ตอนที่ 1 : Grow step 1 ครอบครัวใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    11 มี.ค. 62


ครอบครัวใหม่

 





ค.ศ. 2012




ลูกไม้หล่นใต้ต้น เคยเป็นคำพูดที่จอนยองกวังภาคภูมิใจ เพราะลูกชายคนเดียวของเขา จอนจองกุก คือลูกไม้คุณภาพดี ทั้งเรื่องของการเรียนและการประพฤติตน สมกับที่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านหัวหน้าผู้พิพากษา

 

แต่ตอนนี้ คำว่าลูกไม้ใต้ต้น นอกจากจะไม่ได้ทำให้จอนยองกวังภูมิใจแล้ว เขายังไม่สามารถพูดคำนี้ได้อีก เพราะลูกชายที่เคยทำให้เขาภาคภูมิใจ กลับประพฤติตัวเหลวไหล ไม่เหลือเค้าลูกชายคนเดิม

 

ห้องทำงานของผู้อำนวยการใหญ่ประจำโรงเรียนชื่อดัง กล่าวต้อนรับอย่างเป็นมิตร แต่แผงไปด้วยคำขอโทษ เป็นไปได้เขาก็ไม่อยากพบผู้ปกครองของนักเรียนด้วยเรื่องแบบนี้

“สวัสดีครับท่านผู้พิพากษาจอน ผมรู้สึกไม่ดีจริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายเชิญท่านมาถึงโรงเรียน”

 

หากเป็นความผิดครั้งแรก ทางโรงเรียนคงได้แต่แจ้งผู้ปกครองผ่านจดหมาย แต่เพราะจอนจองกุกกระทำผิดซ้ำซาก ทั้งไม่ตั้งใจเรียน ขาดเรียน ถึงแม้จะมาสอบ และผลการเรียนออกมาดี แต่การที่มีพ่อเป็นถึงผู้พิพากษาสูงสุด เขาก็ไม่ถูกมองข้ามไปได้

จอนยองกวังเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินรายใหญ่ของโรงเรียน เป็นผู้ที่มีคนเคารพนับหน้าถือตามากมายด้วยหน้าที่การงาน

“ไม่เป็นไรครับ เชิญนั่ง” จอนยองกวังกล่าวสุภาพ

 

“จอนจองกุกขาดเรียนมากจนไม่มีสิทธิ์เข้าสอบแล้วครับท่าน แต่ผมเชื่อว่าเขาจะมาสอบแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น..การเรียนในเทอมหน้า .. ผมคิดว่า...”

“ผมรบกวนผู้อำนวยการประสานงานเรื่องโรงเรียนใหม่ของจองกุกด้วยนะครับ”

 

“ครับ ผมจะจัดการให้อย่างเรียบร้อยครับ”

 

หากจอนจองกุกยังเรียนที่เดิม ทางโรงเรียนกลัวว่าจะทำให้ชื่อเสียงของท่านผู้พิพากษาเสียหายไปมากกว่านี้

 

“อันที่จริงจอนจองกุกเป็นเด็กน่ารัก และตั้งใจเรียนนะครับ แต่ตั้งแต่ที่คุณนายเสียไป...” ผู้อำนวยการวัยใกล้เกษียณเอ่ยขึ้น

 

“ตอนนี้จอนจองกุกอยู่ที่ไหนครับ” พ่อของจองกุกตัดบทเมื่อคนอื่นกำลังพูดถึงภรรยาตนที่เสียไปเมื่อปีก่อน

 

ชายทั้งสองมองไปยังครูสาวผู้เป็นอาจารย์ประจำชั้นของนักเรียนเจ้าปัญหา

 

“เอ่อ คือ.. วันนี้จอนจองกุก.. ไม่ได้มาโรงเรียนน่ะค่ะ”

 

ผู้เป็นพ่อถึงกลับต้องหลับตาเพื่อหลบความอับอายที่มีอยู่ในใจ

 

เด็กคนนั้นต่อต้านเขาทุกอย่าง ตั้งแต่แม่เขาเสียไป

 

ไม่สิ ตั้งแต่ที่เขาพาภรรยาใหม่เข้าบ้านมาต่างหาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาเย็นมักเป็นเวลาของครอบครัว หากเป็นเมื่อปีก่อน คงเป็นเวลาของครอบครัวจองกุก ที่มีพ่อ แม่ และลูกชาย

แต่ไม่ใช่ตอนนี้

 

“จองกุก มาหาพ่อหน่อย”

เสียงสั่งดังมาจากห้องรับรองแขกของบ้าน จองกุกกำลังจะเดินผ่านไป เขาไม่อยากจะมองหน้าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ

 

“หวัดดีครับ” จองกุกก้มหัวลวกๆ

“มานั่งตรงนี้”


จองกุกเดินไปนั่งโซฟาตัวเล็กที่ยังว่าง

 

“เรียนเป็นอย่างไงบ้าง” เสียงทุ้มถามลูกชาย

 

“ห่วงเรื่องเรียนลูกชายคนนี้ด้วยหรอครับ นึกว่าจะห่วงแต่ลูกคนนั้นซะอีก”

จองกุกมองไปที่คนที่ตนพูดถึงพี่ชายที่เป็นลูกเลี้ยงของพ่อ

 

คิมแทฮยองมองน้องชายตาขุ่น ตอนที่เข้าบ้านนี้มา แม่ของเขาสอนเสียดิบดี ว่าให้รักจอนจองกุกเหมือนเป็นน้องของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่านอกจากจองกุกจะไม่เห็นเขาเป็นพี่แล้ว ยังไม่เห็นว่าเขาและแม่มีตัวตนเสียด้วยซ้ำ

คิมยูรีทาบมือลูกชายเป็นนัยให้ใจเย็น เธอนึกขอบคุณลูกชายคนเดียวคนนี้อยู่เสมอ อันที่จริงคิมแทฮยองเป็นคนเลือดร้อน แต่กลับยอมให้กับน้องชายที่ไม่มีแม้แต่ความเคารพให้

นั่นก็เพราะคิมแทฮยองรักแม่ของเขามากอย่างไงล่ะ

 

“อย่าลามปาม จองกุก” ผู้เป็นพ่อดุเสียงดัง เพราะภรรยาของเขาและลูกชาย ไม่เคยมีปากเสียงกับการที่จองกุกก้าวร้าวใส่ มันยิ่งทำให้จอนยองกวังเกรงใจ

 

ตอนที่แม่ยังอยู่ พ่อไม่เคยดุจองกุกเลย ตอนนี้มีแต่ความน้อยใจ ถ้าจองกุกอ่อนแอ พ่อ ผู้หญิงคนนั้น รวมถึงผู้ชายคนนั้น ต้องเห็นน้ำตาของเขาแน่ๆ

 

“ถ้าพูดถึงไม่ได้ ก็ออกจากบ้านผมไปสิครับ” เด็กสิบหกเสียงดัง

 

“จองกุก!!” ผู้พิพากษาใหญ่ลุกขึ้นตะคอกเสียงดัง

 

หญิงสาวคนเดียวของบ้านจับแขนสามี

“ใจเย็นเถอะค่ะคุณ”

 

“นับวันฉันยิ่งจะสอนแกไม่ได้แล้วนะ ให้เรียนก็ไม่เรียน ฉันสอนให้ทำอย่างนั้นหรอ” พ่อดุยกใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็น

 

แม่ของจองกุกเสียไปด้วยโรคร้ายเมื่อปีก่อน ถึงอย่างนั้นจองกุกก็ยังได้รับความรักจากพ่อเหมือนอย่างที่เคย แต่หลังจากนั้นไม่นาน พ่อของเขาก็พาภรรยาคนใหม่เข้ามาในบ้าน โดยมีลูกชายที่อายุมากกว่าจองกุกสองปีเข้ามาด้วย ไม่ว่าจะด้วยอะไรที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป จองกุกก็ไม่ใช่คนน่ารักคนเดิมของคุณพ่ออีกแล้ว

 

“จบเทอมนี้ฉันจะให้แกไปอยู่กับคนขับรถเก่าของฉันที่ต่างจังหวัด ไปเตรียมตัวให้พร้อม เรื่องเรียนฉันจัดการให้แล้ว” จอนยองกวังบอกเสียงเรียบ

 

น้ำตาลูกผู้ชายหยดแหมะ จองกุกถามเสียงต่ำ กดความสั่นในเสียง

“พ่อไม่ถามผมหน่อยหรอครับ ว่าผมอยากไปหรือเปล่า”

 

คิมแทฮยองเบือนหน้าหนี ถึงเด็กนั่นจะเกลียดขี้หน้าเขา แต่เขาก็ไม่ใจแข็งพอที่จะทนเห็นน้ำตาของน้องได้

“แกไม่มีสิทธิ์เลือก ฉันสั่งให้ไป ก็ต้องไป”

ยากเหมือนพิพากษาในสิ่งที่ตนเห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ต้องทำไปเพราะหลักฐาน หากจองกุกยังอยู่ที่นี่ ลูกชายที่เขารักสุดหัวใจคงเหลวไหลอย่างที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้

 

“ถ้าผมอยู่แล้วมันขัดหูขัดตาเมียใหม่พ่อ ผมไม่อยู่ก็ได้!! จองกุกพูดเสียงดังก่อนเดินปึงปังออกไป

จอนยองกวังถึงกับเข่าทรุด

“คุณคะ”

“คุณพ่อครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชนบท

 

 

 

 

 

“จีมิน”

 

 

“จีมิน”

 

 

 

“คร้าบบบบบบบบบบบ”

 

เสียงก้องขานรับมารดามาจากหลังบ้าน ปาร์คจีมินวิ่งตาตั้งเข้าครัว

“ไปล้างมือ แล้วเอานี่ไปให้ป้ามีแร”

“อะไรอ่ะแม่” จีมินถามขณะที่มือยังรองน้ำที่ไหลออกมา

 

“เช็ดเสื้อแล้วมันก็เปื้อนเหมือนเดิมไหมล่ะลูกก โอ๊ยย จีมินนี่นะ” ดาจองบ่นเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเอามือที่เพิ่งล้างเสร็จไปเช็ดเสื้อที่เปรอะดิน

จีมินเพิ่งไปช่วยพ่อปลูกผักที่หลังบ้านมาแหละ

 

“โห พาจอน” จีมินตาโตเมื่อเห็นอาหารหน้าตาคล้ายพิซซ่า “แม่ ขอคำนึง อ้าาาาา”

แม่มองลิ้นไก่สั่นๆ ของลูกชายก็อดจะเขกหัวเบาๆ ไปทีไม่ได้

“ไปก่อน ค่อยกลับมากิน”

 “แม่ครับ ขอคำนึงก่อน ไม่งั้นป้ามีแรไม่ได้เท่าเดิมแน่” จีมินขู่ฟอด

มารดาหยิบจอนชิ้นพอดีคำป้อนลูกนกที่กระพือปีกรออาหาร

“กินเก่ง ลูกใครเนี่ย อ้วนจะเป็นหมูอยู่แล้ว”

 

 

 

 

“กินเสร็จแล้ว อย่าลืมรีดผ้านะลูก พรุ่งนี้โรงเรียนเปิดวันแรก ตอนเช้าจะได้ไม่ต้องรีบ” ดาจองบอกลูกชายที่กำลังแทะซี่โครงเนื้อ

“พ่อรีดให้แล้ว รีดตั้งแต่ปิดเทอมใหม่ๆ แล้ว” ปาร์คจีซองบอกเหมือนไม่ใส่ใจ

 

“หือออ พ่อน่ารักที่สุด จีมินรักพ่อที่สุดในโลกเลย” จีมินลุกไปหอมแก้มสากของพ่อตน

 

“เห้ย แก้มพ่อเปื้อนแล้วเนี่ย” พ่อคนโวยวาย เพราะปากเลอะๆ ของลูกชาย

ดาจองหัวเราะร่า ก่อนหยิบผ้าที่อยู่ใกล้ๆ ไปเช็ดให้สามี

“พ่อลูกคู่นี้นี่”












 

เปิดเรียนวันแรกสำหรับมอปลายปีสองของจีมิน ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ห้องเรียนก็เดิมๆ เพื่อนก็เดิมๆ

รถโดยสารก็คันเดิม

 

เกาหลีใต้ก็พัฒนาไปมากแล้วนะ แต่ทำไมทางไปโรงเรียนของจีมินยังเป็นดินอยู่ล่ะ เห้อ

 

“พ่อครับ แม่ครับ จีมินมาแล้ว” ลูกชายตะโกนเสียงดังมาตั้งแต่รั้วบ้าน

 

“จีมิน นี่คุณจองกุก ลูกชายเจ้านายเก่าพ่อ เขาจะมาอยู่กับเรา”

 

 

ไม่ทันได้ถามว่าไอ้เด็กตาแป๋วที่นั่งอยู่กลางบ้านนั้นเป็นใคร พ่อของเขาก็บอกเสียก่อน

ดูแล้วอายุไม่น่าห่างกันเท่าไหร่ จะมาอยู่ด้วยกันหรอ มา ปาร์คจีมินจะแสดงความเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้ดู

 

“ชื่อจองกุกหรอ ฉันจีมินนะ อายุเท่าไหร่” จีมินถามด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แต่เดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างกล้าๆ กลัว

ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไร พ่อแม่ก็อยู่ตรงนี้

 

หนึ่งเงียบ

สองเงียบ

 

“เป็นใบ้หรอพ่อ”

“จีมิน” ดายองดึงแขนมาดุเมื่อเห็นลูกชายถามอะไรที่ไม่เข้าท่า

 

“อ้าว ก็ถามไม่ตอบ” จีมินทำหน้ายุ่งใส่แม่

 

“เขาอายุน้อยกว่าเราปีนึง” จีซองตอบคำถามที่ลูกชายสงสัย

 

“อ๋อ เป็นน้องนี่เอง” จีมินพยักหน้าพอใจ มีน้องชายก็ดีเหมือนกัน “เดี๋ยวจีมินดูแลน้องเอง ว่าแต่ เขานอนที่ไหน ห้องเก่าของจีมินใช่ไหมฮะ”

จีมินหันมาถาม แต่เมื่อเห็นสายตาของพ่อกับแม่ก็ทำให้ใจดวงน้อยๆ หวั่น

 

“ผมขอตัวนะครับ” จองกุกที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้นก่อนหยิบกระเป๋าเพียงใบเดียวขอตนเดินขึ้นบันไดไป

 

“อย่าบอกนะครับว่า...”

 

จีซองและดาจอง เดินมาโอบไหล่กัน ส่งสายตาเป็นอันรู้กัน ว่าสิ่งที่ลูกชายกำลังสงสัย

 

มันเป็นเรื่องจริง

 

 

 

ขาเรียวๆ วิ่งขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองของบ้าน เปิดประตูห้องของตัวเอง

จองกุกมองคนที่ตัวเตี้ยกว่าตนสักสิบเซน ยืนกางแขนอยู่หน้าเขา

 

“จองกุก น้องอาจยังไม่รู้ ห้องนี้พี่เพิ่งย้ายเข้ามา พี่จะดูแลน้องอย่างดี จะยอมน้องทุกอย่าง” ปาร์คจีมินพูดไปยิ้มไป “...แต่ ... ต้องไม่ใช่ห้องนี้ ห้องนายอยู่ทางโน้น”

จองกุกมองปลายนิ้วคนตัวเล็กกว่าด้วยหางตา

ก่อนผลักคนที่บอกว่าจะยอมเขาทุกอย่างออกไปอย่างแรง

 

“ย๊าห์” จีมินหันขวับไปมองคนไม่มีมารยาท ที่บ้านสอนมาอย่างไง

 

 

“จีมิน” จีมินหันไปมองเสียงหวานที่ยืนเรียกตนอยู่หน้าประตู

“พ่อกับแม่ขอคุยด้วยหน่อย”

 

 

จองกุกสำรวจห้องใหม่ของเขา เตียงห้าฟุต โต๊ะหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นระเบียบดี

คนขี้โวยวายอย่างนั้นน่ะนะ

 

 

 

“จองกุก”

เด็กตัวสูงหันไปตามเสียงเรียก

 

“พูดว่าไงดีล่ะ นี่มันก็ห้องฉันอ่ะนะ ถ้านายไม่ยอมไปอยู่ห้องนู้น ก็อยู่กับฉันในห้องนี้ก็ได้” จีมินพูดเหมือนตัวเองสามารถเลือกได้

จองกุกหันหนีไปนั่งบนเตียงสูง

 

ก่อนรู้สึกว่าคนที่เคยยืนบ่น

 

เข้ามากอด

 

เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนที่อายุมากกว่าที่กำลังเต้นอยู่ข้างๆ หูจองกุก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถเก๋งคันเก่ามุ่งหน้าเข้าสู่ถนนในเมืองแต่เช้า บนรถมีเพียงหนึ่งเดียวที่พูดไปตลอดทาง

 

“วันแรก วันแรกจริงๆ โตมาสิบเจ็ดปี พ่อแม่ไม่เคยเอารถไปส่งที่โรงเรียนเลย ถึงจะอิจฉา แต่ก็ขอบคุณนายนะจองกุก”

บ้านตระกูลปาร์คไม่ได้มีเงินมากมาย รถที่มีก็ซื้อต่อเขามา สำหรับเข้าไปธุระในเมือง จริงอย่างที่ลูกชายพูด รถคันนี้ไม่เคยไปส่งจีมินที่โรงเรียนเลย

ถึงจอนจองกุกจะยืนยันว่าเขาสามารถจัดการเรื่องเรียนเองได้ แต่จีซองและดาจองก็ยืนยันว่าจะมาส่งจองกุกให้ได้ อย่างน้อยก็วันแรกสำหรับการเรียนที่ใหม่ของจองกุก

 

 

“พ่อแม่กลับเถอะครับ ไม่ต้องห่วงจองกุกหรอก เขาบอกว่าเขาทำได้” จีมินพูดถึงการติดต่อเรื่องเรียน “หน้าตาฉลาดอย่างนี้”

จองกุกมองคนตัวเล็กที่กระโดดมาเกาะไหล่ตัวเอง

 

แค่หน้าตาดูฉลาดก็ต้องชมกันด้วยหรอ

 

“ตอนเย็นพาน้องกลับบ้านด้วยนะ”

 

“โห แม่ ก็ต้องแน่อยู่แล้วป้ะครับ” จีมินค้อนเบาๆ ให้คำสั่งของแม่ ก่อนกระชับแขนที่เกี่ยวคอคนตัวสูง “ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวเย็นนี้ พี่พาขึ้นรถกลับบ้านเอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ออดดด ออดดดด

 

เสียงกริ่งเข้าเรียนดัง เป็นสัญญาณว่านักเรียนทั้งหมดต้องเข้าห้องเรียนในวันที่สองของเทอมนี้แล้ว แต่จีมินยังยืนยักยื้อยักยันอยู่

“ไม่ให้ไปด้วยแน่นะ” จีมินย้ำอีกที

“พูดคำเดียวไม่รู้เรื่องหรอ” คนหน้านิ่งบอกเจ็บ

 

โอ้โห ปากแมวจัง

 

“เออ จัดการคนเดียวไปเลย” จีมินโวยวายแล้วเดินหนี

แต่ก็หันหลังกลับมาดู ไม่ทันทีจองกุกจะเห็น เพราะเขาก็เดินแยกไปอีกทางทันทีที่จีมินเดินออกไป

 

“เด็กในเมืองน่าจีมิน ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอก ห่วงตัวเองเถอะ” จีมินพูดกับตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องเรียน

 

 

 

นักเรียนเคารพ

 

สวัสดีครับคุณครู

 

นักเรียนในชั้นกล่าวสวัสดีคุณครูประจำชั้นของตนที่เข้าห้องเรียนช้ากว่าปกติ นักเรียนผู้หญิงที่เคยพูดเจื้อยแจ้วเสียงดังก็เงียบเสียงลง

“สวัสดีนักเรียนทุกคน วันนี้ครูมีเพื่อนใหม่มาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก เขาจะมาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเรานับตั้งแต่วันนี้” ครูสาวเอ่ยขึ้นเรียกความสนใจของทุกคน

 

ไม่ใช่ว่าเป็นจองกุกล่ะ จีมินนึกตลกในใจ แต่เป็นไปไม่ได้หรอก หมอนั่นน่ะเป็นรุ่นน้อง

 

“จองกุก เข้ามาเร็ว”

 

เห้ย หูแว่ว

 

“แนะนำตัวได้เลยจ่ะ” ครูสาวบอก

 

“สวัสดีครับ จอนจองกุกครับ” จอนจองกุกพูดสั้นๆ ก่อนหันหน้าหนีจากสายตาเพื่อนร่วมชั้น

 

“อ่าโอเค จองกุกเข้าไปนั่งกับเพื่อนได้เลยนะ เลือกที่นั่งที่ว่างได้เลย อย่างไงพวกเราก็ต้อนรับเพื่อนด้วยนะ” ครูสาวแนะนำ

จองกุกเดินตรงไปยังที่นั่งที่ว่างท่ามกลางสายตาของเพื่อนผู้หญิงในห้อง

 

แก น่ารักมากเว่อร์

มาจากโรงเรียนในเมืองแน่เลย

มีแฟนยังเนี่ย

 

จองกุกไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบ กลับวางกระเป๋าและนั่งลง

 

ข้างจีมิน

 

“จองกุก..”

ในใจสงสัยมากมาย เป็นน้องเขาหนึ่งปีไม่ใช่หรือ มาเรียนชั้นเดียวกันได้อย่างไง

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ถามตอนนี้หรอกนะ เดียวเพื่อนผู้ชายรู้ว่าจองกุกเด็กกว่าแล้วจะมารังแกเอาได้

ถึงจีมินจะดูเด๋อๆ แต่เรื่องแบบนี้ไม่พลาดหรอกนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงออดกลางวันดัง เป็นสัญญาณให้นักเรียนทุกคนลงไปทานอาหารกลางวัน

จองกุกฟุบลงกับโต๊ะเรียน แต่กับถูกมือเรียวยกไหล่ขึ้นมาให้นั่งเหมือนเดิม

“กินข้าวก่อนสิ ค่อยนอน”

จีมินจัดการยกปิ่นโตออกมากางต่อหน้าจองกุก พร้อมยื่นตะเกียบให้

“ไม่กิน” จองกุกดันมือที่ยืนตะเกียบมาให้ออก แต่ก็ฟุบนอนบนโต๊ะไม่ได้แล้ว

“ไม่หิวหรอ เมื่อเช้าก็กินไปนิดเดียวเอง” จีมินถามอย่างห่วงใย

“...”

“หรือจะลงไปกินที่โรงอาหาร เดี๋ยวพาไปได้นะ” จีมินเสนอ

“แล้วทำไมนายไม่ลงไปกินข้างล่างล่ะ” เป็นประโยคที่ยาวที่สุดตั้งแต่ที่จีมินเคยได้ยินจากจองกุก

 

แต่เดี๋ยวนะ

 

“เรียกฉันว่านาย อย่างนั้นหรอ เหอะ น้อยๆ หน่อย ฉันเป็นพี่นายนะจองกุก”

“เรียนห้องเดียวกัน ก็เป็นเพื่อนกันไปเหอะ”

 

ถึงจะไม่พอใจในเนื้อหาเท่าไหร่ แต่การที่ได้เห็นเด็กคนนี้พูด ...

อืม.. เป็นเพื่อนก็ไม่แย่เท่าไหร่

 

จีมินยัดตะเกียบใส่มือจองกุก

“กิน วันนี้แม่ห่อมาให้เยอะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไม่อิ่มหรอก” จีมินว่าไปก็กินของตัวเองไปด้วย

จองกุกก็กินเหมือนกัน

 

“ถามอะไรหน่อยสิ จีมิน” จองกุกถามคนที่กำลังเก็บปิ่นโตเรียงเข้าที่เดิม

“ว่า”

“เมื่อวานนี้ที่ลุงกับป้าเรียกออกไปน่ะ คุยอะไรกันหรอ” จองกุกหมายถึงตอนที่เขาทั้งสองแย่งห้องกัน ก่อนที่จีมินจะเดินกลับมา

แล้วก็กอดเขา

จองกุกเดาว่าพ่อแม่จีมินคงเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง ทั้งเรื่องที่แม่ตาย พ่อไม่รัก แถมมีเมียใหม่สินะ ถึงได้ทำท่าสงสารเขาแบบนั้น

 

“พ่อกับแม่บอกว่าให้รักนายเหมือนน้อง เพราะพ่อกับแม่ก็จะรักนายเหมือนลูกเหมือนกัน”

จองกุกหันหน้าหนีไปก่อนที่น้ำตาจะหยดออกมาให้คนข้างหน้าเห็น

ถึงจะมองไม่ทัน แต่ใช่ว่าจีมินจะไม่เข้าใจ

มือเรียวยกไปลูบหลังเพื่อนเบาๆ

พ่อกับแม่เขาบอกแค่นั้นจริงๆ แต่การที่เห็นจองกุกไม่พูดไม่จาอะไรตั้งแต่ที่เห็นหน้ากัน จีมินก็เดาได้ว่าคงมีเรื่องที่ไม่สบายใจอยู่มากมาย

 

“แล้วก็ไม่ต้องเรียกลุงป้าแล้ว เรียกพ่อแม่ได้เลย ฉันไม่หวงหรอก”

จองกุกหลุดขำออกมาทั้งน้ำตา จีมินเองก็ตลกเหมือนกัน

 

 




จองกุกกำลังจะได้สัมผัสคำว่าครอบครัวอบอุ่น หลังจากที่แม่ของเขาจากไป

 














Talk :

ตอนที่เราเปิดเรื่องนี้ไว้เมื่อสามสี่วันก่อน
ก็มีนักอ่านมา fav ไว้ถึงสองคน
อาจจะเพราะเคยอ่านงานของเรามาก่อน
แต่ถึงจะไม่ใช่ ก็ขอบคุณมากๆ อยู่ดีนะคะ


Grow ที่แปลว่า เติบโต

เราจะเขียนถึงการเติบโตของทั้งคู่
เรื่องนี้ไม่มีปมอะไรมากมายให้ปวดหัวค่ะ


ขอคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

437 ความคิดเห็น

  1. #211 ๙..กบ (@nbitong33) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:52
    อ่าา ใจอุ่นมากเลยยยย หนูกุกก สู้ๆนะลูกเข้มแข็งๆ
    #211
    0
  2. #145 chachayuchun (@chachayuchun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 00:00
    จีมินน่ารักจัง น้องสดใสมากๆ
    #145
    0
  3. #88 parreem (@parreem) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 16:31
    สงสารจองกุก ขอบคุณจีมินที่รักน้องนะลูก คนเก่งของมี๊
    #88
    0
  4. #11 My_heartbeat (@My_heartbeat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 22:43
    ธีม น่ารักอบอุ่นมักๆๆเลยยยย งือออ
    #11
    0
  5. #1 som-o200 (@som-o200) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:55
    ฮือออสงสารจองกุก แต่จีมินทำไมน่ารักอย่างงี้ รอๆนะคะไรท์😘
    #1
    0