ตอนที่ 11 : Grow step 11 FULL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    31 มี.ค. 62


FULL

 

 

 

 

2015

 

 

 

 

 

“หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณปาร์คจีมินตั้งครรภ์ได้ 6 สัปดาห์แล้ว”

 

แม้ว่าตอนที่พูด คุณหมอคิมจะคิดว่าเป็นข่าวดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ แต่เมื่อพูดออกไปแล้วเห็นปฏิกิริยาตอบกลับของคนทั้งสอง คุณหมออาจจะต้องคิดใหม่ว่า สิ่งที่คุณหมอพูดนั้น เรียกว่าข่าวดีได้หรือเปล่า

 

 

 

 

 












 

 

 

 

“จองกุกใช่ไหม”

 

แทฮยองถามคนที่ยังตกใจกับเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่ ไม่ใช่แค่จีมินหรอก เขาเองก็ตกใจเหมือนกัน เขาคิดว่าเขาก็ไม่ใช่คนหัวโบราณอะไร แต่จองกุกกับจีมินเพิ่งจะเรียนจบมัธยม...

 

 

เห้อ ...

 

เด็กพวกนี้มันไม่รู้จักวิธีป้องกันกันหรือไงนะ อยากจะด่าไปให้ถึงอเมริกาเสียจริง

 

 

 

“เรื่องนี้อย่าให้จองกุกรู้นะครับ” เป็นคำแรกที่จีมินพูดตั้งแต่รู้เรื่อง จีมินเงียบตั้งแต่อยู่ในห้องตรวจ เป็นแทฮยองที่ต้องพูดคุยกับคุณหมอแทน

 

“อืม” แทฮยองเห็นด้วย หากจองกุกรู้ คงได้โร่กลับมาวันนี้พรุ่งนี้แน่

 

 

 

“พ่อกับแม่ ก็ห้ามรู้เหมือนกันนะครับ” จีมินบอกอีก

 

“ห๊ะ จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไง จะท้องโตทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเด็กในท้องเป็นหลานเขาหรอ” แทฮยองเข้าใจว่าจีมินจะไม่ยอมบอกว่าจีมินท้องกับจองกุก

 

“นะครับ พี่แทฮยอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพตัดกลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง หัวโต๊ะยังคงเป็นประมุขของบ้านเช่นเคย

 

“วันนี้แทฮยองพาไปสมัครเรียนมาแล้วใช่ไหมจีมิน เรียบร้อยดีใช่ไหม” ผู้ใหญ่ท่าทางใจดี ถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการเรียนของคนที่ตนเอ็นดู

 

จีมินนิ่งไม่ยอมตอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจลุกออกไปนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้ของคนที่ตัวเองนับถือเหมือนพ่ออีกคน

จอนยองกวังและคิมยูรีมองดูการกระทำนั้นอย่างประหลาดใจ

 

“จีมินขอบคุณคุณพ่อมากๆ นะครับ ที่เอ็นดูจีมิน แต่จีมินไม่อยากเรียนครับ”

 

ยองกวังมองเด็กที่ก้มหน้าพูดสิ่งที่คิดออกมาด้วยความตกใจ

“แต่ที่จองกุกยอมไปเรียนที่ต่างประเทศ เพราะต้องการให้จีมินได้เรียนนะ”

 

จีมินไม่ได้สนใจคำพูดนั้น แต่กลับพูดประโยคถัดไปที่ทำเอาทุกคนตรงนั้นตกใจ

“จีมินจะออกไปอยู่ที่อื่นครับ”

 

“พ่อทำอะไรให้จีมินไม่พอใจหรือเปล่า” ยองกวังถามออกไป เขายอมรับว่าบางครั้งก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนเด็กคนนี้ขโมยความรักไป แต่นั้นไม่ได้ทำให้เขาเกลียดเด็กคนนี้ มีการกระทำอะไรของเขาที่ทำให้จีมินลำบากใจที่จะอยู่ด้วยกันหรือเปล่า

“ไม่ครับๆ ไม่ใช่ๆ” จีมินรีบโบกมือ เงยหน้าขึ้นมาปฏิเสธ

คิมยูรีลุกมาพยุงจีมินให้มานั่งที่นั่งตัวเอง แล้วเธอก็ขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวถัดไป

 

“เรื่องนี้ไม่ตกลงนะจีมิน ถ้าจองกุกรู้คงไม่อยู่เรียนจนจบแน่ๆ” พ่อรีบบอกไป ลำพังจีมินไม่ยอมเรียนก็แทบจะไม่อยากให้จองกุกรู้อยู่แล้ว และนี่ถ้าจองกุกรู้ว่าจีมินจะไม่ยอมอยู่ด้วยกันอีก จองกุกคงบินกลับมาวันนี้พรุ่งนี้แน่

 

“จองกุกต้องไม่รู้เรื่องนี้ครับ อย่าบอกจองกุก” จีมินพูดเสียงเศร้า

 

“เรื่องนี้พี่ไม่เห็นด้วยนะจีมิน” แทฮยองที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่นานเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม เขาคิดว่าวันนี้จีมินจะบอกพ่อกับแม่ว่าไม่เรียน และจะบอกเรื่องที่ท้อง แต่เรื่องที่จะออกจากบ้านนี้ จีมินไม่ได้ปรึกษาเขาเลย

 

จีมินเงยหน้าขึ้นมา พูดเสียงสั่น “เห็นด้วยกับจีมินอีกสักเรื่องเถอะครับ”

 

แทฮยองถึงกับพูดอะไรไม่ออก ถ้าเป็นแบบนี้ พ่อแม่จะไม่รู้เลย ว่าจีมินกำลังตั้งท้องหลานของพวกเขา

 

 

“แล้วจีมินจะไปอยู่ที่ไหน ถ้ากลับไปอยู่ที่บ้าน พ่อไม่ยอม” ยองกวังถามเมื่อเห็นว่าแม้แต่แทฮยองก็ดูเหมือนจะยอม เขายังไม่ตัดสินใจว่าจะให้จีมินออกไปอยู่ข้างนอกหรือไม่ เขายังจำคำพูดของลูกชายได้ ที่บอกว่าจีมินไม่เหลือใครอีกแล้ว

 

“จีมินจะอยู่ที่โซลนี่แหละครับ” คนตัวผอมบอกด้วยสายตาอ้อนวอน

 

 

“คุณเห็นว่าอย่างไง” จอนยองกวังหันไปถามภรรยาของตน ที่นั่งลูบบ่าลูกชายคนเล็ก

“ฉันไม่ยอมให้จีมินไปเด็ดขาดค่ะ” คิมยูรีตอบหนักแน่น

จีมินที่ได้ฟัง ก้มหน้าน้ำตาไหล มือเรียวรีบยกมาปาดออก

 

“แทฮยองล่ะ ว่าอย่างไง” พ่อเปลี่ยนมาถามลูกชายอีกคนด้วยคำถามเดียวกัน

 

แทฮยองมองจีมินที่นั่งสูดน้ำหูน้ำตาอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหาร เขาเข้าใจจีมินดี ... เข้าใจทุกอย่าง

 

“ผมตามใจจีมินครับ”

 

คิมยูรีขัดใจในคำตอบของลูกชาย แต่ก็เชื่อและเคารพในคำตอบ

 

จอนยองกวังที่ได้ฟังความคิดเห็นของทั้งภรรยาและลูกชายแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ เขาค่อนข้างตกใจที่ได้ยินว่าจีมินจะไม่เรียนต่อ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเรียนต่อของจีมิน เป็นเหตุผลเดียวที่ลูกชายของเขาไปเรียนต่อต่างประเทศตามคำสั่งของตัวเอง แต่เมื่อได้ยินว่าจีมินจะออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว นั่นทำให้เขาตกใจมากขึ้นไปอีก จีมินเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบแปดเท่านั้น เขายอมให้ลูกชายตัวเองไปเรียนไกลๆ แต่กับจีมินเขากลับเป็นห่วง

 

“พ่อยอมให้จีมินไปอยู่ที่อื่นได้ แต่ต้องติดต่อมาตลอด และที่สำคัญ ต้องให้แทฮยองเป็นคนดูแล”

 

สุดท้ายก็ยอมปล่อยไป ถ้าไม่ต้องการอย่างนั้นจริงๆ คงไม่ถึงกับยอมมานั่งคุกเข่า

 

“ขอบคุณครับ ฮึก” จีมินก้มหัวขอบคุณทั้งน้ำตา

 

 

“จีมิน”

“ครับ”

“ขยับมาใกล้ๆ พ่อ”

 

จีมินลุกออกไปนั่งคุกเข่าข้างเก้าอี้คนที่เรียกตน คนเป็นใหญ่ลูบหัวคนที่ตนเอ็นดู

 

“จีมิน ต่อให้จองกุกไม่บอกให้พ่อดูแลเราให้ดี .. พ่อก็รักเราเหมือนลูกอยู่แล้ว รู้ใช่ไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“กลับเลยไหมจีมิน เราเดินมาชั่วโมงนึงแล้วนะ คุณหมอยิ่งบอกว่าไม่ให้เดินนาน” คิมแทฮยองบอกว่าที่คุณแม่ ที่ดื้อดึงจะเดินเลือกซื้อข้าวของเพื่อต้อนรับลูกน้อยที่ห้างสรรพสินค้า โซนของใช้เด็ก

 

ก่อนหน้านี้เขาก็บอกให้กลับอยู่หลายครั้งแล้ว แต่จีมินก็ไม่เคยฟังเขาเลย นี่ถ้าหลานเขาออกมาแล้วดื้อได้แม่ล่ะก็ จะตีให้ตายเลย

 

 

 

อืดดด อืดดดดดด อืดดดดดดดด

 

มือเรียวของคนตัวเล็กลูบคลำแถวๆ กระเป๋ากางเกง เมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าที่ผ่านการใช้งานมาร่วมสองปี

 

“จองกุก... อันยอง...” เสียงใสพูดผ่านโทรศัพท์กับคนที่โทรมาทางวีดิโอ จีมินพยายามหันโทรศัพท์ให้ด้านหลังเป็นโซนเสื้อผ้าผู้ใหญ่

 

“อันยอง...” จองกุกโบกมือตอบคนที่โบกมือให้ผ่านแอพลิเคชั่นดัง

 

 

“อยู่ข้างนอกหรอ” จองกุกถามเมื่อเห็นบรรยากาศข้างหลัง ตอนนี้ที่เกาหลีบ่ายสามแล้ว

“อืม มาเดินตากแอร์ในห้างน่ะ” จีมินตอบคนที่อยู่อีกซีกโลก พวกเขาคุยกันอยู่บ่อยๆ ผ่านข้อความ ถึงจะถามวันนี้ ตอบมะรืนนี้ แต่ก็ยังมีความสุขดี

 

“ไปกับใคร”

“มาคนเดียว”

 

 

ห๊ะ มาคนเดียวหรอ แทฮยองที่เดินล้ำอยู่ข้างหน้าหันมาเบะปากใส่

จีมินเห็นแล้วล่ะว่าแทฮยองทำหน้าอย่างไร แต่ตอนนี้ ตอนที่กำลังคุยกับจองกุก พี่ช่วยทำเหมือนจีมินมาคนเดียวได้ไหมครับ

 

 

“เจ็ดเดือนแล้วนะ คิดถึงจีมินจัง” จองกุกเฝ้านับวันนับเดือนที่จะได้กลับไปเจอ

“ชู่ว เบาๆ สิ จีมินอยู่ข้างนอกอยู่นะ” จีมินรีบห้ามคำหวานของจองกุก พวกเขาคุยกันผ่านวีดิโอ มาบอกคิดถึงกันอย่างนี้ คนอยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินกันพอดี

“ก็คิดถึงจริงๆ นี่นา” จองกุกบอกความรู้สึกอีกครั้ง

“รู้แล้ว ... คิดถึงเหมือนกัน” จีมินทำมือป้องปาก กระซิบใกล้ๆ โทรศัพท์

 

เด็กหนุ่มยิ้มให้กันผ่านหน้าจอ

 

“ที่นั่นกี่โมงแล้วจองกุก” จีมินถาม

“ห้าทุ่มแล้ว”

“งั้นจองกุกรีบนอนเถอะ นอนดึกเดี๋ยวพรุ่งนี้เรียนไม่รู้เรื่องนะ”

 

จองกุกหัวเราะชอบใจ คำนี้มันเป็นคำที่เขาเคยบ่นให้จีมินตอนที่จีมินติดโทรศัพท์แรกๆ นี่นา

 

“อืม จีมินก็เหมือนกันนะ อย่ากลับดึก” จองกุกสั่ง

“ครับ แค่นี้นะ บายบาย”

 

“บายย”

 

 

ร่ำลากันอยู่นาน จีมินถึงได้กดวางสายได้ ถึงจะวางสายไป ก็ยังยิ้มให้กับโทรศัพท์อยู่อย่างนั้น

 

 

“กลับเลยม้ะ” แทฮยองถามเหมือนใส่ใจ

 

แต่จีมินฟังอย่างไงก็ดูเหมือนประชด

 

“ดีเหมือนกัน จีมินปวดขาแล้ว” จีมินตอบยิ้มๆ

 

“ปวดขาหรอ พี่บอกให้กลับตั้งนานแล้วก็ไม่เชื่อ” แทฮยองถามปนบ่น ก็ห่วงใยทั้งนั้น

 

“พี่แทว่าจีมินหรอ” คนถูกบ่นถามตาแข็ง น้อยใจที่โดนดุ

 

“เปล่าๆ ไม่ใช่ๆ ... กลับเถอะ กลับได้แล้ว” แทฮยองรีบปฏิเสธ ไม่อยากให้คนตัวเล็กหงุดหงิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ค่ำคืนที่แทฮยองหลับสนิท ถูกรบกวนด้วยเสียงโทรศัพท์ ปกติเขาไม่ใช่คนที่เปิดเสียงโทรศัพท์ตอนนอน แต่เพราะตอนนี้จีมินใกล้คลอดแล้ว ถึงแม้จะมีนัดผ่าคลอดหลังจากนี้ แต่เขาก็เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

แขนยาวเอื้อมไปควานหาต้นเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กข้างหัวเตียง

 

ตัวหนังสือเบลอ เพราะเจ้าของตาสองชั้นไม่ได้ลืมเต็มที่

 

จองกุก

 

 

 

“อื้ม” แทฮยองส่งเสียงไปเมื่อกดรับสายน้องชาย

 

“ช่วงนี้จีมินไม่ค่อยรับสายผมเลย” จองกุกพูดสิ่งที่ตั้งใจจะพูดทันที

 

“ช่วงนี้จีมินก็ไม่ค่อยรับสายนายอยู่แล้วไม่ใช่หรอ” พี่ชายที่นอนอยู่พูดงึมงัมแต่พอฟังเข้าใจ

 

“รู้ครับ ผมถึงโทรมาถามพี่ว่าช่วงนี้จีมินเรียนหนักหรอ .. หรือว่าไม่สบาย”

ไม่รู้ว่าไม่รู้หรือตั้งใจ..

 

“ตอนนี้มันตีห้าโว๊ยยย อยากรู้ก็ดูเวลาหน่อยเหอะ เอ้อ” แทฮยองบ่นไป ตาก็ยังปิดสนิท

 

 

“ที่ผมขอให้พี่ดูแลจีมิน พี่ยังจำได้ใช่ไหมครับ” จองกุกพูดน้ำเสียงจริงจัง

 

“...”

 

“...”

 

 

“เออๆๆๆ จำได้ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าไปดูให้ แค่นี้นะ”

 

แทฮยองกดวางสายไปหลังจากพูดคุยอีกไม่กี่คำ

 

วางสักที พี่คนนี้จะได้นอน

 

 

 

 

กริ๊ง กริ๊ง

 

หืมมมมมม ไอ้น้องคนนี้ จะปล่อยให้พี่นอนหน่อยไม่ได้หรือไง

 

คนขี้โมโหกดรับสายโดยที่ไม่ได้ดูว่าใครโทรมา

 

“มีอะไรอีก!!!

 

 

 

 

“พี่แท! ช่วยจีมินด้วย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จีมินกลับมาบ้านของตัวเอง หลังจากนอนที่โรงพยาบาลอยู่เกือบอาทิตย์ ครั้งนั้นเขาเจ็บท้องแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จึงได้โทรเรียกแทฮยอง แต่สุดท้ายก็คลอดตามกำหนดที่คุณหมอให้ไว้

 

บ้านหลังไม่ใหญ่นักแต่ก็มีพื้นที่ทั้งในบ้านและนอกบ้านมากพอ ที่จะให้เด็กน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองได้วิ่งเล่น ต้อนรับเพื่อนบ้านที่มาเยี่ยมสมาชิกใหม่

 

“พี่ขอมาช่วยเลี้ยงเจ้าหนูนี่ด้วยนะ จีมิน” จองโฮซอก ว่าที่คุณแม่ที่อยู่บ้านข้างๆ บอก

“ได้อยู่แล้วครับ” จีมินตอบรับคำขอของพี่ชายที่แสนดี ตั้งแต่ที่จีมินย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ก็มีจองโฮซอกและคิมนัมจุนนี่แหละ ที่คอยดูแล

 

“แล้วหนูนี่ชื่ออะไรหรอ จีมิน” คิมนัมจุน ว่าที่คุณพ่อถาม

 

จีมินยิ้มไปที่แทฮยอง ก่อนหันมาตอบ

 

“ยอนจุนครับ พี่แทฮยองเขาตั้งให้”

 

 

“อืม ชื่อเพราะดีนะ” นัมจุนชม

 

“ครับ พ่อเขาจะได้ไม่มาว่าทีหลัง” แทฮยองว่าขำๆ

 

ทุกคนที่ได้ยินต่างพากันหัวเราะขบขัน เรื่องนี้จีมินไม่ได้ปิดบังนัมจุนและโฮซอก ตอนแรกโฮซอกไม่เห็นด้วยที่จะปิดบังปู่ย่าของยอนจุน แต่เมื่อจีมินอธิบาย ก็พอเข้าใจ

 

 

 

 

 

“โฮซอก เรากลับกันเถอะ จีมินกับยอนจุนจะได้พัก” คิมนัมจุนเอ่ยชวนภรรยาตัวเอง

“ครับ ... จีมิน พี่กลับก่อนนะ ยอนจุน.. อากลับก่อนนะครับ” โฮซอกจิ้มแก้มเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดแม่ของเขาอย่างเอ็นดู ก่อนขอตัวกลับไป

 

 

“พี่แทครับ” จีมินเรียกคนที่กำลังทำท่าเก้ๆ กังๆ อุ้มลูกชายเขา

“หืม” คนถูกเรียกขานทั้งกำลังมองเด็กตัวเล็กน่าตาจิ้มลิ้ม ดูๆ ไปก็หน้าเหมือนจองกุก ดูอีกทีก็หน้าเหมือนจีมิน

 

“พี่โฮซอกกับพี่นัมจุนเป็นพี่จีมิน เขาต้องเป็นลุงไม่ใช่หรอครับ”

“อืม .. ก็ใช่ แต่เขาอยากให้เรียกอา ก็ช่างเขาเถอะ” แทฮยองเงยหน้าขึ้นมาตอบ

 

“แต่ยอนจุนต้องเรียกพี่ว่าลุงนะครับ พี่เป็นพี่จองกุก” จีมินทวงความถูกต้อง

 


อืม ย้ำจัง

 

 


 

แง แง แง

 

 

“โอ๊ะ โอ๊ะ” แทฮยองรีบคืนลูกให้แม่เขา

 

 

และเมื่อจีมินได้อุ้มลูกชาย เสียงที่เคยกระจองอแงก็เงียบลง

 

 

 

“น่ารักจัง” แทฮยองมองไปที่จีมิน

 

“ขอบคุณ” จีมินพูดโดยไม่ได้มองหน้า

 

 

“เออ เพิ่งนึกขึ้นได้ เมื่ออาทิตย์ก่อนจองกุกโทรมาอ่ะ บอกจีมินไม่ค่อยรับโทรศัพท์เขาเลย” แทฮยองนั่งลงไปตรงที่ที่ว่าง

 

จีมินรับฟังเฉยๆ จองกุกชอบโทรมาตอนดึก ไม่สิ ไม่ดึกมากขนาดนั้น แต่จีมินต้องการพักผ่อน ตอนแรกก็แค่ปิดเสียงโทรศัพท์ แต่หลังๆ มาก็ปิดเครื่องไปเลย

 

คิดถึงจองกุกนะ แต่จีมินกับลูกต้องการการพักผ่อน

 

“พี่แทถ่ายรูปให้จีมินหน่อย ขอสองรูปนะ รูปเดี่ยวรูปนึง และก็ถ่ายกับยอนจุนรูปนึง

 

แทฮยองรับโทรศัพท์ที่จีมินยื่นมา เปิดโหมดกล้องถ่ายรูป

“จะส่งให้จองกุกหรอ”

 

“ครับ”

 

 

 

 












 

 

 

 

“ช่วงนี้ลูกชายแม่ไม่ค่อยกลับมานอนบ้านเลยนะ” คิมยูรีกล่าวต้อนรับลูกชายกลางดึก

 

“ยังไม่นอนอีกหรอครับแม่” ลูกชายในไส้คนเดียวเดินเข้าไปกอดเอวออเซาะ

 

“เรียนหนักเลยหรอช่วงนี้” แม่ถาม

 

คิมแทฮยองหยุดคิดไปพักหนึ่งก่อนตอบอย่างสบายๆ

 

“ก็นิดหน่อยครับ”

 

 

 

“ลูกชายแม่ก็ยังโกหกไม่เนียนเหมือนเดิมเลยนะ” มารดาพูดไปยิ้มไป มือก็ลูบหัวไปด้วย แทฮยองยังเป็นเด็กในสายตาแม่เสมอ

 

 

 

“ผมไปอาบน้ำนอนแล้วนะครับ” แม้จะเข้าใจสิ่งที่คนเป็นแม่พูด แต่แทฮยองก็เลือกที่จะไม่พูดต่อ

 

แม่พยักหน้าเป็นว่าให้ไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุณแม่มือใหม่อย่างจีมินลุกขึ้นมากลางดึกด้วยเสียงร้องของลูกชาย หลังจากทำให้เด็กน้อยน่ารักเงียบเสียงลงแล้ว ตาก็เหลือบไปเห็นแจ้งเตือนข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เพิ่งส่งเข้ามา

 

 

 

จีมินอ่านข้อความคร่าวๆ ที่แจ้งเตือนบนหน้าจอ ก่อนหยิบขึ้นมาใส่รหัสเข้าไปเพื่อตอบกลับ

 

เมื่อตอนกลางวัน จีมินส่งรูปถ่ายของตัวเองไปให้จองกุกทางแชท ตอนนี้จองกุกคงเพิ่งตื่นมาเห็น จึงส่งข้อความกลับมา

 

 

-น่ารัก-

 

-ขอบคุณ-

 

 

จองกุกตกใจ ที่จีมินส่งข้อความตอบกลับมาทันทีแบบนี้ เวลาของเกาหลีตอนนี้คือตีสอง จีมินเป็นคนไม่ชอบนอนดึก

 

-ทำไมยังไม่นอน งานมหาวิทยาลัยเยอะหรอ-

 

-ประมาณนั้น-

 

 

จีมินนึกดุตัวเอง ที่เล่นโทรศัพท์ทั้งที่ปิดไฟมืดอย่างนี้

 

-หนึ่งปีแล้วนะจีมิน 25% แล้ว-

 

 

 

จีมินหยุดคิดอยู่คนเดียวพักหนึ่ง ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นหรอ ก่อนส่งข้อความตอบกลับไป

 

 

 

รอหน่อยนะลูกแม่ อีกเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็น หนูก็จะได้เจอพ่อจองกุกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2016

 

 

 

“พ่อครับ แม่ครับ ดูสิครับว่าผมพาใครมา” แทฮยองเดินเข้าบ้านมาในวันหยุด

 

“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่” จีมินที่เดินเข้ามาพร้อมแทฮยองกล่าวทักทายผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันนานแรมปีอย่างสุภาพ

 

คิมยูรีเข้าไปกอดคนที่คิดถึง เธอบ่นกับลูกชายอยู่หลายครั้งแล้วว่าอยากเจอจีมิน และวันนี้แทฮยองก็พาจีมินมาพบเธอ

“คิดถึงจังเลยลูก ไม่มาหาแม่บ้างเลย”

“คิดถึงพ่อกับแม่เหมือนกันครับ พ่อกับแม่สบายดีนะครับ”

 

จอนยองกวังและคิมยูรีสัมผัสได้ถึงความเป็นผู้ใหญ่ของจีมิน

 

 

 

“อาทิตย์หน้า จีมินจะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองครับ พ่อกับแม่ไปงานเปิดร้านของจีมินนะครับ” จีมินกล่าวชวนอย่างภูมิใจ

 

“เปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองเลยหรอ เก่งจังจีมิน” จอนยองกวังชื่นชม ถึงจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่ก็ภูมิใจ

 

“จีมินมีเงินเก็บของพ่อแม่น่ะครับ และที่สำคัญคือได้พี่แทฮยองช่วยดูเรื่องอื่นๆ ด้วย” จีมินหันไปยิ้มให้คนที่ตัวเองพูดถึง และก็ได้ยิ้มน้อยๆ กลับมา

 

 

เพราะไม่ได้เจอกันนาน สามคนพ่อแม่ลูกจึงมีเรื่องให้คุยกันมากมาย เลยได้รู้ว่าช่วงที่ผ่านมา จีมินเตรียมตัวเปิดร้านอาหารนั่นเอง

 

 

 

“พ่อครับ แม่ครับ จีมินขอตัวกลับก่อนนะครับ” จีมินบอกหลังจากคุยกันมาได้สักพัก

 

“ทำไมรีบกลับล่ะ อยู่กินข้าวกลางวันด้วยกันก่อนเถอะลูก” คิมยูรีรีบชวน

 

“พอดีที่ร้านยังไม่เรียบร้อยน่ะครับ จีมินต้องรีบกลับไปดู” จีมินบอกเหตุผล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่แทขับเร็วกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ” จีมินเร่งคนขับจนหลังแทบไม่ติดเบาะ

“จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นเลย” แทฮยองพูดไป แต่ก็ไหวตัวทันว่าไม่ควรพูดแบบนั้น

 

แทฮยองรีบหันไปขอโทษขอโพยคนหน้าบูดยกใหญ่

 

“ขอโทษๆ ยิ้มก่อนเร็ว”

 

จีมินสะบัดมือที่แทฮยองเอื้อมมาจับออก หันหน้าหนีไปทางกระจกด้านข้าง

 

แทฮยองรีบเปลี่ยนเกียร์อย่างไว ถ้าถึงบ้านจีมินเร็วอย่างที่ต้องการ จีมินคงหายโกรธ

 

 

การที่จีมินมาเยี่ยมพ่อกับแม่จองกุกในวันนี้ เป็นความคิดของแทฮยอง จีมินเองก็เห็นด้วย เพราะตั้งแต่ออกจากบ้านมา เขาก็ยังไม่เคยได้กลับไปให้พ่อแม่ได้เห็นหน้าเลย

 

จีมินฝากยอนจุนไว้กับพี่โฮซอกที่อยู่บ้านข้างๆ คิดถึงลูกมากๆ ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกอย่างที่สำคัญก็คือเกรงใจ โฮซอกเองก็กำลังท้องแก่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2017

 

 

 

“ยินดีด้วยนะกับงานแรก เอลิซ” ไลอิมแสดงความยินดีกับเพื่อนสาว ขณะพามาเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นร้านอร่อย ตามที่ได้สัญญาไว้

 

“ขอบคุณมากๆ นะ ฉันก็หวังว่าเธอจะได้งานเร็วๆ นี้เหมือนกันนะ”

 

เอลิซและไลอิมเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม ด้วยความชอบในการแสดง ทั้งสองจึงพากันมาเรียนในโซล และมีจุดมุ่งหมายที่จะทำงานในวงการบันเทิง

 

 

 

“วันนี้รับอะไรครับคุณลูกค้า” เชฟประจำร้านเดินออกมา

“วันนี้เชฟใหญ่รับออเดอร์เองเลยหรอคะ” ไลอิมพูดคุยกับคนที่เดินเข้ามา เธอเคยมาร้านนี้แล้ว ถึงจะมาแค่ครั้งเดียวแต่เพราะเป็นคนอัธยาศัยดี จึงรู้จักกับคนอื่นๆ ได้เร็ว

 

เชฟตัวขาวได้แต่ยิ้มให้ลูกค้าคนสวย เพราะเป็นลูกค้าคนแรกของวันนี้ เชฟอย่างเขาถึงได้มีเวลามาต้อนรับเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

“อันนี้ของลูกค้าโต๊ะนั้นใช่ไหมครับเชฟ”

จีมินที่เป็นเจ้าของร้าน เดินเข้ามาในครัวเพื่อทักทาย

 

“ครับ เอาไปเสิร์ฟสิ” ร้านนี้มีพนักงานที่ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารอยู่ แต่ที่เชฟใหญ่พูดจาแบบนี้เพราะต้องการหยอกเจ้านายของเขา

 

“ครับ เดี๋ยวจีมินเอาไปเสิร์ฟเอง” จีมินยกถาดที่มีลักษณะเป็นหลุม เตรียมไปให้ลูกค้า

“เห้ย พี่พูดเล่น ให้เด็กยกไปเถอะ ถ้าแทฮยองรู้ว่าพี่ใช้จีมิน มันได้กัดหัวพี่แน่”

 

“พี่แทจะมาว่าลูกน้องจีมินได้ไงล่ะครับ” จีมินตอบยิ้มๆ ก่อนยกของในมือออกไป

 

 

 

 

เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติอร่อย ออกมาเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าด้วยตัวเอง

“ทานให้อร่อยนะครับ”

 

 

 

 

“ไลอิม”

“เอลิซ”

ต่างคนต่างเรียกชื่อเพื่อนออกมาพร้อมกัน เมื่อเจ้าของร้านหน้าสวยนั้น คือคนที่พวกเธอรู้จัก

 

 

 

 

เพราะความช่างสังเกตและความใส่ใจของจีมิน จึงเห็นว่าลูกค้าโต๊ะแรก คอยมองมาที่ตัวเองอยู่หลายครั้ง

 

 

“คุณลูกค้าต้องการอะไรหรือเปล่าครับ” จีมินเดินเข้าไปหา

 

“ใช่พี่จีมินหรือเปล่าคะ” หนึ่งในลูกค้าถามขึ้น

 

จีมินเริ่มรู้สึกคุ้นหน้า แต่ก็ยังนึกไม่ออก

 

 

“นั่นไง ใช่จริงๆ ด้วย” ไลอิมบอกกับเพื่อนตัวเอง เมื่อเห็นว่าพี่จีมินของพวกเขาไม่ปฏิเสธ จึงคิดว่าใช่แน่นอน

 

“จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะพี่ เราเข้าใจ เพราะหน้าพวกเราเปลี่ยนไปนิดนึง ฮี่ๆ” เอลิซว่าอย่างขำๆ

 

“เอ่อ ใช่น้องๆ ที่โรงเรียนมัธยมหรือเปล่า” จีมินรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา

 

“เย้ ดีใจจังพี่จีมินจำได้แล้ว นั่งก่อนค่ะๆ” ไลอิมดึงพี่ชายมานั่งที่ข้างๆ ตัวเอง

“งั้นพวกเราของแนะนำตัวเองนะคะ นี่ไลอิม ส่วนหนู เอลิซค่ะ พี่จีมินรู้แค่ชื่อในวงการก็พอ”

 

จีมินจำน้องๆ ได้เพราะความสดใสของพวกเขา เด็กที่คอยซื้อขนมมาให้เขาและจองกุกบ่อยๆ ว่าแต่..

 

“ชื่อในวงการหรอ”

 

 

“อ๋อ คือพวกเราอยากทำงานในวงการบันเทิงน่ะค่ะพี่ ก็เลยเข้ามาเรียนในโซล เรียนด้วยทำงานด้วย อย่างวันนี้ไลอิมก็พาหนูมาเลี้ยงข้าว เพราะหนูได้งานโฆษณาชิ้นแรก” เอลิซอธิบาย พร้อมพูดถึงงานแรกอย่างภูมิใจ

 

“จริงหรอ พี่ดีใจด้วยนะ ... อืมม ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้มาร้านพี่สิ ครบรอบหนึ่งปีพอดี เดี๋ยวพี่เลี้ยงพวกเราเอง” จีมินชวนอย่างใจดีเหมือนเคย

 

“โห นี่คือร้านพี่จีมินหรอคะ งื้ออ พี่จีมินเก่งจังเลย .. พรุ่งนี้มาไหม ไลอิม” เอลิซหันไปชวนเพื่อนสาว

 

“อยากมา แต่ติดว่าพรุ่งนี้ฉันต้องออกต่างจังหวัด มีงานตัวประกอบ” ไลอิมพูดอย่างเสียดาย

 

จีมินเห็นน้องสาวทั้งสองทำหน้าเสียดายก็นึกเอ็นดู

“ไม่เป็นไร ค่อยมาวันอื่นก็ได้ พี่เลี้ยงเอง”

 

“งื้ออ จริงหรอคะๆๆ พี่จีมินใจดีจังเลยยยย” สองสาวน่ารักสดใสเหมือนเคย

 

 

“อุ้ย” อยู่ดีๆ ไลอิมก็เปลี่ยนอารมณ์ เหมือนนึกอะไรได้

“เป็นไรแก” เอลิซถาม

 

“พี่จีมินคะ .. เรื่องพ่อแม่พี่จีมิน พวกเราเสียใจด้วยนะคะ” ไลอิมนึกขึ้นได้ถึงเรื่องการสูญเสียของพี่ชายที่น่ารัก ตอนที่เขากับเพื่อนรู้ข่าว ถึงกับพากันนั่งร้องไห้ด้วยความสงสารพี่จีมิน

 

“อ่อ อืม พี่โอเคแล้วล่ะ ขอบใจมาก”

จีมินยิ้มอย่างสบายใจ ตอนนี้เขาทำใจได้แล้ว เรื่องนั้นผ่านมานานแล้ว

 

 

 

 

“จองกุกโอปป้าล่ะคะ” เด็กคนหนึ่งถามขึ้น น้องๆ รู้ว่าพี่จีมินเข้ามาที่โซลกับพี่จองกุก

“จองกุกโอปป้าไปเรียนที่อเมริกาน่ะ” จีมินตอบอย่างอารมณ์ดี

 

เอลิซและไลอิมทำหน้าตกใจอย่างแรง

“โห อย่างนี้พี่จองกุกไม่มีแฟนใหม่แล้วหรอคะ หือ กี่ปีแล้วเนี่ย” ไลอิมยกมือขึ้นมานับนิ้ว จนเอลิซต้องดุ เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูกังวลขึ้นของพี่ชายที่น่ารัก

 

 

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” จีมินตอบไปแล้วก็หัวเราะเล็กๆ

 

“แล้ว... พี่จองกุกไม่อยู่แบบนี้... พี่จีมินมีแฟนใหม่หรือเปล่าคะ”

 

 

 

เจอคำถามนี้เข้าไป จีมินถึงกับไปไม่เป็น หนึ่งเลยจะเรียกว่าแฟนใหม่คงไม่ได้หรอก เพราะเขากับจองกุกไม่เคยเป็นเป็นแฟนกัน สองก็...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2018

 

 

 

“จีมิน โทษที เมื่อกี้พี่ลงไปคุยกับแม่ข้างล่าง ไม่ได้เอาโทรศัพท์ลงไป มีอะไรหรือเปล่า” แทฮยองกรอกเสียงใส่ปลายสาย หลังจากเห็นแจ้งเตือนว่าไม่ได้รับสาย

 

 

“พี่แท ฮืออ จีมินกำลังขับรถไปโรงพยาบาล ฮึก ยอนจุนตัวร้อนมากเลย ฮือออ ลูกจีมินหมดสติไปแล้ว ฮือออ”

 

 

แทฮยองตกใจมากกับข้อมูลที่ได้ยิน เมื่อหัวค่ำจีมินบอกเขาแล้วว่ายอนจุนไม่สบาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้

 

 

“จีมิน ตอนนี้กำลังขับรถอยู่หรอ”

 

“ครับ” จีมินตอบทั้งน้ำตา

 

“จีมิน จีมินฟังพี่ ... หยุดร้องก่อน ค่อยๆ ขับ ได้ยินไหม”

 

จีมินชะลอรถลง มือปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา ไม่เชื่อแทฮยองแล้วจะไปเชื่อใคร

 

 

“ยอนจุนต้องไม่เป็นอะไร จีมินค่อยๆ ขับรถไปโรงพยาบาล แล้วเดี๋ยวพี่ตามไป” แทฮยองพูดต่อ เมื่อเสียงร้องค่อยๆ เงียบลง

 

 

 

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังอีกแล้ว แต่ไม่ว่าจะดังบ่อยแค่ไหน หากเป็นสายของจองกุก จีมินยินดีที่จะรับสายเสมอ

 

“จีมิง จองกุกขอโทดน้า ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ติดต่อไปเลย” จองกุกรีบทำตัวน่ารัก เมื่อคนปลายสายกดรับ ช่วงนี้จองกุกต้องยอมรับเลยว่าเรียนหนักมาก แทบไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น เพราะอย่างนั้นจึงอยากให้จีมินเข้าใจ

 

 

ตอนนี้เองเขาก็เพิ่งมีเวลา ที่อเมริกาหกโมงเช้า เรียกได้ว่าเช้ามากๆ แต่จองกุกก็รีบตื่นมาเพื่อโทรหาจีมิน ตอนนี้ที่เกาหลีสี่ทุ่มแล้ว

 

“ไม่เป็นไร” จีมินตอบเสียงอู้อี้ขึ้นจมูก

 

จองกุกตกใจ เปลี่ยนมาถามเสียงปกติ “จีมินเป็นอะไร”

 

 

ยังไม่ทันได้ตอบ

“ขอเชิญคุณโอ ติดต่อรับยาค่ะ”

 

 

“จีมินอยู่โรงพยาบาลหรอ” จองกุกถามอย่างจริงจังขึ้นไปอีก เสียงจีมินที่ได้ยินเมื่อครู่ก็เหมือนกำลังร้องไห้

 

 

ยังไม่ทันที่จีมินจะตอบอะไรอีกครั้ง แทฮยองก็เดินเข้ามาอีกพอดี

“จีมิน เดี๋ยวพี่ไปรอที่.. (คุยกับ)จองกุกหรอ”

 

“ครับ” จีมินพยักหน้าตอบรับเบาๆ

 

“จีมินอยู่กับแทฮยองหรอ” จองกุกถามเสียงเรียบ

 

“อืม” จีมินตอบแค่นั้น

 

“จีมินเป็นอะไรมากหรือเปล่า” ตอนนี้จองกุกเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว

 

จีมินอยู่โรงพยาบาลกับแทฮยอง

 

“จีมินไม่เป็นอะไร”

 

 

“จีมินโอเคไหม”

 

“จีมินโอเค”

 

น้ำเสียงตอนนี้ จองกุกคิดว่าเขาไม่ควรถามอะไรต่อทั้งนั้น

 

“จองกุกแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวจีมินแชทไปหา”

 

หลังจากพูดจบ สายก็ถูกตัดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2019

 

 

 

 

 

แทฮยองได้ทำงานในสำนักงานกฎหมายหลังจากเรียนจบ วันจันทร์ถึงศุกร์จึงไม่ได้แบ่งมาให้จีมินเหมือนก่อน เพราะฉะนั้นวันหยุดอย่างวันนี้เขาจึงต้องมอบมันให้จีมินอย่างเต็มที่

 

“ยอนจุนอยากเข้าบ้านหิมะ” ยอนจุนในวัยสามขวบพอดี พูดกรอกหูคุณลุงที่อุ้มตัวเองอยู่

 

“หรอครับ ป่ะ ไปเล่นในบ้านหิมะกัน” ลุงแทฮยองตอบอย่างใจดี

 

 

 

 

จีมินถือโทรศัพท์มือหนึ่ง อีกมือหนึ่งก็ยกมาป้องปากเมื่อรู้สึกตลกกับภาพที่กำลังบันทึกอยู่ พี่แทของเขาหรือลุงแทของยอนจุนกำลังวิ่งไปมา ซ้ายทีขวาทีอยู่บนลานหิมะในสวนสนุกชื่อดัง

 

 

 

แม้สี่ปีที่ผ่านมาจะไม่มีจองกุกอยู่ข้างๆ แต่ก็เป็นสี่ปีที่จีมินมีความสุขดี

 

“เหนื่อยไหมครับ” จีมินยื่นขวดน้ำเย็นๆ ให้คนที่แผ่หลาอยู่บนเก้าอี้ตัวยาว หน้าประตูทางออกลานหิมะ

 

 

แทฮยองรับมา หรี่ตามองหน้าคนถามที่กำลังเช็ดไอศกรีมที่เลอะแก้มเจ้าของวันเกิด

“พี่มีสิทธิ์เหนื่อยด้วยหรอ”

 

เหนื่อยแหละ แต่จะทำอย่างไงได้ ต้องขอบคุณจองกุกเขาเลย แทฮยองถึงได้มาวิ่งเล่นทั่วสวนสนุกแบบนี้

 

“ขอบคุณลุงแทที่พายอนจุนมาเล่นนะครับ ยอนจุนรักลุงแทที่สุดเลย”

แทฮยองยิ้มให้กับคำพูดน่ารัก และการกระทำที่น่าเอ็นดูของหลานชาย

 

ยอนจุนลุกขึ้นมายืนบนเก้าอี้ กอดคอคุณลุง และหอมแก้มสากแรงๆ จนคราบไอติมที่เปื้อนปาก ไปติดอยู่บนแก้มลุงแทน

 

จีมินยื่นกระดาษทิชชู่ให้ แทฮยองรับไว้ แล้วเช็ดแก้มด้วยตัวเอง

 

 

“เดี๋ยวพ่อมา ก็ไปรักพ่อแทน ไม่รักลุงแล้ว” แทฮยองเตรียมตัวน้อยใจ

 

 

 

 

“ครับ” ยอนจุนไม่ปฏิเสธเลย

 

 

 

แม่สอนมาดีสินะ แทฮยองคิด

 

 

 

 

ติ๊ง

 

แทฮยองล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมา

 

เป็นข้อความจากจองกุก

 

 

-ว่างไหมครับ มารับด้วย อยู่สนามบิน อย่าบอกใครนะครับ เซอร์ไพรส์-

 

แทฮยองอ่านจบ ก็ยื่นไปให้จีมินอ่านทันที จีมินรับมาอ่านแล้วนิ่งไป

 

 

 

 

เจ้าของโทรศัพท์มองอย่างเห็นอนาคต

 

“อยากรู้เหมือนกัน ว่าใครจะเซอร์ไพรส์กว่ากัน”

 

 



























Talk :


ไม่มีโพลอะไรทั้งนั้นสำหรับตอนนี้
เอาเป็นว่า ... รออ่านคอมเมนต์แล้วกันนะคะ
แต่ถ้าไม่รู้จะเม้นอะไรก็ไม่ต้องฝืนน้าาา เราเข้าใจๆๆ ∩__∩


คอมเมนต์ที่ผ่านมา ==>> ขอบคุณมากๆๆ จริงๆๆๆ นะคะ

แค่รู้ว่ามีคนชอบ ก็มีความสุขมากๆ แล้วค่ะ 




อันนี้แท็กฟิคนะคะ -->>> #GrowKookmin

อันนี้แอคทวิตเตอร์ค่ะ -->> @JM1310Than




Grow step 11 : Full, เฉลยแล้วเนาะ ว่าใครที่มารับบทเป็นลูกชายของพ่อกุกแม่มิน


เราเคยพูดไปใน Grow step 6 แล้ว เกี่ยวกับน้องยอนจุน (ว่ารักมากกก)
แถมสปอยล์เรื่องท้องอีก สปอยล์ตั้งแต่บรรทัดแรกเลย
ไม่รู้ว่ามีใครจำได้มั้ยน้าาา o>_<o~



สุดท้าย จะบอกว่า กำลังปั่นตอนต่อไปอยู่นะคะ
ขอบคุณทุกคนสำหรับการติดตาม



♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡






















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

438 ความคิดเห็น

  1. #123 KMtimes (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 20:05

    โอ้ยยยยพีคพีคคคมากกกก จีมินท้องแล้วมีลูกน้อย จองกุกจะเซอร์ไพรส์ขนาดไหน จี ินเข้มแข็งมากกก ฮือ. สุดยอดเลย รักมากจีมิน ไรท์ก็สุดยอดเลยเราอินมากๆๆ

    #123
    0
  2. #65 lasea (@lasea) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:52
    แงงง รอเลยค่ะว่าจองกุกจะมีท่าทียังไงงง
    #65
    0
  3. #63 jjjkj (@jjjkj) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 12:37
    สนุกมากเลยเรื่องนี้ 101010ไปเลยค่า
    #63
    0
  4. #62 ptaalnmg (@ptaalnmg) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:45
    แจ้งเตือนขึ้นปุ้บก็เปิดอ่านปั้บ สนุกมากค่ะ สู้ๆนะคะ
    #62
    0
  5. #61 Phamtom (@Phamtom) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:24
    จองกุกอาจจะช็อคจนน่ะนะ จีมินเอ้ยยยย
    #61
    0