พิรุณราตรี

ตอนที่ 33 : บทที่16 : การเปลี่ยนแปลง [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

บทที่ 16

การเปลี่ยนแปลง



หอม...



ความรู้สึกแรกแสนแปลกประหลาดพุ่งเข้าจู่โจมเหลียงเสวี่ยเฟยในเช้าวันใหม่ กลิ่นกายหอมอบอุ่นแบบบุรุษอ้อยอิ่งใกล้ปลายจมูก บรรจงปลุกปลอบนางให้ลืมตาตื่นอย่างงัวเงีย



วัตถุแข็งกร้าวมอบอุณหภูมิร้อนจัดนั้นกระเพื่อมเป็นจังหวะสม่ำเสมอ นางผ่อนลมหายใจอย่างเป็นสุข รับรู้ว่าตนแนบแก้มกับมันอยู่



นางปิดเปลือกตาลงอีกครา หาวหวอดด้วยความง่วงงุน สะลึมสะลือและกึ่งหลับกึ่งตื่น



นิ้วสากๆ เกลี่ยผิวแก้มเย็นชืด นางย่นคิ้ว งึมงำบ่นตรงไปตรงมาว่ารำคาญ เจ้าตัวน่ารำคาญหายไปพักใหญ่ก่อนจะวนกลับมาก่อกวนอีกครั้ง คราวนี้หาใช่ความสากระคาย แต่เป็นความอุ่นร้อนที่ค่อยๆ แตะไต่ขมับ ลามลวกมายังพวงแก้มและประกบริมฝีปากเนิ่นนาน



ร่างบอบบางหอบครางแผ่วเบาในลำคอทั้งที่กำลังหลับฝันดี คันยุบยิบที่กลีบปากจนต้องเผยอรับเรียวลิ้นร้อนระอุของบุคคลปริศนา แรกทีนางเผลอกลั้นลมหายใจเพราะรู้สึกไม่คุ้นชิน ทว่าสัมผัสนุ่มนวลกำลังปลอบประโลมให้นางคลายความวิตก เบาใจจะนอนหลับต่อไปโดยมีฝ่ามือหยาบกร้านสอดซุกเรือนผม นวดคลึงช้าๆ พร้อมกับครอบครองจุมพิตอ่อนหวานอย่างถือสิทธิ์



ท้ายที่สุดนางก็เบือนหน้าหลบ เบียดซุกหมอนข้างซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปกติราวกับแมวน้อยขาดความอบอุ่น นางหลับอุตุโดยไม่ทุกข์ร้อน ร่างนุ่มนิ่มพลิกคว่ำทับหมอนข้าง ขึ้นไปนอนเกยพลางกกกอดมันแนบแน่น หารู้ไม่ว่ามันมิใช่หมอนข้างอย่างที่นางเข้าใจ แต่คือมนุษย์ตัวเป็นๆ ผู้หนึ่งที่เจียนคลั่งตายเพราะนางต่างหาก



เสิ่นหยางหลงนอนหงายด้วยท่วงท่าที่ดูแข็งทื่อผิดหูผิดตา อุทิศเรือนกายครึ่งซีกให้เจ้าก้อนแป้งนอนหนุน มือหนึ่งลูบศีรษะสลับหยิกแก้มหยอกเย้า ส่วนอีกมือทำหน้าที่กระชับเสื้อคลุมบุขนสัตว์ให้นางได้ซึมซับไออุ่น เขาเป็นคนขี้ร้อนจึงมักไม่สวมเสื้อนอน ร้อนขึ้นไปอีกเท่าตัวเมื่อมีสตรีร้ายกาจเช่นนางนอนกอดก่ายเยี่ยงนี้



นางบังอาจเป็นลมคาอกเขา ทิ้งให้เขานั่งเหวอด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด



สตรีนางนี้ร้ายกาจเกินคำบรรยาย นางทำให้เขากลายเป็นเจ้าลูกเป็ดจอมประสาทเสียได้สำเร็จ!



เขาอุ้มนางเข้ามาพักผ่อนในห้องส่วนตัวของเขา พอใจจะคุมขังและเฝ้ามองนางด้วยตนเอง เหลียงเสวี่ยเฟยหลับสนิท ไม่สะดุ้งตื่นขึ้นมางอแงกลางดึกแต่อย่างใด นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบสามวันที่นางได้นอนหลับเต็มอิ่ม ไม่หวาดระแวงว่าเขาจะตามจับนางกลับมา เพราะเขาจับนางได้ก่อนที่นางจะหมดสติเสียอีก



ริมฝีปากหยักกดจุมพิตลงบนเรือนผมนุ่มลื่นดุจเส้นไหม หอมแก้มกลมยุ้ยเบาๆ ถือโอกาสสูดกลิ่นกายหวานละมุนเข้าเต็มปอด ตั้งแต่ตื่นมาเขาก็หาเรื่องรังแกเจ้าก้อนแป้งไม่หยุดหย่อน รู้สึกมันเขี้ยวและอยากขยำขยี้ให้สาแก่ใจ ฟัดจูบฟัดหอมซ้ำๆ เหมือนคนช่างเห่อ แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่อาการเห่อ เพราะไม่ว่าจะกอดหอมนางบ่อยเพียงใด เขาก็ไม่เคยเบื่อหน่ายเลยสักครั้งเดียว กลับกัน มันเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นจนน่าตกใจ



ผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป นางก็ไถลตกจากตัวเขา กลิ้งหลุนๆ ชนขอบไม้ของเตียงสี่เสา แล้วก็นอนแน่นิ่งประหนึ่งซ้อมตาย เสิ่นหยางหลงถึงกับต้องนวดขมับคลายปวด ระมัดระวังในการช้อนร่างเชลยศึกเข้ามาในอ้อมกอดตามเดิม ตลกดีเหมือนกันที่เขาเสพติดนางถึงเพียงนี้



เขาคือทหารที่อยู่ร่วมกับสงครามมาตลอดชีวิต จะเรียกว่ามันคือเพื่อนตายก็ไม่ผิดเพี้ยนนัก ฉะนั้นการสนิทชิดเชื้อกับคนแปลกหน้าย่อมเป็นเรื่องพึงระวัง แม้ใจจะคิดแบบนั้น แต่ไม่นานเขาก็ผล็อยหลับไปพร้อมกับนาง ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของคนในอ้อมแขน



เขาแสร้งหลับใหล ปล่อยให้นางเกลือกกลิ้งใบหน้ากับแผงอก ก่อนที่นางจะส่งเสียงร้องอื้ออึงกลั้วลำคอพร้อมกับผวาขึ้นนั่งตัวตรง



ตกใจหรือ...ก้อนแป้ง



เหลียงเสวี่ยเฟยอ้าปากค้าง หูตาพร่ามัวพลันสว่างวาบ สิ่งที่นางกอดก่ายมาตลอดคืนไม่ใช่หนานไหหรือหมอนข้างอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นท่านแม่ทัพผู้เปลื้องผ้าให้นางนอนกอดก่าย นางรีบก้มตรวจสอบร่างกาย เมื่อพบว่าเสื้อผ้าอยู่ครบทุกชิ้น ไม่เจ็บปวดส่วนใดก็พลอยเบาใจว่ายังคงปลอดภัยจากเงื้อมมือเขา



แต่เขานี่สิ จะปลอดภัยจากเงื้อมมือนางหรือไม่



หญิงสาวม้วนผ้าห่มผืนหนาทุ่มใส่ร่างกึ่งเปลือยด้วยใบหน้างอง้ำ สางผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงให้เข้าที่เข้าทาง แล้วจึงลอบยืดคอมองหาหนานไหที่นอนขดอยู่ตรงซอกโต๊ะ นางฉีกยิ้มร่า คลานเข่าไปแหวกม่านบางๆ หมายอุ้มแมวปรี่ออกจากห้องก่อนที่เสิ่นหยางหลงจะตื่นนอน ทว่าแรงถ่วงหนักอึ้งทำให้นางชะงัก ก้มมองที่ข้อเท้าอย่างรวดเร็ว



นี่มัน...ตรวน


                           

เขาไม่ล่ามนางกับเสา แต่ล่ามนางกับเตียง เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว!



นางโถมลงนอนหันหลังให้ท่านแม่ทัพ บ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ เมื่อความคิดบางอย่างแล่นวาบในหัวนางจึงพลิกตัวกลับมา นิ่งมองท่อนแขนล่ำสันที่เขาแบ่งปันให้นางนอนหนุน



เวลาหลับ ท่านแม่ทัพก็ดูไร้พิษสง



ปลายนิ้วซุกซนจิ้มเส้นเลือดปูดเกร็งบริเวณมัดกล้าม ก้อนเนื้อตึงแน่นต่อต้านสัมผัสของนาง มันคงรูปและกล้าแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง พาให้นางย่นคิ้วฉงนใจ จากที่ลองจิ้มหยั่งเชิง นางก็พลั้งมือบีบขยำแรงๆ จนร่างสูงใหญ่แอบสั่นสะดุ้ง สันกรามได้รูปขบกรอด ร้อนวาบไปหมด อดทนนอนเฉยเพื่อไม่เป็นการทำให้เหยื่อตื่นกลัว



ทำไมท่านไม่ตื่นเสียที เจ้าลูกเป็ดจอมขี้เกียจ



นางชมเขา!



เสิ่นหยางหลงกัดฟันกลั้นสียงหัวเราะ ไม่นึกถือโทษโกรธเคืองที่นางแขวะเขาว่าเจ้าลูกเป็ดจอมขี้เกียจ เขาหรี่ตามองนางล้มลงนอนคว่ำ กลิ้งซ้ายกลิ้งขวาพลางเขย่าสายตรวนด้วยความโมโห เห็นดังนั้นจึงลองเสี่ยงวาดแขนรวบนางเข้ามาในอ้อมอก เฉยเมยต่อเสียงโวยวาย แสร้งหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราว



ท่านแม่ทัพ! ท่านจะละเมออย่างไรก็ได้ แต่จะละเมอกอดหม่อมฉันไม่ได้!”



ทีนี้รู้ซึ้งหรือยังว่ายามนางนอนละเมอ เขาถูกนางกระทำสิ่งใดบ้าง



ทั้งกอด ทั้งซบ เขาเปลืองตัวให้นางมากทีเดียว



ร่างบอบบางดิ้นจนหอบเหนื่อย ในที่สุดนางก็ละทิ้งความพยายาม



เสี้ยวหน้าอ่อนหวานเอียงแนบลาดไหล่กว้าง มือข้างหนึ่งวางทาบแผงอกเปลือยเปล่า ความร้อนผะผ่าวระเหยออกมาละลายนางช้าๆ บางสิ่งบางอย่างยุยงให้นางลากฝ่ามือลงต่ำจากตำแหน่งเดิม



พวงแก้มแดงจัดร้อนซู่ หลับตาปี๋กลั้นเสียงหวีดร้อง รู้สึกได้ชัดเจนว่าลอนกล้ามเนื้อนั้นกล้าแกร่งสู้มือเพียงใด นางจับกล้ามเขา! กล้ามหน้าท้องของแม่ทัพราชสีห์!



ท่านแม่ทัพ...ท่านตื่นเถอะเพคะ อย่าปล่อยให้หม่อมฉันลวนลามท่านมากไปกว่านี้เลย



แต่เมื่อคืนเขาก็ลวนลามนางเช่นกัน



นางควรเอาคืนแบบทบต้นทบดอกใช่หรือไม่



เรียวเล็บแหลมกรีดกรายร่องลึกระหว่างมัดกล้าม จิกข่วนเบาๆ ฝากฝังความร้อนทุกอณูเนื้อที่เคลื่อนผ่าน แอบหัวเราะคิกคักตามประสา เขาถึงกับเกร็งทื่อ ร้อนลวกราวกับถูกเปลวไฟนาบทุกสัดส่วนความเป็นชาย ความอดทนอดกลั้นดิ่งลงเหวอย่างน่าหวาดเสียว นางซุกซนจนเขาตื่นตะลึง!



ซน



เขาผงกศีรษะขึ้นเหนือหมอนใบใหญ่ เอ่ยดุคำเดียวก็สามารถทำให้นางเบิกตากว้าง ชักมือหนีขณะกลิ้งหลบแทบไม่ทัน การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วและปราดเปรียวอย่างน่าทึ่ง ในเมื่อใช้มือคว้านางไว้ไม่ทัน เสิ่นหยางหลงจึงเกี่ยวท่อนขาข้างหนึ่งกักทางหนีเจ้าก้อนแป้ง แล้วก็ลากนางกลับมานอนก่ายตามเดิม



แกล้งข้าแล้วคิดว่าจะหนีไปง่ายๆ หรือ ความคิดของเจ้าตื้นเขินเกินไปกระมังเชลย



เขาแกล้งหลับ!



เหลียงเสวี่ยเฟยกระถดถอยกรูดๆ ไม่เป็นกระบวน ต้องใช้พละกำลังมหาศาลในการงัดท่อนขาแข็งแกร่งแล้วผลักให้พ้นลำตัว ขอยืนยันและนอนยันว่าแรงกดทับของเขาทำให้นางจุก นึกสภาพตอนถูกเขาทับแบนติดพื้นไม่ออกเลย ว่าแต่เสิ่นหยางหลงนอนก่ายสตรีต่างหมอนข้างเยี่ยงนี้ก็ได้หรือ!



นางถอยไปนั่งกอดเสาตรงปลายเตียง ดึงผ้าห่มมาพันรอบร่างกายอีกทบหนึ่ง ประสานสายตากับฝ่ายตรงข้ามในขณะที่เขาลุกขึ้นนั่ง แสงตะวันลามเลียเสี้ยวหน้าคมสันชวนให้แลดูนุ่มนวลมากกว่าทุกครั้ง ผิวกายสีทองแดงทวีความโดดเด่นใต้แสงแดด นางโขกหัวกับเสาเตียงเบาๆ เตือนสติตัวเองว่าใจเย็นๆ!



เรื่องคืนนั้น...



นางเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนา แล้วก็เงียบเสียงไปในเวลาต่อมา มองหน้าเขาก็บังเกิดความกระดากอายขึ้นมากะทันหัน คันไม้คันมือระคนเก้อเขิน จำได้แม่นยำว่าเขาบุกเข้ามาในตอนที่นางกำลังอาบน้ำ เขาเทน้ำลงอ่าง ข่มขู่และพร่ำสอนสารพัด อุ้มนางพาดบ่า ก่อนจะตั้งใจจับนางโยนลงอ่าง จากนั้นก็...



นางไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำแล้ว!



ท่านปลดตรวนให้หม่อมฉันได้ไหมเพคะ



คำขอซื่อๆ กระชากเสิ่นหยางหลงหลุดจากห้วงภวังค์ ร่างสูงกำยำเหวี่ยงปลายเท้าลงจากเตียงสี่เสาซึ่งประดับประดาด้วยผ้าม่านปลิวไสว เมินเฉยต่อนางเพื่อกำราบความเอาแต่ใจ



เจ้าทำลายความเชื่อใจของข้า



นางทำลายมันเสียจนย่อยยับ แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ยังคงเต็มใจจะมอบมันให้นางอีกครั้ง



เจ้าฉีกกฎเกณฑ์ที่ข้าใจดีกำหนดไว้ให้เจ้าเคารพและปฏิบัติตาม ยังจะกล้าเรียกร้องความปรานีจากข้าอยู่อีกหรือ



มือหนาปลดโซ่ล่ามคอเจ้าหนานไห อุ้มมันด้วยมือเดียวและหันหลังกลับ ภาพบาดตาบาดใจนั้นสื่อให้นางรู้กลายๆ ว่าบทลงทัณฑ์ของความผิดครั้งนี้มิใช่แค่ตีตรวนหรือคุมขัง แต่หนานไหพลอยติดร่างแหไปด้วย แค่กวาดมองรูปการณ์แวบเดียวนางก็รู้ทันทีว่าเสิ่นหยางหลงตั้งใจจะยึดแมวนาง!



ไม่นะเพคะ หนานไหไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย คืนมันให้หม่อมฉันเถอะ



ต่อให้ไม่เหลียวหลังมอง เขาก็คาดเดาได้ว่านางกำลังแบมือขอแมวคืน



กลยุทธ์นี้ใช้งานกับเขาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว



เด็กแข็งข้อ...ต้องถูกลงโทษ



กล่าวจบเขาก็เดินจากไปอย่างไม่แยแสสิ่งใดทั้งสิ้น เจ้าของแมวแยกเขี้ยวแฮ่ด้วยความอดสู เป็นตายร้ายดีอย่างไรนางก็จะเอาแมวคืนให้ได้ สติปัญญาฉลาดแกมโกงประมวลผลเร็วรี่ นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน นางโพล่งเรียกหาเขา สาบานว่านางเห็นเสิ่นหยางหลงเดินสะดุด!



หยางหลง



คนตัวโตยืนแข็งค้างกลางทาง ลืมหายใจเพราะน้ำเสียงหวานๆ ที่เรียกขานนามตามที่เขาต้องการมาโดยตลอด เสิ่นหยางหลงปั้นหน้าเฉยชาเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติ แล้วจึงเบี่ยงกายกลับมาประจันกับเชลยศึก



ในตอนนั้นนางก็ปีนลงจากเตียง วิ่งปร๋อเข้ามาสวมกอดร่างอุ่นจัดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ต่างฝ่ายต่างตะลึงตะลาน โดยเฉพาะเขาที่นิ่งงันราวหินสลัก



นางกอดเขา



กอดแน่นมากด้วย...



เขาเกือบจับมือนางโอบเอวให้แน่นยิ่งขึ้น พร้อมจะลากเชลยกลับขึ้นเตียงตลอดเวลา



หม่อมฉันสำนึกผิดแล้ว อย่าล่ามหม่อมฉันเลยนะเพคะ



ความบ้าระห่ำคืออุปนิสัยอย่างหนึ่งของนาง ลบล้างมิได้และไม่มีทีท่าจะหายขาด เสิ่นหยางหลงดุดันกว่าพี่ใหญ่นั้นคือเรื่องสำคัญที่นางทราบอยู่เต็มอก แต่เชื่อสิว่าเขาเป็นคนประเภทเดียวกับกันพี่ใหญ่แน่นอน ปากร้ายแต่ใจดี ขึงขังแต่โอนอ่อน ฉะนั้นนางขอลองเสี่ยงต่อรองกับเขาสักตั้ง มารยาเท่านั้นที่ครองใต้หล้า!



ข้ารู้ว่าเจ้าพลิกลิ้นได้ทุกเมื่อ อีกอย่าง...เจ้าสำนึกผิด แต่ไม่ได้แปลว่าเจ้าจะไม่หาทางหนีอีก



ดวงตาคมกริบหลุบมองคนเจ้าเล่ห์ที่วันนี้มาแปลก นางเคยอ้อนขอความเห็นใจจากเขาเสียเมื่อไรกัน ที่ผ่านมานางเอาแต่งอแง ดื้อแพ่ง และสงบเสงี่ยมเมื่อยามจำเป็น ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เหลียงเสวี่ยเฟยจะหลวมตัวออดอ้อนเขา กิริยาของนางในยามนี้ช่างลื่นไหล แสดงว่านางเคยชินกับการอ้อนคนไม่น้อย



และดูท่าจะอ้อนสำเร็จทุกครั้งด้วย



แต่หม่อมฉันไม่อยากถูกท่านขังไว้ในห้องแบบนี้



นางกระชับวงแขนแน่นขึ้นอีกสักหน่อย แน่นขึ้นเรื่อยๆ เสมือนกำลังกดดันเสิ่นหยางหลงทางอ้อม เรียกได้ว่ากอดกะเอาตายทีเดียว



นางแย่งหนานไหมาอุ้มไว้พร้อมกับกอดรัดเอวสอบของท่านแม่ทัพไม่ยอมปล่อย อ้อนเขาประหนึ่งอ้อนพี่ชาย เขาอึดอัดหรือก็ไม่ ชายหนุ่มคำรามในลำคอ อดทนให้นางร่ายมนต์จิ้งจอกล่อลวงเต็มที่



ที่น่าขันยิ่งกว่านั้นคือเขาดิ้นไม่หลุด ได้แต่ปล่อยนางทำตามอำเภอใจ สถานะเชลยศึกเลือนรางลงทุกที



ตอนท่านไม่อยู่ที่นี่ ท่านขังหม่อมฉันก็ได้ แต่หากท่านอยู่ที่นี่ ให้หม่อมฉันออกไปกับท่านนะเพคะ



นางฮึดสู้เท่าที่ความสามารถจะเอื้ออำนวย ทุ่มหมดหน้าตักและเสี่ยงขาดทุนยับอีกต่างหาก



เขาใคร่ครวญอยู่นานสองนาน แต่แล้วก็ตัดสินใจแกะมือนางทิ้งแล้วปล่อยมันตกสู่ข้างลำตัว ก่อนจะเดินดุ่มออกจากห้องพักผ่อนไปโดยทิ้งให้นางยืนคอตก ลืมตัวเผลอเบะปากเหมือนจะร้องไห้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือปีนกลับขึ้นเตียง โน้มลงนอนหงอยๆ พร้อมกอดหนานไหไว้แน่น



อย่างน้อยเขาก็มีเตียงและฟูกให้นาง นี่สิคือความเมตตาที่เขายังปรานี



คงไม่มีโอกาสออกไปวิ่งเล่นกลางหิมะอีกแล้ว



เหลียงเสวี่ยเฟยหลับไปโดยไม่รู้ตัว สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนที่นางกำนัลเขย่าไหล่ปลุก มิหนำซ้ำตรวนจองจำยังหายวับไปจากข้อเท้าอย่างไร้ร่องรอย เล่นเอานางตาโต มองซ้ายมองขวาเนื่องจากเกรงว่าอาจตาฝาดหรือฝันกลางวัน หัวใจเต้นตูมตามครั้นนางกำนัลเอ่ยบอกยิ้มๆ



ออกไปรับประทานอาหารเช้าเถิดเจ้าค่ะ ท่านอ๋องทรงรออยู่ด้านนอกนานโขแล้ว



เขารอนาง!



นางกะพริบตาปริบๆ มึนงงเกินกว่าจะพรรณนาออกมาเป็นถ้อยคำวาจา เมื่อหวนกลับมาไตร่ตรองว่าแท้จริงแล้วเสิ่นหยางหลงก็ค่อนข้างตามใจนางเหมือนที่พี่ใหญ่เคยตามใจ พวงแก้มกลมๆ ก็เห่อร้อน สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว



กระทั่งหายสับสนนางจึงกล่าวขอบคุณผู้ที่มาปลดตรวนให้ เดินร่าเริงออกจากห้องพร้อมองครักษ์สี่ขา ไปกินข้าวดีกว่า...




ปากบอกไหว แต่ใจทรุดแล้ว พี่หลงอย่าฝืน555555555

พี่ชอบน้องมาก ทำไงดีนะ//จุ๊บเหม่ง

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

748 ความคิดเห็น

  1. #600 nuann7608 (@nuann7608) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 14:49
    เอาอีกกกก
    #600
    1
  2. #598 Ketsarin Rungratpongporn (@7116) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 13:37
    เจอน้องลูบกล้ามนิดๆ อ้อนหน่อยๆ พี่หลงก็ยอมทุกอย่างแล้ว
    #598
    1
  3. #596 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 12:45
    เจออ้อนเข้านิดเข้าหน่อยก็อ่อนให้แล้ว โถอิพี้หยางหลง
    #596
    1
  4. #593 cvin (@littledarklike) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 11:26
    แผนชายงามท่านพี่ งัดมามัดใจน้องเร็วววว
    #593
    2
  5. #592 gommon2 (@GomMon) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 11:25
    ก็เงี้ยก็ตามใจทู้กกกกกกกที
    #592
    1