พิรุณราตรี

ตอนที่ 29 : บทที่14 : เชลยหาย แม่ทัพเดียวดาย [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,092
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

บทที่ 14

เชลยหาย แม่ทัพเดียวดาย


 

ผ่านมาสามวันสองคืน เหลียงเสวี่ยเฟยรอนแรมไปตามเส้นทางทุรกันดารด้วยสองเท้าโดยหยุดพักเหนื่อยเพียงไม่กี่ชั่วยาม ในขณะที่กำลังหลบหนีพร้อมแมวตัวหนึ่ง แม้หิวและหนาวสาหัสปานใดนางก็จำเป็นต้องละเว้นการก่อกองไฟ อาศัยลูกไม้ป่ากับน้ำในลำธารดื่มกินประทังชีวิต



นางเริ่มหมดแรง ง่วงซึมและหนาวเหน็บจนชาหนึบ



ไม่หนาวหรอกเนอะหนานไห อากาศเย็นกำลังดี ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ



หนานไหซุกอยู่ในอ้อมกอดเจ้านาย ใช้เล็บเขี่ยเศษไม้ใบหญ้าที่โผล่พ้นเสื้อเกราะ นางยัดเศษหญ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย บรรเทาความหนาวเย็นลงได้อักโข ส่วนหนานไหมีขนหนาจึงไม่เดือดร้อนกับสภาพอากาศเลวร้าย มันแค่ร้องเหมียวเป็นระยะคล้ายต้องการบอกว่าหิวมาก



มันกำลังอดทนเพื่อนางเช่นกัน



หากข้ามเขาลูกนี้ได้สำเร็จ ความฝันที่จะกลับไปหาพี่ใหญ่ก็ใกล้เป็นจริง



หญิงสาวเหยียบท่อนไม้ผุๆ พังๆ ซึ่งถูกหิมะปกคลุม นางก้มมอง ทันใดนั้นโลกทั้งใบก็เอียงวูบ จะหวีดร้องด้วยความตกใจก็ไม่ทันการ กับดักตาข่ายรวบร่างของนางขึ้นสู่ฟ้า ห้อยต่องแต่งราวกับตุ๊กตาตัวหนึ่ง ใครมันกล้าวางกับดักไว้แถวนี้กัน!



ด้ายบางเฉียบร้อยจากปมตาข่าย ทอดยาวไปยังทิศทางหนึ่ง เมื่อเหยื่อตกหลุมพราง กระดิ่งที่ผูกติดอยู่กับด้ายก็ดังกังวาน ไพเราะทว่าแฝงไอคุกคาม นางถึงกับหน้าถอดสี พยายามรวบรวมขวัญกำลังใจ เตรียมประจันหน้ากับนายพรานหรือโจรป่าที่อาจเป็นผู้สร้างกับดักนี้ขึ้นมา



ร่างเล็กๆ แสนว่องไวกระโจนออกจากพุ่มไม้ใหญ่ เท้าสะเอวหัวเราะดังลั่น



ข้าจับนายทหารได้หรือนี่ เป็นอย่างไรบ้างพี่ชาย ด้านบนลมเย็นดีหรือไม่



เด็กน้อย?



เจ้าเด็กแสบ...



เหลียงเสวี่ยเฟยขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เกาะรูตาข่ายเพื่อทรงตัวพลางชะโงกมองเจ้าเด็กตัวแสบจากมุมสูง ใบหน้ามอมแมมฉีกยิ้มร่าอวดฟันหน้าซึ่งหายไปสองซี่ กระโดดโลดเต้นอย่างสดใสประหนึ่งภาคภูมิใจผลงานเป็นที่สุด จากที่นึกโกรธเคือง นางกลับคลายความหงุดหงิด เรียวปากบิดโค้งเป็นรอยยิ้มบางเบา



นางชอบเด็กมาแต่ไหนแต่ไร



ยิ่งเด็กแก่นแก้วแสนซุกซน นางยิ่งเอ็นดู มองเห็นว่าเป็นตนเองในวัยเยาว์



แม้หิมะตกหนัก อย่างไรเสียท่านก็กำลังเดินป่า อันตรายรอบด้านทั้งนั้น พี่ชาย ท่านหัดดูตาม้าตาเรือหน่อยซี



หรูฮวน เด็กชายผู้กล้าหาญยืนเด้งหน้าเด้งหลังพร้อมสั่งสอนทหารแปลกหน้าฉอดๆ เขาเป็นคนวางกับดักตาข่ายกับมือ แรกทีคิดว่าวันนี้จะไม่มีอะไรสนุกๆ ทำแก้เบื่อเสียแล้ว ที่ไหนได้! ระหว่างเดินทางกลับบ้านในหุบเขาลึก ดันพบนายทหารสวมชุดเกราะเหยียบกับดักที่เขาวางไว้เฉยเลย



เจ้าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ป่าเขาไม่เหมาะกับเด็กน้อยเยี่ยงเจ้า อันตรายรอบด้านทั้งนั้น



นางลอกเลียนแบบคำพูดคำจา แสร้งเอนหลังนอนพิงตาข่าย ท่าจะสะกิดถูกต่อมหรูฮวนจึงเต้นผาง ทำหน้ายับด้วยความไม่พอใจ



ข้าสิบขวบแล้วนะ ไม่ใช่เด็กเสียหน่อย ที่นี่ก็ไม่เหมาะกับท่านเหมือนกัน!”



หนุ่มน้อยกอดอกฉับ ปัดจมูกด้วยท่วงท่าเอกลักษณ์ เบี่ยงกายอวดมีดเล่มใหญ่ที่เก็บไว้ในฝักเหนือบั้นเอว นางกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่าย แม้พกมีดแต่อายุสิบขวบ เจ้าก็เด็กอยู่ดีนั่นแหละ



อาฮวน ปล่อยเขาลงมา ยายสอนเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่ามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น



ยามฟ้ามืด จันทราพรักพร้อมจะเคลื่อนมาประจำตำแหน่งแทนที่สุริยา หญิงชราค้ำไม้เท้าเดินกระง่อนกระแง่น เบื้องหลังสะพายกระบุงบรรจุผลหมากรากไม้ ผมหงอกขาวโพลนทั้งศีรษะ หรูฮวนปราดเข้าไปประคอง เจอสายตาตำหนิจากท่านยายเข้าไปก็เล่นเอาหน้าสลด อ้อมแอ้มโต้แย้งอย่างไม่ยอมแพ้



ท่านยาย ข้าไม่ได้ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเขานะ เขาเซ่อซ่าเองต่างหาก



อาฮวน เขาอายุมากกว่าเจ้า



มือสั่นๆ เขกกะโหลกหลานชาย ก่อนแหงนมองทหารผู้โชคร้าย จังหวะเดียวกับตอนที่เหลียงเสวี่ยเฟยขยับตัวขยุกขยิก



เออ ข้าผิดเองที่เซ่อซ่า ขออภัยด้วยแล้วกัน



ท่านเป็นทหาร ท่านต้องอารมณ์ร้ายแน่ๆ ท่านยาย ข้าไม่อยากปล่อยเขาลงมาหรอกนะ ถ้าเกิดเขาตีก้นข้าขึ้นมาข้าก็แย่น่ะสิ



ข้าไม่ทำร้ายเจ้ากับท่านยาย ตัวข้านั้นไร้อาวุธ เมื่อลงเหยียบพื้นก็จะจากไปแต่โดยดี คนหน้าเซ่ออย่างข้ามีสิ่งใดต้องเกรงกลัวกัน



หรูฮวนเม้มปากชั่งใจ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ลำพังถูกทหารตีก้นก็ว่าแย่มากแล้ว แต่หากพี่ชายคนนี้ทำร้ายท่านยายด้วยเล่า ด้านหญิงชรามองทะลุความวิตกของหลานชาย จึงลูบหัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ อย่างปลอบโยน ไม่นานเขาก็คลายความหวาดระแวง กุมมีดข้างเอวหมายชักออกมาตัดเชือกที่ร้อยรัดเป็นกลไกของกับดัก



ว่าแต่เจ้าจะยอมปล่อยข้าลงไปได้หรือยัง ข้างบนนี้ลมโกรกจนแมวข้าตัวสั่นใหญ่แล้ว



คำว่าแมวคำเดียวสามารถเป่าความหวาดระแวงปลิวหายเข้าป่า ดวงตากลมใสเบิกกว้าง วิ่งวนรอบเงาตาข่ายและเมียงมองหาตัวแมวด้วยความอยากรู้อยากเห็น



ท่านมีแมวด้วยรึ!”



ครั้นพบหางแมวฟูฟ่องกระดิกดุ๊กดิ๊ก หรูฮวนก็เงื้อมีดสุดช่วงแขนแล้วฟันเชือกขาดสะบั้นในคราวเดียว



ได้ๆๆ ข้าจะพาท่านลงมาเดี๋ยวนี้แหละ



เดี๋ยวเจ้าหนู ให้ข้าตั้งตัวก่อน!”



เตือนช้าไปก้าวเดียวเท่านั้นเอง! นางหล่นฮวบสู่พื้น จมหายในกองหิมะเย็นยะเยือก กองหิมะนุ่มๆ เปรียบเสมือนเบาะรองรับเรือนร่าง แต่ก็เจ็บร้าวไปทั้งตัว ไม่ช้าก็เร็วรอยช้ำมากมายจะปรากฏ ประปรายตามเนื้อตัวและเป็นหลักฐานซ้ำเติมความประมาทเลินเล่อ



เจ็บ!



พ่อหนุ่ม เจ้าอย่าถือสาหลานชายข้าเลยนะ อาฮวนเป็นเด็กดี ข้ามีชีวิตรอดอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะมีเขาคอยเอาใจใส่ ส่วนกับดักนั้นสร้างไว้สำหรับล่าสัตว์ใหญ่ ตัวข้าไม่คาดคิดเลยว่าจะมีมนุษย์ผ่านมา



หญิงชราท่าทางใจดีหอบหายใจแรง รู้สึกวิงเวียนขึ้นมากะทันหัน สองยายหลานต่างช่วยกันแงะบุรุษแปลกหน้าออกจากตาข่ายขนาดมหึมา ฝ่ายเหลียงเสวี่ยเฟยนั่งนิ่งๆ เพราะเมื่อขยับมันก็จะพันกันอีรุงตุงนังยิ่งขึ้น คนทำนั้นแก้ง่าย คนติดนั้นแก้ยาก อึดใจต่อมานางก็กลิ้งหลุนๆ พ้นจากการกักขัง หมวกเกราะกับผ้าโพกหลุดลุ่ย



ข้าเข้าใจ ท่านผู้อาวุโสอย่ากังวลเลย



นางคิดในแง่ดี เหตุการณ์ระทึกขวัญทำให้นางสร่างความง่วง ตื่นตัวและพร้อมจะไปต่อในหนทางทรหด ต้องขอบคุณหนุ่มน้อยผู้นี้เสียมากกว่า



หรูฮวนละสายตาจากเจ้าแมวพุงกลม อ้าปากค้างเมื่อปะหน้าค่าตาที่แท้จริงของทหารเซ่อซ่าเข้าอย่างจัง แม้มีคราบเขม่าดำปี๋เปรอะเปื้อน เขาก็มองออกว่านางเป็นสตรี หาใช่บุรุษไม่



ยะ...ไยท่านเป็นหญิงเล่า เท่าที่ข้ารู้มากองทัพห้ามมีสตรีนี่นา



กุนซือสาวแตะมือแตะไม้ทั่วหน้า รู้ตัวว่าความลับแตกอีกแล้วจึงคลี่ยิ้มแหย



ใช่ กองทัพห้ามมีสตรี เจ้าเข้าใจถูกแล้ว



ได้ยินเช่นนั้นหรูฮวนยิ่งทำหน้าฉงนใจไปกันใหญ่ ทอดมองสตรีประหลาดยันกายขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างทุลักทุเล นางปัดปุยหิมะที่เกาะตามเสื้อผ้า โอบอุ้มแมวตัวอ้วนแนบอก เป็นภาพที่ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเขา ทหารอุ้มแมว...แถมยังเป็นทหารหญิงอีก



พี่สาว ท่านหนีทัพรึ



ไม่เชิงหรอกหนุ่มน้อย ข้ามิใช่ทหาร แค่ใส่เครื่องแบบทหาร นั่นแน่...งงล่ะสิ



นางโพกผ้าและสวมหมวกเกราะกลับคืนดังเดิม ก่อนจะประสานมือคารวะผู้เป็นยายของหรูฮวน ไม่นึกโกรธเคืองสองยายหลานแต่อย่างใด



ท่านผู้อาวุโส ข้าต้องขอลา



นางไม่ทันก้าวเท้าพ้นละแวกนี้ ร่างที่เอียงไปเอียงมาของหญิงชราก็หมดแรงวูบ หรูฮวนวัยสิบขวบตัวเล็กกว่ามากถึงกับหวิดล้มคว่ำตามผู้เป็นยาย พยายามใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของตนประคับประคองท่านไว้



ท่านยาย ท่านยาย!”



หญิงชรากะพริบตาเพียงครั้งสองครั้ง เหลียงเสวี่ยเฟยก็กลับมายืนเหยียบอยู่ที่เดิม ปลดกระบุงมาสะพายอย่างรวดเร็ว นางอยู่ในอากัปกิริยาพร้อมช่วยเหลือ กางแขนออกกว้างพร้อมอุ้ม



ท่านมีไข้รึ



นางคาดเดาอาการป่วยเบื้องต้นในฤดูหนาว แต่ฝ่ายตรงข้ามส่ายหน้าปฏิเสธช้าๆ



มิใช่ไข้ ท่านยายของข้าร่างกายไม่แข็งแรง ยิ่งหนาวสุขภาพก็ยิ่งทรุด ข้าเตือนท่านแล้วว่าอย่าออกมาด้านนอกเพราะลมแรง แต่ท่านไม่ฟังข้าเลย



น้ำเสียงของหนุ่มน้อยลอบสั่นเครือ ใบหน้าขาวซีดของยายทำให้เขาใจเสีย รีบหิ้วปีกท่านหมายรุดกลับเรือนกลางป่าเขาซึ่งพักพิงเป็นที่อยู่อาศัยแต่เล็กจนโต นางเห็นความใจสู้ของเด็กคนหนึ่งก็ถึงกับนิ่งงัน



เขากล้าหาญและชาญฉลาด...ช่างหาได้ยากนัก



เด็กสิบขวบเยี่ยงเจ้าแบกท่านไหวหรือ ตัวเจ้าก็เล็กเพียงเท่านี้



ไหวสิ ข้าดูแลท่านยายด้วยตัวเองมาตลอด หากข้าไม่ไหวแล้วใครจะคอยดูแลท่านเล่า



ก็เป็นแค่เด็กที่เข้มแข็งเกินเด็ก



นางตัดสินใจยอบกายลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ผายมือขวารอคอยความไว้เนื้อเชื่อใจ



ท่านยาย ข้าเคยรักษาคนมาก่อน โปรดวางใจข้า



ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาโคลงขึ้นลงเชื่องช้า มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเทาอ่อนคู่งาม



ลำบากเจ้าแล้ว...



หญิงชราไอโขลกจนรวดร้าวทรวงอก หยัดยิ้มบางๆ เชิงปลอบหลานชาย



อาฮวน เจ้าวางใจนางเถิด ยายเชื่อว่านางเป็นคนดี ไม่งั้นแล้วนางคงฆ่าเจ้าเพราะเจ้าทำให้นางบาดเจ็บ



ขอรับท่านยายหรูฮวนรับหนานไหมาอุ้มเต็มวงแขน แววตาทอประกายตื่นเต้น ผงะถอยเล็กน้อยครั้นมันแยกเขี้ยวขู่แฮ่ พี่สาว ข้าฝากท่านยายด้วย เอ่อ...แมวท่านไม่ขย้ำข้าแน่นะ




แมวปีศาจ อย่ากินมานูดดดด55555555555

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

748 ความคิดเห็น

  1. #685 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 20:45
    ใจสู้ดูฉลาดมากเจ้าหนู มาเป็นกองกำลังให้กับพี่สาวยามเจ้าโตเนอะตี๋น้อย.
    #685
    1