Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 2 : STORY 2 : OVERDOSE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ส.ค. 59

OVERDOSE


Hospital Guangzhou

          ผมย้ายมาเป็นแพทย์เฉพาะทางจิตเวชที่ รพ.กวางโจว ได้ 2 ปีแล้ว ช่วงปีแรกค่อนข้างลำบากนิดหน่อย ทั้งเรื่องภาษาและการใช้ชีวิต ในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่พอถึงตอนนี้ ผมกลับนึกชอบที่นี่เข้าซะแล้วสิ...

          ผู้ป่วยจิตเวชไม่ได้เป็นปัญหาหรือน่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิด ตรงกันข้ามพวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องการความรัก ความเข้าใจ และความเอาใจใส่เท่านั้นเอง ครบ 3 ปี ผมอาจตอบคำถามตัวเองได้ไม่เต็มปากว่าจะกลับเกาหลีหรือทำงานที่นี่ต่อ...มีใครช่วยผมได้บ้างม้ายยย!

          “ใครจะช่วยลูกเราได้คะคุณ ฮึก ชั้นกลัวเหลือเกิน แม่ผิดเอง...อี้ฝานพูดกับแม่ซิลูก คนดีพูดกับแม่หน่อยนะคะ”

          ผมมองตามแนวระเบียง เห็นหญิงมากด้วยวัยคนหนึ่งย่อตัวลงเบื้องหน้าชายร่างสูงที่เอาแต่ค้อมตัวก้มหน้านิ่ง แกว่งสองเท้าไปมาอยู่อย่างนั้น มือเรียวกอบกุมมือหนาที่ดูจะไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ก่อนที่ชายอีกคนซึ่งน่าจะวัยเดียวกันกับสุภาพสตรีจะค่อยๆ พยุงเธอขึ้นมาโอบไว้หลวมๆ

          “ลูกเราจะต้องหาย อี้ฝานอยู่ในมือหมอแล้ว พ่อเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น แม่อย่าโทษตัวเองเลยนะ ถ้าจะโทษว่ามีใครผิด คงเป็นความผิดของพ่อเองที่กดดันลูกมากเกินไป”

          ท่าทางสุขุมของชายผู้นี้ดูน่าเกรงขาม หากแต่แฝงมาด้วยความอ่อนแรงจากหยาดน้ำที่คลอหน่วยในตา

          บางทีผมอาจจะช่วยพวกเขาได้ แม้ว่านี่จะได้เวลาอาหารกลางวัน แล้วท้องผมก็กำลังร่ำร้องหาอาหารมาเติมเต็มแล้วก็ตาม ผมฉีกยิ้มกว้างก่อนจะเข้าไปทำความรู้จักบุคคลทั้ง 3 ด้วยความรู้สึกเปี่ยมล้นในใจ

          “สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่าครับ” มีเพียงผู้มากด้วยวัย 2 คนที่หันมาสานต่อบทสนทนาของผม ขาดก็แต่ชายหนุ่มอีกคนที่ยังคงความเงียบได้เสมอต้นเสมอปลาย

          “คุณหมอหรือคะ” หญิงที่ยังคงความงามสมวัย ถามขึ้นอย่างสุภาพหลังจากกวาดตามองผมอย่างถี่ถ้วน หวังว่าเธอคงไม่คิดว่าผมเป็นคนไข้ที่ขโมยชุดคุณหมอมาใส่เล่นหรอกนะ

          “ครับ ผมนายแพทย์ปาร์ค ชานยอล รับผิดชอบกลุ่มงานจิตเวชครับ เอ่อ ไม่ทราบว่าได้ติดต่อ...”

          “ครับ พวกเรามีนัดกับคุณหมอโจวเจี๋ยหลุน แพทย์หัวหน้าแผนกจิตเวชน่ะครับ คือลูกชายของเรา...” ผู้เป็นพ่อมองลูกด้วยแววตาโศก บอกถึงความทุกข์ในใจ “อี้ฝาน...” ราวกับว่าตอนนี้ลูกชายของเขาไม่รับรู้สิ่งรอบตัวใดๆ ทั้งสิ้น

          “ไม่เป็นไรครับ เมื่อผู้ป่วยสภาพจิตใจอ่อนแอ เราก็ต้องใช้ความเข้มแข็งเข้าไปเติมเต็มความอ่อนแอของเค้า คุณพ่อคุณแม่ต้องค่อยๆ ใช้เวลา ให้โอกาสเค้าได้ลองสู้ด้วยตัวเองก่อน อย่าเพิ่งท้อไปก่อนนะครับ”

          ผมยิ้มกว้างให้กับทั้งคู่ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยเจอรอยยิ้มของผมเข้าไป ต้องรู้สึกดีขึ้นแน่ๆ ก็หมอปาร์คเป็นถึงขวัญใจผู้ป่วยแผนกจิตเวชเลยนะ เอ๊ะ? ทำไมอยู่ๆ ผมถึงได้นึกหมั่นไส้ตัวเองขนาดนี้เนี่ย

          “อ่า ผมไม่ทราบว่าคุณหมอโจวได้แจ้งไว้ก่อนมั้ยว่ามีประชุมด่วนน่ะครับ” ผมส่งยิ้มเจื่อนๆ

          “แจ้งค่ะ แต่พอดีว่าพวกเราใจร้อนเอง เลยรีบมาก่อนเวลานัด”

          “ถ้าอย่างนั้นระหว่างรอคุณหมอโจว ผมขออยู่เป็นเพื่อนคุยกับเค้าไปก่อนละกันนะครับ” พอได้รับการพยักหน้าอย่างเต็มใจของคุณผู้ปกครองเป็นการอนุญาต ผมก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้นทันที

          รูปร่างของคนตรงหน้าไม่ได้ดูบอบบาง ติดจะสมส่วนบึกบึนอย่างคนดูแลสุขภาพตัวเองมาเป็นอย่างดีซะด้วยซ้ำ หากทว่าท่านั่งห่อไหล่เหมือนคนสิ้นหวังนั้นต่างหากที่บ่งบอกชัดเจนว่า เขาผู้นี้แบกรับปัญหามามากมายจริงๆ

          “คุณครับ” ผมเลือกใช้น้ำเสียงอ่อนโยนกระซิบแผ่วเบาเหมือนที่คุยกับผู้ป่วยจิตเวชคนอื่นในทุกครั้ง “เอ? ทำไมเอาแต่นั่งก้มหน้านะ มีอะไรน่าสนใจกว่าหมอเหรอครับ”

          คนตรงหน้ายังคงเคาะเท้าเป็นจังหวะ พร้อมกับเขย่ามือไปด้วยช้าๆ ผมค่อยเลื่อนมือไปกอบกุมฝ่ามือกว้างนั้นไว้ลูบไล้เบาๆ ความอ่อนโยนคงทำให้คนไข้สบายใจขึ้น

          “คุณอี้ฝาน ผมอยู่ตรงนี้ข้างๆ คุณนะครับ หากมีอะไรไม่สบายใจ คุณบอกผมได้นะ ผมจะช่วยคุณเอง”

          จากที่ก้มหน้านิ่งชายผู้ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับมานานก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมสีดำสนิทสบประสานเข้ากับดวงตาของผม วินาทีนั้นเองที่ผมรู้สึกเหมือนกระแสไฟแล่นปลาบไปทั่วร่างจนถึงปลายสมอง หัวใจคล้ายหยุดเต้นไปชั่วขณะ...นะ นี่มัน...อู๋อี้ฝาน...พระเอกลำดับต้นๆ ของจีนเลยนี่นา!!!

.

.
.

          “ขอโทษที่พี่ไม่ได้บอกนายก่อนนะชานยอล เคสนี้เป็นความลับมากจริงๆ” คุณหมอโจว หัวหน้าแผนกจิตเวชของผมเอ่ยขึ้นด้วยความหนักใจ เขาเป็นทั้งหัวหน้าและรุ่นพี่ที่ผมเคารพรัก

          ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดของทุกคน ทั้งคุณชาย คุณนายอู๋ คุณเคฟ ผู้จัดการส่วนตัวนักแสดงชื่อดัง รวมถึงตัวเอกของงานนี้ด้วย คุณอู๋อี้ฝาน เควินอู๋ หรือคริส ของแฟนคลับทั่วทั้งเมืองจีน และแม้ว่าทุกคนจะกำลังเครียดเพราะเรื่องของเขา แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับดูลั้นลามีความสุขมากมายซะเหลือเกิน

          “พี่ชานยอลลล พี่ชานยอลคนสวยยย” ชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าส่งยิ้มเอียงคอให้อย่างน่ารัก พลางกระเถิบตัวเข้ามากอดแขนผมไว้แน่น เชื่อว่าถ้าแฟนคลับเห็นมุมนี้ของเค้าต้องได้กรี๊ดกร๊าดลงไปชักดิ้นชักงอกระแด่วๆ แน่ๆ แต่ไม่ใช่กับผมง่ะ ขนลุกชะมัด “พี่ชานยอลจะมาดูแลฝานฝานใช่มั้ยคร้าบบบ”

          “ครับผม” ตอบรับไปยิ้มๆ ผมก็เพิ่งรู้ว่าสารรูปอย่างตัวเองสามารถเลื่อนขั้นมาเป็นหมอเจ้าของไข้ ที่ไม่ใช่คนไข้ธรรมดา แต่เป็นถึงซุปตาร์ชื่อดังอย่างอู๋อี้ฝานได้ด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ

          “ผมมั่นใจครับว่าชานยอลทำหน้าที่นี้ได้ดีแน่ คุณอี้ฝานอยู่ในความดูแลของหมอมือหนึ่งแล้ว ต้องหายกลับมาเป็นปกติในเร็ววันแน่นอนครับ”

          “เราก็เชื่ออย่างนั้นค่ะ อี้ฝานดูติดคุณหมอปาร์คมาก อยู่ใกล้ๆ ไม่ห่างเลย ยังไงดิฉันฝากลูกด้วยนะคะ”

          “ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

.

.

.

          หลังครอบครัวตระกูลอู๋พร้อมผู้จัดการดำเนินเรื่องเสร็จเรียบร้อย ผมก็ได้หลอกล่ออี้ฝานไปนอนพักที่ห้องพิเศษ ก่อนจะกลับมาปรึกษาเรื่องอาการผู้ป่วยคนสำคัญกับรุ่นพี่โจวอีกสักพัก

          จากที่ได้ฟังมาอี้ฝานทนรับแรงกดดันจากการตั้งความหวังของคนในครอบครัวมามากมาย ประกอบกับการอยู่ในพื้นที่สว่าง ในวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน คนรักสงบมาตลอดอย่างเขาจึงค่อยๆ สั่งสมความเครียดเหมือนคลื่นใต้น้ำที่รอวันถาโถมจนระเบิดออกมาในที่สุด

          “อี้ฝานป่วยทางจิตเภทชนิด Catatonic ใช่มั้ยครับ ผมสังเกตจากอาการเค้า บางทีก็เซื่องซึม พูดน้อยบางทีก็ร่าเริงขึ้นมาผิดหูผิดตา วิ่งเล่นไปมาเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง”  

          “ตรงกันกับที่พี่ตั้งข้อวินิจฉัยไว้เลย” คู่สนทนาดีดนิ้วดังเป๊าะ “ยังไงพี่ฝากชานยอลคอยสังเกตอาการ ดูแลเค้าอย่างใกล้ชิดนะ ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ค่อยรักษาด้วยยาไปตามอาการ พี่เชื่อว่าเราทำได้ อู๋อี้ฝานต้องกลับมาเป็นปกติ” ประโยคสุดท้ายดูจริงจังกว่าที่เคย รุ่นพี่โจวตบไหล่ผมเบาๆ คล้ายต้องการให้กำลังใจ ทั้งที่ตอนนี้ในหัวผมมีแต่ประโยคเหล่านี้ล่องลอยเต็มไปหมด

          นี่มันโยนขี้ให้กันชัดๆ ถ้าอู๋อี้ฝานไม่หาย มึงจะโดนแฟนคลับกระทืบมั้ยเนี่ย ปาร์ค ชานยอล!

.

.

.

          ผมกำลังนั่งไล่อ่านข่าวสั้นทันเหตุการณ์ของอี้ฝาน พระเอกหนุ่มที่กระแสนิยมมาแรงสุดในยุคนี้ คุณเคฟให้ข่าวว่าอี้ฝานกำลังพักผ่อนเตรียมฟิตซ้อมร่างกายอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด งานหนังยักษ์ใหญ่จากค่ายดังระดับฮอลลีวู้ดกำลังจ่อคิวรอเค้าอยู่

          “อย่าเพิ่งค่ะคุณอี้ฝาน ยังเข้าไม่ได้นะคะ” 

          “คุณหมอปาร์คกำลังติดงานอยู่นะคะ”

          เสียงโหวกเหวกที่ดังมาจากหน้าประตู ดึงความสนใจผมกลับมาทั้งหมด

          “พี่ชานยอลคนสวยยย ฝานฝานเหงาคร้าบบบ หิวด้วยยย” เสียงอ้อนๆ ไม่เข้ากับใบหน้าหล่อร้ายกาจของเจ้าตัวเลย อี้ฝานเดินมาหาผมที่โต๊ะ ก่อนจะลากเก้าอี้ใกล้ๆ ติดมือมาด้วย

          “หิวเหรอครับคนดี” ผมยื่นมือไปลูบหัวคนป่วยที่เอนซบลงมาตรงซอกคอพอดิบพอดีราวกับจงใจ อี้ฝานเป่าลมร้อนใส่คอผม ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่น มีใครมาทำกับผมแบบนี้คงได้โดนเตะโด่งกระเด็นไปติดข้างฝา

          “ขอโทษนะคะคุณหมอ พอดีพวกเราห้ามแล้ว” คุณพยาบาลพิเศษทั้งสองคนมองหน้ากันไปมา ก่อนจะทำหน้าเสียดาย คงเพราะพระเอกในดวงใจกลายมาเป็นแบบนี้ละมั้ง

          “ไม่เป็นไรครับ ผมอนุญาตให้อี้ฝานเป็นกรณีพิเศษ ถ้าเค้าอยู่ใกล้ๆ ก็คงจะดีเหมือนกัน” เพราะคำสั่งที่ส่งลงมาบอกให้ผมรีบรักษาเค้าให้ทันงานเปิดกล้องของค่ายหนังยักษ์ใหญ่นั่นไง แล้วมันกี่วันกันเหรอ 3 เดือน! บ้าไปแล้ววว!!

          “ค่ะ งั้นพวกเราขอตัวไปดูแลคนไข้คนอื่นก่อนนะคะ” บอกพร้อมกับจ้องอี้ฝานตาละห้อยไปด้วย เฮ้อ พวกนี้นี่น้า คนไข้ก็ไม่เว้น

          “เชิญครับ”

 

หน้าประตู

 

          “แก ชั้นว่าคุณหมอปาร์ค พออยู่กับคุณอี้ฝานก็เหมาะกันดีนะ”

          “จะบ้าเหรอแก คุณหมอกับคนไข้เนี่ยนะ”

          “เดี๋ยวก็หายย่ะ คุณหมอปาร์คหน้าหวานกับคุณอี้ฝานรูปหล่อ เข้ากั๊นเข้ากัน”

.

.

.

          หลังจากคุณพยาบาลทั้งสองออกจากห้องไป ผมก็ได้แต่ส่งยิ้มพร้อมกับส่ายหัวไปมา กระทั่งรู้สึกได้ว่ามีมือทั้งสองเลื่อนมากอบกุมใบหน้าผมไว้แผ่วเบา

          “อี้ฝาน” ผมเรียกเค้าเบาๆ

          “พี่ชานยอลคนสวยยย” ใบหน้าหล่อคมเลื่อนเข้ามาใกล้ๆ “พี่ชานยอลของฝานฝาน น่าร้ากกก ตากลมๆ เหมือนโร่วโร่วที่บ้านฝานเลย”

          “แหม ชมกันขนาดนี้พี่ก็เขินนะครับอี้ฝาน” ผมตอบเค้ากลับไปเบาๆ ไม่เคยถูกผู้ชายด้วยกันมาชมแบบนี้เลยแฮะ หน้าร้อนจริงๆ “ว่าแต่โร่วโร่วคือใครครับ”

          “ลูกหมาน้อยที่คอนโดฝานเองครับ”

          “อื้อหือออ ขึ้นเลย! หาว่ากูน่ารักเหมือนหมาเหรอเนี่ย ขอมองบนที!!!

          “พี่ชานยอลคนสวยยย นางฟ้าของฝานฝาน” คนพูดอ้อนเสียงหวาน จะคนสวยอะไรนักหนากันละครับ อย่างผมต้องคนหล่อครับพี่ ผมได้แต่นึกถ้อยคำติ๊งต๊องในใจ จนไม่ได้สังเกตเลยว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราสองคนน้อยลงทุกที “ปากของพี่ชานยอลนุ้มนุ่มเหมือนเยลลี่เลย” เลื่อนนิ้วโป้งมาเค้นคลึงปากผมเบาๆ

          “อื้อออ อี้ฝาน อย่าเล่นแบบนี้สิครับ” ท่านั่งมันชักจะสุ่มเสี่ยงเกินไปแล้วนะเห้ย อี้ฝานลงมานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าผม ก่อนจะเบียดร่างเข้ามา ทำให้ผมต้องแหวกขากว้างของตัวเองออกไป

          “ฝานฝานอยากชิม ชิมเยลลี่”

          “STOP!” ก่อนที่ปากของเราจะได้สัมผัสกัน ผมดันใบหน้าหล่อเหลาที่มีเสน่ห์เหลือร้ายนั้นออกไปได้ซะก่อน ขนาดป่วยยังเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้ แล้วกับพยาบาลคนอื่นไม่เสร็จไปเลยเหรอ

          “พี่หมอยอลขอเคลียร์กับอี้ฝานสักนิดนะครับ” ผมจับตัวเค้าลุกขึ้นให้นั่งบนเก้าอี้ดีๆ “อี้ฝานจะเข้ามาหาพี่หมอเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องเคาะประตูก่อนทุกครั้ง แล้วที่สำคัญถ้าอี้ฝานรักพี่หมอต้องเชื่อฟังพี่นะครับ”

          “ครับผม ฝานฝานรักพี่ชานยอลลล จะเชื่อฟังทุกคำเลยครับ”

          “ดีมากครับเด็กน้อย งั้นเดี๋ยวพี่สั่งข้าวให้นะครับ ฝานฝานอยากทานอะไรดี” ผมพูดอย่างร่าเริง ตอนนี้ผมกลายเป็นพี่ชายเค้าไปซะแล้ว ทั้งที่ความจริงเค้าอายุมากกว่าผมตั้ง 2 ปี ถ้าเค้าหายจะเป็นไงนะ

          “ฝานฝานอยากกินหม้อไฟฮะ”

          “ล่อซะของแพงเลย กูละเซ็งงง”

.

.

.

          “ซู้ดดด”

          “อร่อยมั้ยครับ” ผมถามคนที่กำลังเอร็ดอร่อยกับอาหาร “ลองทานนี่สิ” ผมคีบไก่ทอดซอสการ์ลิคป้อนให้คนตัวโตแต่ใจเด็กอย่างเอาใจ ถ้าเค้ามีความสุข ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น

          “อร่อยมากเลยครับ พี่ชานยอลคนสวยยย ใจดี๊ใจดี” อี้ฝานพูดยิ้มๆ พร้อมทั้งวาดมือกว้างๆ ไปด้วย ทำเหมือนผมสวยมากกกและใจดีมากกกด้วย 555 ชักสงสัยแล้วสิว่าผมสวยจริงๆ เหรอ “พี่ชานยอลปากเปื้อน”

          “อ๊ะ” มือไงกว่าความคิดอี้ฝานใช้นิ้วเดิมของเค้าปาดรอยเปื้อนที่มุมปากผม พร้อมกับเอาเข้าปากตัวเอง ช้อนสายตาหวานหยาดเยิ้ม มองจนผมทำตัวไม่ถูกไปซะดื้อๆ

          “ผมบอกคุณรึยังว่าอี้ฝานน่ะ หล่อร้ายกาจมากจริงๆ”

.

.

.

          ถึงเวลาหลอกล่อให้อี้ฝานกลับห้องตัวเองอีกครั้ง พรุ่งนี้ผมวางแพลนไว้ให้เค้าเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มกับเพื่อนๆ การเข้าสังคมน่าจะช่วยให้สภาพจิตใจเค้าดีขึ้น

          ก๊อกๆๆ เสียงเคาะหน้าประตูดังเรียกความสนใจผมอีกครั้ง

          “เชิญครับ”

          “พี่ชานยอลคนสวยยย” อี้ฝานในชุดนอนลายริลัคคุมะเดินช้าๆ เข้ามาในห้อง

          “อี้ฝาน น่ารักจังเลยครับ ใครมัดจุก ปะแป้งให้เนี่ย” พอผมชมเข้านิดหน่อยก็เขินตัวบิดเชียว

          “พี่พยาบาลบอกฝานฝานว่าพี่ชานยอลชอบคุณริลัคคุมะ ถ้าฝานฝานๆ ใส่ชุดคุณริลัคคุมะ พี่ชานยอลจะได้รักฝานฝานมากๆ” พูดยิ้มๆ ก่อนจะเลื่อนมือมาจับมือผมไปกอบกุมหน้าเค้าไว้ “พี่ชานยอลครับ คืนนี้นอนกับฝานฝานนะครับ...คือ...” อยู่ดีๆ อี้ฝานก็ดูร้อนรน คล้ายหวั่นวิตกกับอะไรสักอย่าง “ฝานฝานฝันร้าย...เห็น...เห็นคนรอบตัวไปหมด...เค้า...เค้ามองดูฝานฝาน...เรียกชื่อ...สายตา...ฝานไม่ชอบ...อยากหนี...หนีไปไกลๆ...ใช่...หนี” สายตาลุกลี้ลุกลน พร้อมท่าทางหวาดกลัวนั้น เป็นสัญญาณบอกให้ผมรู้เลยว่าอาการป่วยของอี้ฝาน ต้องการการตอบสนองต่อการรักษาอย่างเร่งด่วน

          “อี้ฝาน อี้ฝานครับ ใจเย็นนะครับ” ผมค่อยๆ ใช้มืออีกข้างสัมผัสเค้าเบาๆ บอกให้ใจเย็นๆ “มันไม่มีอะไร อี้ฝานมีพี่ชานยอล มีคุณป่าป๊า คุณหม่าม๊า คุณเคฟ ทุกคนรักอี้ฝาน”

          “พี่ชานยอลนอนกับฝานน้า น้า” ภายหลังจากที่ความวิตกกังวลค่อยคลายลง คนตัวโตก็เริ่มกระทืบเท้าไปมาเหมือนเด็กๆ ผมอยากถ่ายวิดีโอเค้าเก็บไว้จริงๆ เผื่อวันที่เค้าหายจะได้กลับมาดู...ใช่สิ...วันที่อี้ฝานหาย...แค่หนึ่งวันผมก็รู้สึกเอ็นดูเค้าได้มากขนาดนี้ แล้วถ้าถึงสามเดือนล่ะ...วันนั้นผมจะเป็นยังไง

          “ครับอี้ฝาน เดี๋ยววันนี้พี่ชานยอลจะนอนเป็นเพื่อนเองนะ”

          ผมกล่อมเด็กน้อยจนหลับไป อี้ฝานรบเร้าให้ผมขึ้นมานอนบนเตียงด้วย ประหลาดชะมัด ผู้ชายส่วนสูงกว่า 180 มานอนด้วยกันบนเตียงโรงพยาบาล คิดดูว่าผมต้องตะแคงข้างขนาดไหน โคตรเมื่อยเลย!

          “เด็กแสบเอ๊ย! ทั้งโดดงานถ่ายแบบ ถ่ายนิตยสาร หนีกองถ่ายอีก แสบจริงๆ นะเรา” ผมเอามือแตะคางคนหลับปุ๋ยเป็นเด็กเบาๆ ยิ่งมองอี้ฝานใกล้ๆ ในมุมที่เค้าไม่ดื้อไม่ซนแบบนี้ ผมก็ยิ่งเห็นว่าเค้าหล่อมาก ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบอย่างเขา...ไม่น่าเผชิญปัญหามากมายขนาดนี้ ควรจะมีความสุขสิ  “ตอนนี้มีความสุขดีมั้ย ถ้าหายเป็นปกติ อี้ฝานจะมีความสุขแบบนี้รึเปล่า”

 

          “พี่ชานยอลคนสวยยยเป็นความสุขของฝานฝาน ฝานฝานไม่อยากไปไหนเลย อยากอยู่กับพี่ชานยอลทั้งวัน พรุ่งนี้ฝานฝานไม่ไปเล่นกับเพื่อนๆ ก็ได้นะ ฝานฝานจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ชานยอล”

  

          คำพูดของอี้ฝานดังซ้ำไปซ้ำมาในหัวของคุณหมอคนเก่ง กระทั่งชานยอลหลับใหลเข้าสู่นิทราไปพร้อมคนข้างๆ

 

          ยังไม่จบนะคะ เดี๋ยวมาต่อตอนที่ 2 ค่ะ ฝากติดตามเรื่องราวความรักของคุณหมอปาร์คกับน้องฝานฝานด้วยน้า ตอนหน้าทั้งคู่จะผูกพันกันมากกว่านี้...แล้วจะเป็นยังไง เมื่อวันที่อี้ฝานเข้ารับการรักษาจนหายดีมาถึง แต่กลับจำคุณหมอปาร์คไม่ได้ TT__TT ไรต์ไม่ดราม่าหนัก สัญญา 

 
  CR.SQW
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #96 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 14:28
    งื้ออออออ น่ารักอ่ะ งื้ออ อ้อนจังเลยอี้ฝานต้ะ
    #96
    0
  2. #87 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:27
    กริ๊ดดดดดด ชอบเรื่องแบบนี้จัง อี้ฝานน่ารักสุดๆ ไม่อย่าให้ม่าเลยง่ะ
    #87
    0
  3. #44 CHANNii (@kamzaaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 11:36
    ทำไมถึงเป็นอาการแบบนี้ได้ล่ะ ต้องเครียดมากแน่ๆ
    #44
    1
    • #44-1 KY_RT_Rainbow (@KY_RT_Rainbow) (จากตอนที่ 2)
      14 พฤศจิกายน 2559 / 13:00
      แวะมาขอบคุณที่เม้นต์เนื้อเรื่องค่าาาา :)
      #44-1
  4. #20 fanfan0627 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 17:34
    น้องฝานฝานนนนน มีความงอแงมีความน่ารักกกกกกก

    เป็นความไร้เดียงสาที่แฝงความเศร้านิดๆไว้ในตัว บางทีก็รู้สึกสงสารน้องฝาน

    ฝานฝานต้องจำคุณหมอได้สิ เวลาตั้งสามเดือน คุณหมอต้องผูกพันกับคนไข้มากๆแน่เลย

    สู้ๆนะคะไรท์
    #20
    0
  5. #18 *KCY*lover (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 07:06
    มีความน่าสงสารในความน่ารัก คนป่วยแสดงออกด้านที่อ่อนไหวไร้เดียงสาออกมา

    มันคือตัวตนจริงๆของคนเรา ทุกคนมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว แต่ภาพที่เห็นในคนปกติ

    คือ ภาพลักษณ์ ที่ถูกสร้างขึ้น ...อยากอ่านต่อเร็วๆ เอ็นดูฝานฝาน แล้วก็รักคุณหมอคนสวย
    #18
    0
  6. #17 fanfan__ (@aridk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 09:47
    โฮฮฮ พี่ชานยอลคนสวยไง ฝานฝานจำไม่ได้หรอ
    งานนี้คุณหมอคงได้ป่วยไข้ (ใจ) ซะเอง ฮิฮิ ปล่อยให้ผูกพันธ์ไปเองคนเดียว ฮือ เป็นคนไข้คนแรกที่ไม่อยากให้ออกจากโรงบาลของคุณหมอชานยอลแน่ๆ T-T
    #17
    0
  7. #16 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 08:08
    งื้ออออออ โคตรน่ารักเลย งื้อออออออออ น้องฝานๆ ขี้อ้อนมาก รักพี่ชานยอลคนสวยมากด้วย แง้วววสส
    #16
    0
  8. #14 meimei17an (@meimei17an) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 21:31
    หามีดราม่า อี้ฟานจะไม่หายเหรอ
    #14
    0
  9. #13 eaipcy (@eaipcy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 20:28
    รอๆ ถ้าดราม่าหนักละก้อไรท์โดน!!!
    #13
    0
  10. #12 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:19
    คุณหมอชานยอลจะทำวิธีไหนให้คริสหายป่วยเนี่ย พี่คริสมีมุมแบบนี้ก็น่ารักไปอีก ตัวติดชานยอลเหมือนเด็กเลย55 ไรต์สปอยว่ามีดราม่านี่จิตตกเลยอ่ะT T
    #12
    0
  11. #11 LightLife (@natitaalisara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:15
    ฟานๆ หายไวๆน่าาา ชานยอลสู้ๆๆ
    #11
    0