พี่พัคครับผมขออยู่ด้วย JIKOOK BTS

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,157 Views

  • 244 Comments

  • 236 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    160

    Overall
    5,157

ตอนที่ 21 : พี่ครับผมขออยู่ด้วย ตอนที่ 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    16 ก.พ. 62


 

 

 

 

“เมื่อกี้ นาย พูดว่าอะไรนะ”

 

พัคจีมินละสายตาออกจากตึกรามข้างทาง ยันตัวจากเบาะหลังถามสิ่งที่ตัวเองได้ยินเมื่อสักครู่ นาวังชิกอะไรนะ

 

“คนที่มาเรียกจองกุกไป ไม่ได้รับคำสั่งมาจากรุ่นพี่ของจองกุก แต่เป็นคนอื่นที่อ้างตัวครับ ซึ่งก็คือคนของนาวังชิก” มินยุนกิรายงานสิ่งที่รู้แก่เจ้านายที่นั่งด้านหลัง

 

เพราะต้องการรายงานเรื่องนี้ด่วน จึงเป็นเหตุผลที่ต้องแยกพัคจีมินและจอนจองกุกออกจากกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรายงานให้เจ้านายทราบทันที และไม่ต้องการให้จองกุกรู้ แต่เจ้านายของเขาไม่ยอมห่างจากน้องชายเลย การจับแยกจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

 

“และคนที่ขับรถชนนัมจุนก็คือคนของนาวังชิกเช่นกันครับ แต่เป้าหมายของมันไม่ใช่นัมจุน” มินยุนกิพูดต่อ

 

พัคจีมินโกรธจัด ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขารู้จักคนอย่างนาวังชิกดี แต่วันนี้เขากลับคิดว่ารู้จักหมาบ้าแบบนั้นน้อยเกินไป

 

มันกะเล่นถึงตายเลยหรือ

 

“แล้วตอนนี้จองกุก...” คนโกรธถามหาคนที่เขาห่วงมากที่สุด

“คุณซอกจินรู้เรื่องนี้ครับ เขาจะดูแลคุณจองกุกเอง” จองโฮซอกตอบแทรกขึ้นมา

“แล้วทำไมนายไม่อยู่กับจองกุก” เจ้านายใหญ่หัวเสีย บ่นให้ลูกน้องทั้งสองคน


ใครสักคนควรอยู่กับจองกุกสิ


โฮซอกและยุนกิมองหน้ากัน เจ้านายของเขาดูจะห่วงจองกุกกว่าที่ควรไปนิด

 

“คุณซอกจินดูแลจองกุกได้อยู่แล้วครับ อย่าลืมสิครับว่าเขาเก่งแค่ไหน”

จองโฮซอกบอกความจริงที่เจ้านายของเขารู้ดี คิมซอกจินไม่ได้มีดีแค่ความฉลาด แต่เขายังเก่งเรื่องการต่อสู้อีกด้วย

 

แต่ถึงจะเก่งแค่ไหน พัคจีมินก็ไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น หากเขาไม่เห็นว่าจองกุกปลอดภัยจริงๆ

 

 

มือหน้าล้วงเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋ากางเกง ปลดล็อคหน้าจอเลื่อนหารายชื่อที่อยู่บนสุด

 

“จองกุก ถึงไหนแล้ว” พัคจีมินพูดทันทีที่จองกุกรับสาย

 

มินยุนกิที่นั่งอยู่เบาะหน้า เบะปากจนจองโฮซอกมองเห็นว่าปากขี้เหร่ๆ นั้นยื่นออกมา

 

 

“ยังไม่ถึงไหนเลยครับ” จองกุกตอบพี่ชายที่ต่อสายเข้ามา

 

“อยู่กับซอกจินใช่ไหม” ถึงจะร้อนใจ แต่พัคจีมินก็พยายามพูดเสียงเย็น

“อยู่สิครับ” จองกุกหัวเราะนิดหน่อย มากับซอกจิน จะให้อยู่กับใคร

“ไม่ต้องแวะไหน รู้ไหม”

 

มินยุนกิอยากจะเด็ดปากตัวเองทิ้ง ขี้เกียจจะเบะแล้ว อะไรจะขนาดนั้นครับคุณพัคจีมิน

 

“คงไม่ได้แวะหรอกครับ ขนาดอึนอูปวดฉี่ พี่เขายังไม่ยอมแวะปั๊มเลย” จองกุกหันไปทำหน้าขอโทษเพื่อนที่นั่งตัวซีดอยู่ข้างหลัง

 

พัคจีมินถามนู้นนี่ จนคนในรถทั้งสองคันดูออกว่าเป็นเพราะไม่อยากวางสาย จองโฮซอกช่วยชีวิตทุกคนไว้โดยการกระแอมออกมา

พัคจีมินถึงได้ยอมวางสาย

 

 

 

 

“เห็นไหม ฉันบอกแล้ว ว่าพี่เธอต้องโทรมา จองกุก” คิมซอกจินที่เป็นสารถี เอ่ยขึ้นหลังจองกุกกดวางสาย

 

“รู้ได้ไงครับ”

 

“โอ๊ยย ฉันรู้จักมันมากี่ปีแล้ว” ผอ.หนุ่มถือโอกาสอวด

 

“มัน?” จองกุกหันไปสงสัย

 

“หมายถึงจีมินน่ะ” ซอกจินรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่เกินเลยไป

 

“จีมิน?” จองกุกยังคงแกล้งพี่ชายสุดหล่ออย่างต่อเนื่อง

 

“หมายถึงประธานพัคน่ะครับ คุณจองกุกอย่าไปฟ้องเขานะครับ” ถึงจะรู้ว่าโดนแกล้ง แต่อ่อนไว้หน่อยก็ดี มีกินมีใช้ทุกวันนี้เพราะหมอนี่ทั้งนั้น ซอกจินคิด

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า” เด็กแสบชอบใจที่ได้แกล้งคนแก่

 

 

“เอ่อ ช่วยขับให้เร็วกว่านี้ได้ไหมครับคุณ” ชาอึนอูพยายามกลั้นขำ ไม่อยากหัวเราะ แต่คนพวกนี้ก็เหมือนแกล้ง ฉี่จะราดแล้วครับคุณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คฤหาสน์ตระกูลพัค

 

 

 

 

 

 

 

พัคจีมินเปิดประตูรถด้วยตัวเองโดยไม่รอให้ใครมาเปิดให้อย่างที่ควรจะเป็น

 

“จองกุกอยู่ไหน”

 

พัคจีมินถามคุณหมอหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน

 

“พาเพื่อนไปเข้าห้องน้ำข้างบน”

 

คิมซอกจินมองเจ้านายที่รีบร้อนเดินไปด้วยหางตา เลขาทั้งสองเดินเข้ามาสมทบ


“บอสนายเป็นเยอะแล้วนะโฮซอก”


“เห็นใจแกหน่อยครับ” เลขาจองยิ้มอ่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่จีมิน”

 

พัคจีมินเดินเข้ามาหาน้องชาย จองกุกที่ยืนอยู่กลางห้องยิ้มให้คนที่เข้ามาใหม่

“โอเคขึ้นไหม” จีมินถามเสียงเรียบ

จองกุกยิ้มเล็กน้อย

“เห็นว่าพี่เขาไม่เป็นอะไร ก็.. ดีขึ้นมานิดนึงครับ” จองกุกยกมือจีบให้เห็นปริมาณ

คนโตกว่าลูบหัวอย่างเอ็นดู ก่อนดึงเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน

ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่จองกุกก็รู้สึกดี

 

พัคจีมินละออก มือเลื่อนมาที่ต้นแขนทั้งสอง

“เพื่อนอยู่ในห้องน้ำหรอ”

“ครับ”

“เสร็จแล้วพาเพื่อนไปนั่งเล่นข้างล่างนะ หาอะไรทำ” เขาปล่อยมือออกจากคนตัวเล็ก ก่อนบอกในสิ่งที่เจ้าของบ้านที่ดีควรทำ

“ครับ โอ๊ะ ออกมาพอดี” ชาอึนอูเดินออกมาหลังจากเสร็จธุระส่วนตัว

 

“ฉันไปก่อน” พัคจีมินพูดครั้งสุดท้ายก่อนออกจากห้องไป

 

 

 

ชาอึนอูเดินตามไปปิดประตูห้องนอนเพื่อน ก่อนเดินมาถามเรื่องที่สงสัย

“สนิทกันขนาดนี้แล้วหรอ”

 

“อะไร” จองกุกไม่อยากสนใจ

 

“มาหาถึงห้องนอน” อึนอูพูดพลางกวาดตาสำรวจห้องนอนเพื่อน

“ก็บ้านเขานี่”

“สาบานว่าไม่เข้าใจที่ฉันถาม” คนตัวสูงหันมาจ้องเพื่อนสนิท จองกุกยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “อย่าให้ต้องพูดว่า ไม่เห็นเป็นเพื่อนแล้วใช่ไหม เลยหน่า”

 

ถึงอย่างนั้น ชาอึนอูก็ยังยิ้มได้ เขารักจองกุกมาก เพื่อนควรคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่อง ต่อให้มีเรื่องอะไรที่จองกุกไม่บอกเขา เขาก็ไม่โกรธหรอก

เขาเองก็ไม่ได้บอกเรื่องของเขากับจองกุกทุกเรื่องเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สามหนุ่มผู้ทำงานให้เจ้านายคนเดียวกัน กำลังนั่งพูดคุยเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เรื่อยไปจนถึงเรื่องของเจ้านาย

 

“ไม่คิดเลยว่าพัคจีมินจะเป็นขนาดนี้ ฉันนึกถึงวันที่ฉันเจอจองกุกครั้งแรก ตาพัคจีมินแทบจะถลนออกมา แล้วดูตอนนี้สิ” คิมซอกจินพูดกับเลขาเจ้านายที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ถ้าพี่เห็นตั้งแต่ตอนแรก พี่จะยิ่งสงสารครับ คุณพัคไม่สนใจจองกุกเลย ผมยังคิดอยู่เลยว่าถ้าวันนั้นผมไม่ตัดสินใจพูดเรื่องเรียน จองกุกจะได้เรียนมาจนถึงทุกวันนี้หรือเปล่า” จองโฮซอกว่าขำๆ ทำไมตอนนั้นเขาถึงห่วงจองกุกนะ จำไม่ได้เสียแล้ว

 

ผู้อำนวยการใหญ่ตาโตเมื่อคิดบางอย่างได้

“ถ้าพูดถึงเรื่องเรียน พวกเขาไม่ต้องมอบกระเช้าให้มินยุนกิหรอ ได้ข่าวว่าเจ้านายบ่นหูฉีกเลยนี่ ใช้เงินเขา”

มินยุนกิที่ถูกพูดถึงยกยิ้มเบาๆ เห็นด้วยที่สองพี่น้องนั้นควรมาขอบคุณเขา ถ้าวันนั้นมินยุนกิพาไปเรียนโรงเรียนวัดแทนที่จะเป็นโรงเรียนนานาชาติล่ะ

 

“จะให้พูดอีกก็ต้องเรื่องให้รถรับส่งไหมครับ” คนตัวขาวเสนอเรื่องสมทบ

“ใช่ๆๆ เขาเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่า” เลขาจองดีใจที่มีคนพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

 

 

“นินทาเจ้านายในบ้านเจ้านาย ไม่เกินไปหรอครับคุณ” พัคจีมินที่ยืนฟังอยู่สักพัก เอามือล้วงกระเป๋าเดินเข้ามาเพื่อแสดงตัว

 

ทั้งสามคนที่ถูกกล่าวหาด้วยหลักฐานที่แน่นหนา ยืนขึ้นพร้อมกัน มองเจ้านายที่เดินมาร่วมโต๊ะอย่างใจเย็น

 

ในเมื่อเจ้านายดูไม่โกรธเคืองก็โล่งใจ

 

จะโกรธได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างที่พวกเขาพูด เป็นเรื่องจริงทั้งหมด

 

 

“จองกุกล่ะ” คนโตสุดถามเพื่อลองเชิง

“อยู่กับเพื่อนเขานั่นแหละ” พัคจีมินว่าพลางหยิบคุกกี้ใส่ปาก

 

แม้ว่าคิมซอกจินจะไม่ได้ใกล้ชิดกับพัคจีมินเหมือนกับจองโฮซอกและมินยุนกิที่ทำงานด้วยกันทุกวัน แต่เขาก็รู้จักเจ้านายคนนี้ของเขาดี

พัคจีมินเปลี่ยนไปจากเมื่อสามปีก่อน

 

“กับจองกุก ถึงขั้นไหนกันแล้วหรอ” ถึงจะขยับมาใกล้ แต่ก็ไม่ได้เบาเสียงลง

“คุณซอกจิน” จองโฮซอกปราม

 

ครืด

 

เสียงขาเก้าอี้ที่ลากพื้นแรงๆ ดังขึ้นดึงความสนใจคนทั้งสาม

“ขอตัวนะครับ พอดีว่าไม่อิน” มินยุนกิว่า โค้งให้เจ้านายก่อนเดินออกไป

 

“เขายังไม่รู้ว่าจองกุกไม่ใช่น้องคุณพัคน่ะครับ” จองโฮซอกรีบบอกก่อนที่จะสงสัยกันไปมากกว่านี้

“แล้วทำไมนายไม่บอก” ซอกจินอยากรู้

“เขาไม่ได้ถาม”

“งั้นหมายความว่าถ้าถาม นายก็จะบอก”

เหมือนคิมซอกจินจะรู้ใจของพัคจีมิน จองโฮซอกมองหน้าเจ้านายก่อนตอบ

 

“บอกครับ”

จองโฮซอกคิดอย่างที่ตอบ สำหรับเขา มินยุนกิก็เหมือนกับคนในครอบครัว ก็เหมือนกับพัคจีมินที่คิดว่าทุกคนในที่นี่คือครอบครัวของเขานั่นแหละ

 

 

“ยังไม่ตอบฉันเลยนะ เรื่องจองกุกน่ะ”

ซอกจินไม่ลืมเรื่องที่อยากรู้

 

“อะไรล่ะ ลืมไปหมดแล้ว” พัคจีมินบอกปัดไป พูดขนาดนี้  หวังว่าจะไม่ถามอะไรอีก

“คุณซอกจินถามว่า คุณพัคกับจองกุกถึงขั้นไหนกันแล้ว ครับ”

 

ให้ได้อย่างนี้สิ จองโฮซอก

 

 

พัคจีมินมองหน้าคนสนิททั้งสอง

“ขั้นไหนอะไร ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” เจ้านายตอบเหวี่ยง

“แหม คุณพัคจีมินครับ ไหนๆ ตรงนี้ก็มีแค่เรา แถมเราก็รู้กันหมดว่าจองกุกไม่ใช่น้องคุณ ตอบมาเถอะครับ” ซอกจินทำเป็นถามอย่างสุภาพ

 

เจ้านายทำหน้าเหนื่อยใจ

 

“คุณไม่ใช่คุณพัคจีมินคนเก่าแล้วนะครับ เอาจริงๆ ผมก็อยากรู้เรื่องของคุณสองคนเหมือนกัน” จองโฮซอกพูดจริง พัคจีมินเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วจริงๆ

 

“พอได้แล้ว บอกว่าไม่มีก็คือไม่มีสิ”

 

“จริงหรอ วาเลนทง วาเลนไทน์...” ซอกจินยังคงแหย่เจ้านาย

 

“ฉันไปละ” พัคจีมินเบื่อคนขี้แซว ลุกยืนเตรียมออกไปจากตรงนี้ พอกันที

 

“ฮ่า เดี๋ยวสิครับ” โฮซอกรั้งแขนเจ้านายไว้ “ไปแล้วพวกผมจะคุยกับใครละครับ ยุนกิก็ไม่อยู่แล้ว”

“ก็คุยกันไปสองคนสิ”

 

 

 

“นายคิดว่าไง” ผอ.หนุ่มถามความคิดของจองโฮซอกเมื่อเจ้านายเดินออกไป

 

“จองกุกยังคิดว่าตัวเองเป็นน้องคุณพัคอยู่เลยครับ คุณพัคไม่กล้าทำอะไรหรอก”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าของบ้านอย่างพัคจีมินและจอนจองกุกก็เดินมาส่งแขกที่หน้าบ้าน

 

“ใครไปส่งอึนอูหรอครับ” จองกุกห่วงเพื่อน

“พี่เอง” คุณหมอตอบ

 

“ไม่ให้นอนเป็นเพื่อนแน่นะ” ชาอึนอูจับมือเพื่อนถามอย่างเป็นห่วง ในใจก็สงสัยว่า ผ่านเรื่องร้ายๆ แบบนั้นมา ทำไมถึงนอนหลับได้

 

“ไปเหอะ” คิมซอกจินลากเด็กหนุ่มไปขึ้นรถ

 

 

 

“พรุ่งนี้เช้าผมจะมารับคุณเวลาเดิมนะครับ” จองโฮซอกบอกก่อนลากลับ

“พรุ่งนี้หรอ” เจ้านายหนุ่มทวน

“ครับ พรุ่งนี้มีประชุมใหญ่ประจำปี” เลขาแจ้งตารางงานของประธานใหญ่ “ให้เลื่อนไปก่อนใช่ไหมครับ”

 

จองโฮซอกพูดต่อ เมื่อเห็นว่าเจ้านายเงียบไป ลูกน้องที่ดีต้องรู้ใจเจ้านาย

 

“พวกผมกลับก่อนนะครับ ลาครับ”

โฮซอกและยุนกิลากลับไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เป็นอะไร ไม่พูดไม่จา” จองโฮซอกถามลูกน้องที่นั่งเงียบมาตลอดทาง

“พูดตรงๆ ก็คือผมไม่ชอบเรื่องของคุณพัคกับจองกุก” มินยุนกิไม่อ้อมค้อม

ไม่ใช่เด็กอมมือ ที่จะไม่รู้ว่าคุณพัคคิดอะไรอยู่

 

“ทำไม”

“พี่อย่าถามเหมือนไม่รู้สิครับ เขาเป็นพี่น้องกันนะ”

ยุนกิหันไปอารมณ์เสียใส่หัวหน้า

 

“แล้วถ้าเขาไม่ใช่พี่น้องกันล่ะ”

 

“จองกุกต้องเจอคนที่ดีกว่านี้สิครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คฤหาสน์ตระกูลพัค

 

 

 

 

“วันนี้อึนอูจะนอนเป็นเพื่อนหรอ” พัคจีมินถามน้องชายขณะพากันเดินเข้าบ้าน

“ครับ ก็คงเป็นห่วงแหละ” จองกุกตอบ

“แล้วทำไมไม่ให้เพื่อนนอนด้วยล่ะ”

ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดไปพร้อมกัน

 

“วันนี้พี่จีมินจะนอนที่ไหนครับ” จองกุกหันมาถาม

 

ขาแกร่งที่เคยก้าวอย่างแข็งขันหยุดลงกลางทาง

พัคจีมินมองหน้าคนที่เขาโอบไหล่อย่างสงสัย

 

“เมื่อกี้ ฉันถาม” จริงๆ พัคจีมินไม่ได้เข้มงวดกับการที่จองกุกไม่ตอบคำถามของเขาหรอก แต่จองกุกพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินที่เขาถามอย่างนั้นแหละ

“ถามว่าอะไรครับ” จองกุกถามตาใส

 

“อืม ไม่มีอะไรหรอก” พี่ชายลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูปนสงสัย ก่อนพาเดินต่อไป

 

“วันนี้ไปนอนห้องฉันแล้วกัน อาบน้ำเสร็จก็..”

พัคจีมินสั่งขณะที่ยืนอยู่ตรงทางแยกหน้าบันได

“เสร็จแล้วผมจะรีบไปครับ” คนตัวเล็กยิ้มหวานให้พี่ชายก่อนแยกไปห้องตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

10:00 PM

 

อ่านหนังสือจบเป็นเล่มๆ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าประตูจะถูกเปิดออกโดยมือของคนที่พัคจีมินรอเลย

 

มัวทำอะไรอยู่นะจองกุก

 

ร่างสูงก้าวขาลงจากเตียง เปิดประตูออกไปหาคนที่เขารอ

 

 

 

 

 

แอ๊ดด

 

 

เงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ตาคมมองไปทั่วห้องน้องชาย

 

“จองกุก” พัคจีมินปลุกน้องชายที่นอนตัวขวางอยู่บนเตียง

 

จองกุกสะลึมสะลือลุกขึ้นนั่ง “พี่จีมิน”

“ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ ไม่สบายหรอ” มือหนาอังที่หน้าผากเนียน

 

“จองกุกง่วง ก็เลยเผลอหลับไป” น้องชายตอบทั้งที่ยังงัวเงีย

“งั้นคืนนี้ก็นอนที่นี่แล้วกัน ลุกหน่อยเร็ว ขยับไปนอนดีๆ” พัคจีมินพยุงน้องชาย

 

 

 

 

พัคจีมินมองหน้าคนที่หลับอยู่ในอ้อมกอดด้วยความเป็นห่วง จองกุกคงอ่อนเพลียมาก ตั้งแต่เกิดเรื่อง จองกุกนอนไม่เต็มอิ่มเลยสักคืน เขามักจะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้านี้เป็นอีกวันที่จองกุกไปโรงพยาบาล ไม่ได้ไปเพื่อเยี่ยมคนที่ช่วยชีวิต แต่ไปเพราะถูกพี่ชายบังคับ

 

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ไม่เห็นต้องไปหาหมอเลย” คนตัวเล็กบ่นไม่หยุด

พี่ชายที่นั่งในตำแหน่งคนขับรถได้แต่อมยิ้ม

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องตรวจของแพทย์ใหญ่ประจำโรงพยาบาลถูกใช้เพื่อตรวจดูอาการป่วยเล็กน้อยของคนที่เจ้าของโรงพยาบาลพามา

 

“ความดันต่ำ น่าจะเพราะพักผ่อนน้อย ผมให้ยาบำรุงและยานอนหลับ แค่พักผ่อนให้เพียงพอ เดี๋ยวก็กลับมาแข็งแรงแล้วครับ”

นายแพทย์เกินวัยกลางคนกล่าวกับคนไม่ป่วย์ขที่ตั้งใจฟัง ทุกคนในโรงพยาบาลต่างตกใจที่พัคจีมินพาจองกุกมาตรวจที่โรงพยาบาล บางคนที่ยังไม่เคยเห็นเจ้าของโรงพยาบาลก็พากันคลั่งไคล้ในรูปลักษณ์ของพัคจีมิน

 

“น้องชายคุณพัคหรอครับ” ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องที่จองกุกอยู่บ้านเดียวกับพัคจีมินนั้น แทบทุกคนที่ใส่ใจในเรื่องของเจ้านายจะรู้ดี คุณหมอที่ไม่ได้มีใจให้เรื่องของเจ้านายขนาดนั้นก็ยังอดถามไม่ได้

“เปล่าหรอกครับ” พัคจีมินหัวเราะเล็กน้อยก่อนตอบ

พูดออกมาง่ายๆ เหมือนถูกถามว่า กินข้าวเช้าหรือยัง

 

 

 

 

 

แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลที่เดินสวนทาง ต่างทำความเคารพเจ้านายอย่างสุภาพ จองกุกมองพี่ชายที่เดินอยู่ข้างหน้าอย่างภูมิใจ

แต่ในความภูมิใจนั้น ก็มีความน้อยใจอยู่ลึกๆ

 

ปฏิเสธ ว่าจอนจองกุกไม่ใช่น้องของเขา

 

ไม่เจ็บเหมือนเมื่อก่อน แต่มันก็....

 

สองขาของคนอายุน้อยกว่าก้าวช้าลง ในขณะที่อีกคนยังคงเดินต่อไป กลายเป็นว่าห่างกันเรื่อยๆ

 

เรื่อยๆ

 

 

เรื่อยๆ

 

 

 

 

เรื่อยๆ

 

 

 

 

พัคจีมินหันมามองคนที่คิดว่าจะต้องเดินอยู่ข้างตัวเอง แต่ไม่เป็นเหมือนที่คิด ไม่มีเด็กคนนั้นอยู่ข้างเขา

 

ร่างสูงเหลียวไปมอง

 

จองกุกหยุดเดินไปนานแล้ว

 

ขาแกร่งสับเท้ากลับไปทางที่เดินผ่านมา

 

 

“เป็นอะไร รู้สึกไม่สบายหรอ กลับไปให้หมอตรวจอีกไหม” พัคจีมินยังคงถามอย่างห่วงใย

 

จองกุกนึกย้อนกลับไป ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้พัคจีมินดีกับเขาขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะจองกุกเป็นน้องชายของเขาหรอกหรือ

 

“เหมือนจะไม่สบายเลยครับ” จองกุกตอบตาเศร้า

            “งั้นกลับไปให้หมอตรวจอีกที”

 

 

 

            “ไม่ต้องหรอกครับ”

 

 

 

 

 

            “นอนคนเดียวคงหาย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “ทำไมพี่ถึงโดดไปช่วยจองกุกด้วยครับ” ชาอึนอูที่มาเยี่ยมพี่รหัสของตนที่โรงพยาบาล ถามคำถามที่ตัวเองสงสัย

 

            “ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ เป็นเราเราไม่ช่วยหรอ ถ้าเพื่อนตกอยู่ในอันตรายแบบนั้น” คนที่นอนอยู่บนเตียงถามกลับ

 

            “เพราะอย่างนั้นไงครับ ผมถึงสงสัย ผมไปนั่งคิดนอนคิด ว่าถ้าเป็นผมผมจะโดดเข้าไปไหม ขนาดมีเวลาคิดนานๆ ยังตอบตัวเองไม่ได้เลย ต่อให้ไม่ต้องเจ็บตัว ก็ไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปเสี่ยงหรือเปล่า”

 

            จองกุก ฉันรักนายนะ แต่ถึงอย่างนั้นสัญชาตญาณการรักตัวเองของฉันมันก็แรงกว่าว่ะ

 

 

           

 

            “ชอบจองกุกใช่ไหมครับ”

 

 

           

 

            “อืม ชอบ”




































Talk :






ขอบคุณทุกคอมเมนท์นะคะ

1 คอมเม้น = 1 ล้านกำลังใจเลยยยย

ยังรออ่านคอมเมนท์ของทุกคนเหมือนเดิมน้าาา






สำหรับใครที่อ่านกุกมินได้ 
เราฝาก #GrowKookmin ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #196 0-0nickname0-0 (@0-0nickname0-0) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 14:43
    บอกไปดิว่าคนรัก! อิ_อิ
    #196
    0
  2. #149 qiaoqiao (@iqiaox2) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:24
    สุดยอดแห่งความแข็งแกร่ง!! แต่งได้ทั้งจีกุกและกุกมินเรย เริ้ปๆ ส่วนฟิคนี่เเาผิด แง่้ แต่ก็ดีแล้นค่ะ พิป้าคจะได้ไม่เสียศูนย์มาก
    #149
    0
  3. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:18
    จองกุกลูกกกกก ใจเย็นๆนะ
    #125
    0
  4. #124 vodka9311 (@vodka9311) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:03

    โอ้้วววววววว อย่าทำให้รักเราห่างกันเลยยย~
    #124
    0
  5. #123 412549 (@412549) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:03

    เรื่องมันดูดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ก็มาขัดแย้ง ทุกอย่างดูลงตัว

    แต่ก็มีอุปสรรคผุดขึ้นมา เหมือนนํ้าร้อนที่กำลังเดือนผุดๆ ไรท์เตรียมมาม่าไว้กี่ห่อค่ะ อื้ออออ~~~~ ทำไมทำกับทั้งคู่อย่างงี้ จีมินไม่สมควรโดนแบบนี้ จองกุกเองก็ไม่สมควรทำเเบบนี้น้าาาๆ~~~

    ถึงจะมีมาม่าเป็นของแถม แต่ก็ยังรักเรื่องนี้ และให้กำลังใจไรท์ต่อๆไปค่ะ
    #123
    0