Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 4 : STORY 3 : LUCKY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 558
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    4 ก.ย. 59

LUCKY

(โชคดีจริงๆ ที่ได้เป็นที่รักของคุณ ผมช่างโชคดีจริงๆ)




          ปาร์ค ชานยอล คือหนุ่มน้อยหน้าหวาน ขนาดที่ใครเห็นแล้วคงตกหลุมรักได้ไม่ยาก ทว่าความจริงแล้ว ทุกอย่างกลับตรงข้ามกัน น้อยคนนักที่อยากจะเข้าใกล้เขา...ก็ใครจะอยากไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “ตัวซวย” ล่ะ

          “ชานยอลลล~~~” ร่างสูงโปร่งตามแบบฉบับชายหนุ่มสุขภาพดี วิ่งตรงเข้ามาหาคนหน้าหวานที่ยืนมุ่ยหน้าอยู่ริมระเบียง เค้าอยากกอดพี่ชายคนสนิทจะแย่

          “อย่าเพิ่งเข้ามาใกล้พี่นะเซฮุน” ชานยอลรีบห้าม เผยให้เห็นว่ามือเรียวบางนั้นเปื้อนไปด้วยฝุ่นชอล์ก

          “ทำไมมือเปื้อนอย่างงั้นอะ ลบกระดานมาเหรอ” เซฮุนชี้นิ้ว รอยยิ้มซีดเซียว คล้ายจะพาให้นัยน์ตาเมล็ดอัลมอนด์หดเหลือเป็นขีดเดียว ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปัดมือนุ่มให้เบาๆ

          “เปล่าอะ” ชานยอลฉีกยิ้มแห้งๆ ดวงตาหวานปริ่มไปด้วยน้ำตา ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ “พี่กะจะเอาแปรงลบกระดานมาเคาะฝุ่นออก แต่ดันเผลอทำหลุดมือไปกระแทกหัวลู่หาน แล้วก็...” ชานยอลแบมือออกมาอย่างหมดเรี่ยวแรง

          “อะไร? แล้วก็อะไร...ยัยหน้าแมวนั่นทำอะไรตัว” เด็กหนุ่มอารมณ์ร้อนไล่ซักถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง หลังจากเห็นพี่ชายหน้าหวานทำท่าทางอิดออด “บอกมา เราจะไปจัดการให้”

          “เปล่าเลยนะ ลู่หานไม่ได้ทำอะไรพี่เลย แค่หน้าบึ้งจิ๊ดเดียว แล้วก็เอาแปรงลบกระดานมาคืน” ความจริงแล้วเอามายัดใส่มือเค้าแรงๆ ต่างหาก ชานยอลก็แปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมลู่หานไม่เอาแปรงมาเขกหัวเค้าสักทีหนึ่ง ข้อหาซุ่มซ่ามไม่เข้าเรื่อง สงสัยคงเห็นว่า แค่นี้เค้าก็แทบจะโดนเพื่อนเกือบทั้งชั้นบอยคอร์ดแล้วมั้ง

          “ก็ดี๊ ไม่งั้นคงได้วางมวยกันสักตั้ง” เซฮุนทำท่าตั้งศอก พลิกหัวด๊อกแด๊กไปมาน่าเอ็นดู    

          “แล้วนี่มาหาพี่มีอะไร”

          “เอ้อ...เราว่าจะชวนชานยอลไปดูเราซ้อมบาสอะ เราสอบผ่านได้เป็นตัวจริงแล้วนะ ตอนเย็นไปฉลองกัน” เซฮุนพูดอย่างกระตือรือร้น บ้านเค้ากับชานยอลอยู่ตรงข้ามกัน เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาถึงได้สนิทกันมาก ขนาดตามมาเรียนโรงเรียนเดียวกัน

          เซฮุนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ ม.4 ส่วนชานยอลก็ขึ้น ม.5 มาหมาดๆ พอได้มาเรียนเขาถึงได้ยินข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับชานยอลว่าเป็นตัวซวย อยู่ใกล้ใครก็ทำคนอื่นเดือดร้อนไปหมด นั่นมันบ้าเอามากๆ ชานยอลของเค้าเป็นคนดี แถมยังน่ารักมากด้วย

          “ดีใจด้วยนะเซฮุน งั้นเดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง อยากกินอะไรว่ามาเลย!”    

          “จริงอะ เราอยากกินซัมกยอบซัลกับชานมไข่มุก แต่ชานยอลเลี้ยงเราแค่ชานมไข่มุกก็ได้...” ระหว่างฟังเซฮุนพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย ชานยอลก็เหลือบไปเห็นกระถางต้นไม้เล็กๆ ที่วางอยู่ริมระเบียง หวังดีว่าจะยกออก เพราะกลัวแขนน้องชายไปเกี่ยวโดนหนาม ทว่า...

          “ซู่!!!”           

          “เชี่ยยย น้ำไรวะ”

          “เฮ้ย!” คนหน้าหวานอ้าปากค้าง มือหนึ่งยังคงถือกระถางต้นไม้ใบเล็กไว้ ส่วนอีกมือรีบจับที่รองกระถางดินเผาไม่ให้ตกไปข้างล่าง กรณีแรกชานยอลทำสำเร็จ ทว่าน้ำปุ๋ยสีดำปิ๊ดปี๋ที่ขังไว้ในกระถางต้นไม้ไม่อาจต้านทานแรงโน้มถ่วงของโลกได้ จึงตกลงสู่ใจกลางศีรษะของคนเบื้องล่างทันที คนซุ่มซ่ามรีบก้มลงไปดู พอดีกับที่สายตาคมกริบของผู้โชคร้ายก็จ้องกลับขึ้นมา

          “งานเข้าอีกแล้วกู ปาร์ค ชานยอล”

          “ชานยอลลลา~ นั่น คริส อู๋ กัปตันทีมบาสของเราเอง TT[]TT

 


 

          “ขอโทษนะฮะรุ่นพี่ ผมซุ่มซ่ามเอง” ชานยอลรีบก้มหน้าก้มตาขอโทษขอโพยพี่กัปตันรูปหล่อใจดี อย่างที่เซฮุนบอก “คือว่าผมของ...เอ่อ...รุ่นพี่” อยากจะเอื้อมมือไปสางก้อนดินออกจากหัวให้ แต่ใจก็ไม่กล้าพอ  =_=’’ ทำไมแกเป็นคนอย่างนี้นะชานยอล

          คริส อู๋ ได้แต่ยืนมองรุ่นน้องหน้าหวานที่ตัวเล็กกว่าเค้านิดหนึ่ง ก้มหัวซ้ำไปซ้ำมาอย่างน่ารัก พลางทำให้ไพล่นึกไปถึงเจ้าตุ๊กตุ่นตุ๊กตาหน้ารถยังไงยังงั้น

          “ไม่เป็นไรหรอก พี่บอกแล้วไง ถึงน้ำจะเทลงกลางหัวได้แม่นอย่างกับจับวาง แต่มันก็สดชื่นดี” พูดไปกลั้นขำไปอย่างคนอารมณ์ดี

          “โธ่ รุ่นพี่” สีหน้าหงอยๆ ของคนมีความผิดติดตัวนั้น ยิ่งทำให้กัปตันทีมบาสได้ใจ อยากจะแกล้งต่อไปเรื่อยๆ

          “เราชื่ออะไรนะ” คริสถามพร้อมกับเอามือสางก้อนดินแห้งกรังบนผมตัวเองออกไปด้วย สงสัยต้องรีบไปสระผมแล้วแหละ

          “ปาร์ค ชานยอลฮะ”

          “โอเค ปาร์ค ชานยอล ห้อง 5/7?” เลิกคิ้วถามให้แน่ใจ พอเห็นรุ่นน้องพยักหน้าตอบรับ ก็รีบพูดต่อ “ถ้านายรู้สึกผิด ก็มาคอยดูแลพี่สิ”

          “หา!!!” ชานยอลทำหน้าเหวอ อ้าปากหวอจนแมลงวันแทบบินเข้าปาก

          คริสไม่เข้าใจเลยว่าเด็กคนนี้ไปอยู่ไหนมา ทำไมเค้าถึงเพิ่งเคยเห็นหน้า น่ารักๆ แบบนี้ ไม่น่าจะหลุดรอดสายตาไปได้นะ

          “เอาสิชานยอล ไปคอยดูแลกัปตัน เราจะได้อยู่ใกล้ๆ กันไง” เซฮุนรีบคะยั้นคะยอพี่ชาย “ผมฝากพี่ชายด้วยนะฮะ ชานยอลไม่ค่อยรู้จักใคร แถมยังโดนเขม่นอยู่บ่อยๆ ถ้าได้อยู่ใกล้ๆ กัปตัน ต้องปลอดภัยแน่”

          “อย่าเลยเซฮุน เดี๋ยวรุ่นพี่จะซวยเอานะ” คนหน้าหวานจับแขนน้องชายคนสนิทเอาไว้ กระซิบกระซาบพลางส่ายหัวยิกๆ

          “ทำไมถึงซวยล่ะ” ใบหน้าหล่อคมส่อแววสงสัยเต็มขั้น

          “รุ่นพี่ไม่รู้เหรอฮะ ผมนี่แหละนายปาร์คตัวซวย อยู่ใกล้ใครก็ทำคนนั้นพินาศบรรลัยฉิบหายวายป่วง” ชานยอลกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พูดเป็นคอนเซปต์ตามที่ได้ยินคนอื่นต่อว่ามาอีกที เห็นรุ่นพี่ทำหน้าอึ้งไปซะขนาดนั้น คงไม่กล้าให้เค้าไปอยู่ใกล้ๆ แล้วมั้ง

          “อุปส์! ฮ่าๆๆๆๆ” คริสกุมท้อง ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเต็มแรง “ถ้าเราน่ารักขนาดนี้ พี่ก็ไม่กลัวหรอกชานยอล”

          “อย่าล้อเล่นกันสิฮะรุ่นพี่...เซฮุน” ชานยอลหันไปปรามรุ่นน้องที่ยืนกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆ

          “ไปกันเถอะชานยอล นายพาพี่ไปสระผมทีสิ” คริสกอดคอรุ่นน้องให้เดินไปด้วยกัน

          “เดี๋ยวๆๆ รุ่นพี่...ผมไม่ได้พูดเล่นนะฮะ รุ่นพี่ต้องโชคร้ายแน่ๆ ที่มายุ่งกับผม”

          ยิ่งขึ้นตึกเรียน ชานยอลก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงเสียงซุบซิบนินทาว่าตัวซวยอย่างเค้า มาสนิทชิดเชื้อกับหนุ่มหล่อสุดฮ็อตประจำโรงเรียนได้ยังไง

          “โอ๊ย!” พอเดินผ่านหัวโค้ง ชานยอลก็รู้สึกได้ถึงพลังมือมหาศาลเอื้อมมากระชากผมเค้าให้หลุดจากอ้อมแขนกัปตันคนเก่ง

          “นี่! ไอ้ตัวซวย แกกล้าดียังไง ถึงเสนอหน้ามาตีซี้กับรุ่นพี่ฮะ!!!” สมุนคนหนึ่งของอี้เฟยดาวโรงเรียน ตะคอกใส่หน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวซวยจนน้ำลายเต็มหน้า “รู้มั้ยว่ารุ่นพี่คริสเป็นของใคร แกนี่มัน”

          ชานยอลหลับตาปี๋ เชิดหน้าขึ้นรอรับพลังตบที่เค้ามักโดนเป็นประจำ เวลาไม่มีเซฮุนอยู่ข้างๆ แต่นี่มันไม่เหมือนที่คิดไว้แฮะ

          “เธอตั้งใจจะทำอะไร...ออกไปซะ” คนหน้าหวานแอบลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่ง ก่อนจะเห็นว่ารุ่นพี่คริสจับข้อมือบางของผู้หญิงคนนั้นไว้ไม่ให้ตบเค้า แล้วดันออกไปแรงๆ จนเธอล้มลง

          “รุ่นพี่!” ชานยอลออกจะช็อกเล็กๆ ทำไมคริสถึงดูน่ากลัวมากในเวลานี้ กลัวจนเขาเสียวสันหลังวาบเลยแหละ

          “เธอบอกว่าชั้นเป็นของใครนะ...อี้เฟยงั้นเหรอ” ร่างสูงปรายตามองมาทางสาวงามประจำโรงเรียน ที่ยืนกอดอกอยู่ริมระเบียง เธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ คลายมือลงมาวางไว้ข้างตัว “จำไว้นะว่าชั้นไม่ได้เป็นของใครทั้งนั้น นอกจากปาร์ค ชานยอล...อย่าบังอาจมายุ่งกับเด็กน้อยของชั้นอีก!” ร่างสูงประกาศกร้าวลั่นชั้นเรียน ก่อนจะพยุงตัวชานยอลขึ้นมา “ไปกันเถอะแมวน้อย”

          “เดี๋ยวก่อนคริส...” อี้เฟยเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนตัวสูง ปรายตามองชานยอลเหมือนเศษแพลงก์ตอนไร้ค่า แล้วเชิดหน้าขึ้นมองคนที่เคยเป็นอดีตคนรักของเธอ “สักวันนายจะเสียใจที่เลือกเด็กคนนี้”

          “ไม่มีวันนั้นหรอก หึ! หลบไปซะ” คริสใช้นิ้วชี้ดันไหล่อี้เฟยให้หลบออกไปเหมือนเศษขยะ แล้วเดินออกไปโดยไม่สนเธออีกเลย

          “รุ่นพี่ฮะ”

          “ไปอาบน้ำกันเถอะ เธอเหนื่อยมากแล้วนะเจ้าลูกแมว”

          ชานยอลมองหน้าคริสสักพัก ก่อนจะตัดสินใจปล่อยตัวไปตามแรงที่รุ่นพี่จับจูง กัปตัสทีมบาสกุมมือคนหน้าหวานไว้หลวมๆ สร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในหัวใจคนที่ไม่เคยได้รับมันมาก่อน

          “รู้อะไรปะ พี่ตกใจมากเลยนะที่เห็นนายเชิดหน้าขึ้นรอรับการตบขนาดนั้น หน้าคนนะเห้ย ไม่ใช่ลูกบาส” คริสพูดขึ้นขำๆ คล้ายต้องการหาเรื่องมาคุยให้ชานยอลหายเกร็ง “ ถามจริง! ไม่กลัว หรือ ชินแล้ว

          “รุ่นพี่ก็...” ชานยอลที่กำลังยืนเช็ดผมให้คริสที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ผละมือออกไปอย่างงอนๆ “ก็อย่างที่รุ่นพี่พูดนั่นแหละฮะ เจอมาบ่อย โดนมาจนชิน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องหลบนี่” ชานยอลพูดเรื่องจริง เค้าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องหลบด้วย

          “พี่อยากให้นายแทนตัวเองว่า ยอลมากกว่า แบบนั้นน่ารักดีนะ เราจะได้สนิทกันมากขึ้นด้วย ดีมั้ยแมวน้อย”

          “รุ่นพี่...อย่ามายุ่งกับผมเลยฮะ ยิ่งออกไปไกลๆ ยิ่งดี เดี๋ยวจะเดือดร้อนเอานะ”

          “บอกให้แทนตัวเองว่า ยอล ไง ไม่เชื่อฟังแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”

          ชานยอลยืนก้มหน้านิ่ง ลดแขนลงมาแนบลำตัว    

          “ก็ได้ๆๆ ถ้าอยากให้ไปไกลๆ ก็อ้อนพี่สิ” มือหนาโอบรอบลำคอขาวผ่องดึงลงมาเบาๆ ก่อนจะกดจูบเข้าที่จมูกเล็กเร็วๆ ดวงตากลมหวานโตขึ้นอย่างตกใจ

          “เหวอ! พรืด” ชานยอลหงายหลังก้นจ้ำเบ้า

          “อุปส์! ฮ่าๆๆๆ ไงล่ะเรา” รุ่นพี่นักบาสยืดตัวลงมานั่งย่อเข่าลงตรงหน้ารุ่นน้องที่เอาแต่มุ่ยหน้าคลำก้นตัวเองป้อยๆ “สรุปแล้ว เราเป็นตัวซวยของพี่ หรือ พี่เป็นตัวซวยของเรากันแน่นะชานยอล” คริสยื่นมือส่งให้น้อง “มา! ลุกขึ้น ต่อไปนี้พี่จะดูแลเราเอง”

 


 

          “ให้ตายเถอะ ดูแลหรือใช้มาเป็นทาสเนี่ย” ชานยอลนอนหอบอยู่บนสแตนด์ ตั้งแต่ที่คริสบอกว่าจะดูแลเขา ก็ดูแลจริงๆ นั่นแหละ ดูแลไม่ให้คนอื่นเข้ามายุ่ง แต่ก็ใช้งานเค้าหนักพอๆ กัน ทำอย่างกับว่าเค้าเป็นเบ๊

          “ชานยอลมาแล้วเหรอ ทำการบ้านเสร็จรึยังเรา” คริสยีผมรุ่นน้องเบาๆ อย่างเอ็นดู “ไหนน้ำพี่ล่ะ”

          “อยู่ในถุงนั่นอะ ของพี่โคล่า ของเซฮุนชานมไข่มุก เฮ้อ!” ชานยอลถอนหายใจ พอเลิกเรียนปุ๊บก็ต้องเข้าห้องสมุดไปนั่งเคลียร์งานตามคำสั่งคุณท่าน (ใครจะกล้าขัดขืน เล่นให้จื่อเทา ลูกน้องคนสนิทตามประกบขนาดนั้น) แถมทำการบ้านเสร็จก็ต้องวิ่งไปหาซื้อเครื่องดื่มกับผ้าเย็นมาให้ทีมบาสอีก เหนื่อยชะมัด

          “แล้วของนายละ”

          “ของยอลทำไม”

          “พี่อยากดื่มน้ำของนาย”

          “ไม่อาววว พี่ก็ดื่มของพี่ไปสิ นี่ของยอล” ด้วยความซื่อ และไม่เคยทำอะไรแนบเนียนๆ ชานยอลจึงได้แต่ดันขวดน้ำแดงไปซ่อนไว้ด้านหลังอย่างมีพิรุธ

          “ส่งมานะ” คริสหรี่ตามองพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบ ทว่าคนตัวเล็กและว่องไวกว่ากลับเบี่ยงตัวหลบได้ลื่นอย่างกับปลาไหล “ชานยอลหยุด!” คนถืออภิสิทธิ์กว่าชี้นิ้วสั่ง

          “ไม่หยุด! พี่คริสชอบแย่งของน้อง ปกติตัวเองก็ดื่มแต่โคล่า”

          “ก็วันนี้พี่อยากดื่มน้ำแดงอะ เร็วๆ” ร่างสูงแกล้งวิ่งเหยาะๆ ตามหลังรุ่นน้อง ถือเป็นการวอร์มอัพรอสมาชิกในทีมไปด้วย ชานยอลวิ่งช้าอย่างกับเต่า (แต่เค้าไม่บอกเจ้าตัวหรอก ^O^)

          “ไม่! ยอลดื่มไปแล้วนะ” ชานยอลถือขวดน้ำแดงวิ่งดุ๊กดิ๊กไปทั่วสนามอย่างน่ารัก ไม่น่าเชื่อว่าแค่เวลาราวสามเดือน ทั้งคู่จะสนิทใจกันได้เร็วขนาดนี้ สนิทจนถึงขนาดที่ต่างฝ่ายต่างแอบรักกันเลยแหละ

          คริสตัวติดชานยอลอย่างกับตังเม ถึงแม้ว่าคนตัวเล็กจะทำให้เค้าเจ็บตัวอยู่บ่อยๆ ก็เถอะ ชานยอลเป็นเด็กซุ่มซ่าม ชอบเดินไม่ดูทาง ทำให้เผลอเหยียบเท้าเค้าบ้าง ทำน้ำหกใส่เสื้อเค้าบ้าง พาเดินไปโดนผึ้งต่อยบ้าง ทำจัมปงร้อนๆ หกรดมือบ้าง หนักสุดโดนมอไซค์เฉี่ยว O_O!

          แต่น่าแปลกคริสไม่เคยคิดที่จะทิ้งขว้างชานยอลเลย มีแต่สงสาร แล้วก็ไม่อยากปล่อยให้คนซุ่มซ่ามคนนี้ห่างสายตาไปไหน กลัวจะไปทำอะไรห่ามๆ เข้าอีกน่ะสิ เค้าเลยถือโอกาสใช้สิ่งที่ชานยอลเรียกว่าความซวย ผูกมัดตัวเองอยู่กับเด็กดื้อแต่จริงใจคนนี้ไปตลอด

          “ชานยอลหยุดวิ่งได้แล้ว เดี๋ยวล้มหน้าคะมำนะ”

          “ฮ่าๆๆ พี่คริสก็หยุดวิ่งตามยอลก่อนสิ” เด็กเอ๋อวิ่งดุ๊กๆ แจกรอยยิ้มสดใสไปทั่วสนาม ไม่ทันสังเกตเลยว่าตัวเองนั้นน่ารักขนาดไหน พวกลูกทีมบาสที่ทยอยเดินเข้ามาซ้อม ถึงกับได้จ้องตามตาเป็นมัน

          “พวกมึงอยากโดนซ่อมรึไง มองเมียกูแบบนั้นอะ เช็ดน้ำลายด้วย!” คริสชี้หน้าเรียงตัว ก่อนจะวิ่งเร็วๆ ไปโอบเอวบางมากอดแนบข้าง   

          “โธ่กัปตัน! ก็น้องเค้าน่ารักดีนี่ฮะ พวกผมรู้อยู่แล้วน่า ว่าใครเป็นของใคร วี้ดดดวิ้วว!” ยิ่งทุกคนเริ่มผิวปากแซว ชานยอลก็ยิ่งก้มหน้างุดๆ แก้มกลมใสซับเลือดฝาดขึ้นมาอย่างน่ารัก คริสอยากจะก้มลงไปสัมผัสเจ้าสิ่งนุ่มๆ นั้นสักที แต่ระหว่างเค้ากับชานยอลยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลย

          “คริส” เสียงเรียกชื่อแบบไม่สบอารมณ์ดังขึ้นด้านหลัง อี้เฟย!

          “มาทำไม ใครเชิญ” ร่างสูงปรายตามามองผู้มาเยือนอย่างรังเกียจ

          “นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ นายได้ฉันแล้วจะเขี่ยทิ้งงั้นเหรอ” อี้เฟยตัดพ้อคนรักเก่า หากแต่จงใจแสยะยิ้มใส่ชานยอลที่ยืนอยู่เบื้องหลัง

          “ยัยบ้า! ใครได้เธอไม่ทราบ” คริสง้างฝ่ามือขึ้น อยากจะฟาดปากพล่อยๆ นั้นเต็มแก่ ทว่าชานยอล กลับห้ามไว้

          “รุ่นพี่อย่าถึงขั้นลงไม้ลงมือกันเลยครับ” ชานยอลถอนใจอย่างเหนื่อยๆ ก่อนจะเดินออกไปนอกโรงยิม

          “แมวน้อยจะไปไหน” คริสเดินตามทว่าโดนอี้เฟยกักตัวไว้

         


 

          “อ้าว! ชานยอลจะไปไหนอะ” ร่างบางเดินสวนกับเซฮุนน้องรัก

          “เซฮุน...อ่า...พี่ว่าจะไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยน่ะ” ชานยอลตอบน้องชายเสียงเบา           

          “เย็นย่ำเกือบฝนตกอย่างงี้เนี่ยนะ” ร้องถามพี่ชายเสียงหลง ก่อนสบถกับตัวเองเบาๆ “กัปตันปล่อยให้มาเดินเพ่นพ่านได้ไงวะ...อ้าวชานยอล เฮ้!” เซฮุนโบกไม้โบกมือ แต่คนหน้าหวานก็เดินลิ่วไปแล้ว เค้าต้องรีบไปซ้อมซะด้วย “โอ๊ย!” ใครตบหัวกูวะ

          “เซฮุนเห็นชานยอลมั้ย” กัปตันทีมบาสโผล่มาในสภาพไม่สู้ดีนัก 

          “เดินไปนู่นแน่ะครับ เห็นบอกจะไปสูด...อะ...อากาศ” พูดยังไม่ทันจบประโยค คนถามก็วิ่งลับไปซะแล้ว อะไรกันวะเนี่ย ซ้อมเป็นพระเอกนางเอกหนังอินเดียอยู่เหรอ

          “เซฮุนโว้ยยย จับหลิวอี้เฟยไว้” พวกเพื่อนทีมบาสพากันวิ่งกรูเข้ามาทางนี้ โดยมีคนหน้าสวยวิ่งนำอยู่ข้างหน้า

          “เซี่ยไรนักหนาวะเนี่ย” เซฮุนเริ่มเดาสถานการณ์ออก เลยคว้าตัวร่างบางที่กำลังสับเท้าหน้าตั้งมากักตัวไว้ “จะไปไหนเจ๊ ได้ข่าวว่านอกใจแฟน เลยโดนเขี้ยทิ้งไม่ใช่อ่อ”

          “กรี๊ดดด ปล่อยชั้นนะไอ้บ้า ไอ้คนสกปรก”

          “ใครกันแน่สกปรก ทำชั่วไว้ยังไม่พอ ยังจะทำให้คนรักเค้าร้าวฉานกันอีก จัดการเลยมั้ยพวก” เซฮุนหันไปเฮกับเพื่อน ก่อนที่พวกทีมบาสจะเข้ามารุมอี้เฟย (รุมแกล้งนะ อย่าเข้าใจผิด : เค้าเอง ไรท์เตอร์)

         

          ฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว แมวน้อยจะวิ่งไปไหนนะ รู้มั้ยว่าเจ้าของเป็นห่วง คริสสอดส่ายสายตามองหาร่างบาง ก่อนจะเจอชานยอลนั่งก้มหน้าตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ โขดหิน สายตาคมฉายแววเจ็บปวดอย่างเก็บไม่มิด เค้าไม่เคยเล่าเรื่องตัวเองกับหลิวอี้เฟยให้ชานยอลฟัง เพราะมันเป็นเรื่องที่โคตรจะไร้สาระสำหรับเค้า แต่ลืมไปว่ามันสำคัญมากสำหรับชานยอล 

          “แมวน้อย”

          “รุ่นพี่” ชานยอลเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมหวานเบิกกว้างก่อนตั้งท่าจะลุกหนี

          “จะไปไหน” คริสเดินเข้าไปสวมกอดชานยอลไว้ ทว่าร่างบางกลับขืนตัวเองออก

          “ปล่อยผมนะ...รุ่นพี่!...อย่าทำแบบนี้” ชานยอลเอียงคอหลบร่างสูงที่เอาแต่ซุกซอกคอขาวของตนไปมา คริสเจ็บปวดแต่ไม่รู้จะระบายมันออกมายังไง ยิ่งเห็นชานยอลร้องไห้อย่างทรมาน เค้าก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก “รุ่นพี่!”ชานยอลผลักคริสจนเซล้มลงไปกับพื้น

          “โอ๊ย” คริสเงยหน้ามองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แมวน้อยที่เคยน่ารักของเค้า

          “รุ่นพี่” ชานยอลอยากจะเข้าไปช่วย แต่เค้าก็เจ็บเหมือนกัน เจ็บที่ใจจนต้องกุมมันเอาไว้ “รุ่นพี่รู้มั้ย ผมเจ็บตรงนี้มากแค่ไหน ถ้ารุ่นพี่ยังรักหลิวอี้เฟยก็กลับไปคุยกับเค้าให้รู้เรื่องเถอะครับ” คนหน้าหวานปาดน้ำตาพร้อมกับสะอื้นไห้ไปด้วย “ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโดนคนอื่นรังแกนะฮะ ผมดูแลตัวเองได้ ที่ผ่านมา ฮึก! ผมก็อยู่คนเดียวได้ ผมยังมีเซ...เซฮุน...รุ่นพี่ไม่ต้องมายุ่งกับผมแล้ว!” ชานยอลตะคอกใส่หน้า ก่อนจะเดินกอดตัวเองกลับบ้านไป

          “โธ่เว้ย!” คริสทุบพื้นไปมา ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวเองขึ้น แล้วเดินกลับเข้าไปในยิม

 

วันแข่งขันบาสมาถึงแว้ววว...ร่าเริงไปไหน

 

          ชานยอลมองนักกีฬาบาสเดินเรียงแถวเข้ามาในยิมผ่านหน้าต่างของโรงเรียน เขาไม่มีหน้าไปเชียร์รุ่นพี่ที่ข้างสนามหรอก เมื่อคืนเซฮุนก็มาหาเค้าที่บ้าน แต่คนงี่เง่าอย่างเค้า ก็ทำได้เพียงให้หม่าม้าเดินไปบอกน้องชายว่า “ชานยอลหลับไปแล้วลูก”

          “ยอลขอโทษที่ผิดสัญญากับรุ่นพี่นะฮะ หวังว่าการแข่งขันจะผ่านพ้นไปด้วยดีนะ”                 

          “ชานยอล ไม่ลงไปเชียร์กัปตันคริสเหรอ เห็นว่าใส่เสื้อหมายเลข 10 ด้วยนะ 10 มันอ่านว่ายอลไม่ใช่รึไง” เพื่อนต่างห้องเข้ามาชวนคุยอย่างจริงใจ ตั้งแต่เขาย้ายมาเป็นเด็กในความดูแลของคริส เพื่อนก็คุยกับเขาอย่างสนิทใจมากขึ้น

          “ไม่หรอก 10 มันก็แค่เลข 10 อาจจะบังเอิญเฉยๆ น่ะ” ชานยอลยิ้มเศร้าๆ “เราว่าจะทำการบ้าน ส่งคาบต่อไปแล้ว กลัวไม่เสร็จ ลี่อิน โบอา ไปเชียร์กีฬาให้สนุกเถอะ”

          “อื้อ งั้นพวกเราไปก่อนนะ” หญิงสาวสวยทั้ง 2 คน เดินมาบีบไหล่ให้กำลังใจชานยอลเบาๆ วันนี้คนหน้าหวานดูเศร้ามาก เศร้ากว่าตอนที่โดนเพื่อนทั้งชั้นกลั่นแกล้งซะอีก

          “เฮ้อ!” ชานยอลถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนไปนั่งทำการบ้าน ล้อเล่นน่ะ จริงๆ เค้าทำเสร็จแล้ว นั่งไถไอจีอยู่ต่างหาก ชานยอลเลื่อนเจอภาพหนึ่งที่กัปตันทีมบาสโพสต์ไว้ “ใส่เสื้อเบอร์ 10 จริงๆ ด้วยแฮะ”

 


 

          ผ่านไปกว่า 30 นาที เทาก็วิ่งตึงตังเข้ามา “ชานยอล...แฮ่กๆ” ร่างสูงหายใจหอบ เอาแขนค้ำขาไว้อย่างเหนื่อยๆ

          “เทา มีอะไรอะ”

          “กัปตัน...กัปตันล้ม...อยู่ห้องพยาบาลแน่ะ...การแข่งก็เพิ่งผ่านไปได้แค่ครึ่งทะ...ทาง...ยังไม่จบเกมเลย...” ชานยอลวิ่งหน้าตั้งออกไปจากห้องเรียนทันที ไม่ทันสังเกตใบหน้ายิ้มกริ่มของคนคาบข่าวมาบอกสักนิด

          “พี่คริส...อย่าเป็นอะไรไปนะ” ชานยอลกล้ารับประกันว่าเค้าไม่เคยวิ่งได้เร็วขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ในอกมันรุ่มร้อนไปหมด เพราะความงี่เง่าไม่เข้าเรื่องของตัวเค้าเองแท้ๆ ที่พี่คริสล้ม อาจจะเป็นผลพวงจากตอนที่เค้าผลักจนล้มกลิ้งไปเมื่อวานรึเปล่า ข้อเท้าอาจจะบาดเจ็บก่อนลงแข่งก็ได้ “ปาร์คชานยอล นายมันตัวซวย”

          ปัง! เสียงกระชากประตูแรงๆ ดังกระแทกผนังจนคนเจ็บสะดุ้งตกใจสุดตัว ดีนะครูห้องพยาบาลไม่อยู่

          “รุ่นพี่” ชานยอลวิ่งกระหืดกระหอบมากอดคริสที่กำลังนั่งห้อยขาอยู่บนเตียงพร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้เค้า มือแกร่งที่ลูบไล้ไปบนผมเค้าเบาๆ ยังคงความอบอุ่นไว้เสมอต้นเสมอปลาย

          “เป็นอะไรแมวน้อย”

          “ยอลผิดเอง พี่คริสต้องเจ็บตัว เพราะเค้าแน่ๆ เค้ามันตัวซวย”

          “หา! ใครเจ็บตัว”

          “ก็พี่คริสไง เจ็บตรงไหนในบอกเค้าซิ” ร่างสูงเอาแต่อมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าคนน่ารักเป็นห่วงเค้ามากเหลือเกินในเวลานี้ ชานยอลจับข้อเท้าเค้าพลิกไปมาอย่างใส่ใจ

          “หายโกรธพี่แล้วเหรอ” คริสดึงคนตัวเล็กขึ้นมานั่งไว้บนตัก “พี่ขอโทษนะครับที่ทำรุ่มร่ามใส่น้อง พี่แค่อยากแสดงความรักออกไปให้เราได้รู้ ความรู้สึกในใจของพี่” ร่างบางเอี้ยวตัวกลับมาสบตากับคริส ตรงๆ “ที่พี่ไม่เคยเล่าเรื่องอี้เฟยให้น้องฟัง ไม่ใช่เพราะ พี่ยังรู้สึกดีต่อเธอหรอกนะ แต่มันเป็นความทรงจำเน่าหนอนที่พี่ไม่อยากจะเสียเวลาไปพูดถึงมันต่างหาก เธอนอกใจพี่ พี่ก็เลยเลิกกับเธอซะ คนไม่จริงใจก็เหมือนเนื้อร้าย จะเก็บไว้ก็ใช่เรื่องใช่มั้ยครับ พี่ก็เลยตัดเธอทิ้งไปซะ”

          ชานยอลตั้งอกตั้งใจฟังคนตรงหน้าเงียบๆ ที่ผ่านมาเค้าไม่เคยถาม ตรงกันข้ามกลับรอเวลานี้มานาน เวลาที่รุ่นพี่พร้อมจะเปิดใจเล่าทุกอย่างให้เค้าฟัง

          “ตอนนี้พี่รัก ปาร์ค ชานยอล คนนี้คนเดียวนะครับ รักแมวน้อยมากๆๆๆๆ เลยด้วย” ร่างสูงจับชานยอลให้เอนตัวลงมาพิงที่ไหล่ของเค้า แขนแกร่งก็โอบเอวบางไว้หลวมๆ “น้องรู้มั้ยว่าตัวเอง มีรอยยิ้มที่เปล่งประกายมากจนพี่ไม่อยากละสายตาไปไหนเลย ความใสซื่อจริงใจของน้อง ทำให้พี่รู้สึกว่า กูนี่แม่งโคตรโชคดีที่มีคนน่ารักคนนี้อยู่ข้างๆ สังเกตมั้ยว่าเราทำอะไรก็คลิกกันไปซะหมด”

          “ขี้ตู่! ยอลไม่เห็นคิดอย่างนั้นเลย” คริสบีบจมูกเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะพูดต่อ

          “เราชอบสีเดียวกัน ดูหนังแนวเดียวกัน ใส่เสื้อผ้าสไตล์เดียวกัน นิสัยง่ายๆ คล้ายกัน เหมือนพรหมลิขิตขนาดนี้ ยังไม่ใช่เนื้อคู่กันอีกเหรอครับ” ชานยอลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำหน้าตกใจ

          “อ๊ะ! พี่คริส แล้วการแข่งขันล่ะครับ”

          “ป่านนี้คงชนะไปแล้วมั้ง” คริสวางท่าสบายๆ ก่อนจะดันตัวชานยอลออกเล็กน้อย คล้ายต้องการอวดให้เห็นเสื้อที่ตัวเองสวมอยู่ “วันนี้พี่ใส่เสื้อเป็นเบอร์นำโชคขนาดนี้ ไม่ชนะก็ให้มันรู้ไป”

          “บ้า! พี่คริสอะ” ชานยอลก้มหน้าเขินๆ

          “กัปตันทีมบาสแม่งโคตรแย่ ใจร้อน อยากปรับความเข้าใจกับเมีย ก็เลยเร่งทำแต้มให้ทีม แล้วค่อยถือโอกาสชิ่งหนีออกมา” ลอยหน้าลอยตาเล่าเรื่องก่อนจะหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ มีรางวัลอะไรจะให้พี่มั้ยครับ”

          “ไม่มี!” ชานยอลอมลมจนแก้มป่อง “ไหนอาเทาบอกว่าพี่คริสล้ม เจ้าเล่ห์ทั้งลูกพี่ลูกน้อง หึ!

          “โถๆๆ คนดีอย่างอนเลยน้า” คริสหอมแก้มกลมฟอดใหญ่อย่างอดใจไม่ไหว ชานยอลจับแก้มตัวเองไว้อย่างทึ่งๆ แล้วฟาดเพี๊ยะเข้าไปที่อกแกร่ง

          “พี่คริสอะ”

          “บอกรักพี่หน่อยสิครับ พี่อยากได้ยินคำว่ารัก จากปากคนที่พี่รักหลายๆ ครั้ง”

          “ไม่!” ชานยอลสะบัดหน้าหนีอย่างเคอะเขิน

          “ฮ่าๆๆ” คริสหัวเราะร่า “ไม่บอกงั้น พี่จูบนะ” ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้ๆ บอกให้รู้ว่าพูดจริงทำจริง

          “เดี๋ยวก่อน...” ชานยอลดันอกแกร่งไว้ “ก็ได้...น้องยอลรักพี่คริส” ปากอิ่มสวยพูดรัวเร็วจนคนฟังแทบไม่ได้ศัพท์

          “ช้าๆ หน่อยสิครับที่รัก” สบสายตาคมสื่อความหมาย จนคนมองแทบใจเต้นรัวไม่เป็นส่ำ

          “น้องยอลรักพี่คริสฮะ รักๆๆ” ชานยอลยิ้มหวานทั้งปากทั้งตา

          “ให้ตายเถอะไอ้คริส! แม่ม เป็นคำบอกรักที่โคตรรรรดีที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในชีวิตเลย” กัปตันทีมบาสแทบยิ้มไม่หุบ ยิ้มจนเงิงบาน พร้อมกับกอดคนรักไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหอมแก้มกลมซ้ำๆ จนกลัวว่าถ้าหอมอยู่อย่างนี้ผิวแก้มขาวนวลของชานยอลอาจจะช้ำได้ เลยเปลี่ยนมาเป็นกดจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่แทน บอกได้เพียงว่าจูบแรกของทั้งคู่หวานหอมและหลอมละลายเหมือนไอศกรีมวานิลลาเลยแหละ  

          “พี่จะเป็นคนรักที่ดีของน้องยอลนะครับ อ้อ!” ร่างสูงหันหลัง โชว์ตัวอักษรและตัวเลขให้คนรักดู “ในนี้เขียนว่า WU 10 หรืออีกนัยหนึ่งคือ WU YEOL น้องเรียนจบเมื่อไหร่ พี่จะให้แม่มาขอนะครับ สัญญาว่าจะตั้งตารอวันที่น้องยอลเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเดียวกับพี่เลย เพราะวันนั้นจะเป็นวันที่เราได้เป็นคนคนเดียวกันไง”

 


 

          วันนั้นยังเป็นวันที่รอยยิ้มของชานยอลสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมาด้วย  

 

 

   

 

   

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #89 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 10:19
    จะรอวันที่น้องยอลเปลี่ยนนามสกุลเป็น wu chanyeol นะคะ อิอิ
    #89
    0
  2. #46 CHANNii (@kamzaaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 14:11
    หน่องยอลลลลลลลลลลลลล
    #46
    0
  3. #32 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 02:12
    พี่ขอโทษนะครับที่รุ่มร่ามใส่น้อง ชอบที่ใช้คำว่าน้องอะ น่าร้ากกกกกกกกก
    ก่อนจะคบทีคนขี้ตู่เรียกน้องว่าเมียด้วยนะ 55555555
    #32
    0
  4. #31 Karinnn (@cee009) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 21:09
    ฮืออดีกับใจมากเลยค่ะ ละมุนมากหวานอ่านตอนนี้แล้วคิดถึงสมัยนั้นที่เขายังอยู่ด้วยกัน น้องยอลแจกยิ้มรวยฟัน น่ารัก คิดถึงเมื่อก่อนจังเลยอยากให้คริสยอลเขามาเจอกันจังฮือออถึงไม่มีโมเมนต์ แต่มีฟิคดีๆกับใจแบบนี้อ่านก็ดีใจมากเลยค่ะ ขอบคุณไรท์เตอร์นะคะ จุ๊บๆ
    #31
    0
  5. #30 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 21:03
    ฮ่อยยยยยย เขินจังเลย พี่คริสรุ่มร่ามที่สุด แผนสูงด้วย แล้วไปเรียกเค้าเมียเฉยเลย ขี้ตู่ชะมัด งื้อออออ ตีตายเลย
    #30
    0
  6. #29 pzikbac (@naal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 20:27
    อร๊ายยยยย พี่คริสคนดี
    #29
    0
  7. #28 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 20:17
    ฮ่อยยยยย น่ารักมากอ่ะ กัปตันใจร้อนอน่างเคลียร์กับเมีย โอ้ยตายยย คริสยอลรักกันแค่ไหนถามใจตัวเองดู
    #28
    0
  8. #27 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 19:34
    ทำไม... ทำไมมมม ทำไมๆๆๆ
    ทำไมมันน่ารักอย่างเน้!!>[]< อ๊อยยย!
    #27
    0