พิรุณราตรี

ตอนที่ 25 : บทที่12 : แพ้ทางเจ้าก้อนแป้ง [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,680
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62

บทที่ 12

แพ้ทางเจ้าก้อนแป้ง



เหลียงเสวี่ยเฟยถูกคุมขัง รวมทั้งสิ้นสามวัน



และภายในระยะเวลาสามวันอันแสนยาวนานนี้ นางก็ไม่พบกับองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงอีกเลย



เหลียงเสวี่ยเฟยนอนแผ่กลากลางห้องหับกว้างโอ่อ่า เหยียดแข้งเหยียดขาตามแต่ใจปรารถนา นางชาชินกับพื้นแข็งๆ ไร้สิ่งใดรองรับเสียแล้ว ห้องที่เสิ่นหยางหลงใช้กักขังนางใหญ่โต ทว่ามีเครื่องเรือนสำหรับประดับประดาเพียงไม่กี่ชิ้น ไม่กี่ชิ้นที่ว่าคือโต๊ะ เก้าอี้ และเสา



ปราศจากเตียง หรือฟูก



มิสู้ฆ่านางให้ตายเสียเลยล่ะ!



หนานไห...เจากับข้าคงต้องตายอยู่แคว้นเสิ่นแน่ๆ



นางนอนหงาย ดวงตาเลื่อนลอย ไซ้ฝ่ามือหยอกเย้าเส้นขนอ่อนนุ่มของหนานไห



มันกำลังนอนขดอยู่บนเนินอก แม้น้ำหนักตัวของเจ้าเหมียวจะสร้างความอึดอัด แต่นางก็ยินยอมให้มันขึ้นมานอนทุกครั้งที่มันต้องการ อีกอย่างนางก็ชอบกอดหนานไหมากด้วย



ในสภาพที่ไร้หมอนข้าง นางจึงกอดแมวรักแก้ขัดไปพลาง ยามนางโดดเดี่ยว หรือหนาวเหน็บ ก็แค่กอดมันไว้ให้แน่นๆ...แล้วนางจะหลับใหลไป



ข้าคิดถึงพี่ใหญ่ ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง



นางขยำหูแมวแก้เบื่อ นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อหนานไหขยับตัวขยุกขยิก บาดแผลบริเวณชายโครงซ้ายและกล้ามเนื้อใต้ไหปลาร้าขวาแห้งสนิท ทิ้งความเจ็บแปลบไว้ให้นางเป็นบางระยะ



อีกไม่นานบาดแผลเหล่านี้ก็จะหายขาด เมื่อนั้นแหละ นางจะหาทางหลบหนีออกจากเมืองชางเป่า ไม่หวนกลับมาเหยียบที่นี่ร่วมกับเสิ่นหยางหลงอีกเลย!



นางอยากหนีจากเขาจนใจจะขาดรอมร่อ



แต่ความฝันนั้นแสนไกลตัวยิ่งนัก ท่านแม่ทัพจับนางขังเดี่ยวไว้ในห้องโล่งๆ ไม่พอ เขายังตีตรวนล่ามข้อเท้านางติดกับเสาอีกด้วย



คนใจเหี้ยม



เหลียงเสวี่ยเฟยฮึดฮัด โกรธงุ่นง่าน ก่อนจะประคองร่างของตนลุกขึ้นยืน ก้าวเดินช้าๆ ทว่ามั่นคง อีกเพียงเอื้อมเดียวเท่านั้นนางก็จะสามารถแตะขอบหน้าต่าง ปล่อยให้แสงแดดยามเช้าโลมไล้เรือนร่าง แต่ตรวนหนักอึ้งฉุดรั้งนางให้หยุดนิ่ง บงการให้นางถอดใจ ถอยกลับมานั่งกอดเข่าที่ตำแหน่งเดิม



เครื่องพันธนาการส่งผลให้ข้อเท้าของนางบังเกิดรอยช้ำเจือจาง วันแรกที่ถูกเสิ่นหยางหลงคุมขัง นางแค้นใจทว่าจนปัญญาจะโต้ตอบ จึงแก้เผ็ดบ่าวไพร่และทหารที่ประจำการ ณ จวนรับรองราชนิกุลแห่งแผ่นดินด้วยการเดินลากตรวนไปมาในยามดึกสงัด กอปรกับฝูงสุนัขเฝ้ายามเห่าหอนโหยหวน คืนนั้นทุกคนปักใจเชื่อว่านางตายแล้ว และกลายเป็นผีเชลยที่เฮี้ยนมาก!



นานวันเข้า นางใช้กลอุบายตื้นๆ แกล้งพวกเขาจนเบื่อจะแกล้งแล้ว



ใช่ เบื่อแล้ว



เหลียงเสวี่ยเฟยซบแก้มลงกับหัวเข่า ลูบหัวหนานไหเบาๆ อย่างอ่อนโยน หน้าต่างเปิดกว้าง ปรากฏแมกไม้ไหวสะบัดท่ามกลางเปลวแดดอบอุ่น ใกล้จะผ่านพ้นฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศจึงส่อเค้าความหนาวเย็น สรรพสัตว์พรักพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ



นางพร้อมที่จะยิ้มรับฤดูหนาวอันเป็นช่วงเวลาที่นางหลงใหลมากที่สุด แต่สำหรับศึกสงคราม แห่งใดมีหิมะ แห่งนั้นมีความยากเข็ญ



แดดสุกสว่างสาดกระทบปลายเท้าเล็กจ้อย นางผงกศีรษะขึ้นมอง แม้ไม่ถูกธาตุกับดวงตะวันเท่าไรนัก นางกลับมองว่าแสงของตะวันนั้นงดงามไม่แพ้ปุยหิมะ



มันอบอุ่น เรืองรอง เปรียบดั่งสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ ก็เหมือนกับแม่ทัพเสิ่นหยางหลงที่บุกรุกเข้ามาในชีวิตของนางแบบไม่ทันตั้งตัว เขาร้อนแรงเช่นดวงตะวัน และรวดเร็วเช่นแสงอาทิตย์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเขาล้วนอันตราย



นางหวั่นเกรงเขา



แต่ในขณะเดียวกัน นางรู้สึกว่าอ๋องผู้นี้ช่างน่าจับขึงแล้วดึงขน เจ้าลูกเป็ด!



กุนซือสาวอุ้มแมวพุงกลมมานอนอาบแดด เกาคางเอาอกเอาใจ จากนอนคว่ำ หนานไหก็พลิกกายเป็นนอนหงายเพื่ออวดพุงกะทิอวบอั๋นให้ชมเป็นขวัญตา นางยิ้มได้เพราะมัน กระซิบบทเพลงแว่วหวานกล่อมหนานไหพลางเขี่ยปลายจมูกเล็กๆ หลุดหัวเราะเมื่อมันตวัดหางกวาดพื้น คงต้องการสื่อสารว่ามันจั๊กจี้กระมัง



นางสางพวงหางนุ่มลื่น ความยาวของหางแมวทำให้นางชะงัก



ยาว...



เหลียงเสวี่ยเฟยสาวตรวนแล้วคล้องไว้กับเรียวแขน ความยาวของตรวนเส้นนี้สามารถพันรอบตัวหนานไหได้ ซึ่งก็หมายความว่ามันพันคอของนางได้เช่นเดียวกัน



ถ้าไม่ปล่อยข้าออกไปจากที่นี่เสียที ข้าจะฆ่าตัวตาย!”



นั่นปะไร นางตะโกนดังสนั่นทว่าไร้ผู้ใดเหลียวแล ประตูยังคงปิดสนิท สุ้มเสียงจากภายนอกเงียบฉี่ พวกเขาไม่แตกตื่นเพราะนางเคยอ้างอุบายนี้หลอกล่อพวกเขามานับครั้งไม่ถ้วน



แต่เอาเถิด เช้าวันนี้นางจะเล่นงิ้วฉากใหญ่ อุปกรณ์ประกอบการแสดงสมจริง ไม่หลงกลก็ให้มันรู้ไป



นางตัดสินใจพันตรวนหนักมหาหนักรอบลำคอ จากนั้นก็ดึงแรงๆ เพื่อสร้างร่องรอย ผิวเนื้ออ่อนบางเกิดปื้นแดงจัด หนังถลอกเนื่องจากการเสียดสี ครั้นปั้นหลักฐานยืนยันความตายแล้ว นางก็กระทืบเท้าตึงตัง หนานไหจึงพลอยตกใจ หวีดร้องเสียงแหลมและวิ่งรอกอลหม่าน ดูวุ่นวายไปหมด



บานประตูเปิดผาง เหล่านางกำนัลกรีดร้องดังลั่นเป็นทอดๆ พวกนางถลาเข้ามาประคับประคองเชลยศึก โหวกเหวกส่งข่าวด่วนต่อกันว่าแม่นางเหลียงพยายามผูกคอตาย ร่างบอบบางนอนนิ่งกับพื้น แสร้งหายใจแผ่วระริกดุจวิญญาณเจียนปลิดปลิว



ขอเพียงปลดตรวนสำเร็จ นางจะเป็นอิสระอีกครั้ง



นางรู้วิธีสกัดจุด การจี้จุดนางกำนัลให้สลบมิใช่เรื่องสาหัสเกินกำลัง



พวกเจ้ารู้จักฤทธิ์เดชของนางน้อยเกินไป



กลิ่นกายหอมๆ แสนคุ้นเคยส่งผลให้นางตัวแข็งทื่อ พื้นเรือนกระเทือนเล็กน้อยยามเสิ่นหยางหลงย่ำฝ่าเท้า นางหลงผิดคิดว่าเขาจะเห็นอกเห็นใจเชลย แต่ไม่เลย! บุรุษผู้หยาบคายที่สุดในใต้หล้าเหวี่ยงปลายเท้าสะกิดสะโพกกลมกลึง กระตุกสายตรวนสองสามที นางถึงกับขาดอากาศจริงๆ คนบ้า!



เสิ่นหยางหลงกลับมาเมื่อใดกัน



แม้ถูกคุมขังไว้ในห้องนี้ แต่เท่าที่นางฟังๆ จากเสียงพูดคุยของบ่าวไพร่ จับใจความได้ว่าเขาออกไปยังแนวหน้านับตั้งแต่วันที่นางฟื้นจากอาการบาดเจ็บ



ข้ารู้ว่าเจ้าสบายดี ลุกขึ้นมา



ไม่ลุก! เหลียงเสวี่ยเฟยเถียงในใจไฟแลบ แสดงออกทุกทางว่านางอิดโรยเหลือประมาณ เนื้อกายของนางเย็นเฉียบเป็นทุนเดิมเพราะนั่งตากลมทั้งคืน ผิวพรรณจึงขาวซีด ใบหน้าไร้สีเลือด แลดูเหมือนซากศพที่เพิ่งตายหมาดๆ หากยกร่างนางไปนอนกลางแจ้ง ฝูงแร้งอาจโฉบลงมาจิกทึ้งเลยทีเดียว



แม่ทัพหนุ่มย่อกายลงเสมอกับอีกฝ่าย สอดฝ่ามือหยาบกระด้างซุกเรือนผมยาวสลวย นวดคลึงแผ่วพลิ้วผิดกับขนาดมือที่ใหญ่กว่ามือนาง เหลียงเสวี่ยเฟยขนลุกเกรียว ตัวอ่อนระทดระทวย ชีพจรเต้นตุบๆ ด้วยความตื่นเต้นระคนผ่อนคลาย ขุนพลผู้ใช้ง้าว...ไฉนฝีมือในการนวดจึงช่ำชอง



ใจจริงนางอยากโถมเข้าปล้ำกอดเขาด้วยซ้ำ หลับหูหลับตามองเสิ่นหยางหลงเป็นพี่ใหญ่ เท่านั้นก็น่าจะทำให้นางคลายความโหยหาพี่ชายลงได้บ้างไม่มากก็น้อย



เสิ่นหยางหลงกลับมาจากแนวหน้าถูกจังหวะพอดิบพอดี เจ้าก้อนแป้งตัวน้อยแผลงฤทธิ์อีกแล้ว ตลอดสามวันมานี้มีคนรายงานเขาทุกวันว่านางดื้อแพ่ง กลั่นแกล้งนางกำนัลในยามกลางวัน ป่วนประสาทบ่าวไพร่ในยามราตรี หาเรื่องให้คนในจวนตื่นตระหนกตลอดเวลา ไม่ได้หลับ ไม่ได้นอน



ซนจริง



เป็นเด็กที่เลี้ยงยากแท้



ดูนางสิ...ถึงกับเอาตรวนมาผูกคอเพื่อเรียกร้องความสนใจ นับว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดทีเดียว



แต่นางพลาดที่ไม่ผูกคอหนานไหด้วย



เขาเคยขู่เหลียงเสวี่ยเฟยว่าหากนางกัดลิ้นตาย เขาจะส่งหนานไหลงนรกตามนางไป ฉะนั้นแล้วเจ้าก้อนแป้งต้องไม่ยอมปล่อยแมวไว้อย่างเดียวดาย เพื่อรอคอยให้เขาเชือดมันทิ้งในภายหลังเป็นแน่



เสวี่ยเฟย...ลุกขึ้น



น้ำเสียงทุ้มห้าวดังขึ้นในระยะประชิด นางหารู้ไม่ว่าเหล่านางกำนัลและทหารองครักษ์ต่างพร้อมใจแห่ออกจากห้องตั้งแต่ตอนที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาถึงแล้ว เหลียงเสวี่ยเฟยแน่นิ่งไม่รู้สึกรู้สา ท่องไว้ว่าอดทน...อดทนเข้าไว้ อีกประเดี๋ยวเดียวเขาก็จะเสียความมั่นใจไปเอง



แต่แล้วนางก็เบิกตาโพลง ได้ยินเสียงหนานไหร้องอี๊ดๆๆ เขาบีบเหนียงแมวนาง!



ท่านแม่ทัพ! อย่าบีบเหนียงแมวของหม่อมฉัน!”



เหลียงเสวี่ยเฟยลุกขึ้นนั่งในขณะที่ยังมีตรวนห้อยคอต่องแต่ง มันหนักมากเสียจนนางปวดร้าว จู่ๆ ท่านแม่ทัพกลับใจดีขึ้นเป็นกอง เขาช่วยรวบตรวนเหล็กกล้าออกจากลำคอของนาง ปัดเส้นผมเผยรอยแดงเถือก แนบปลายนิ้วอุ่นร้อนเกลี่ยร่องรอยเหล่านั้นคล้ายต้องการปัดเป่าความเจ็บปวด



นางรีบกระถดถอยกรูดทันที หวาดกลัวการหวั่นไหวจับใจ



เจ้าลองไม่ดื้อไม่ซนสักวันดูซิ อุบายตื้นๆ อาจหลอกคนอื่นได้ แต่มันหลอกข้าไม่ได้...ไปเรียนมาใหม่



เสิ่นหยางหลงหายหน้าหายตาไปเพียงสามวัน เพียงแค่สามวันก็สามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของเขา หนวดเคราเขียวครึ้มเสริมบุคลิกจอมทัพราชสีห์ให้ทวีความดุดัน ผิวกายสีทองแดงอาบไล้ด้วยแสงแดดเปล่งปลั่ง สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไป คือดวงตาคมกริบที่ทอแววลุ่มลึกเฉกเช่นเคย



เพราะท่านกลับมาเร็ว หาไม่แล้วแผนของหม่อมฉันก็สำเร็จ



นางพยายามแย่งแมวคืน จนแล้วจนรอดก็มิอาจทำสำเร็จ เหลียงเสวี่ยเฟยหน้าถอดสีเมื่อเขาจ้ำอ้าวออกจากห้องคุมขังโดยอุ้มหนานไหติดมือไปด้วย ด้วยเหตุที่เขากำลังพรากแมวไปจากนาง นางก็เริ่มกัดเขี้ยวกัดคางอย่างโมโห อดกลั้นไม่อาละวาดและประท้วงปาวๆ เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้นางดูน่าขันยิ่งขึ้น



เดี๋ยวจัดให้



เดี๋ยวนางจัดให้!



นางสรรหาวิธีการมาต่อกรกับองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงจนหัวแทบระเบิด แต่เพียงเขากลับเข้ามาในห้องพร้อมโซ่เส้นหนึ่ง นางก็อ้าปากค้าง สัญชาตญาณร้องเตือนว่าอันตราย อันตรายยิ่งนัก!



อยากให้ข้าล่ามคอเจ้ามากใช่หรือไม่



เมื่อรู้แน่แล้วว่าภัยร้ายมาเยือนถึงที่ เจ้าก้อนแป้งก็รีบลุกพรวดขึ้นยืน ชูสองมือเสมอระดับศีรษะเพื่อสื่อผ่านภาษากายว่านางต้องการเจรจากับเขาอย่างสันติ ทว่าสายเกินแก้ ร่างสูงใหญ่จัดการใช้โซ่เส้นเขื่องล่ามคอเชลยคนงาม เชื่อมมันกับตรวนอันเรียกว่าโซ่ตรวน ออกแรงกระชากเล็กน้อยนางก็เสียหลัก ริมฝีปากหวิดแตะซอกคอแกร่ง



นางมิใช่สัตว์เลี้ยงของเขา!



หม่อมฉัน...



คำพูดที่ตระเตรียมไว้มลายหาย สายตาเด็ดเดี่ยวเจือเจ้าเล่ห์ตรึงนางไว้แน่นหนา มือข้างหนึ่งของเขากำสายโซ่ ดึงนางเข้าใกล้จนกระทั่งสายโซ่นั้นเหยียดตึง เสิ่นหยางหลงพยายามฉุดนาง ส่วนนางก็พยายามเอนตัวหนี ปวดเอวเหลือเกิน เขาจะกลั่นแกล้งนางไปถึงไหนกัน!



มาหาข้า



เขากำลังล่อลวงนาง...ชักนำให้นางติดกับ มิอาจหวนกลับมายืนตัวตรงตลอดกาล



ไม่เพคะ



เหลียงเสวี่ยเฟยปฏิเสธเสียงแข็ง แต่แล้วความคิดร้ายกาจพลันสว่างวาบ เจ้าความคิดรำพันย้ำเตือนนางซ้ำๆ ว่าลองเสี่ยงดูสักตั้งสองตั้งก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน



ทีท่าของนางแปรเปลี่ยนฉับไว รวบรวมความกล้าหาญแล้วสืบเท้าเข้าไปหาท่านแม่ทัพแต่โดยดี ฝ่ายเสิ่นหยางหลงแม้แปลกใจแต่ก็เอื้อมมือมาหมายตะปบเหยื่อตัวน้อย นางจับตามองเขาอยู่ก่อนแล้วก็รีบถอยกลับสองสามก้าว เร่งเร้าให้เขาอยากเอาชนะ ขุดหลุมพรางต้อนรับดิบดี



เขาก้าวติดตามนางอย่างไม่รีบร้อน เพราะต่อให้เหลียงเสวี่ยเฟยต้องการหนีใจแทบขาด โซ่ตรวนที่จองจำนางไว้ก็ไม่มีวันปล่อยนางหลุดลอยไป



หม่อมฉันก็แค่อยากออกไปสูดอากาศ



นางวิงวอนต่อสวรรค์ โปรดดลบันดาลให้องค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงเห็นใจนางด้วยเถอะ!



เหลียงเสวี่ยเฟยงัดทุกกลยุทธ์ที่เคยใช้ล้มพี่ชายมาปรับใช้กับเขา นางชี้บานหน้าต่างสลับกับกระตุกสายตรวน นัยน์ตาสีเทาอ่อนวูบไหว พวงแก้มกลมยุ้ยกระเพื่อมน้อยๆ ยามนางขยับเขยื้อน สะกดฝ่ายตรงข้ามให้นิ่งงัน เขาหรี่ตาลงเชิงจับผิด รอฟังเหตุผลของการแผลงฤทธิ์ในเช้าวันนี้



ท่านขังหม่อมฉัน หม่อมฉันกับหนานไหอุดอู้อยู่ในที่แคบๆ มาสามวันแล้ว แต่เพราะท่านออกไปแนวหน้า นอกเหนือจากท่านก็ไม่มีผู้ใดมีอำนาจมากพอที่จะสั่งปล่อยหม่อมฉัน หม่อมฉันก็เลยใช้วิธีนี้กับพวกเขา อย่างน้อยก็อาจจะได้ออกไปนอนเล่นที่อื่นบ้าง



และเจ้าก็จะฉวยโอกาสนี้หลบหนีด้วย



เขารู้ทันนางอีกแล้ว! ชายผู้นี้รับมือยากเป็นที่สุด เหลียงเสวี่ยเฟยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อจึงสาวโซ่ตรวนแบบรีบๆ งอตัวพลางร้องโอดครวญเบาหวิวด้วยความเจ็บปวด



ใจหม่อมฉันคิด แต่ร่างกายของหม่อมฉันไม่เอื้ออำนวย



นางยังไม่หายดี แม้บาดแผลแห้งสนิททว่าสุ่มเสี่ยงต่อการปริแตก นางตั้งใจจะรักษาตัวเองให้หายขาดเสียก่อนแล้วจึงค่อยหลบหนีออกจากเมืองชางเป่า ระหว่างนี้นางจะพยายามเรียนรู้ทางหนีทีไล่ ค้นหาช่องโหว่ที่เสิ่นหยางหลงอาจปกปิดไว้มิให้นางรู้เห็น



วิ่งออกนอกจวนได้แค่สามก้าวหม่อมฉันก็หอบแล้วเพคะ!”



เลิกจับผิดนางเสียทีเถิด เสิ่นหยางหลงจ้องนางเขม็งราวกับต้องการใช้สายตาคมดุนั้นฉีกทึ้งนางออกเป็นชิ้นๆ เขาไม่ไว้วางใจ เคลือบแคลงและระแวดระวังทุกฝีก้าว เห็นทีความเท็จคงหลอกลวงหลงอ๋องมิได้ ดังนั้นนางจึงเอาความจริงเข้าสู้แทน



อีกไม่กี่วันข้างหน้าหิมะก็คงตก หม่อมฉันอยากออกไปรับแดดบ้างก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ ตรวนที่ท่านล่ามหม่อมฉันก็ยาวแค่นี้ หม่อมฉันเดินไปไม่ถึงหน้าต่างด้วยซ้ำ



ดูๆ ไปแล้วก็น่าเห็นใจเจ้าก้อนแป้ง ร่างสูงใหญ่ปล่อยมือจากโซ่ตรวน เปรียบความยาวของตรวนกับระยะทางจากจุดนี้ลากไปถึงหน้าต่าง ก็เป็นดังนางอ้างจริงๆ



ผิวพรรณของนางผุดผาด แต่เมื่อไม่ได้รับแสงและทนอยู่กับความหนาวเย็นของสภาพอากาศนานหลายวัน นางจึงพลอยซีดเซียว คลับคล้ายวันที่นางบาดเจ็บจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด



สรุปสั้นๆ...เจ้าอยากออกไปเดินเล่นหรือเชลย



เขาหลุบมองปลายเท้าเปลือยเปล่า รอยช้ำจางๆ บริเวณข้อเท้าทำให้เขารู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ฝ่ายเหลียงเสวี่ยเฟยเมื่อรู้ตัวว่าเขากำลังสนใจสิ่งที่นางไม่ต้องการให้เขาเห็น นางก็กระถดถอย ทรุดกายลงนั่งสงบเสงี่ยมเพื่อซ่อนสองเท้าขาวผ่องของตน



เป็นบุรุษแต่กลับมองเท้าเปลือยๆ ของสตรี มันใช่เรื่องเหมาะเรื่องควรเสียที่ไหนกันเล่า!



เพคะ



เจ้ากำลังหลงลืมสถานะของตัวเอง เจ้าไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือโต้แย้ง



เชลยศึก...สถานะนี้นางไม่เคยลืมเลือนแม้สักชั่วลมหายใจเดียว



หญิงสาวแหงนใบหน้าสบตากับแม่ทัพราชสีห์ บ้านก็อยากกลับ แมวก็อยากได้คืน ความต้องการของนางขัดแย้งกับความต้องการของเขา นางไม่ล่วงรู้ชะตากรรมของตนในภายภาคหน้า เขาจะฆ่านางตอนใด จะเหยียบย่ำนางเมื่อไร จะทำให้นางแปดเปื้อนหรือไม่ นางหมดสิทธิ์ที่จะไขว้คว้าหาคำตอบ



แต่หม่อมฉันจะลำเลิกบุญคุณ หม่อมฉันเป็นเชลยของท่าน ท่านก็ควรเมตตาคนที่เคยช่วยชีวิตท่านบ้าง



ต้องทวงบุญคุณเท่านั้นนางจึงจะพอมีโอกาสรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช เหลียงเสวี่ยเฟยเลิกทำหน้าทำตาน่าเวทนา นางปั้นหน้านิ่ง เรียวคิ้วโก่งงามขมวดมุ่น นัยน์ตาสีเทาอ่อนทอแสงวาววาบ เขาประหลาดใจและชอบใจในคราวเดียวกัน...เจ้าเด็กตุ้ยนุ้ยริเริ่มแข็งข้อกับเขา น่าสนุกไม่เบา



แท้จริงแล้วนางกำลังสูญเสียความมั่นใจ นางแสร้งทำทีขึงขังใส่เขา เหตุใดเขาต้องจ้องนางตอบและขึงขังใส่นางกลับด้วยเล่า!



นางไม่ยอมแพ้ หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรวันนี้นางก็ต้องได้เปลี่ยนที่นอน



เอาสิ



ก็เอาสิ!



หัวหมอนักนะ



เขาหมดความอดทนเพราะอากัปกิริยาน่าจับมารังแก แววตาของนางดุดั่งนางเสือ ทว่าพวงแก้มขาวอมชมพูกับเรือนร่างเพรียวบางนั้นส่งผลให้ความน่ากลัวถูกลดทอนลง เขาคันไม้คันมือ อยากขยำขยี้นาง อยากกลั่นแกล้งให้นางเต้นผางๆ



มันเป็นความต้องการอันน่าชิงชัง



เจ้าต้องเป็นเด็กดี



เสิ่นหยางหลงยึดข้อเท้าของอีกฝ่าย ความร้อนแผ่จากฝ่ามือสากกร้านจนนางแตกตื่น เตรียมผวาหนีด้วยความตื่นตระหนก อึดใจถัดมาเขาก็ยินยอมปลดปล่อยนางเป็นอิสระ ตรวนที่คล้องข้อเท้านานนับสามวันหลุดออกจากกัน นางกลับสัมผัสได้ว่ามันคืออิสระจอมปลอมเสียมากกว่า



เชื่อฟังข้า สิ่งใดที่ข้าไม่สั่ง เจ้าก็ทำไม่ได้



กลิ่นกายหอมอบอุ่นโอบล้อมนางอย่างอ่อนโยน หัวใจไม่รักดีเต้นตุบๆ ประหนึ่งจะกระเด็นออกมาผจญโลกกว้าง นางสะกดกลั้นความหวามไหว ปลุกปลอบตนเองและเรียกขวัญกำลังใจกลับสู่ร่าง ก่อนจะตัดสินใจตกปากรับคำ เป็นจังหวะเดียวกับตอนที่เขาปลดโซ่พันธนาการสุดท้าย



หม่อมฉันจะเป็นเด็กดีเพคะ



เหลียงเสวี่ยเฟยมองตามแผ่นหลังกว้างกำยำ สัญชาตญาณร้องบอกให้นางเร่งฝีเท้าติดตามเขาไปในระยะกระชั้นชิด เพียงแค่นางก้าวพ้นเขตประตู ลมหนาวบริเวณชานเรือนก็โหมพัด นางหนาวปากสั่นแต่แอบยิ้มแฉ่งอยู่ด้านหลังเขา สะใจจริงๆ หนาวสะใจจริงๆ นางชอบ!



นางบอกเขาว่าอยากออกมารับแดด แต่เมื่อได้มีโอกาสออกมาสมใจ นางกลับหลีกเลี่ยงที่จะเฉียดเข้าใกล้มัน



นางเพลิดเพลินกับลมหนาว ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพียงลำพัง ท่านแม่ทัพเดินนำทางอยู่จึงชวดรอยยิ้มที่ตนอยากพบเห็นนักหนาไปอย่างน่าเสียดาย



กุนซือสาวเมียงมองสภาพแวดล้อมโดยรอบ เก็บทุกรายละเอียดยิบย่อย ทหารซึ่งประจำการอยู่ที่นี่บางตากว่าศูนย์บัญชาการทัพอักโข นางคาดคะเนว่าเขาพักอยู่ที่ศูนย์บัญชาการเป็นส่วนใหญ่ หนำซ้ำยังกีดกันนางออกจากสถานที่แห่งนั้น และจับนางขังในจวนงามวิจิตรที่เจ้าเมืองตระเตรียมไว้ต้อนรับแทน



น่าเศร้า ท่านแม่ทัพไม่มอบเตียงหรือฟูกให้นางเลย!



เรือนกายของเขาสูงใหญ่เสียจนนางต้องแหงนหน้ามอง เขาตัวใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นขนัดเป็นมัดๆ ตอนที่เขาเคลื่อนไหวคือช่วงเวลาที่นางพึงใจจะสอดส่องมากที่สุด อกผายไหล่ผึ่ง ลาดบ่าตั้งตรงสมชาตินักรบ สง่างามยากหาบุรุษใดทัดเทียม



เขาไว้ใจนางแล้วหรือ



แทนที่นางจะลำพองเพราะเขาแสดงทีท่าไว้วางใจนางอยู่หลายส่วน นางกลับเกลียดชังที่เขาแสดงออกเช่นนั้น



อย่าไว้ใจนาง



เพราะนางพร้อมที่จะหักหลังเขาทุกเมื่อ




น้องก็ไม่เบา ร้าย!

พอน้องมาติดกับ พี่หลงก็จะ...

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

752 ความคิดเห็น

  1. #645 TyPPKfk (@TyPPKfk) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:42
    พี่หลงขาาาาาาาาาา เอ็นดูน้องบ้าง
    พี่เฟิงหู่ขาาาาาาา
    มาหาน้องได้เเล้วว
    #645
    0
  2. #607 มารีช (@nooni0718) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 15:06

    พี่หลงน่าร้ากกก 5555

    #607
    1