Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 10 : STORY 7 : FOR LIFE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ม.ค. 60

FOR LIFE 

(Giving you my heart and soul เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉัน)



 

          ทุกครั้งที่เทศกาลคริสต์มาสมาถึง ค่ำคืนแห่งความสุขนี้ยังคงสร้างความอัศจรรย์มิเสื่อมคลายให้กับหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่นเดียวกับ “แวนคูเวอร์” ในตอนนี้ เต็มไปด้วยแสงไฟนับร้อยนับพันดวงแต่งแต้มประกายระยิบระยับทั่วทุกมุมเมือง เสียงเพลงเคล้าเสียงหัวเราะลอยมาตามลมหนาว ดูอบอุ่น หากทว่ากลับพาความหนาวเหน็บมาสู่จิตใจของใครคนหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผู้คนเดินผ่านไป ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าจางๆ กับเกล็ดหิมะโปรยปรายกลบทับร่องรอยนั้น

          ดวงตาดำขลับไร้ซึ่งความรู้สึก เพียงแค่จับจ้องไปยังประตูไม้หนาบานหนึ่ง The Christmas Wreath ร้อยเป็นวงผูกด้วยโบว์สีแดงอย่างประณีต ใกล้กันคือต้นฮอลลี่พุ่มไม้เตี้ยๆ ประดับด้วย Bells พวงเล็กน่ารัก...

          ...เจ้าของพวกมันยังไม่ออกมา...

          เด็กหนุ่มนึกในใจพลางขดตัวลงกอดเข่าไว้ เพียงหวังให้ช่วยบรรเทาความเจ็บแสบจากสายลมหนาวที่พัดผ่านบาดเนื้อ ใบหน้าคมซุกซบลงไปหลับตานิ่ง ทำได้เพียงรอ...โชคชะตา...ตราบใดที่ชีวิตยังมีหวัง...เราก็จะลุกขึ้นใหม่ได้อีกครั้งและจบลงด้วยความงดงาม

          กริ๊ก

          คล้ายแค่เพียงประตูไม้สีน้ำตาลเข้มถูกเปิดออก ความดำมืดและหนาวเหน็บพลันสลายหายไป ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้างดงามราวนางฟ้า นางฟ้าที่พกพาความอบอุ่นมาด้วยเสมอ คนนั่งนิ่งท่ามกลางความเหน็บหนาวมาหลายชั่วโมงไล่สายตามองคนตรงหน้า แพขนตาหนาปกคลุมดวงตากลมโตสุกสว่าง จมูกโด่งสวย ริมฝีปากอิ่มแดงที่ยู่ลงเล็กน้อย ก่อนเอื้อนเอ่ยประโยคน่ารักแผ่วเบา

          “คริสหนาวมากไหม? ยอลขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะ” ฝ่ามืออุ่นประคับประคองใบหน้าคมอย่างทะนุถนอม ผิวเนื้อเย็นชืดยิ่งทำให้คนผิดเวลารู้สึกผิด “ยอลถักผ้าพันคอมาให้คริสด้วย สุขสันต์วันคริสต์มาสนะ” แก้มใสซับเลือดฝาดจางๆ ก่อนจะค่อยๆ พันผ้าเนื้อดีรอบคอเด็กหนุ่ม “ไม่รู้คริสจะชอบรึเปล่า”

          “ชอบสิ คริสชอบสีเขียว ยอลก็รู้” ชายหนุ่มเงียบไปนาน พยายามบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นก่อนจะเอ่ยตอบ “แต่...ยอลออกมาแบบนี้จะดีเหรอ”

          “หลับไปหมดแล้วล่ะ คริสไม่ต้องห่วงนะ”

         

          เด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกเรียกว่า “ยอล” อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ แต่อย่าเรียกว่าบ้านเลย เรียก “ขุมนรก” ยังจะดีกว่า ชานยอลถูกบังคับให้อยู่ในห้องเล็กๆ ภายใต้หลังคาบ้านของตัวเองมาตั้งแต่แม่ของตนตาย เหลือเพียงพ่อผู้ป่วยกระเสาะกระแสะไม่รู้เรื่องรู้ราว แม่เลี้ยงใจร้ายที่มีลูกติดมาด้วยอีกคน กับพี่ชายต่างสายเลือดที่เลวระยำยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานตนไหน

          ชีวิตไม่ต่างจากการ์ตูนประโลมโลกของวอลต์ ดิสนีย์ บางทีอาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ ความจริงแล้วชีวิตของยอล ก็ไม่ได้แย่ต่างจาก “คริส” เท่าไหร่หรอก เพราะเขามันก็แค่เด็กหนุ่มเร่ร่อน ไร้บ้าน แค่มีพื้นที่เล็กๆ ใต้สะพานพอให้ซุกหัวนอนก็เกินพอแล้ว

          “คริสมาทางนี้ดีกว่า” ชานยอลจับฝ่ามือกว้างของคนที่นั่งตัวสั่นให้ลุกตามตนมา ก่อนจะพาเดินไปทางโรงเก็บของขนาดใหญ่ติดกับตัวบ้าน พอได้เข้ามาด้านในก็พลันอบอุ่นขึ้นทันตา “เราแอบเก็บมีทบอลกับห่านย่างไว้ให้คริสน่ะ แต่เสียดายที่เราแบ่งไว้ได้เท่านี้” ชานยอลยู่ปากลงอย่างนึกขัดใจ เมื่อเห็นอาหารที่ตนฉวยมาให้คนรัก มีปริมาณน้อยกว่าที่คิด “เนี่ยมีแต่ปีก”

          “แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้วครับ ยอลล่ะ ได้ทานบ้างรึยัง?” คริสถามเพราะรู้ว่าเจ้าตัวคงไม่ได้ทานอะไรอีกตามเคย ผอมบางจนลมพัดมาทีก็กลัวว่าจะปลิวหายไปตามแรงลม

          “ยอลทานขนมปังขิงกับน้ำมาแล้วน่ะ อิ่มแปล้เลย” คนหน้าหวานทำเป็นลูบพุงของตัวเอง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง “ชุดคริสเก่ามากแล้ว ยอลว่าจะเก็บตังค์ไปซื้อเสื้อให้ใหม่” เจ้าตัวเงียบไปสักพักกัดปากอย่างช่างใจว่าจะพูดดีไหม “แต่ว่างบไม่พอ เลยได้แค่ผ้าพันคอไหมพรมผืนนี้ ขอโทษนะ”

          “ขอโทษทำไมกันครับ แค่นี้คริสก็ดีใจมากแล้วนะ คนซอมซ่ออย่างคริส”

          “ไม่เอาสิ ไม่พูดแบบนี้” ชานยอลรีบใช้ฝ่ามือบางปิดปากคนรักไว้ คริสจับมือนุ่มไว้แผ่วเบา ตั้งใจจะบอกเรื่องสำคัญสำหรับพวกเขาสองคน ปาฏิหาริย์ที่จะเกิดกับพวกเขาทั้งคู่ แต่ก็ดันเกิดเรื่องขึ้นซะก่อน

          “ชานยอล! มึงยังไม่เลิกคบกับไอ้ขอทานนี่อีกเหรอ ทำไมมึงใฝ่ต่ำขนาดนี้ห๊ะ! หรือกูให้ความสุขมึงไม่มากพอ!” คนสารเลวปรี่เข้ามากระชากข้อมือบางให้ลุกขึ้นอย่างแรง “เอามันมานอนกกในบ้าน มึงนี่มันชั่วจริงๆ”

          “ฮึกก ฮือออ คริส ปล่อยผมนะพี่เควิน”

          “คุณเควิน ปล่อยชานยอลเถอะครับ”

          “มึงมีสิทธิ์อะไรมาสั่งกู ไอ้ขอทาน” คนเจ้าอารมณ์ผลักน้องชายต่างสายเลือดล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะตรงไปคร่อมคนต่ำศักดิ์กว่ากระหน่ำหมัดใส่ใบหน้าคมคร้ามของคริสไม่ยั้ง

          “ไม่ พี่เควิน อย่าทำคริส อย่าทำเค้า”   

          “มึงตายซะเถอะ” แค่ต่อยคงยังไม่สะใจพอ เควินลุกขึ้นเตะเข้าที่หน้าท้องเด็กหนุ่มหลายครั้งจนคริสเริ่มกระอักเลือด แม้เสียงห้ามปรามผสานกรีดร้องลั่นของชานยอลจะแว่วเข้ามาในโสตประสาท เจ้าตัวก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

          “ยอลหนีไป อั่ก คริสไม่เป็นไร” คนโดนทำร้ายยังคงมีกะจิตกะใจหันมาบอกคนรักที่เอาแต่ร่ำไห้กอดทั้งแขนขาพี่ชายต่างสายเลือดไว้

          “ฮึก ฮือออ พอแล้ว พี่เควิน ยอมแล้ว ยอลจะไม่เจอคริสอีก ยอลยอมแล้ว”

          “ไม่ชานยอล อย่าทำแบบนี้” คริสครางเสียงแผ่วเจ็บไปทั้งร่าง แต่ยังน้อยกว่าก้อนเนื้อในอกที่กำลังเต้นผะแผ่วลงทุกที มันทุกข์ทรมานแสนสาหัสคล้ายกำลังถูกควักดวงใจออกไปอีกครั้ง

          “เรื่องของเรามันคงเป็นไปไม่ได้จริงๆ ฮึก คริสลืมยอลเถอะนะ แล้วไปให้ไกลจากที่นี่ ไปมีอนาคตที่ดี”        

          “ร่ำลากันพอแล้ว มึงออกไปจากบ้านกู ไสหัวไปซะ ไอ้ขอทาน!!!” ร่างสูงกระชากคอเสื้อคนเจ็บลากร่างสะบักสะบอมไปตามทางก่อนจะโยนออกไปกองไถลลงกับผืนหิมะ

                     

           “ชื่ออะไรเหรอ ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวที่นี่ล่ะ เหงาไหม?

          “ชื่อคริส ไม่มีบ้าน ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีพี่น้อง ไม่มีเพื่อน ไม่มีใคร”

          “เราไง เราชื่อชานยอลนะ เรียกสั้นๆ ว่ายอลก็ได้นะคริส เราเป็นเพื่อนให้คริสได้ นี่ไง เพื่อนอยู่นี่”

          “จริงนะ”

          “จริงสิ แต่เราคงมาเจอคริสได้ไม่บ่อยนะ ถ้าคริสมาหาเราได้ ก็คงจะดี”

          “บ้านอยู่ไหนล่ะ?

          “..........................”

 

          เหตุการณ์ในอดีตไหลทับซ้อนอยู่ในห้วงความทรงจำของคริส

 

          “เรารักยอล เราไม่เป็นเพื่อนกันแล้วได้มั้ย? ยอลรังเกียจเรามั้ย?

          “ไม่เลย เราก็รักคริส งั้นเรามาเป็นความรักของกันและกันนะ”

         

          วันนี้ผมอยากกอดเขาให้แน่นๆ ชานยอลคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตผม แม้ว่าจะเกิดใหม่อีกกี่ครั้ง เหตุผลทั้งหมดก็ยังเป็นชานยอล คำนับพันก็ยังไม่เพียงพอที่จะบอกได้หมด เพื่อชีวิตนี้ เพื่อเขา ผมทำได้ทุกอย่าง

 

          “ฮึก ยอลเหนื่อย ยอลไม่อยากสู้แล้ว ฮือออ แต่ยอลก็ทิ้งพ่อไปไม่ได้”

          “ยอลทำได้นะครับ คนเก่งของคริสผ่านไปได้อยู่แล้ว ถ้ายอลเหนื่อย คริสจะเป็นที่พักพิงให้เองนะ คริสจะเป็นเหมือนต้นคริสต์มาสให้ยอลเอง”

 

          ดวงตาคมปิดสนิท หรือต้นคริสต์มาสนี้จะทนทานความเหน็บหนาวของพายุหิมะ ไม่ไหวอีกแล้ว

 

          “ฮึก...ฮือออ” ชานยอลกระถดตัวหนีพี่ชายตัวเอง ใบหน้าสวยหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา กลับมาอยู่ขุมนรกอีกครั้งแล้วสินะ

          “กูจะทำยังไงกับมึงดี ชานยอล อุตส่าห์ทะนุถนอมมึงมาตลอด มึงตอบแทนกูแบบนี้เหรอ? รักมันมากเหรอไอ้ขอทานนั่นน่ะ” เควินค่อยๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามโครงหน้าสวย ชานยอลสะอื้นไห้พยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า โกหกความรู้สึกตัวเองไม่ได้จริงๆ ต่อให้เควินจะฆ่าเค้าให้ตาย เค้าก็เลิกรักคริสไม่ได้

          “ผมรักคริส ฮึก ถึงพี่จะทำอะไรผม พี่ก็ได้ไปแค่ตัวผมเท่านั้น” ดวงตากลมจับจ้องไปที่คนตรงหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว เชื่อว่าเควินจะไม่ข่มเหงร่างกายเค้า ตามคำสาบานที่ชายหนุ่มเคยให้ไว้ “ที่ผมทนอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อพ่อคนเดียว ผมไม่เหลือใครแล้ว แม้แต่คนที่รักผมที่สุด ฮือออ” ชานยอลตัดพ้อออกมาอย่างเจ็บปวด “อย่าบีบบังคับให้ผมถึงทางตัน หมาจนตรอก ถ้าไม่มีที่ไป มันก็แค่ยอมตายเท่านั้น”

          “ก็ได้ชานยอล” เควินชูมือขึ้นอย่างยอมแพ้ “กูจะไม่ทำอะไรมึง แต่มึงรู้ไว้นะ มึงบอกว่ามึงไม่เหลือใคร แต่กูนี่แหละ ที่รักมึงมากกว่าใคร” ชายหนุ่มสบตาน้องชายที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกัน ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบวัตถุมรณะขึ้นมา

          “พี่จะทำอะไร ไม่นะเควิน ผมไม่เอา”

          “ทำให้มึงมีความสุขไงชานยอล เราจะมีความสุขไปด้วยกันเหมือนทุกครั้ง กูสาบานว่าจะไม่ทำอะไรมึง มึงจะยังบริสุทธิ์เหมือนเดิม”

          “ไม่ ผมไม่เสพ ปล่อยผม” ชานยอลดิ้นหนี หากทว่าสายไปแล้ว เมื่ออ้อมแขนแกร่งของคนตรงหน้า คว้าเอวเค้าไว้ ก่อนจะแทงเข็มฉีดยาปักเข้าไปที่แขนของคนอ่อนแรงกว่า สารเสพติดถูกฉีดเข้าสู่กระแสเลือดของคนเป็นน้อง เพียงไม่นานร่างบางก็เริ่มกระตุก ใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะความเสียวซ่าน เนื้อตัวร้อนวูบวาบ ดวงตากลมปรือจับจ้องไปทางพี่ชาย พยายามหาทางหลบหนีเหมือนทุกครั้ง

          “คิดซะว่ากูเป็นไอ้คริสของมึง แล้วครั้งนี้เราจะมีความสุขไปด้วยกัน มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา” เควินกระซิบถ้อยคำหวานแผ่วติดหู

          ทุกพื้นที่ในสมองของชานยอลขาวโพลนราวหิมะ เนื้อตัวร้อนวูบวาบ ปากแห้ง แขนขาหนักอึ้ง แม้แต่แรงขยับตัวยังแทบไม่มี หรือครั้งนี้เค้าคงต้องแปดเปื้อนจริงๆ

          “คริส...ยอลขอโทษนะ...ยอลเป็นของคริสคนเดียว...ยอลรักคริสนะ”           

          น้ำตาเม็ดใสร่วงหล่นผ่านปรางแก้มนวล ก่อนจะเห็นแสงสว่างริบหรี่ของประตูบานกว้างที่ถูกเปิดออก

          “เฮ้ย! พวกมึงเป็นใคร เข้ามาได้ไงวะ ปล่อยกูนะเว่ย ปล่อยกู!!!

          “.................................................”

 

          InSite คือพื้นที่สำหรับผู้ใช้ยาเสพติดถูกกฎหมาย ที่นี่คนเสพสามารถฉีดเฮโรอีนได้อย่างเสรีและปลอดภัย

          “ชานยอล หนูถูกพี่ชายทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ” คุณหมอจุนมยอนเห็นเด็กหนุ่มหน้าหวานราวกับเด็กผู้หญิง ก็อดที่จะพูดจาน่ารักๆ ด้วยไม่ได้

          “สะ สาม ปี แล้วฮะ ตั้งแต่คุณแม่เสีย”

          “แล้วทุกครั้ง หนูใช้เข็มเดียวกันกับพี่ชายไหม?

          “ผะ ผมไม่รู้ฮะ” ชานยอลสั่นหัวพลางนั่งนึกทบทวนเหตุการณ์ “แต่ทุกครั้งพี่เค้าใช้เข็มใหม่ ฉีดผมก่อน แล้วค่อยฉีดตัวเองทีหลัง”

          “แน่ใจนะ” เมื่อเห็นชานยอลพยักหน้ารับ คุณหมอจุนมยอนก็โล่งใจ ลูบกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบา “ต่อไปนี้ คุณหมอกับพี่ๆ ใจดีที่นี่ จะช่วยกันดูแลชานยอลกับคุณพ่อเอง หนูไม่ต้องกลับไปที่นั่นแล้ว” 

          นี่มันเหมือนฝันเลย ตื่นมาเค้าก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องๆ หนึ่ง กลิ่นหอมสะอาด และดอกไม้สีขาวบนแจกัน ทำให้ชานยอลรู้สึกสดชื่น ที่นี่ต่างจากห้องใต้หลังคาอันมืดมิดและอับชื้นโดยสิ้นเชิง

          คุณหมอจุนมยอนบอกเค้าว่าแม่เลี้ยงถูกจับเนื่องในความผิดต่อเสรีภาพ ฐานข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่น ส่วนพี่ชายต่างสายเลือดนั้น เชื้อ HIV ได้แพร่เข้าสู่ร่างกายไปมากมายแล้ว...

          “ชานยอลโกรธพี่ชายไหม?

          “ไม่แล้วฮะ ถึงเค้าจะทำร้ายผม แต่เค้าก็ไม่เคยผิดคำพูด โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า รักผมมากกว่าใคร นั่นก็อาจจะจริง” ชานยอลยิ้มเศร้าๆ

          “แต่หมอว่ายังมีอีกคนหนึ่งนะ ที่รักชานยอลมากกว่าใคร”

          “...........................................”

          “คริสไง”

          ดวงตากลมโตแฝงความเศร้าสร้อย คล้ายจะเปล่งประกายแห่งความหวังขึ้นอีกครั้ง

          “เด็กหนุ่มเร่ร่อนคนนั้นเดินเข้ามาที่อาคารของเรา วันนั้นผู้คนรอบข้างเอาแต่มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม แต่คริสกลับไม่สนใจผู้คนเหล่านั้นเลย บอกแค่เพียงว่าขอโอกาสสักครั้งในชีวิต ขอให้เราช่วยเหลือคนคนหนึ่ง ที่ไม่ใช่ตัวเค้าเอง”

          “ผะ...ผม...ผมเหรอ” ชานยอลถามเสียงแผ่ว

          “คริสบอกเราว่าชานยอลไม่ได้เต็มใจที่จะเสพเฮโรอีน แต่กลับถูกกระทำมาหลายปีแล้ว อยากให้องค์กรของเราช่วย และตอนนี้เราก็ทำความฝันของเค้าสำเร็จ หนูอยากจะเลิกหรือทำมันต่อ”

          “ผมอยากจะเลิก ผมไม่ได้เต็มใจที่จะใช้มันอยู่แล้ว”

          “ถ้าอย่างงั้น เราจะไม่ใช้วิธีหักดิบ แต่จะค่อยๆ กำหนดปริมาณมันให้น้อยลง เพื่อความปลอดภัยของชานยอล ดีไหม?

          “ดีฮะ ขอบคุณนะฮะ” ชานยอลยิ้มบางๆ “คุณหมอฮะ แล้วตอนนี้คริสอยู่ไหน ผมอยากเจอเค้า”

          “...............................”

 

          “...คริส...” ชานยอลลูบใบหน้าคม ที่เต็มไปด้วยรอยแผล “ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก” น้ำตาหยดแหมะลงบนใบหน้าของคนหลับใหล ดวงหน้าหวานซุกซบลงไปบนอกแกร่งเบาๆ เกรงว่าจะกระทบกระเทือนรอยช้ำภายในร่างกายคนเจ็บ “ถ้าไม่มีคริส เราคงแย่แน่ๆ”

          “ถ้าไม่มียอล คริสก็คงแย่เหมือนกัน” เปลือกตาเข้มค่อยๆ ปรือขึ้น ก่อนที่น้ำตาจะรินไหลออกมาทางหางตา

          ...คริสร้องไห้...ร้องไห้ทำไม...

          “คริสยังจำความโดดเดี่ยวในวันที่ไม่มีใครได้ แต่ละวันไม่เคยรู้ว่าจะอยู่เพื่อใคร จนวันที่ยอลเข้ามา คริสก็รู้ว่าอยากมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องยอล สิ่งที่คริสทำมันเกือบจะสายเกินไปด้วยซ้ำ ถ้ายอลเป็นอะไรไปมากกว่านี้ คริสคงให้อภัยตัวเองไม่ได้”

          “ฮึก ฮือออ”

          “ต่อไปนี้แม้ว่าทุกอย่างจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คริสก็ยังอยากจะปกป้องยอลนะครับ”   

          “ขอบคุณนะ ฮึก ขอบคุณมากจริงๆ ที่รักยอล” 

          “พอได้แล้วครับเด็กดื้อ เลิกร้องไห้นะ ตาบวมเป็นอึ่งหมดแล้วเห็นไหม?” คนเจ็บหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปาดนิ้วไล่เช็ดน้ำตาให้คนหน้าหวาน

          “งื้อออ คริสอะ” ชานยอลยู่ปาก “งั้นต่อไปนี้ เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ ยอลจะให้คริสคอยปกป้องตลอดไปเลย”

          “ได้เลยครับคนเก่ง” บีบปลายจมูกเล็กด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะกดจุ๊บเบาๆ “รักนะครับ”

          “รักมากกว่าครับ แฮ่ๆ” ชานยอลยิ้มแฉ่ง ถือโอกาสหอมแก้มคร้ามไปแรงๆ หนึ่งที เรียกเสียงร้องโอดโอยออดอ้อนจากคนเจ็บลั่นห้องพยาบาล “คริสอะเว่อร์ ฮ่าๆๆ”

         

          ...อยากจะเห็นเพียงแค่เธอตลอดไป...ตลอดชีวิตนี้ ฉันอยากจะเห็นเพียงแค่เธอ...

 

          คือ...อยากลองดราม่า แต่เราว่า เราคงไปทางนี้ไม่สุด TOT ช่วยด้วยยย เราจะทำเพลง For Life เสียไหมเนี่ย? 55555 อย่างที่บอก For Life ชนะรายการเพลงแบบงงๆ แล้วเราแต่งล่วงหน้าไว้แค่ 50% แต่ตอนนี้มาต่อได้ครบ 100% แบบงงๆ แล้ว เย่ๆ ดราม่ามันไม่ใช่ทางจริงๆ -..-'' 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #106 real__angkor61 (@real__angkor61) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 09:38
    ไรท์ทำเราร้องไห้อ่ะ. สงสารคริสยอลมากเลยยย
    #106
    0
  2. #95 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 00:26
    รักมากๆๆ รักที่สุดเลยยยสองคนนี้ รักไรท์ด้วยต๋าาา
    #95
    0
  3. #67 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:40
    งื้ออออออ รักกันๆนะคริสยอล
    #67
    0
  4. #66 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:29
    เศร้าแต่ก็ละมุนไปอีกแบบ ชานยอลหนูต้องเลิกให้ได้เลยนะ อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยยยย
    #66
    0
  5. #65 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:26
    งื้อ ความรักชนะทุกสิ่ง รักกันดูแลกันตลอดไปนะลูก
    #65
    0
  6. #64 *KCY*lover (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 21:39
    แต่งแบบแฮปปี้ก็ดีนะคะ เพราะเราก็ไม่ถนัดอ่านดราม่าเหมือนกัน

    ถึงจะเป็นฟิคแต่พอดราม่าก็สงสาร ไม่อยากให้ถูกทำร้ายทั้งกายทั้งใจ
    #64
    0
  7. #63 netnapathongrod (@netnapathongrod) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 18:31
    ใจร้ายที่สุด สงสารคริสกะชานยอล ฮือออ รอนะคะ
    #63
    0