พิรุณราตรี

ตอนที่ 23 : บทที่11 : เจ้าตัวกินเต้าหู้ [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62

บทที่ 11

เจ้าตัวกินเต้าหู้



แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่กลับเข้ามาในกระโจมกว้าง หลังการสร้างค่ายแห่งใหม่เสร็จสิ้น



กองทัพหานพบวิกฤต ศูนย์บัญชาการถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง ทหารที่เหลือรอดถอยร่นตามคำสั่งของเขา และปักหลักห่างจากชายแดนไกลพอสมควร



เขาไม่สามารถยกทัพกลับเซียนฉวี่เพราะปัจจัยหลายอย่างยังคงค้ำคอ กองสนับสนุนด้านเสบียงอาหารรอดปลอดภัยจากภยันตราย ทำให้ตอนนี้เขามีเสบียงเหลือเฟือ อนึ่งคือทหารใต้บังคับบัญชาคั่งแค้นเจือพรั่นพรึงทัพเสิ่น เสียงส่วนมากจึงยืนยันจะสู้ต่อ รอคอยวันเอาคืน



ท่านแม่ทัพเหลียง...สีหน้าท่านไม่สู้ดีเอาเสียเลย



รองแม่ทัพจางหยูนั่งอยู่บนเก้าอี้เยื้องมือขวา ส่วนแม่ทัพนายกองอีกหลายต่อหลายชีวิตต่างกระจัดกระจายนั่งล้อมกระดานทราย ทุกคนแสดงสีหน้าคร่ำเครียดพอกัน ด้านเหลียงเฟิงหู่หนักกว่าใครจนกลายเป็นจุดเด่นสะดุดตา เบ้าตาเขาลึกโบ๋คล้ายคนอดหลับอดนอน ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกรอดๆ แลดูหงุดหงิดตลอดเวลา



นับแต่กุนซือถูกฝ่ายนั้นจับตัวไป ท่านก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ พักผ่อนบ้างเถิดขอรับ หากท่านแม่ทัพล้มไปอีกคน คราวนี้พวกเราคงได้ยกทัพกลับเมืองหลวงจริงๆ



จางหยูตกใจไม่น้อยที่พบว่ากุนซือคู่ปรับถูกข้าศึกจับตัวได้และพากลับเข้าเมืองชางเป่าไปด้วยกัน เขาเกรงว่ามันจะไม่รอด



เผลอๆ บัดนี้มันนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ดินแล้วกระมัง โอกาสที่จิ้นเหอจะรอดชีวิตนั้นแสนริบหรี่ ยอมรับว่าเขาใจหาย เขาปะหน้ามันอยู่หลัดๆ มารู้อีกทีจิ้นเหอก็หายไปจากสนามรบเสียแล้ว



เหลียงเฟิงหู่คลึงขมับคลายเครียด โทษตัวเองไม่หยุดหย่อน



น้องสาวของเขาหายไป



ทหารส่วนหนึ่งให้การหนักแน่นว่าทหารเสิ่นฉุดกุนซือจิ้นเหอในสภาพร่อแร่ติดมือไปด้วย เมื่อทราบข่าวเขาถึงกับล้มทั้งยืน นางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร องค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงจะละเว้นชีวิตนางหรือไม่ เขาคาดเดาสิ่งใดมิได้เลยสักเรื่องเดียว



ป่านนี้พวกมันต้องรู้ความลับสุดยอดของกุนซือจิ้นเหอแล้ว ยิ่งคิด หัวอกผู้เป็นพี่ก็ร้อนผ่าว หากเหลียงเสวี่ยเฟยบุบสลายแม้สักส่วนเดียว ต่อให้ต้องตายเขาก็จะหาทางปลิดชีพองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงเพื่อล้างแค้น เขาจะพาน้องกลับเมืองหลวงไปพร้อมกัน มิว่าจะพานางกลับไปทั้งเป็น หรือเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณก็ตาม



กองสนับสนุนด้านเสบียงอาหารมีข่าวด่วนจากเมืองหลวง แจ้งให้ข้ารับทราบไม่นานนี้



แม่ทัพหนุ่มพยายามขจัดความวิตกกังวล เขาคือเสาหลักของกองทัพ มิอาจล้มลงดังเช่นจางหยูกล่าวเตือน



แม้ใจจริงจะอยากบุกเมืองชางเป่าแล้วชิงตัวน้องสาวกลับมาเพียงใด เขาก็มิอาจทำได้ เขาทำได้เพียงภาวนาให้นางอยู่รอดปลอดภัย ร้องขอให้นางอดทน ให้เชื่อมั่นว่าเขาจะไปช่วยนางกลับออกมาจากขุมนรก



ท่านอี้อ๋องทรงรบชนะแม่ทัพจิ๋นไฉ่ของแคว้นเปียน อีกทั้งยังตัดหัวจิ๋นไฉ่โดยตั้งพระทัยจะถวายฝ่าบาท ยามนี้กองทัพของพระองค์กำลังเดินทางกลับสู่เมืองเซียนฉวี่ รับสั่งว่าครั้นแวะพักเหนื่อยที่เซียนฉวี่ได้สักระยะ ประสงค์จะมาชมศึกที่ชางเป่าในภายหลัง



เรื่องราวชวนปวดกบาลประเดประดัง เหลียงเฟิงหู่จินตนาการสภาพของตนหลังองค์ชายรองหานเหยียนอี้ทรงทราบว่าเหลียงเสวี่ยเฟยคือกุนซือ และถูกองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงจับตัวไปไม่ถูกเลย พระองค์ทรงเอ็นดูนางเป็นอันมาก ถึงขนาดรับสั่งต่อหน้าบิดาว่ายินดีจะแต่งตั้งนางขึ้นเป็นพระชายาเอกเลยทีเดียว



องค์ชายเจ้าสำราญ แต่เดิมมีโฉมงามรายล้อม ท้ายที่สุดก็ละทิ้งความเสเพล ออกรบทัพจับศึกเพื่อชาติบ้านเมือง จอมทัพผู้นี้คือขุนพลมือใหม่ที่สร้างกิตติศัพท์เกรียงไกร และเหลียงเสวี่ยเฟยคือหญิงงามในดวงใจของจอมทัพผู้นี้



ท่านอี้อ๋องทรงมอบความรักให้แก่น้องสาวของเขา ไม่เห็นหญิงนางใดอยู่ในสายตาเลย



ตายแน่ๆ...เขานี่แหละตายแน่ๆ



แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับท่านแม่ทัพ เสบียงมีมากก็จริงอยู่ แต่ว่าจำนวนทหารของเราน้อยกว่าทัพเสิ่นอย่างเห็นได้ชัด บางส่วนฮึกเหิม บางส่วนขวัญหนีดีฝ่อ หากออกตีโต้ข้าศึกเกรงว่าจะสูญกำลังเปล่า



ใครว่าข้าจะสั่งทหารออกรบตอนนี้กันเล่า



เหลียงเฟิงหู่ส่ายหัว เอาชนะด้วยกำลังไม่ได้ เขาก็จะเอาสติปัญญาเข้าแลกหมัดกับแม่ทัพใหญ่เสิ่นหยางหลง



กบดานซะ สร้างขวัญกำลังใจขึ้นมาใหม่ เมื่อนั้นเราจะกลับมาเข้มแข็งดังเดิม



เขาหมดสิทธิ์ที่จะแพ้ ศึกล้างตามีชีวิตของเหลียงเสวี่ยเฟยกับทหารใต้บังคับบัญชาเป็นเดิมพัน



ยิ่งไปกว่านั้นคือชะตากรรมของสกุลเหลียง เขาไม่สามารถคาดเดาปฏิกิริยาขององค์ชายรองหานเหยียนอี้ได้ พระองค์จะทรงกริ้วจนพาลเหยียบย่ำสกุลเหลียงหรือไม่ เขาก็มิอาจหยั่งรู้อนาคต



ทางเลือกที่ดีที่สุดคือชิงตัวเหลียงเสวี่ยเฟยกลับมา แต่หากนางแปดเปื้อน เขาก็พร้อมจะอ้าแขนรับน้องและดูแลนางอย่างดีเหมือนที่เคยทำเสมอมา จะไม่ปล่อยให้นางต้องโดดเดี่ยวหรือจมอยู่ในความเจ็บปวดเพียงลำพัง



ส่วนในเรื่องของการอภิเษกสมรสระหว่างนางกับองค์ชายรองหานเหยียนอี้ พระองค์จะยังคงต้องการนางอยู่อีกหรือไม่ ก็ค่อยว่ากันอีกที



ข้าใช้กลยุทธ์นี้ล่อข้าศึกมานักต่อนัก หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดไปจากแผนการของข้า และทุกสิ่งสำเร็จตามที่ข้าคาดการณ์ไว้ เราจะบุกเมืองชางเป่าทันที



...



อรุณรุ่งนำพาดวงอาทิตย์ลอยประดับฟากฟ้า สาดแสงอ่อนโยนชโลมสรรพสิ่งใต้หล้า แลดูเป็นเช้าสดใส เสียงร้องกระจิบของหมู่วิหคส่งสัญญาณบอกกล่าวถึงการเริ่มต้นใหม่



ฟูกเตียงขยับสวบสาบ ปลุกผู้บาดเจ็บซึ่งนอนหลับประหนึ่งซ้อมตายให้ปรือตาตื่นอย่างงัวเงีย ดวงตาสีเทาอ่อนหยีลงน้อยๆ เพื่อหลบแดด เหลียงเสวี่ยเฟยผงกศีรษะขึ้นเหนือหมอนหนุนใบใหญ่ ก่อนจะทิ้งหัวลงนอนนิ่งอีกครา ง่วงซึมและเมื่อยขบไปทั้งเนื้อทั้งตัว



นางผ่อนลมหายใจแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บางครั้งมันเบาลง...เบาลง เบาเกินไปจนคล้ายคนใกล้ขาดอากาศ ภาพเหตุการณ์สุดท้ายก่อนสติสัมปชัญญะจะหลุดลอยไหลเวียนเข้ามาทีละฉากสองฉาก อณูเนื้อบนเรือนร่างร้องระงม เจ็บปวด ร้าวราน ฉีกกระชากทุกสัดส่วนออกเป็นชิ้นๆ



เหลียงเสวี่ยเฟยฝืนความเหนื่อยล้าเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก หลับๆ ตื่นๆ อยู่นาน ปวดเศียรเวียนเกล้ารุนแรง นางต้องขบกรามกรอดข่มความปวดแปลบ พยายามจะขยับตัว พยายามจะพลิกนอนตะแคง แต่แรงตึงบริเวณช่วงบนทำให้เจ็บจนตาเหลือก ล้มเลิกความตั้งใจที่จะขยับเขยื้อนทันที



ที่ไหน...



แสงสว่างย้อนกลับ นางหรี่ตาลงด้วยสู้แสงไม่ไหว ตกอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น รับรู้วัตถุแปลกปลอมจ่อชิดริมฝีปาก ดุนดันกลีบปากให้เผยอรับน้ำ อันเนื่องจากคอแห้งแทบเป็นผุยผง นางจึงรับน้ำใจใครคนหนึ่งด้วยการยอมดื่มน้ำที่เขาป้อนให้



ดื่มอึกๆ ไม่ทันเลิกกระหายมันก็หกราดนางเละเทะ ไม่สิ ไม่ใช่หกเพราะอุบัติเหตุ เขาจงใจราดน้ำปลุกนางเลยต่างหาก!



ขี้เซา จอมขี้เกียจ



น้ำเสียงแข็งกระด้างไม่คุ้นหูเอาเสียเลย...ไม่ใช่เสียงพี่ใหญ่



ตะวันโด่งจนแดดแยงตายังไม่ยอมลุก ถ้าไฟไหม้ค่ายเจ้าคงวอดคนแรก



อารามตกใจน้ำไม่รักดีจึงทะลักเข้าปากเข้าจมูกอย่างรวดเร็ว นางไอโขลกๆ สำลักหน้าดำหน้าแดง กระเทือนถึงบาดแผล นั่นก็เจ็บ นี่ก็เจ็บ



นางวาดมือข้างหนึ่งสะเปะสะปะเพื่อควานหาผ้าห่ม แต่สิ่งที่นางจับอยู่เต็มไม้เต็มมือหาใช่ผ้าห่ม มันแข็งกระด้าง ร้อนระอุ กระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ ทว่าหนักหน่วง เหลียงเสวี่ยเฟยเบิกตาโพลง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง



กล้ามหน้าท้อง...มือของนางวางแนบลอนหน้าท้องแน่นขนัด ร้อนจัดดุจกองเพลิง



เจ้าของเรือนกายสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจ้องมองนางพลางขมวดคิ้วมุ่น ท่าทางไม่อยากให้นางจับก็มิใช่ อยากผลักไสนางออกก็มิเชิง ทั้งสองประสานสายตานิ่งนาน บรรยากาศระหว่างกันและกันทวีความเงียบงันระคนหวามไหว ในที่สุดนางก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ กรี๊ดหวิดสลบแล้วกลิ้งหลุนๆ ตกเตียงดังตุบ!



ซุ่มซ่าม สตรีประหลาด



เสิ่นหยางหลงวางเหยือกน้ำว่างเปล่าลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะสืบปลายเท้าเข้าประชิดเชลยสาวเพื่อตรวจสอบว่านางปลอดภัยดีหรือไม่ ร่างเพรียวสวยนอนหมอบตัวสั่นเทา มือกุมบาดแผลขณะกัดฟันข่มความเจ็บ นางไม่เงยหน้าขึ้นสบตา เขาก็ไม่บังคับ ทำเพียงทิ้งกายนั่งที่ฟูกนุ่มรอคอยนางหันกลับมา



ระวังแผลเจ้าฉีก โลดเต้นเป็นลิงกังไปได้ กุนซือไม่ค่อยสำรวมกิริยาเช่นนี้แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่คงหัวหมุนน่าดู



จบสิ้น...ชีวิตจบสิ้นแล้ว



เหลียงเสวี่ยเฟยเม้มปากกลั้นความตื่นตระหนก ค่อยๆ เอี้ยวกลับไปให้ความสนใจคู่สนทนา ในตอนนั้นหูตาของนางพลันสว่างวาบๆ แม่ทัพใหญ่เสิ่นหยางหลงเปลือยท่อนบน นั่งทำหน้าถมึงทึงอยู่บนเตียงกว้างแสนยับยู่ยี่ สิ่งที่ดึงดูดสายตานางมากที่สุดหนีไม่พ้นมัดกล้ามตึงแน่นของเขาอีกตามเคย



เสิ่นหยางหลงลักพาตัวนาง



ฉุดนางมาจากพี่ชาย!



นางครางเครือในลำคอ กลัวก็ใช่ กระดากอายก็ใช่เช่นกัน



ร่างกึ่งเปลือยนั่งอวดความกล้าแกร่งประสาชายฉกรรจ์อย่างไม่อนาทรร้อนใจ กางเกงเกาะเอวสอบหมิ่นเหม่ ปมเชือกนั้นน่าหวาดเสียวว่าจะหลุดตอนใดตอนหนึ่ง กายหยาบของเขาตึงเครียด มัดกล้ามล่ำสันสมชายชาตรีพรายเส้นเลือดบางตำแหน่ง เสมือนบ่งชี้สุขภาพร่างกายอันแข็งแรงทนทาน เมื่อเขาเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อแน่นๆ ก็ขยับและคลายอย่างเพลินตา



ตั้งสติ! ตั้งสติ!



จับหม่อมฉันมาก็ไม่เกิดประโยชน์ จริงอยู่ที่หม่อมฉันเป็นกุนซือ แต่เมื่อเนื้อดีอาจกลายเป็นเนื้อร้ายต่อกองทัพ แม่ทัพเหลียงก็พร้อมตัดทิ้ง ท่านใช้หม่อมฉันต่อรองกับเขาไม่ได้หรอกเพคะ



กุนซือสาวตวัดวงแขนกอดตนเอง อาภรณ์กรุยกรายแนบลู่เรือนร่าง เนื้อผ้าบางเบาเปิดเผยสรีระมากเสียจนนางหน้าร้อนผะผ่าว เสิ่นหยางหลงกึ่งเปลือย นางก็กึ่งเปลือย ผ้าปูเตียงยับย่นยังคงหลงเหลือไออุ่นของนางกับเขา เมื่อคืนนางเผลอกอดรัดฟัดเหวี่ยงเขาเหมือนที่เคยทำกับหมอนข้างหรือไม่ นางก็ไม่ทราบ ช่างน่าอดสูเกินไปแล้ว!



เจ้ามองแม่ทัพเหลียงได้เฉียบขาด กิริยาอาการคลับคล้ายมันเหมือนแกะกันมา เจ้ามิใช่น้องสาวกุนซือ เพราะเจ้าคือกุนซือ เช่นนั้นเจ้าก็เป็นน้องสาวของเหลียงเฟิงหู่



สติปัญญาชาญฉลาดของเขาโดดเด่น แววตาเรียบเฉย เพียงแค่ทอดสายตาเชือดเฉือนนิ่งๆ ก็เล่นเอาทุกคนเสียวสันหลังวาบ นางส่ายศีรษะปฏิเสธคอแทบหลุด



หม่อมฉันเป็นลูกโทน นอกจากพ่อแม่ หม่อมฉันก็ไร้ญาติขาดมิตร



ปากแข็งสมเป็นจิ้นเหอ สตรีแน่งน้อยนางนี้ไม่จนมุมยอมรับเสียที



กุนซือ...แววตาเจ้ากำลังฟ้องว่าเจ้าโกหกข้า



เสิ่นหยางหลงย่างสามขุมเข้าหาเชลยสาว รุกรานอย่างรวดเร็วทว่าเงียบเชียบ เหตุนี้เขาจึงสามารถสังหารศัตรูในมุมมืดได้ทุกวิถีทาง ลงมือเด็ดหัวพวกมันอย่างเงียบงัน กว่าพวกมันจะทันรู้สึกตัวชัยชนะก็ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์



บาดแผลจากคมศรเกาทัณฑ์ยึดสนิท ตึงคัด เสี่ยงต่อการปริแตก ร่างบอบบางถอยหนีไม่สำเร็จ เจ็บแล้วก็พานโกรธหน้าหงิก ทำไมเขาต้องหาเรื่องให้นางออกแรงด้วย!



ไม่นับรวมเรื่องที่เขาราดน้ำปลุกนางอีก ผู้ชายอะไรใจร้ายเหลือเกิน นางเชื่อพี่ชายแล้วว่าองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงคือจอมทัพผู้โหดเหี้ยม รูปงามและเหี้ยมมาก!



หม่อมฉันหนีไม่ทัน! ได้โปรดอย่าต้อนหม่อมฉันแบบนี้ ท่านใส่ผ้าใส่ผ่อนให้ครบเถิดเพคะ



เหลียงเสวี่ยเฟยยกมือเป็นปางห้าม ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่การขยับเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้นางหอบตัวสั่น เรี่ยวแรงหดหาย ใจห่อเหี่ยวครั้นเขาออกคำสั่งขึงขัง ไร้ซึ่งความเมตตาปรานี



ลุกขึ้น ข้าเล่นสนุกกับเจ้ามามากพอแล้วกุนซือ เวลาของเจ้ามีขีดจำกัด มันจะหมดลงในไม่ช้าถ้าเจ้ายังมัวแต่นอนขึ้นอืด



ว่าแล้วเขาก็เตะบั้นท้ายอวบอัดเบาๆ เชิงสั่งให้เร่งปฏิบัติตามรับสั่งเด็ดขาด นางอ้าปากเหวอ รับไม่ได้กับการกระทำจาบจ้วง ใต้หล้านี้หามีผู้ใดเคยเตะก้นนางไม่ เสิ่นหยางหลงเป็นคนแรกที่กล้ากลั่นแกล้งนางด้วยลูกเตะ พละกำลังของเขาก็มิใช่น้อยๆ เตะแรงกว่านี้อีกหน่อยนางปลิวอัดฝาเป็นแน่



ลุกขึ้นมา!”



โอย โหด...เขาโหดเกินคำบรรยาย



นางพยายามลุกขึ้นนั่งตามคำสั่งทว่าร่างกายไม่เอื้ออำนวย น้ำเสียงแหบห้าวเขย่าขวัญนางเสียจนสั่นตูมตาม เหลียงเสวี่ยเฟยพร่ำปลอบโยนตัวเองว่าไม่เป็นไร ทุกอย่างจะดีขึ้น ช่วยทนมือทนเท้าเขาให้สุดความสามารถ แต่กว่าจะถึงยามนั้น นางขอไสหัวมุดดินแล้วนอนนิ่งรอความตายดีกว่า



หม่อมฉันลุกไม่ขึ้น!”



เหลืออด! อดสู! เจ้ากุนซือตบฝ่ามือฟาดพื้นผลัวะๆ โดยจิตนาการว่ามันคือตัวแทนของท่านแม่ทัพ นางนอนตะแคงคุดคู้ งอตัวลดอาการเจ็บเสียด ดวงหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความเก้อกระดาก แม้เขาเตะนางจนกระดูกเลื่อนนางก็ไม่สนแล้ว นางลุกไม่ขึ้นจริงๆ เขาไม่เข้าใจสภาพคนบาดเจ็บหรือไง!



แววตาเสิ่นหยางหลงยากจะคาดเดาความรู้สึกนึกคิด มันวูบไหวชั่วครู่เดียว บังเกิดความพึงพอใจมากยิ่งขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่



ก้อนแป้งทีท่าไร้ทางสู้นอนหันหลังให้เขา อาภรณ์สีสันสดใสขับเน้นให้นางเปราะบางทบทวี นางบาดเจ็บปางตายและกำลังตกอยู่ในกำมือทหารฝ่ายศัตรู เจ้าก้อนแป้งกลับแสดงอาการกระฟัดกระเฟียดเยี่ยงเด็กเอาแต่ใจ ไม่หวาดกลัวหรือครั่นคร้ามเท่าที่ควร



ท่อนแขนแข็งแกร่งสอดประคองแผ่นหลัง ระมัดระวังที่จะไม่ทำให้นางต้องเจ็บตัว อึดใจต่อมาเขาก็ช้อนเรือนร่างนุ่มนิ่มขึ้นอุ้ม ตระกองกอดนางไว้ในอ้อมอกอุ่นๆ เหลียงเสวี่ยเฟยหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่คุ้นชินกับการแนบชิดเพศตรงข้ามถึงเพียงนี้ หากบิดาทราบเรื่องคอขาดบาดตายนี้เข้า นางจะทำอย่างไร...นางมิอาจบากหน้ากลับไปพบท่านเลยกระมัง



ก่อนอื่น นางจะมีโอกาสได้กลับออกไปจากแคว้นเสิ่นหรือไม่ แสงสว่างของคำตอบนั้นแสนริบหรี่



จังหวะการเต้นของหัวใจเพิ่มระดับความเร็วทีละเล็กละน้อย แก้มที่แดงอยู่แล้วซับสีระเรื่อชวนมอง



เพราะตกอยู่ในอ้อมกอดกันและกัน นางจึงได้ยินเสียงการเต้นของหัวใจตัวเองกับของเขา มันเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เต้นตุบๆ คล้ายต้องการกระเด็นออกมาเผชิญโลกที่แสนบิดเบี้ยว



ท่านจะพาหม่อมฉันไปไหนเพคะ ไม่ให้นอนต่อล่ะ



นางอาลัยอาวรณ์ฟูกนุ่มเด้ง เอ่ยถามอุบอิบแล้วก้มหน้างุด



นางอยากจะกอบโกยความสุขในการนอนให้มากที่สุด เมื่อหลับใหล นางก็ผ่อนคลาย ลืมเลือนความทุกข์ระทม ระหว่างที่เสิ่นหยางหลงยังเมตตานางอยู่นางก็ควรคว้าโอกาสนั้นไว้ ต่อจากนี้เขาอาจจับนางขังในซังเตแคบๆ ก็เป็นได้ เอาแน่เอานอนกับอนาคตได้เสียเมื่อไร



นอนทั้งคืน ยังไม่พอใจเจ้าอีกรึ



ขี้เซา...ก้อนแป้งจอมขี้เกียจ เขาจับนางนั่งบนตักอย่างอุกอาจ ทาบฝ่ามือหยาบกร้านที่ลาดสะโพกเนียนนุ่ม ฉุดรั้งนางหันหน้าเข้าหากัน เกิดนางดิ้น นางก็เจ็บ อาจไถลตกจากตักเขา เขาไม่ว่าอะไรหากนางจะดิ้นรนขัดขืน ไม่กลัวแผลฉีกก็ทำไปเสียเถิด ตามแต่นางสบายใจ



ข้าจะพาไปหาแมว จะเอาแมวหรือเตียง เลือก



นางไม่ได้ฝันไป นางกำลังทอดกายนั่งบนตักเขา



เหลียงเสวี่ยเฟยหน้าร้อนฉ่า สะโพกบดเบียดกับท่อนล่างแสนแข็งเขม็งซึ่งรองรับร่างกายของนางได้เหมาะเจาะ ลองสังเกตอย่างละเอียดก็เหลือพื้นที่ให้ขยับขยุกขยิกอีกเยอะแยะ แผงอกกว้างเสียดสีเรียวแขนกลมกลึง ความร้อนระเหยออกมาหลอมละลายนางช้าๆ ปราการหัวใจสั่นไหวรุนแรง



แมว...เอาแมวเพคะ



สีหน้าผู้บาดเจ็บสดชื่นทันตาเห็น สองมือกุมนิ่ง สงบเสงี่ยมน่าเลื่อมใส เขาแอบคาดหวังว่านางจะยอมเผยรอยยิ้มแรกให้เขาได้ชื่นชม แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางมองเขาตาแป๋ว เอียงคอน้อยๆ รอคอยจะพบเจอกับหนานไห แมวอ้วนลงพุงตัวนั้น!




ตัวเลือกมีแมวกับเตียง แต่ของแถมคือกล้ามของพรี่หลง น้องเอาไปป55555555

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

758 ความคิดเห็น

  1. #643 TyPPKfk (@TyPPKfk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:14
    รักเรื่องนี้
    พี่เหลียงรีบมาเส่
    #643
    1