Short Fic KrisYeol : Darkness & Happiness Delight

ตอนที่ 1 : STORY 1 : HISTORY OF KRISYEOL

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    7 ส.ค. 59

HISTORY OF KRISYEOL


 


คุณรู้จัก EXO มั้ย? รู้จักใช่รึเปล่า?



 

ผมคือ “Happy Virus Chanyeol” คนที่สร้างความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับทุกคน

 



รวมถึงพี่ชายคนนี้ด้วย พี่ชายที่เป็น “Delight” ของผม พี่ชายคนพิเศษ...



 

          ความรู้สึกดีๆมันเริ่มจากตรงไหนน่ะเหรอ? คงจะเป็นวันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกันมั้ง

 

          ผมเข้ามาเป็นเด็กฝึกได้หนี่งปีแล้ว S.M. Entertainment เป็นค่ายยักษ์ใหญ่ที่ปั้นศิลปินชื่อดังมาแล้วหลายรุ่น ผมปลื้มพี่ๆเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออกมาก รุ่นพี่เค้าเท่ห์และใจดีที่สุด อย่างน้อยก็น่ารักมากกว่าพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้...พี่ชายที่ขี้แกล้งชะมัด

          “นายไม่เคยเก็บอาการได้เลยนะ...ช่านย่อน” ผมวางช้อนอย่างใจเย็น แล้วมองคนตรงหน้าให้ชัดๆ

          “ผมชื่อปาร์ค...ชาน...ยอล...” พูดช้าๆชัดๆให้คนฟังออกเสียงถูกสักที “คริสฮยองมีปัญหาทางการได้ยินรึเปล่า” ถามพร้อมกับเอามือชี้ๆที่หูไปด้วย รู้หรอกน่าว่าเป็นคนจีนไปโตแคนาดา ภาษาเกาหลีเลยไม่ค่อยแข็งแรง แต่นี่มันเกินไปแล้ว ผมอุตส่าห์นั่งพูดซ้ำๆให้พี่แกออกเสียงตาม ยังมาช่านย่อนๆอยู่นั่น เฮ้อออ

          “ทำไมนายถึงเอาแต่กลอกตามองบนใส่ฮยอง ตอนแรกช่านย่อนเป็นเด็กน่ารักเรียบร้อย ฮยองถามอะไรนายก็พูดคำตอบคำ” ผมควรดีใจใช่มั้ย นี่เป็นประโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาจากปากเขาเลย

          “ฮยองแกล้งผม คิดว่าคนเกาหลีสปีคอิงลิชได้ทุกคนรึไง เล่นใส่ไฟแลบซะขนาดนั้น” ผมกอดอกพร้อมกับบึนปากเป็นรูปสะพานโค้ง “รู้มั้ยว่าผมอึดอัดแค่ไหน เวลาซึงฮวานฮยองบอกให้ผมมานั่งทานข้าวกับฮยอง”

          “แล้วตอนนี้ล่ะ” ถามพร้อมกับอมยิ้มมุมปาก คงคิดว่าตัวเองหล่อมากเสะ!...เออ! หล่อก็ได้

          “ตอนนี้ฮยองก็พูดเกาเก่งขึ้นแล้วไง ไม่ค่อยอึดอัดเท่าไหร่แล้ว ติดอยู่อย่างเดียวสำเนียงเวลาเรียกชื่อผมเนี่ย” พี่คนจีนสัญชาติแคนาดายิ้มตาหยีก่อนจะขยี้หัวผมไปมาจนเสียทรง ผมปัดมือเค้าออกเบาๆ บ่นงึมงำอีกเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อไป

          ลุคเย็นชาของคริสฮยองหล่นหายไปไหนแล้วไม่รู้ เวลาอยู่กับผมเค้าเป็นคนตลกมาก ตลกจริงๆแบบที่ผมจะขำทุกครั้งเวลาเห็นเค้าพยายามเก๊กต่อหน้าแฟนๆที่มารอหน้าตึกหรือเวลามีเด็กใหม่เข้ามาในบริษัท พวกนั้นพยายามเข้ามาถามวิธีตีสนิทคริสฮยองจากผมว่าทำไมผมถึงดูสนิทกับเค้าจัง ก็ไม่นี่ผมแค่เป็นตัวของตัวเอง

          “ฮยอง ทำไมฮยองถึงไม่ค่อยยิ้ม ยิ้มกับคนอื่นแบบที่ยิ้มกับผม” ผมแกล้งทำหน้าตกใจ “เอ๊ะ! หรือว่าฮยองยิ้มไม่เป็น ผมยิ้มให้ดูได้นะ เพราะผมเป็นแฮปปี้ไวรัส ยิ้มแบบนี้” ผมส่งรอยยิ้มกว้างๆ ก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้ๆคนขี้เก๊ก คริสฮยองดูตกใจเบาๆ แถมหน้ายังแดงขึ้นแปลกๆเหมือนคนเมาเลยด้วย 555 ตลกชะมัด

          “ฮยองยิ้มกับคนอื่นแบบที่ยิ้มกับนายไม่ได้หรอก เพราะนายเป็นคนพิเศษ...เป็นเด็กแก่แดดไง”

          “ย่าห์! ฮยองว่าใครเป็นเด็กแก่แดดห๊ะ!!” ผมใช้ตะเกียบคีบไก่ทอดชิ้นโตขึ้นมาก่อนจะยัดใส่ปากคนตรงหน้าที่อ้ารอไว้อยู่แล้วอย่างเคยชิน “นี่แน่ะ! กินเข้าไปเลย”

          “Chicken is not my style” พูดอู้อี้แต่ก็ยอมเคี้ยวๆๆแล้วกลืนลงคอในที่สุด

          บรรยากาศแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อหลายเดือนก่อนคงไม่ได้เห็นหรอก ผมสงบเสงี่ยมเจียมตัวมากกว่านี้ตอนที่นั่งทานข้าวกับคริสฮยองในช่วงแรกๆ อีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ที่เทรนมาก่อนตั้ง 1 ปี แถมภาษาเกาหลียังได้แค่ประโยคพื้นฐาน พูดอังกฤษมาผมก็ไม่เข้าใจอีก เราเริ่มคุยกันหลังจากที่เวลาฝึกซ้อมของผมกับเขาตรงกันมากอย่างไม่น่าเชื่อจนต้องมานั่งทานข้าวด้วยกันสองคนแบบนี้ในทุกๆวัน    

          “วันนี้วันเกิดแม่ฮยองน่ะ นายอยากลองทดสอบภาษาจีนที่ฮยองสอนมั้ย” พี่ชายคนสนิทถามขึ้นยิ้มๆ

          “จริงเหรอ! เอาสิฮยองผมอยากโทรไปแฮปปี้เบิร์เดย์แม่ยาย” ผมพูดอย่างกระตือรือร้น คนตรงหน้าดูชะงักไปเล็กน้อย แถมทำหน้างงๆเหมือนได้ยินอะไรผิดไปอีกต่างหาก “เร็วสิฮยอง รออะไรอยู่”

          “อ่าๆ” ผมมองคนลุคเย็นชาที่ไม่ว่าทำอะไรก็ดูเชื่องช้าไปหมด ก่อนจะเปลี่ยนฝั่งไปนั่งใกล้ๆเพื่อเตรียมวิดีโอคอลหาหม่าม๊าที่อยู่ไกลถึงแคนาดา รอไม่นานก็ได้เห็นผู้หญิงหน้าตาใจดีคนหนึ่งอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์

          “สวัสดีครับ แม่ยาย ผมชื่อปาร์คชานยอล เป็นน้องชายเก่อๆครับ” ผมโบกไม้โบกมืออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะได้เห็นคุณหม่าม๊าของคริสฮยองหัวเราะชุดใหญ่คล้ายถูกใจมาก ตบท้ายด้วยการพูดภาษาจีนอีกสองสามประโยค ผมฟังออกแค่ “ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะชานยอล หนูน่ารักมากๆ”

          “แม่ยายบอกว่าผมน่ารักมากใช่มั้ยฮยอง” ผมหันไปถามคนข้างๆที่นั่งเงียบมานาน แถมยังหน้าแดงก่ำราวมะเขือเทศสุกอีกด้วย “ฮยอง!

          “ห๊ะ! อะ เอ่อใช่ๆ เข่ออ้ายแปลว่าน่ารัก” คริสฮยองยกมือขึ้นเกาหัวเล็กน้อย พร้อมกับตอบอ้อมแอ้ม

          “ขอบคุณครับ แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะครับ ผมขอให้แม่ยายมีแต่ความสุขมากๆ ร่างกายแข็งแรงๆครับ”

          หลังจากนั้นคุณหม่าม๊าก็หัวเราะยาวแล้วรัวภาษาจีนอีกหลายประโยคใส่คริสฮยอง ผมฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็รับรู้ได้ว่าคุณหม่าม๊าเอ็นดูผมมากเหลือเกิน...คริสฮยองบอกว่าท่านอยากให้ผมไปเที่ยวที่นู่นด้วยแหละ...ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวในวันนั้นจะทำให้คริสฮยองเก็บออกมาขายผมได้กลางงานคอนเสิร์ตในวันนี้...

 


 

          “ผมมีเรื่องเล่าที่ฮามากๆมาฝากทุกคนในวันนี้ด้วยครับ เป็นเรื่องของผมกับชานเลี่ย”

          จบประโยคของตุ้ยจ่างแห่ง EXO M ผมก็ได้ยินแฟนคลับด้านล่างกรี๊ดสนั่นก่อนจะโบกสิ่งของบางอย่างไปมา มันคือผ้าเชียร์...เอ่อ...ผมพยายามหรี่ตามองให้ชัดๆ ผมเพิ่งไปทำเลสิคตามา คริสฮยองบอกว่ามันไม่ดีนักหากผมจ้องแสงไฟแรงจัดเป็นเวลานานๆ เวลาฮยองจะถ่ายรูปผมถึงได้ปิดแฟลชก่อนทุกครั้ง แถมยังช่วยอยู่ข้างๆคอยเลือกที่นั่งดีๆให้ด้วย

           เจ้ามักเน่น้อยแห่ง EXO K ยังเคยพูดเลยว่า “คริสฮยองดูแลผมดียังกับผมท้องงั้นแหละ” ผมจะท้องได้ยังไง เซฮุนนี่บ้าจริงๆ...ผมเพ่งแล้วเพ่งอีกกระทั่งพบว่า...อ่า มันคือผ้าเชียร์คริสยอลนั่นเอง ทำไมอยู่ดีๆถึงได้รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาซะงั้นนะ ผมอมยิ้มน้อยๆก่อนจะหันกลับมาตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องเล่าของคริสฮยองต่อ

          “ผมฝึกภาษาจีนให้ชานยอลครับ แล้ววันนั้นวันเกิดหม่าม๊าผมพอดีก็เลยชวนเค้ามาทดสอบทักษะกันสักหน่อย แต่แค่ประโยคแรกที่เด็กนี่เอ่ยปากออกไปก็ทำเอาผมถึงกับกุมขมับเลยล่ะครับ” คริสฮยองพูดพร้อมกับทำท่ากุมขมับไปด้วย อะไรอะ ผมพูดอะไร ให้เดาได้เลยว่าหน้าผมตอนนี้คงเหวอสุดๆ “ชานยอลเรียกแม่ผมว่าแม่ยายน่ะครับ”

          “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดกระหึ่มคอนตอนนี้ไม่ได้ดังเข้ามาในหูผมเท่ากับคำว่า “แม่ยาย” ที่สะท้อนก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัวหรอก ผมพูดอะไรออกไป ผมพูดแบบนั้นไปได้ยังไง มันเกิดอะไรขึ้น?

          ตั้งแต่คริสฮยองเล่าเรื่องจบ ผมก็จิตหลุดไปเลยจำได้ว่าหลังจากจบคอนจนเข้ามาหลังเวที ผมก็เล่นงานใส่เค้าใหญ่

          “ทำไมฮยองไม่บอกผม! ปล่อยให้ผมพูดผิดๆอยู่ได้ตั้งนาน”

          “ฮ่าๆๆ มันน่ารักดีออกชานยอล” พี่ชายตัวโตหัวเราะน้อยๆ แล้วพยายามจับมือผมไว้ แต่ผมก็สะบัดออกตลอด

          “ไม่ต้องมาจับเลย ผมโกรธฮยองแล้ว โกรธจริงๆด้วย” ผมพูดพร้อมกับกระทืบเท้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

          เมมเบอร์ทุกคนต่างก็มองมาที่พวกเรา ถึงแม้ผมกับคริสฮยองจะอยู่วงเดียวกันแต่เราก็แยกสายโปรโมทกันคนละยูนิต ไม่น่าจะมีเวลามาสนิทสนมกันได้ขนาดนี้ คนอื่นไม่รู้หรอกว่าพวกเราวิดีโอคอลหากันตลอด

          “ช่านย่อนๆ ดูเหมือนวันนี้นายจะไม่มีเวลาให้ฮยองเลยนะ นี่ฮยองมีของขวัญมาให้ด้วย ได้มาจากแฟนคลับแหละ”

          “ไม่ๆๆ ผมไม่อยากพูดกับฮยอง” ผมเอาแต่ปิดหูปิดตาตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง รอจนเสียงคริสฮยองและคนอื่นๆเงียบหายไปจึงค่อยๆแง้มประตูออกมา

          “ฟึ่บ” อะไรบางอย่างคล้ายผ้าสีดำคล้องลงมาที่คอของผม พอหยิบขึ้นมาดูก็รู้สึกว่าหน้ามันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ผ้าเชียร์คริสยอล

          “แฟนคลับโยนขึ้นมาให้เทาแน่ะ หมอนั่นดูหัวเสียมากเลยตอนที่เห็น แต่ก็ยื่นมาให้ฮยอง ฮยองเลยเก็บไว้ให้ชานยอล เผื่อจะอยากเก็บผ้าเชียร์ของเราไว้เป็นที่ระลึก”

          คริสฮยองกระซิบข้างหูก่อนจะกดจูบลงมาเบาๆที่ข้างแก้ม ผมหน้าเหวอได้แต่จับแก้มตัวเองไปมา ตอนนี้ตาคงโตเป็นไข่ห่านแล้วแน่ๆ เมื่อกี้คริสฮยองหอมแก้มผมเหรอ เค้ากล้าหอกแก้มผม!

          “คริสฮยองคนบ้า!” ผมกำผ้าเชียร์ในมือแน่นก่อนจะเดินเอาไปเก็บลงกระเป๋า     

         


      

          เรื่องสกินชิปเป็นปกติของไอดอล ผมมีคู่ชิปของผมนอกจากคริสฮยองก็ยังมีแบคกี้และดีโอ ส่วนคริส ฮยองก็คงไม่พ้นอี้ชิงฮยอง ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ผมรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยกทุกครั้งเวลาเห็นโมเม้นต์คริสเลย์...ผมหึงคริสฮยองงั้นเหรอ...ตลกสิ้นดี!

          บางทีผมอาจจะแค่หวงคู่ชิปเปอร์ ฟังดูเห็นแก่ตัวว่ามั้ย? แต่ทำไมผมถึงไม่หวงคู่แบคโด้บ้างล่ะ มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด

          “ช่านย่อนออกไปกินหม้อไฟกันมั้ย?

          “ฮยองเรียกผมแบบนี้อีกแล้วนะ” ผมตอบกลับไปทั้งทีใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่

          “เป็นอะไรน่ะหืม? เด็กดื้อ” คริสฮยองแตะคางผมเบาๆ ผมไม่เข้าใจทำไมต้องมาทำตัวอบอุ่นเหมือนฮีทเตอร์ใส่กันด้วย ผมเป็นอะไรสำหรับเค้าเหรอ เป็นแค่เด็กแสบตัวป่วนที่ชอบวิ่งตามเค้าอย่างนั้นใช่มั้ย

          “ฮยองอย่าแตะคางผมได้มั้ย ไม่ต้องโอบไหล่ ไม่ต้องโอบเอว ไม่ต้องจับมือ ไม่ต้องทำอะไรให้ผมหวั่นไหวอีกได้มั้ย ผมไม่ชอบ!” หัวตาผมมันร้อนผะผ่าว เหมือนน้ำตาจะหยดอยู่รอมร่อ ทุกครั้งที่ผมเห็นภาพแฟนไซต์คริสเลย์ปล่อยออกมา ผมเห็นภาพของตัวเองกับคริสฮยองซ้อนทับอยู่ในนั้น

          “ชานยอล” ทำไม ทำไมต้องมองผมด้วยสายตาเจ็บปวดแบบนั้น

          “ผมไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้ ผมหายใจไม่ออก ฮยองช่วยออกไปให้ไกลจากผมทีได้มั้ย ต่อไปนี้อย่ามาเข้าใกล้ผมอีก ผมไม่เอาแล้ว ผมไม่อยากอยู่ใกล้ๆฮยองแล้ว”

          ผมขยับตัวออกแต่พี่ชายตัวสูงก็ยังคงเดินเข้ามาหาผมแล้วกอดผมไว้แน่นๆ ต่อให้ผมบิดตัวเองออกจากตัวเค้าแค่ไหน อ้อมแขนแกร่งนี้ก็ยังไม่ปล่อยให้ผมได้มีอิสระเลยสักครั้ง เหมือนที่หัวใจของผมยังคงเป็นของเค้า เป็นของเค้าคนเดียวมาจนถึงทุกวันนี้

          “อย่าไล่ฮยองเลยนะ ฮยองรักชานยอลนะครับ รักชานยอลคนเดียว” เสียงกระซิบที่พร่ำบอกว่ารักผมดังขึ้นซ้ำๆที่ข้างหู คำว่ารักที่ผมไม่เคยได้ยินมันชัดเจนเท่านี้มาก่อน แต่คริสฮยองก็บอกผมผ่านการกระทำมาเสมอๆ แม้ว่าการกระทำบางอย่างมันจะชวนให้คิดว่าเป็นหน้าที่ก็ตาม

          “ผมเชื่อฮยองได้เหรอ ผมเชื่อใจคริสฮยองได้จริงๆใช่มั้ย” ผมถามเสียงแผ่วขณะที่มืออุ่นก็ไล่เกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าผมอย่างเบามือ

          “ให้โอกาสผู้ชายไม่เอาไหนคนนี้นะครับ ถึงมันจะไม่เอาไหนแต่มันก็รักเดียวใจเดียว รักคนที่ชื่อชานเลี่ยคนนี้คนเดียวจริงๆ”

          ผมมองหาความจริงใจในแววตาคู่นั้น แววตาคู่เดิมที่ไม่ว่าผมจะเดินไปทางไหนก็มักจะจับจ้องมาที่ผมอย่างอ่อนโยนในทุกๆครั้ง แววตาที่ทำให้ผมมั่นใจว่าเค้ารักผมจริง แม้ในวินาทีสุดท้ายที่เราได้อยู่ด้วยกัน

          .

          .

          .

          “คริสมองกล้องหน่อย ให้มองกล้องไม่ใช่มองหน้าชานยอล ยิ้มหน่อยสิ ยิ้มเหมือนที่ชานยอลยิ้มน่ะ” เสียงตากล้องเอ่ยบอกคนตัวสูงที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังคนรัก       

          .

          .

          .

          แชะ!

 


 

ภาพใบสุดท้ายที่ได้ถ่ายคู่กันกับพี่ชายคนพิเศษ...พี่ชายในความทรงจำสีจางๆ

 

     .

     .

     .

สนามบินปักกิ่ง  

 


 

          “ที่รักทำงานเป็นไงบ้าง? เหนื่อยมั้ย เค้าแอบถ่ายรูปตัวเองมาด้วยนะ ไม่รู้แฟนๆเห็นรึเปล่า”

           


 

“ตอนนี้ทั้งโลกเค้ารู้กันหมดแล้วจ้ะที่รัก ตอนมาเจอครั้งหน้าต้องให้รางวัลกันสักหน่อยแล้ว”

 


 

          ฮือออ เป็น Short Fic ที่สั้นและรวบรัดมากจริงๆ งงๆกันมั้ยคะ นี่เขียนเองยัง “งง” เอง เราวางโครงไว้ว่าจะใช้เพลงของ EXO เป็นชื่อเรื่องทั้งหมด เปิดตัวด้วย History ประวัติศาสตร์ของคู่รักคริสยอล ที่อาจจะมีเค้าความจริงอยู่เยอะ อุปส์! แต่ว่าเรื่องต่อๆไปก็จะเป็นแนวเรื่องใหม่ อิงจากโมเม้นต์จริงๆบ้าง ขอให้ทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ ช็อตฟิคทุกเรื่องรับประกันความสดใสน่ารัก ไรต์ไม่นิยมดราม่าค่ะ สนุก ไม่สนุก ต้องปรับปรุงตรงไหน ช่วยบอกกันสักนิดน้าตะเอง กราบบบ 

 
  CR.SQW
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

109 ความคิดเห็น

  1. #86 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:11
    เราว่าต้องมีเรื่องจริงอยู่บ้างละ อิอิ อบอุ่นใจจังเลย
    #86
    0
  2. #24 GalaxyCC (@C_L_K_E) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2559 / 16:43
    แฮร่~
    จำเค้าได้มั้ยยย
    แต่งฟิคน่ารักอ่าา เจ้เมย์สู้ๆน้าา
    เค้าติดตามอยู่วววว ><
    #24
    0
  3. #19 fanfan0627 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 17:12
    อบอุ่นหัวใจและน่ารักมากเลยค่า อ่านแล้วฟิน 5555

    อ่านแล้วนึกถึงมม.เลยบางช่วง ยิ่งมีภาพมาประกอบด้วยแล้วยิ่งคิดถึง

    พี่คริสกับน้องช่านย่อนน่ารักกกก
    #19
    0
  4. #15 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 01:24
    ไรท์สู้ๆ น๊า อ่านแล้วเหมือนได้ย้อนทบทวนโมเม้นท์ มันดีกับใจมากจริงๆ
    #15
    0
  5. #10 Realaxy_ky627 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 18:13
    เจ้เมย์ น่ารักมากกก ฮือออ ชอบอะ ไม่ไหวเลยแก้มจะแตกแล้ว&#128513;&#128513;&#128513; เจ้เมย์แต่งสนุกมาก รอเรื่องต่อไปอยู่น้า
    #10
    0
  6. #9 Guui (@luhanny) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 06:33
    เจ้เมย์แต่งได้ฟินเขินมากอ่า -//////- krisyeol is real
    #9
    0
  7. #8 ชาแดงของคริสยอล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:48
    ชอบ เขียนฟิคเยอะน่ะไรท์ ชอบฟิคสั้น ถ้าฟิคยาว ไม่อยากรอ มันทรมารใจ อยากอ่านแบบทีเดียวจบเลย&#128513;&#128513;&#128513;&#128513;
    #8
    0
  8. #7 SRDII14 (@SRDII14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 20:35
    โอ้ยยย น่ารัก หมั่นไส้5555
    #7
    0
  9. #6 MyAlysa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 19:54
    ขำตรงโดนตบกลางสี่แยก555 รวมๆแล้วสนุกค่ะ ไม่ต้องใช่จินตนาการเยอะ เพราะบาง มม.มันก้อจริงยุแล้ว สู้ๆน่ะค่าาาไรต์เตอร์
    #6
    0
  10. #5 meimei17an (@meimei17an) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2559 / 17:32
    สู้ๆนะไรท์
    #5
    0