบนี้เลย”

 

น้ำลายก้อนใหญ่กลืนเข้าไปอย่างยากลำบาก พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร มินยุนกิ

 

“จะให้ผมเข้าไปนอนในห้องหรอ”

“...”

 

“ต่อให้ตอบว่าไม่หนาว ก็จะให้ผมไปนอนให้ห้องหรอ”

“แทฮยอง..”

 

“ยุนกิ”

“...”

 

“ถ้าผมเข้าไป คุณได้เป็นลูกสะใภ้แม่ผมแน่ๆ”

 

 

 

 

“อยากลองเป็นลูกสะใภ้แม่นายดู”

 

 

 

 

























“จองกุกผ่านโปรมาก็หลายเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้ไปเลี้ยงเลย มาช่วงงานเยอะสุดๆ โทดทีนะจองกุก” หัวหน้าสาววัยกลางคนเดินมาแตะบ่าลูกน้องคนล่าสุด

 

 

 

ยังไม่ทันได้บอกว่าไม่เป็นไร รุ่นพี่คนอื่นๆ ก็ชิงเจื้อยแจ้วเสียก่อน หกเดือนแล้ว ที่จองกุกทำงานที่นี่ ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างดี ทีมที่จองกุกได้ร่วมงานด้วยมีความเป็นกันเองมาก ทุกคนชื่นชมจองกุก เห็นจบนอกนึกว่าจะหยิ่งจะหัวแข็ง แต่จองกุกกลับนอบน้อม แถมยังทำงานดี

 

 

“อาทิตย์หน้าดีไหมครับ ผ่านงานโปรโมตแล้ว และที่สำคัญพี่ยงวานจะได้ขออนุญาตเมียด้วย”

 

“นี่ๆๆๆ อย่าพูดถึงเมียดิวะ”

 

 

จองกุกได้แต่นั่งฟัง พี่ๆ พวกนี้เข้าขากันอย่างดีเลย

 

 

 

“มินอู นายก็พาแฟนมาเปิดตัวด้วยเลยสิ” ซองกึน สาวผมสั้นตะโกนมาจากโต๊ะตัวเอง

 

“เดี๋ยว ฉันบอกแล้วหรอว่ามีแฟน” เขินไปแล้ว แต่เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้บอกใครเสียหน่อยว่ามีแฟนแล้ว

 

“ออกหน้าออกตาขนาดนั้น แหม”

 

มินอูไม่เคยบอกใครหรอกว่ามีแฟน ก็น้องคนนี้สวยมากๆ ยังมีคำถามกับตัวเองอยู่เลย ว่าทำไมน้องเขาถึงมาคบกับคนหน้าตาบ้านๆ แบบเขา

 

มินอูไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดีหรอกนะ แต่น้องคนนั้นน่ะ สวยมากกกกก

 

 

 

 

 

เที่ยงนี้จองกุกได้ออกมาทานอาหารกลางวันกับยงวาน พี่คนที่ถูกน้องๆ แซวว่าเมียดุ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอสั่งสอนรุ่นน้องเสียหน่อยแล้วกัน

 

“ถ้าได้ยอมตั้งแต่แรกนะ นายจะต้องยอมไปตลอดชีวิตเลยล่ะ เพราะฉะนั้นเลือกดีๆ .. เอ่อ แต่ก็ยากว่ะ เมียฉันน่ะ ตอนแรกก็น่ารักอยู่หรอก ไม่รู้ว่าเป็นอย่างงี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” พูดไปก็อยากจะร้องไห้ ได้แต่หวังว่ารุ่นน้องจะจำคำตัวเองไปใช้นะ

 

“แฟนพี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอครับ” จองกุกถามอย่างสนิทสนม

 

“ไม่หรอก ก็แค่พูดมาก .. อุ๊ย ไม่นินทาเมียสิ” ยงวานว่าตัวเอง

 

มื้อกลางวันนี้สองหนุ่มได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวอะไรมากมายเลย กำลังจะกลับเข้าไปทำงานแล้ว แต่ตาเจ้ากรรมดันเห็นเมียตัวเองเดินมาเสียนี่

 

“ตายห่าแล้ว” ยงวานถอนหายใจ

 

 

 

“ทำไมไม่กินที่โรงอาหารบริษัทล่ะ” ภรรยาสาวสวยของรุ่นพี่พูดเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ ถ้ามาทานอาหารข้างนอกแบบนี้ ก็ต้องจ่ายเยอะกว่าสิ

 

“พาน้องมาหาอะไรกินข้างนอกบ้างน่ะ กินร้านในบริษัททุกวันก็เบื่อตาย อ้อ นี่จองกุก” ยงวานพูดปกติ จองกุกไม่เห็นว่าจะมีอาการที่เรียกว่ากลัวเมีย ตรงไหนเลย

 

 

“สวัสดีครับ”

 

“หวัดดีจ้ะ” แฟนของรุ่นพี่ยิ้มสวยให้

 

 

“เออนี่เธอ อาทิตย์หน้าฉันมีงานเลี้ยงรับรุ่นน้องนะ วัน..ไหน..” ขอโทษนะครับ ยังไม่ทันพูดจบ เมียสุดที่รักก็ฉอดซะแล้ว

 

“เลี้ยงอีกแล้วหรอ จะเข้าก็เลี้ยง จะออกก็เลี้ยง ไปทำงานหรือไปเลี้ยงกันแน่เนี่ย หกฟเอ่อรหย้งฟกหเอ่ย กเอกหวิ้ง” เสียงบ่นตามมาอีกเป็นชุด

 

กว่าจะแยกออกมาได้ก็ใช้เวลานานอยู่ อย่างนี้สินะ พี่ๆ เขาถึงแซว แต่อย่างนั้นรุ่นพี่ของเขาก็ยังดูรักเมียมาก จองกุกจะเป็นผู้ชายแบบนั้นได้ไหมนะ

 






















“กลับมาแล้วครับบ” จองกุกส่งเสียงเข้ามาก่อนที่ตัวจะเข้ามาถึง วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่กลับมาถึงบ้านเร็วเป็นปกติ ที่บอกว่าเร็วเป็นปกติ เพราะก่อนหน้านี้บริษัทมีโปรเจคสำคัญ เขาจึงต้องอยู่ที่ทำงานนานกว่าปกติ

 

“คุณพ่อคร้าบบ” ยอนจุนเดินตัวนิ่งถือแก้วน้ำเย็นตรงมาหาคุณพ่อเหมือนทุกวัน จองกุกรีบหยิบแก้วน้ำมาจิบแล้วยื่นให้จีมินที่เดินตามออกมา

 

คนแข็งแรงอุ้มลูกชายขึ้นมาหอมแก้มซ้ายขวาแรงๆ แบบนี้สินะ ที่เขาบอกว่าต่อให้ทำงานหนักแค่ไหน แค่เห็นหน้าลูกก็หายเหนื่อยน่ะ

“วันนี้ยอนจุนวาดรูปพ่อแม่ลูกด้วยครับ คุณครูบอกว่าสวยมากเลย” เด็กน้อยรีบอวด

 

“หรอครับ ไหนเอามาให้พ่อดูหน่อยครับ” จองกุกทำหน้าทำตาหยอกล้อลูกชาย หลายเดือนที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ความเคอะเขินที่เคยมีหายไป

 

ยอนจุนวิ่งไปที่ห้องนอนเพื่อหยิบกระดาษที่พูดถึง หลังจากที่พ่อวางตัวเองลงกับพื้น

 

 

“วันนี้กลับเร็ว” จีมินพูดขึ้นมาเฉยๆ

“อืม หมดงานแล้ว ต่อไปก็กลับประมาณนี้แหละ” จองกุกอธิบาย ใจก็นึกถึงแต่เรื่องที่ตัวเองเจอมาวันนี้

 

ช่วงที่ผ่านมาเขาทั้งกลับบ้านเย็น กลับบ้านดึก ทั้งทำงาน ไม่ก็ไปแฮงก์เอ้ากับเพื่อนๆ แต่ยังไม่มีครั้งไหนที่จีมินจะบ่นจะว่าเขาเลย

 

“อาทิตย์หน้าพี่ในทีมจะเลี้ยงต้อนรับจองกุก อาจจะกลับดึกนะ” จองกุกพูดไปพร้อมดูท่าทีของคนรัก

 

“อืม”

 

 

“กลับดึกนะ”

 

 

จีมินจ้องหน้าจองกุกกลับ เริ่มแปลกใจ ปกติไม่เคยจะมาแจกแจงละเอียดแบบนี้

“ให้ไปรับหรอ”

 

“เอ่ออ ก็ได้นะ ถ้าจีมินอยากไป” จองกุกก็ยังไม่รู้ตัว ว่าการกระทำของตัวเอง ดูแปลกจากปกติ

 

“ไม่ใช่ว่าอยากไปหรือไม่อยากไป แต่จองกุกเล่นจ้องหน้าจีมินแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่า” จีมินหรี่ตามอง

 

จองกุกยิ้มออกมา เริ่มรู้ว่าตัวเองแสดงอาการมากไปแล้ว คนตัวสูงขยับไปกอดภรรยาเพื่อออดอ้อน จีมินมองอย่างแปลกใจ

 

“กลับดึกก็ไม่ว่าหรอ” จองกุกทำเสียงอู้อี้ใกล้ๆ ไหล่เล็ก

“ก็เห็นกลับดึกตลอด ทำไมวันนี้เพิ่งมาถาม” จีมินว่ายิ้มๆ

 

 

เข้าใจแล้ว จองกุกเข้าใจแล้ว














 

ร้านเหล้าเป็นสถานที่ที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าจะใช้เป็นที่ที่ต้อนรับน้องใหม่อย่างจองกุก แม้มินอูจะห้ามแล้วว่าจะเลี้ยงรับน้องทั้งที น่าจะใช้สถานที่ที่ดีกว่านี้หน่อย แต่จองกุกเองบอกว่าแบบนี้ก็โอเค พี่ๆ จะได้กินดื่มกันอย่างเต็มที่ด้วย จองกุกเป็นคนไม่เรื่องมาก อย่างนี้บรรดารุ่นพี่ก็ยิ่งเอ็นดูไปใหญ่

 

 

“พี่ดีใจมากเลยนะ และพวกเราก็โชคดีกันมากๆ ด้วย ที่ได้จองกุกมาอยู่ทีมเดียวกัน มีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากเลยล่ะ อย่างไงก็ทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้วตลอดไปนะ” หัวหน้าทีมพูดก่อนใครทั้งหมด

 

“ฉันถูกชะตากับนายมากเลยนะจองกุก หวังว่าเราจะทำงานเข้าขากันแบบนี้ตลอดไปนะ”

 

“พี่ห่วงเรื่องเมียเองอย่างเดียว เลือกดีๆ นะโว๊ย”

 

“ส่วนพี่ ขอให้น้องรักษาความโสดแบบนี้ต่อไปนะจ๊ะ อีตามินอูมันทิ้งพี่ไปมีแฟนแล้ว เหลือแค่จองกุกกับพี่แล้ว ที่โสด”

 

 

คนหลังนี้ ใครมาฟังก็รู้ว่าชอบจองกุกมาก

 

ที่เป็นโสดมาสามสิบปีนี่ เพื่อรอจองกุกมาจีบหรอกย่ะ

 

 

มันต้องมีสักคนในทีมสินะ ที่มีคาแรคเตอร์แบบนี้

 

 

 

“เอาล่ะ ถึงตาจองกุกพูดบ้างแล้ว”

 

 

 

 

 

 

“ที่นี่เป็นที่ทำงานที่แรกของผม ยอมรับว่าตอนแรกค่อนข้างกังวล แต่พี่ๆ ทุกคนก็ดูแลผมดีมากๆ ขอบคุณนะครับ

 

ผมจะตั้งใจทำงาน และเรียนรู้จากพี่ๆ ให้ได้มากที่สุดครับ

 

 

 

เอ่อ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องพูดน่ะครับ

 

 

 

ผมแต่งงานแล้ว และลูกชายผมอายุสี่ขวบแล้ว”

 

 

 

 

 

 

 

 

ปลากระตักตากแห้งที่อยู่ในมือซองกึนร่วงพรู

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่ไปแล้วนะ เจอกันวันจันทร์” หัวหน้าทีมบอกลาลูกน้องทุกคน ก่อนหันมาพูดกับจองกุกโดยเฉพาะ

 

 

“ตกใจนิดหน่อยเรื่องครอบครัวเรา แต่ว่าถ้าว่างก็พามาเจอกันนะ”

 

 

 

 

“ส่วนฉันน่ะ ตกใจมากเลยล่ะ” ซองกึนพูดตลก เรียกเสียงหัวเราะเมื่อหัวหน้าขึ้นรถแท็กซี่ออกไปแล้ว

 

 

“แฟนนายคงสวยกว่าซองกึนมากแน่ๆ” ยงวานแกล้งรุ่นน้องสาว แต่ถึงอย่างนั้นซองกึนก็ยังมั่นใจว่าจองกุกจะไม่ทำร้ายจิตใจเธอ

 

 

“ครับ” จองกุกตอบตามตรง

 

 

“จองกุก!! นายเมาหรอ อร๊าย” เสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนเดียวตอนนี้ทำเอารอยยิ้มของจองกุกฉายออกมา เป็นรอยยิ้มที่เคยทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตกหลุมรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“รุ่นน้องที่พี่ไปเลี้ยงรับเมื่อวาน ชื่ออะไรหรอ” เสียงหวานถามแฟนหนุ่มขณะที่ทั้งสองมาเดตกันในวันหยุด

 

 

“จองกุก จอนจองกุก ทำไมหรอ” มินอูตอบคำถาม

 

 

 

 

นั่นไง จอนจองกุกจริงๆ ด้วย ยุนอาไม่เคยพลาดหรอกถ้าเป็นจองกุก

 

“วันนั้นที่ไปรับพี่ ยุนอาเห็นไกลๆ น่ะ หน้าคล้าย เพื่อนเก่า” หญิงสาวพูดไปยิ้มไป

 

“แล้วใช่ไหม” คนอายุมากกว่าถามเสียงเรียบ

 

“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่สนใจหรอก” จองกุกแน่ๆ

 

 

“แต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว สี่ขวบ” มินอูบอกข้อมูลที่ยุนอาแฟนสาวของเขาต้องรู้

 

“ห๊ะ สี่ขวบเลยหรอ เพิ่งเรียนจบนิ่” ยุนอาเผลอสงสัยเสียดัง แล้วแฟนจองกุกจะใช่จีมินหรือเปล่า

 

 

“ไหนบอกไม่สนใจไง” มินอูหยุดเดินและหันมาหงุดหงิดใส่ ไม่ๆๆ อย่าทำแบบนั้น

 

“หึงหรอ” ยุนอาถาม ถ้าหึงก็เลิกกันตอนนี้ได้เลย นี่เป็นสิ่งที่ตกลงกันไว้

 

“เปล่า” 













 วันนี้เมื่อสี่ปีก่อน เป็นวันที่ความเป็นแม่ของจีมินถือกำเนิดขึ้น เมื่อเด็กน้อยที่ชื่อว่า ยอนจุน ลืมตาดูโลก วันเกิดปีนี้เป็นปีแรกที่ยอนจุนได้ฉลองพร้อมหน้า ทั้งพ่อ แม่ ลุงแท อากิ และคุณปู่คุณย่า

 

 

“คุณปู่ครับ คุณพ่อยังไม่มาเลย” หลานชายเดินมาถามหลังจากที่เล่นกับน้องแทฮยอนจนเบื่อ

 

“จีมิน จองกุกยังมาไม่ถึงอีกหรอ” ยองกวังหันไปถามลูกสะใภ้คนเล็กที่ยืนย่างเนื้ออยู่ไม่ไกล

 

จีมินละออกมา ปล่อยให้ว่าที่คุณพ่อยืนย่างต่อ

“บอกว่าออกมาจากที่ทำงานแล้วครับ เดี๋ยวคงถึง .. นั่นไง มาแล้ว” ประตูรั้วใหญ่เปิดด้วยคำสั่งจากรีโมตในรถของจองกุก

 

 

ยอนจุนวิ่งใส่พ่อเขาเหมือนเคย ดีใจจัง วันเกิดปีนี้พ่อจองกุกอยู่ด้วย

 

“ขอโทษนะที่มาช้า” จองกุกบอกจีมิน

“ไม่เป็นไร ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ อยู่ในห้องจองกุกน่ะ จีมินเอามาให้แล้ว .. มาครับยอนจุน ให้คุณพ่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” จีมินยื่นมือออกไปรับลูกชายมาอุ้มแทน

 

 

 

ตั้งแต่ที่ลูกชายโตเป็นหนุ่ม ยองกวังก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดให้อีกเลย สิบกว่าปีแล้วที่บ้านเงียบเหงาจากการจัดงานสังสรรค์ งานวันเกิดหลานชายคนแรก จัดขึ้นปีแรกผ่านไปด้วยดี

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่กลับกับแม่จริงๆ หรอ” จีมินถามซ้ำรอบที่หนึ่งร้อยเห็นจะได้ ปกติก็เห็นติดแม่ดี แต่ถ้าเป็นคุณปู่คุณย่านี่ ต่อให้มีแม่จีมินสิบคนก็รั้งยากเหลือเกิน

 

“พรุ่งนี้แม่ค่อยมารับนะครับ วันนี้ยอนจุนจะนอนกับคุณปู่คุณย่า” คุณปู่คุณย่าบอกว่าจะให้นอนดูการ์ตูนเรื่องใหม่ครับ

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงยอนจุนหรอกนะลูก” ยูรีบอก เธอรู้ดีว่าคนเป็นแม่นั้น ห่วงลูกขนาดไหน

 

“จองกุกกับจีมินก็นอนที่นี่เลยสิ พรุ่งนี้ค่อยกลับ” ยุนกิเสนอ

 

“ผมกับจีมินจะไปนอนที่บ้านครับ พี่สะใภ้” จองกุกเอียงคอคุยด้วยเสียงแข็ง ท่าทางตลกจนเกือบจะหัวเราะออกมากันทั้งหมด มีก็แต่จีมินที่ยังไม่หายกังวล ทั้งที่ก็เคยให้ลูกอยู่บ้านปู่ย่าอยู่หลายครั้งแล้วก็ตาม

 

 

“อย่าดื้อนะครับ รู้ไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กว่าจะขับรถมาถึงบ้านก็ดึกดื่นค่ำมืด ไหนจะดูความเรียบร้อยของบ้าน อาบน้ำอาบท่า เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสี่ทุ่ม

 

ลูกชายไม่อยู่แบบนี้ เป็นเวลาสวีทของพ่อแม่ล่ะ

 

 

 

“จีมิน” คุณพ่อเรียกชื่อคนที่ตัวเองนอนกอดเสียงอ่อย

 

“หืม”

 

 

“เรื่องแยกห้องนอนลูกน่ะ ถ้าเราแยกห้องนอนลูกช้า เขาก็จะนอนคนเดียวได้ช้านะ จองกุกอ่านเจอมาว่าจริงๆ แล้ว ลูกสามารถนอนคนเดียวได้ตั้งแต่เกิดเลย”

 

เป็นเรื่องจริงนั่นแหละ ข้อนี้จีมินก็รู้ แต่ตอนนั้นจีมินมีแค่ยอนจุน และยอนจุนก็มีแค่จีมินนี่นา

 

“เดี๋ยวเราเริ่มฝึกเลยดีไหมล่ะ เริ่มจากซื้อเตียงเล็กๆ ให้เขานอนห้องเดียวกับเรานี่แหละ”

 

 

“ดี เดี๋ยวจองกุกจัดการเอง”

 

 

“จีมิน” คุณพ่อเรียกชื่อคนที่ตัวเองนอนกอดอีกครั้ง

 

“หืมม”

 

 

 

“มีน้องให้ยอนจุนดีไหม”

 

จีมินเงยหน้ามามองคนถาม เรื่องใหญ่นะ ถ้าจะมีลูกอีกคน

 

 

“ทำไมถึงอยากมีลูกอีกคนล่ะ” จีมินอยากรู้เหตุผล

 

“ตอนจีมินท้องยอนจุน จองกุกไม่ได้ดูแลจีมินเลย..” เพราะรู้สึกผิดต่อจีมิน จองกุกจึงตอบแบบนั้น

 



“แล้วยอนจุนจะคิดอย่างไงล่ะ ถ้ารู้ว่าที่เรามีน้องให้เขา เพราะพ่อแม่อยากชดเชยที่ไม่ได้ดูแลเขา”

 

พูดถูกอีกแล้ว จีมินพูดถูกอีกแล้ว จองกุกไม่ได้นึกถึงข้อนี้เลย จองกุกอยากให้ลูกเขามีพี่น้องนะ อย่างน้อยก็จะได้ดูแลกัน

 

 

“ค่อยคุยแล้วกันเรื่องนี้ จองกุกอยากให้ยอนจุนมีน้อง”

 

 

 

 

“เหนื่อยไหมจองกุก” จีมินถามหลังจากเงียบกันไปพักหนึ่ง

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เหนื่อยได้ไง” ถามดีๆ แต่จองกุกกลับตอบติดตลก

 

“ทะลึ่ง ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย” จีมินทุบอกแกร่งตรงหน้าเบาๆ

 

จองกุกหัวเราะออกมา กระชับกอดแน่น

 

“ไม่เหนื่อยหรอก เห็นหน้าลูกหน้าเมียก็ชื่นใจแล้ว”

 

 

 

จีมินพอใจในคำตอบ เขยิบตัวขึ้นไปเพื่อกดจมูกลงบนซอกคอคนรัก พร้อมสูดแรงๆ “หอมจัง”

 

จองกุกอาศัยความแข็งแรงของร่างกาย ยกตัวคุณแม่ขึ้นมาคร่อมตัวเอง

“เหนื่อยจังเลยจีมิน”

 

 

“..” สิบวินาทีที่แล้วยังบอกว่าไม่เหนื่อยอยู่เลย

 

 

“ทำให้หน่อยนะวันนี้”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 








“ซี๊ดดส์ จะ จีมิน จี จีมิน เบาก่อน .. แทฮยองโทรมา” เสียงกระท่อนกระแท่นขัดจังหวะคุณแม่ที่กำลังควบม้าอยู่ในห้องนอนที่แอร์เย็นฉ่ำ

 

ก็ต้องพักอะนะ ช่วยไม่ได้

 

“มีไร” แทบจะตะคอกใส่แล้ว โทรมาไม่รู้เวล่ำเวลา

 

 

-พ่อคร้าบ-

 

 

“คร้าบบ ลูกชาย” เสียงเปลี่ยนแทบไม่ทัน พร้อมมือที่กดเปิดลำโพงเพื่อให้แม่เขาที่กำลังโยกเอวเบาๆ เหมือนแกล้ง ให้ได้ยินด้วย

 

 

 

 

-ลุงแทบอกว่าจะให้ยอนจุนช่วยเลี้ยงน้องด้วย แต่ถ้าอยากมีน้องเป็นของตัวเอง ให้โทรมาบอกพ่อกับแม่ตอนนี้ครับ-

 

เสียงลูกชายช่างไร้เดียงสา

 

“หรอคร้าบบ เดี๋ยวพ่อบอกแม่ให้นะครับ ลุงแทอยู่แถวนั้นไหมครับ พ่อขอคุยด้วยหน่อย” จองกุกยังใช้เสียงสองคุยกับลูกชาย

 

 

 

-ฟังอยู่ พูดมาเลย- เพราะทางนั้นก็เปิดลำโพงเหมือนกัน เสียงนั่น กลั้นหัวเราะอยู่ใช่ไหม ร้ายกาจนัก

 

 

โตจนจะเป็นพ่อคนอยู่แล้ว ยังยืมมือหลานมาแกล้งกันอีก เวลาแบบนี้คงนอนหลับกันอยู่มั้ง

 

 

 

 

“ขอให้เจ็ดเดือนที่เหลือเมียไม่ให้เอานะครับ ขอบคุณครับ”

 

 

วางสายใส่ซะเลย

 

“จองกุก!!” จีมินตีเพี๊ยะไปที่หน้าท้อง วางสายใส่ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้ประโยคที่พูดก่อนวางสายน่ะ กล้าได้อย่างไง ลูกก็ฟังอยู่

 

 

จองกุกดันตัวเองให้ลุกจากที่นอนนุ่ม ผลักคาวเกิร์ลให้นอนลงไปแทน ก่อนขยับตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งผู้ควบคุม ทั้งที่ไม่มีส่วนใดหลุดออกจากกัน

 

 

 

“ยอนจุนอยากมีน้องอ่ะจีมิน”

 

 

 

 

 












Talk :






หัวก็ไม่แล่น มือก็แข็ง


คิดถึงทุกคนนะคะ




ถ้าถูกอกถูกใจ ก็พิมพ์ 99 เป็นกำลังใจให้เราด้วยน้าาาาา



ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และการติดตามนะคะ
ได้อ่านทุกคอมเม้นท์เลย 
ขอบคุณที่ชอบนะคะ

Oh ma ma myyyy






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

437 ความคิดเห็น

  1. #412 earnearnpw9 (@earnearnpw9) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 22:51
    99 เลยค่ะ555555
    #412
    0
  2. #154 chachayuchun (@chachayuchun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 16:54
    99999 ลุงแทเจ้าเล่จิงๆ พี่กิกับจีมินนี่อ้อยทั้งคู่เลย นางมารยุนอาเจอจองกุกแล้ว เตรียมรับมือ
    #154
    0
  3. #98 SMS GIRL (@BenzzyJinny) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 12:44
    99 อยากเหนน้องยอนจุนแล้ววว
    #98
    0
  4. #97 alora2 (@Alora) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 23:48
    อร้ายยย คุณพ่อคุณแม่
    #97
    0
  5. #96 Ma_Mook2929 (@Ma_Mook2929) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:02
    999999999
    #96
    0
  6. #95 Bangtanboy2013 (@Bangtanboy2013) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 20:26
    ยุนอา เธอไม่มีไรใช่มั้ยๆๆๆ
    #95
    0
  7. #94 jiminpunch (@jiminpunch) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 19:47

    99 คะ // ส่งใจให้คะ~
    #94
    0
  8. #93 saai_ii (@saai_ii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 17:32
    ยอนจุนจะรู้ไหมว่าพูดอะไรออกมาก-////-
    #93
    0