Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 3 : STORY 2 : OVERDOSE 2 END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    7 ส.ค. 59

OVERDOSE 2 END

 


 

2 เดือนผ่านไป >>> ไวเหมือนโกหก <<< อะไรของแกวะเนี่ยไรต์

ก๊อกๆๆ

          “ฝานฝานคร้าบบบ ตื่นรึยังเอ่ยยย” ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าคำเรียกชื่อมุ้งมิ้งแบบนี้จะหลุดออกมาจากปากคนมาดแมนอย่างผมหรอก แต่อี้ฝานเด็กน่ารักในร่างผู้ใหญ่กลับเข้ามาออดอ้อนซะจนใจอ่อน แค่ผมเห็นเค้ากะพริบตาปริบๆ เหมือนลูกแมวน้อยก็อดที่จะตามใจไม่ไหวแล้ว เค้าอยากให้ผมเรียกฝานฝาน ผมก็จะเรียก

          “ตื่นแล้วคร้าบบบพี่หมอยอล” หางตาแอบเห็นไวไวว่าคนป่วยแอบซุกซ่อนอะไรไว้ในลิ้นชักข้างเตียง ก่อนจะยันตัวนั่งนิ่งหย่อนขาลงมาทั้งสองข้าง “พี่หมอยอลมานั่งนี่สิครับ” เด็กน้อยตบตักเบาๆ น่าเอ็นดู ผมส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปยีกลุ่มผมนุ่มของเค้าเบาๆ

          “ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวฝานฝานจะเจ็บเอานะ พี่หมอยอลตัวหนักม้ากมาก อ๊ะ!” พูดไปยิ้มไปก่อนจะโดนดึงตัวลงไปนั่งบนตักคนเก่งจนได้ อี้ฝานเลื่อนหน้ามาจุ๊บปากผมจนเกิดเสียงดังขึ้นในห้องกว้าง จูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกิดขึ้นระหว่างเรา มันเริ่มตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีผมคิดว่าผมกับอี้ฝานคงหลงรักสัมผัสนี้เข้าแล้ว แล้วก็ไม่อยากให้มันสิ้นสุดลงเลย

          “มอร์นิ่งคิสครับ คนดีของฝานฝาน” อี้ฝานพูดพร้อมกับดันตัวผมออกมากอดเอวไว้หลวมๆ ใบหน้าคมซบลงตรงซอกคออุ่นก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว

          “ฝานฝานกินข้าวเยอะทุกมื้อตามที่พี่หมอยอลบอก พี่พยาบาลมินอาบอกว่าฝานฝานแข็งแรง คยองซู จงอิน เซฮุน ลู่หาน เทาเทา ซูโฮ ซิ่วหมิน จงแด แบคฮยอน แล้วก็อี้ชิง ยังบอกเลยว่าฝานฝานน่ะตัวใหญ่กว่าพี่หมอยอลตั้งเยอะ แค่นี้ไม่หนักหรอกครับ อีกอย่างพี่หมอยอลก็ตัวเบ๊าเบา ไม่รู้ว่ากินข้าวอิ่มรึเปล่า หรือต้องให้ฝานฝานไปนั่งป้อน” อี้ฝานพูดไปพร้อมกับโยกตัวผมไปเบาๆ เหมือนเป็นคนไข้ซะเองเลยแฮะ

           คุณคิดล่ะสิว่าอาการของอี้ฝานตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว จริงอยู่ว่าอี้ฝานเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เค้ารับรู้ว่าตัวเองยังมีครอบครัวที่มักจะมาเยี่ยมตอนวันหยุดสุดสัปดาห์ เค้ามีเพื่อนและพี่หมอพี่พยาบาลอีกหลายคนที่คอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเล่นกับเค้า แต่อี้ฝานยังหลงลืมตัวตนของตัวเอง เค้าทั้งลืมและหวาดกลัว

          “พี่หมอยอลครับ เมื่อคืนฝานฝานฝันเห็นตัวเองอีกแล้ว ไม่ชอบเลย ฝานฝานเห็นหน้าตัวเองไม่มีความสุข” คนป่วยพูดด้วยสีหน้าหงอยเหงา

          บางทีเมื่ออี้ฝานต้องอยู่คนเดียว อาการซึมเศร้าจนเกือบทำร้ายตัวเองมักจะกลับมาทำร้ายเค้าอีก แล้วนี่ก็ใกล้จะครบกำหนดวันรักษาตัวแล้ว เมื่อวานผมเลยได้รับคำสั่งจากรุ่นพี่โจวให้เริ่มการรักษาตามลำดับต่อไป หลังจากที่ทุกคนช่วยกันดูแลจนอี้ฝานผ่านการรักษาขั้นต้นมาได้อย่างดีเยี่ยม

          “ฝานฝานไม่ต้องกลัวนะครับ คนเก่งของพี่หมอยอลสู้มาได้จนถึงขนาดนี้ ต้องพร้อมที่จะสู้ต่อนะ”

          แน่นอนว่าหน้าที่ของคุณหมอทุกคนคือการบอกอาการให้คนไข้รับรู้ถึงสภาวะของตนเอง โชคดีที่อี้ฝานยังคงมีช่วงเวลาที่มีความสุขอยู่ ความสุขของเขาอยู่ในช่วงก่อนเข้าวงการคือได้ร่วมทีมบาสเก็ตบอลกับเหล่าคนดังแห่ง NBA และช่วงเข้าวงการที่แฟนๆ ได้มอบความรักให้เค้าอย่างล้นหลามจนเกิดเป็นความคาดหวัง สำหรับอี้ฝานนั่นคงเป็นความสุขแบบเจ็บๆ

          “ครับ ฝานฝานจะสู้เพื่อพี่หมอยอล งั้นเราไปอาบน้ำกันนะครับ”

          “อ๊ะ! นี่ยังไม่ได้อาบน้ำเหรอครับ” ผมยิ้มเผล่ สีหน้าจับผิดเต็มที่ อี้ฝานหน้าแดงซ่านอมยิ้มเล็กน้อย

          “ฝานฝานอยากอาบน้ำกับพี่หมอยอล อยากเป่าฟองสบู่ อยากบีบคุณเป็ดน้อย แล้วก็ซุกอกนุ่มๆ ของพี่ชานยอล” ฉ่า!!! หน้าร้อนขึ้นมาทันที

          “ชู่ว! ฝานฝานอย่าไปพูดแบบนี้กับใครรู้มั้ยครับ” เอาผมทัดหูพร้อมกับสำทับเค้าอีกครั้ง

          “พี่หมอยอลเขินเหรอครับ ไหนบอกว่าการบำบัดตัวเองเป็นเรื่องธรรมดาไง” โถ่ ผมดูโรคจิตไปเลยล่ะสิยอมรับก็ได้ว่าเรื่องแบบนี้มันต้องมีบ้าง แต่ผมทำเพื่อให้อี้ฝานเค้าสบายตัวขึ้นต่างหาก อั้นไว้คงอึดอัดน่าดู

          “พี่หมอไม่คุยกับฝานฝานแล้ว” ผมเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดเค้า ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาเตรียมไว้ให้คนป่วย “ลุกสิครับ จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอ” อี้ฝานยิ้มกว้างจนตาหยีแล้วเดินมาสูดดมความหอมที่พวงแก้มนุ่มทั้งสองข้างของผม

          ผมรู้ตัวเองดีว่าการที่ผมปล่อยใจไปรักเค้า มันไม่ใช่เรื่องที่ควรเลย ผมรู้ แต่ผมก็ยอม ผมรักอี้ฝานจริงๆ

           “สบายมั้ยครับฝานฝาน” ผมค่อยๆ ชโลมแชมพูลงไปบนกลุ่มผมนุ่ม ระวังไม่ให้โฟมเข้าตา ขณะที่คนนอนหงายก็เอาแต่จ้องหน้าผมตาแป๋ว ยิ่งมองหน้าเขา ผมก็ยิ่งรู้ว่าอี้ฝานไม่ควรเป็นของผมคนเดียว มีคนอีกหลายคนที่รักและรอการกลับมาของเขา ผมควรจะปล่อยเค้าไป แล้วให้เค้ามีความสุขไม่ใช่เหรอ ความรักของผมเป็นความรักที่ไม่ต้องการการครอบครอง ไม่ต้องมองบนใส่หรอก ผมพูดจริง ไม่ได้แอ๊บใสหัวใจสี่ดวง

            “พี่หมอยอล ถ้าฝานฝานช็อตไฟที่สมองจะลืมพี่หมอยอลมั้ย ฝานฝานกลัว ฝานฝานไม่อยากลืมพี่หมอยอล” ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงทุกครั้งที่คุยกันเรื่องนี้ อี้ฝานไม่เคยถามผมเลยว่าการรักษาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้ามันเจ็บมั้ย เค้าถามผมแค่เพียงเรื่องเดียว คือเค้าจะลืมผมรึเปล่า แล้วผมก็ไม่เหนื่อยที่จะตอบเค้ากลับ

          “ถึงฝานฝานจะลืมพี่หมอ พี่ก็จะทำทุกวิถีทางให้ฝานฝานจำได้ พี่หมอยอลเก่งมากนะครับ ไม่รู้เหรอ”

          “รู้ครับ สัญญาแล้วนะ” อี้ฝานยื่นนิ้วก้อยออกมา

          “ครับผม” ผมยื่นนิ้วตัวเองออกไปแทนคำสัญญา พยายามกลั้นน้ำตาที่ไหลลึกอยู่ในใจ พร้อมกับก้มหน้าลงไปประทับจูบเค้าแผ่วเบา

          ต่อให้อี้ฝานจำผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมแค่อยากให้เขาหาย

.

.
.

          “ฝานฝานวันนี้เหนื่อยหน่อยนะครับ” ตั้งแต่เช้าผมพาอี้ฝานไปตรวจเลือด เช็กระดับเกลือแร่ในร่างกาย ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเค้าอยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการรักษาด้วยไฟฟ้าจริงๆ แน่นอนว่าอี้ฝานรับรู้ถึงเหตุผลที่ต้องทำการรักษาด้วยวิธีนี้ แล้วเค้าก็พร้อมที่จะยอมรับมัน “หิวข้าวมั้ย?” เพราะอี้ฝานต้องงดทั้งเครื่องดื่มและอาหารมา 8 ชั่วโมงแล้ว ผมเลยกลัวว่าเค้าจะหิว “เดี๋ยวทุกอย่างเรียบร้อย พี่หมอยอลจะพาไปทานหม้อไฟนะ”

          “อยู่กับฝานฝานนะครับ” คนป่วยจับมือผมไว้แน่น

          “ไม่ต้องกลัวนะครับ เด็กดี” ผมก้มลงจูบหน้าผากเค้าแผ่วเบา

          อี้ฝานนอนลงก่อนเริ่มทำการรักษาด้วยไฟฟ้าหรือ ECT วิสัญญีแพทย์ได้ให้ยาสลบ อี้ฝานที่จ้องมองผมไม่คลาดสายตาค่อยๆ หลับตาลงไปจนนิ่งสนิท

          “คนไข้พร้อมแล้ว เราเริ่มเลยละกันครับ” ผมบอกทุกคนในทีมเสียงเรียบ ก่อนจะเริ่มปล่อยผ่านกระแสไฟฟ้าเข้าไปในสมอง อี้ฝานชักอยู่ประมาณ 30 วินาที ผมสังเกตอาการชักของเค้าจากการเคลื่อนไหวร่างกาย จนเมื่ออาการชักสิ้นสุดลง จึงได้ตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมองเพื่อประเมินอาการ อี้ฝานได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยจากการทำ ECT

          “หมอเก่งมากนะ” ชินเอวิสัญญีแพทย์ที่คอยติดตามอาการอี้ฝานมาด้วยกันเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ “คุณอี้ฝานไม่ได้รับอันตรายจากการรักษา อีกสองครั้งก็พยายามเข้าล่ะ”

          ใช่แล้ว อี้ฝานต้องเข้ารับการรักษาด้วยไฟฟ้าอีก 2 ครั้งตามตาราง ผมรู้สึกดีที่ตอนนี้เค้าปลอดภัย แต่หลังจากเค้าตื่นนี่สิ จะเป็นยังไงนะ

.

.

.

          “อ๊ากกกกกกก ปวดหัวววว หัวจะระเบิดอยู่แล้ว!!!” ผมรีบวิ่งมาที่ห้องหลังจากได้ยินเสียงโวยวายคุ้นหู พร้อมกับเสียงของคุณพยาบาลที่ผลัดกันร้องห้ามคนป่วย พอเปิดประตูออกมาก็เห็นภาพชายหัวยุ่งคนเดิมลุกขึ้นนั่งห้อยขาจากเตียงขว้างปาหมอนและผ้าห่มให้เกลื่อนห้องไปหมด

          “ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ” ผมพูดพร้อมกับเดินยิ้มไปหาเค้า “ดื้อยังไงฝานฝานก็ยังเป็นเด็กน้อยของพี่หมอเหมือนเดิม” คนป่วยหยุดมือที่พร้อมจะขว้างปาสิ่งของลง ก่อนจะเพ่งสายตามองมาทางผมนิ่ง

          “คุณเป็นใคร”    

          เหมือนกระแสไฟจากห้องผ่าตัดเมื่อครู่ส่งผ่านมาถึงใจของผมด้วย จำกันไม่ได้สินะ

          “ผมเป็นหมอประจำตัวของคุณครับ คุณอู๋อี้ฝาน”

          “หมอบ้าอะไร!!!” คนป่วยตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะปราดเข้ามาบีบแขนผมเขย่าซ้ำๆ”ผมเป็นอะไร ห๊ะ!!! อ่าห์” อี้ฝานตะคอกเสียงดังก่อนจะยกมือข้างหนึ่งมาจับหัวตัวเอง 

          “หยุดนะคะคุณอี้ฝาน อย่าทำคุณหมอปาร์คนะคะ” 

          ผมมองคนตรงหน้าด้วยแววตาเข้าใจ คงสับสนสินะ

          “พาคุณอี้ฝานไปนั่งทีครับ ใจเย็นๆ นะครับคนป่วย” คนฟังมองผมตาเขียว ผมกะจะไม่กวนประสาทแล้วเลือกวิธีตอบคำถามเค้าดีๆ แล้วนะ แต่อี้ฝานตอนที่ยังไม่ป่วย เป็นคนก้าวร้าวแบบนี้เหรอเนี่ย “ตอนนี้คุณคงกำลังสับสน คุณเพิ่งผ่านการเข้ารับการรักษาอาการป่วยทางจิตชนิด Catatonic ด้วยไฟฟ้า”

          “ไม่จริงอะ ผมไม่ได้บ้า! คุณสิบ้า พวกคุณมันบ้า”

          “ถ้าผมเป็นบ้า ผมคงเดาอาการคุณไม่ถูก หลังจากนี้ไปอีกห้านาที คุณรออ้วกจนหมดไส้หมดพุงได้เลย โชคดีนะครับ” ผมเดินออกจากห้องไป ไม่ลืมกำชับให้พยาบาลมินอาคนสนิทคอยดูแลคนป่วยสุดแสนจะเอาแต่ใจด้วย

.

.

.

          “โธ่เว้ย!” เอามือทุบกำแพงแรงๆ แบบไม่กลัวเจ็บ แต่ความจริงก็เจ็บมาก “ฝานฝาน เอาฝานฝานของพี่หมอยอลคืนมา” ผมได้แต่ร่ำร้องแบบนั้นในใจและปล่อยให้น้ำตารินไหลเงียบๆ ไม่รู้เลยว่าในห้องนั้นก็มีใครคนหนึ่งกำลังสับสนกับภาพในหัวอยู่เหมือนกัน

.

.

.

ก๊อกๆๆ

          “คุณหมอปาร์คคะ”

          ผมถอดแว่นก่อนจะละสายตาจากเอกสารที่กองตรงหน้า หนึ่งในนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งที่อี้ฝานคงแอบวิ่งมาซุกไว้ใต้ลิ้นชักของผม ภาพวาดไก่กาที่เจ้าตัวภูมิใจนักหนาว่าเหมือนปิกัสโซ่กับข้อความเล็กๆ น่ารัก “ถ้าฝานฝานจำพี่หมอยอลไม่ได้ สัญญานะครับว่าจะมีความสุข เพราะพี่หมอยอลคือโลกทั้งใบของฝานฝาน”

          “เชิญครับ”

          “คุณอี้ฝานอยากพบคุณน่ะค่ะ เค้าบอกว่าจะไม่ยอมทานข้าวไม่ยอมอาบน้ำจนกว่าคุณหมอจะมาป้อนมาดูแลเค้าค่ะ”

          “เค้าว่าอย่างนั้นเหรอครับ” ผมเงยหน้าขึ้นมองคุณพยาบาลมินอายิ้มๆ “ถ้างั้นก็ได้ครับ”

          “ไงหมอ” ผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับที่คนป่วยนั่งยิ้มยีงฟันจนเงิงออกต้อนรับอยู่บนเตียง หน้าตากวนตีนเป็นบ้า

          “ได้ข่าวว่าไม่ยอมทานข้าวเหรอครับ” ผมเดินไปเปิดฝากับข้าวออกทีละใบ ไม่พร่องเลยสักนิด

          “พอดีผมเห็นภาพซ้อนทับไปมาในหัว เห็นหมอนั่นแหละคอยป้อนข้าว อาบน้ำ เช็ดตัวให้ผม” ใบหน้าหล่อคมฉายแววเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากเล็กน้อย

          “อะไร” ผมถามเค้าเสียงขุ่น

          “ทำไมมองผมแบบนั้นล่ะครับ คุณหมอยอล” อี้ฝานดึงตัวผมเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงฉกฉวยริมฝีปากของผมไปเป็นของเค้าทันที

          “อื้อออ” ผมทุบอกแกร่งเค้าเบาๆ กล้าดียังไงมาทำกับผมแบบนี้เนี่ย มันชักจะอีโรติกเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้เค้าหื่นแบบนี้เป็นประจำเหรอ ลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากก่อนจะไล่กวาดต้อนทุกซอกมุมไปเป็นของเค้า ราวกับอี้ฝานจะรู้ว่าผมหายใจไม่ทันแล้ว เค้าถึงได้ยอมปล่อยผมเป็นอิสระ ฝ่ามือกว้างกอบกุมใบหน้าผมแผ่วเบา ก่อนจะสูดดมเข้าที่พวงแก้มซึ่งเค้าเคยบอกว่านุ่มและหอมมาก

          “ผมเคยทำแบบนี้กับคุณจริงๆ ด้วย เราเป็นอะไรกันน่ะครับ เป็นแค่หมอกับคนไข้เท่านั้นเหรอ” อี้ฝานยิ้มกริ่ม จ้องมองผมด้วยสายตายียวนกวนประสาท ผมตบหน้าเค้าจนหันขวับ ก่อนจะข่มเสียงพูดหนักแน่น

          “ถูกของคุณแล้วครับ ผมเป็นหมอที่ดูแลคนไข้ไปตามหน้าที่ และคุณก็เตรียมรอช็อตไฟฟ้ารอบต่อไปได้เลย อีกสองวันเจอกัน”

          ผมชี้หน้าเค้าก่อนจะกระทืบเท้าเดินออกมาจากห้อง อี้ฝานดูช็อกไปแล้ว แต่คนที่ช็อกกว่าคงเป็นผม ผมทำแบบนี้กับฝานฝานของผมได้ยังไง ที่สำคัญผมเป็นหมอที่เผลอลงมือทำร้ายคนไข้ไปได้ยังไงเนี่ย บ้าบอที่สุด ผมปาดน้ำตาที่ไหลเปรอะทั่วหน้าก่อนจะกลับห้องมาคิดว้าวุ่นต่อ ระหว่างผมกับอี้ฝานคงเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกันแน่นอน

          หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ไปให้อี้ฝานเห็นหน้าอีก จนกระทั่งวันที่เราเริ่มทำการช็อตไฟฟ้าเป็นครั้งที่สอง วันนั้นอี้ฝานแค่จ้องมองผมนิ่งๆ เค้าทำเหมือนมีอะไรจะพูดกับผม แต่ก็ไม่มี ดีแล้วแหละ ถ้าผมต้องพูดกับเค้าก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงเหมือนกัน

          หลังการช็อตไฟฟ้าครั้งที่สองสิ้นสุดลง อี้ฝานค่อยดูสงบ ผมซักถามอาการเค้า ถามถึงความทรงจำที่ทำให้เค้ามีความสุข คราวนี้อี้ฝานเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยรอยยิ้ม เค้าไว้วางใจผมเหมือนเราเป็นเพื่อนกัน ไม่ได้มีอาการโมโหร้ายเหมือนคราวที่ช็อตไฟฟ้าครั้งแรก แต่ความนิ่งครั้งนี้ก็มาพร้อมกับความจริงที่ทำให้ผมรู้ว่า ในทุกความทรงจำดีๆ ของเค้านั้น ไม่เคยมีผมอยู่ในนั้นเลย

.

.

.

สัปดาห์สุดท้าย

          “สวัสดีครับคุณหมอชานยอล”

          อี้ฝานอาบน้ำเองได้แล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว เค้าผ่านทุกวินาทีมาอย่างมีความสุข การเข้ารับการรักษาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ครอบครัวตระกูลอู๋แทบจะก้มกราบผม พร้อมตบรางวัลเป็น BMW คันงามมาจอดรอหน้าคลินิกพิเศษ

          หลังจากที่ลูกชายเพียงคนเดียวหายจากอาการป่วยทางจิต ทุกคนในครอบครัวก็พร้อมที่จะทะนุถนอมใจเค้าด้วยความรัก อี้ฝานอยากทำอะไรก็ให้เป็นการตัดสินใจของเค้าทุกอย่าง ให้เค้าได้เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง อี้ฝานไม่ได้รู้สึกอับอายที่ตนเคยเป็นผู้ป่วยทางจิต ตรงกันข้ามเค้ากลับเข้าใจและต้องการแบ่งปันสิ่งดีๆ เพื่อผู้ป่วยกลุ่มนี้มากขึ้น ตอนนี้ถึงได้ยังคอยอยู่ช่วยผมดูแลเพื่อนๆ ของเค้ายังไงล่ะ น่าแปลกมั้ย อี้ฝานจำผมไม่ได้แต่กลับจำพี่ๆ พยาบาล และเพื่อนๆ เค้าได้ทั้งหมด

          “สวัสดีครับคุณอี้ฝาน”

          “วันนี้คุณหมองานเยอะมั้ยครับ พอดีผมอยากจะพาคุณหมอไปเลี้ยงอาหารสักมื้อ ตอบแทนที่ทำให้ชีวิตผมดีขึ้นขนาดนี้น่ะครับ”    

          “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณอี้ฝาน คุณสู้มาได้ด้วยตัวเองต่างหาก คุณเก่งมากเลยนะครับ” ผมยิ้มบางๆ

          “ผมอยากเลี้ยงข้าวคุณหมอจริงๆ นะครับ มีหม้อไฟเจ้าหนึ่งอร่อยมากกกกก ผมอยากให้คุณหมอได้ลองทาน แล้วเราค่อยกลับมาดูแลเจ้าพวกนั้นก็ได้” ประโยคหลังอี้ฝานคงหมายถึงเพื่อนซี้ของเค้า “ผมรู้นะครับว่าช่วงบ่ายคุณหมอไม่มีนัด”

          “อืม ถ้าไปสืบมาขนาดนี้ ตกลงว่าไปก็ได้ครับ”

          ความจริงผมใจอ่อนตั้งแต่ที่เค้าบอกว่าจะเลี้ยงหม้อไฟแล้วแหละ ผมนึกว่าเค้าจะจำได้ซะอีกว่าผมผิดสัญญา ที่เคยบอกเค้าไว้ว่าถ้าช็อตไฟฟ้าครั้งที่ 1 เสร็จ ผมจะพาอี้ฝานไปทานหม้อไฟ...ไม่เศร้าสิ

          “ฮ่าๆๆ ลวกน้ำมันพริกลงไปแบบนั้นเลยเหรอครับ”

          “ถ้าไม่ขนาดนี้ก็ไม่แซ่บสิครับคุณหมอ” อี้ฝานพูดอย่างอารมณ์ดี ระหว่างทานอาหารก็มีคนมาขอลายเซ็นเค้าอยู่เนืองๆ ซุปตาร์หนุ่มก็ดูจะมีความสุขมาก “ลองทานดูมั้ยครับคุณหมอ” อี้ฝานคีบหมูยื่นมาตรงหน้า ผมส่ายหัวเบาๆ “ไม่เผ็ดมากหรอกครับ เร็วเร้ว อ้ามมม เครื่องบินมาแล้ว อ้ามมม”

          “ผมไม่ใช่เด็กสามขวบนะครับ” ว่าแล้วก็รับหมูนุ่มชิ้นโตเข้าปาก รสชาติมันละมุนมาก ดูเหมือนว่าชิ้นของผม อี้ฝานจะลวกน้ำมันพริก แล้วลงไปล้างในน้ำซุปจนเหลือเพียงแต่กลิ่นหอมๆ ของพริกเท่านั้น เค้าดูใส่ใจเหมือนรู้ว่าผมไม่ทานเผ็ด ซึ่งก็มีเพียงแค่...ฝานฝาน...เท่านั้นที่รู้ คงไม่ใช่หรอก ก็แค่บังเอิญน่ะ

          “คุณหมอยอลครับ คุณหมอ”

          “ห๊ะ ว่าไงนะครับ”

          “ผมถามว่าคุณหมอเซ็งมั้ย เวลามีคนมาขอลายเซ็นผมตอนทานข้าวแบบนี้” อี้ฝานถามผมยิ้มๆ

          “อ๋อ ไม่หรอกครับ ก็นี่เป็นสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุขนี่” คนฟังยิ้มกว้างก่อนจะพูดออกมาอย่างร่าเริง

          “ถ้างั้นมื้อหน้า ผมขอพาคุณหมอไปทานซัมกยอบซัลในย่านเด็ดย่านดังอีกนะครับ ผมรู้ว่าคุณหมอมาอยู่ที่นี่คงคิดถึงอาหารบ้านเกิดน่าดู ที่จีนไม่ค่อยมีร้านอาหารเกาหลีอร่อยๆ มาเปิดซะด้วยสิ”

          “อืม ไปทำไมเหรอครับ” ผมถามเค้าเสียงแผ่ว ไม่แน่ใจว่าอี้ฝานเค้าคิดอะไรอยู่ คนที่นั่งแกว่งหมูไปมาในน้ำซุปค่อยหยุดชะงักมือลง “เอ่อ อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมแค่คิดว่าคุณคงไม่ค่อยมีเวลาว่างไปไหนมาไหนสะดวกๆ อีกแล้ว คุณมีงานที่ต้องทำ แถมงานของคุณยังเป็นงานที่สร้างความสุขให้กับคนทั่วไปอีกมากมาย แค่ที่คุณช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับผู้ป่วยของผม นั่นก็ถือว่ารบกวนมากแล้ว”

          “อย่าพูดจาห่างเหินกับผมอย่างนั้นสิครับคุณหมอ เจ้าพวกนั้นเป็นเพื่อนผม คุณหมอก็คือคนสำคัญของผมนะครับ”

          “งั้นเหรอครับ” ตอนนี้หน้าผมคงเศร้าเหมือนหมาหงอยเลยสินะ เฮ้อ ทำไมผมไม่รู้สึกดีใจเลย อู๋อี้ฝานนักแสดงชื่อดังบอกว่าผมเป็นคนสำคัญของเค้าเชียวนะ ผมหวังอะไรอยู่เหรอ หวังให้เค้าจำผมได้หรือหวังให้คนตรงหน้าเป็นคนเดิม คนที่ชื่อฝานฝาน ไม่ใช่อู๋อี้ฝาน ปาฎิหาริย์เกิดขึ้นได้แค่ 1 ในล้านเท่านั้น

          “ขอบคุณมากนะครับคุณอี้ฝาน มื้อนี้อาหารอร่อยมากจริงๆ” ผมค้อมศีรษะขอบคุณอี้ฝานหลายครั้ง ไม่ว่ายังไงตอนนี้คนตรงหน้าผมก็อายุมากกว่าอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะเคยเป็นเด็กน้อยในสายตาผมมาก่อนก็เถอะ

          “คุณไม่ให้ผมไปส่งที่โรงพยาบาลจริงๆ เหรอครับ”

          “ครับพอดีว่าผมต้องแวะซื้อของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย นานๆ ทีจะได้แวะห้างแบบนี้ ผมคงจะเลือกนานน่ะครับ”

          “ให้ผมไปเดินเป็นเพื่อนก็ได้นะครับ ยังไงก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว” ผมมองหน้าคนที่บอกว่าจะไปเป็นเพื่อน ด้วยสภาพหล่อเท่ห์บาดใจขนาดนี้เนี่ยนะ ห้างได้แตกกันพอดี

          “ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมเกรงใจ งั้นเราแยกกันตรงนี้นะครับ” ผมส่งยิ้มกว้างก่อนจะหมุนตัวเดินออกมา หากแต่อี้ฝานกลับรั้งร่างผมไปสวมกอดไว้ ใบหน้าคมซุกซบลงมาที่หัวก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบไล้ไปบนเส้นผมแผ่วเบา

          “คุณอี้ฝาน” ความประหลาดใจก่อตัวขึ้นในอก ดันให้ก้อนเนื้อตรงฝั่งซ้ายเต้นระรัว “ปล่อยก่อนเถอะครับ เดี๋ยวมีคนมาเห็น” 

          “ฝานฝาน ผมอยากให้คุณเรียกผมด้วยชื่อนั้น”

          “...................” ผมได้แต่ยืนฟังเค้าเงียบๆ แต่มือก็เลื่อนขึ้นมาโอบแผ่นหลังกว้างไว้แล้ว

          “ความจริงผมมีความลับที่ต้องบอกคุณ ในหัวของผมไม่เคยลืมภาพคุณเลย คุณหมอท่าทางใจดี คนที่มีรอยยิ้มสดใส ดวงตาเปล่งประกาย และเสียงหัวเราะมอบให้กับทุกคน ปาร์คชานยอลคือความสุขของผู้ชายคนหนึ่งที่นึกอยากทำตัวเป็นเด็ก เวลาที่เขาต้องการหนีปัญหา ผมก็คือผู้ชายคนนั้น” เสียงของอี้ฝานเจือไปด้วยความอบอุ่น “มันบ้าใช่มั้ยล่ะ ผมโตกว่าคุณตั้งหลายปี แต่กลับทำอะไรไม่เข้าท่าเลย”

          “ใครว่าล่ะครับ คุณก็คอยปกป้องผม เวลาญาติคนไข้มาตามจีบผมไง” ผมผละตัวออกมาบีบจมูกรั้นของอี้ฝานเบาๆ “จำได้ทุกอย่าง แต่ฟอร์มจัดเหรอเรา”

          “ก็มันอายนี่ครับ ตอนชักคงจะตาเหลือกน้ำลายฟูมปาก เลยแกล้งโวยวายทำเป็นจำชานยอลไม่ได้ซะเลย ตอนแรกก็ว่าจะทำเป็นแกล้งหลงๆ ลืมๆ ชั่วขณะ แต่ไปๆ มาๆ ผมคงทำชานยอลโกรธมากก็เลยไม่กล้าคุยด้วยจริงๆ ครับ ตอนนั้นโกรธผมมากมั้ย ที่ผมลวนลามคุณมันอดใจไม่ไหวจริงๆ นะครับ” ประโยคท้ายดูเหมือนคนพูดจะเอ่ยมันออกมาได้ไม่เต็มเสียง ละอายใจล่ะสิ

          “หึ ไม่โกรธ แต่เกลียดมากกกกก หมั่นไส้จนอยากเอาตีนเหยียบหน้า” ผมแกล้งทำเสียงเข้มเมื่อเห็นอี้ฝานทำหน้าแหยเลยรีบพูดต่อ “ล้อเล่นน่ะครับ กะไว้แล้วแหละว่าอี้ฝานต้องจำได้ แต่ไม่ยอมพูดออกมาสักที แล้วก็ถ้าคนไม่รัก ไม่ยอมให้ลวนลามได้ง่ายๆ หรอกนะ” 

          “ที่รักของผมเก่งที่สุดเลย” คนตัวสูงอ้อนก่อนจะโยกตัวผมไปมาเหมือนที่เค้าชอบทำ “ใบหน้าคุณมันติดตรึงอยู่ในสมองและหัวใจจนไม่มีอะไรมาลบไปได้แล้วล่ะครับ รอยจูบหวานๆ นั้นด้วย”

          “แหวะ! น้ำเน่า” ผมหัวเราะร่า “ปล่อยได้แล้ว เดี๋ยวปาปาราซซี่แอบถ่ายรูปไว้ก็งานเข้าหรอก”

          “ผมก็นึกอยากให้งานเข้านะครับ งานแต่งงานของเราสองคนไง”

          “บ้า!!!

          “ยิ่งเขินยิ่งน่ารักนะเราเนี่ย” อี้ฝานพูดเสียงกระเซ้าก่อนจะหอมเข้าฟอดใหญ่ “รักนะครับคุณหมอ”

          “เอ? งั้นต่อไปจะเรียกฝานฝาน อี้ฝาน หรืออะไรดีน้า”

          “เรียกพี่อี้ฝานสิครับชานเลี่ย”     

          “ไม่ ฝานฝานของพี่หมอยอลน่ารักจะตาย น่าร้ากกกมากที่สุดด้วย” ผมยืดแก้มคนตรงหน้าออกกว้างๆ อย่างไม่นึกกลัวว่าเค้าจะเจ็บ เรารักกันเมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีหัวใจก็ถูกเติมเต็มจนไม่เหลือพื้นที่ว่างให้คนอื่นแล้ว


          


          อย่าแอบมองสิคนเค้าจะสวีทกัน!

 

          จบมันห้วนๆ แบบนี้เลย ความซึนนี้ >>> เอาจริงๆ ตอนแรกเขียนไว้รู้เรื่องกว่านี้ แต่ดันลืมเสียบปลั๊กโน้ตบุ๊กแบตหมด หายหมดเลยค่า TT__TT นอยด์แรงมากกกก ต้องเขียนใหม่หมด เลยดูทื่อๆ ไปหน่อย ไว้มีอารมณ์จะกลับมาแก้นะคะ กราบบบบ

 
  CR.SQW
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #108 yodayofan0627 (@yodayofan0627) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:21

    จ้าาาาาา...โอ๊ยยยอ่านไปลุ้นไป จบแบบนี้ก็แฮปแอนปี้สิคะ ไรต์อะไรนะ..ชาเชียว โอ๊ะๆ คุณไรต์ชาแดงงงง

    #108
    0
  2. #107 246462580 (@246462580) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 11:48
    อุ๊ย เขิน น่ารักทั้งคู่เลย สนุกมากเลยค่ะ
    #107
    0
  3. #97 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 14:40
    งุ้ยยยยยยยย. ฝานฝานอายนิเอง .5555555 น่ารักมากเลย. คิ
    #97
    0
  4. #88 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:46
    น่ารักกกกกกกก ฝานฝานของพี่-อล ชอบจังเลย
    #88
    0
  5. #26 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 13:17
    เบื่อคนฟอร์มเยอะจริงๆ 55555 รอนะไรต์ต๋าาาาาาาา
    #26
    0
  6. #25 Hasalcherlona (@tonporsupaluck) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 21:57
    พี่คริสกวนนนนนนนน อลคนเก่งก็เลยตั้นหน้าเข้าให้ 555555 ฟอร์มจัดมากๆ เกือบเสียคุณหมอไปแล้วไหมละ
    แต่จริงพี่คริสน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก ฝานฝานของคุณอลลลลลลลลลลล
    #25
    0
  7. #23 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 21:18
    น่ารักที่สุ้ดดดด>< นึกว่าจะจำคุณหมอไม่ได้ซะเเล้ว
    #23
    0
  8. #22 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 08:23
    โง้ยๆๆๆๆๆ น่ารักที่สุดเลย ดีใจแทนพี่-อล ฝานฝานจำได้ทุกอย่าง รักกันตลอดไปนะคริสยอลลูกแม่
    #22
    0
  9. #21 chanyeolholic (@chanyeolholic) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 00:10
    โง้ยยยยยเค้าแอบจำกันได้ น่ารักมั่กๆ
    #21
    0