พิรุณราตรี

ตอนที่ 20 : บทที่9 : ฉุดกุนซือ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62

บทที่ 9

ฉุดกุนซือ



คณะหมอหลวงซึ่งติดตามถวายการรับใช้องค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงตลอดการศึกที่เมืองชางเป่า ก้มลงหมอบคำนับก่อนจะล่าถอยออกจากฐานบัญชาการ พระวรกายของหลงอ๋องแข็งแรงเสมอ บาดแผลภายนอกค่อยๆ สมานกลับคืน หัวไหล่ซ้ายกลับเข้าเบ้ากระดูกเป็นที่เรียบร้อย ระหว่างนี้เขาต้องงดใช้งานแขนข้างซ้าย หลีกเลี่ยงการสร้างแรงกระทบกระเทือนให้มากที่สุด



ความเป็นไปได้ที่จะหลีกเลี่ยงแสนริบหรี่ ศึกสงครามยังไม่จบสิ้น



แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่อยู่ในช่วงกบดานเพื่อตระเตรียมความพร้อม แต่พิษสงของบุรุษชาวหานผู้นี้มีอยู่รอบด้าน ผนวกกับพวกชายชุดดำที่พุ่งเป้าจู่โจมเขาอย่างอุกอาจ ไม่มีแม้กระทั่งความยำเกรงเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูง เขาจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ เรื่องราววุ่นวายทั้งหมดมีส่วนทำให้แม่ทัพเสิ่นเดือดดาล ต่อต้านการหลับใหลและมัวแต่เดินว่อนไปว่อนมา



รอยขีดข่วนจากน้ำมือแมวแสบจี๊ด



ความเป็นชายปวดตุบรุนแรง ร้อนวาบไปทั่วกายจนอยากระบายอารมณ์ฉุนเฉียวด้วยการบุกถล่มกองทัพหาน จุดไฟเผาค่ายของมันให้วอดวายแล้วออกตามหาสตรีประหลาดนางนั้น เขาจะลากคอนางมารับโทษทัณฑ์ ขยำขยี้แก้มนางให้เละคามือ จากนั้นก็หิ้วนางกลับเมืองในฐานะเชลยศึก พานางมาผจญความโหดร้ายพร้อมสอนนางให้รู้ซึ้งถึงรสชาติของความอัปยศ



เขาอยากกลั่นแกล้ง อยากเห็นนางดิ้นเร่าๆ ตวัดมองค้อนแล้วขู่จะเอาข้าวของทำร้ายร่างกายเขา เด็กปากกล้าอย่างนางต้องสบถด่าว่า พวกลูกเป็ดอีกครั้งแน่นอน



ชั่วขณะที่นางกางปีกปกป้องเจ้าหนานไห เขามองว่านางเข้มแข็ง ดื้อรันและแสนจะท้าทาย สวนทางกับตอนที่นางแบมือขอแมวคืนจากเขา เมื่อนั้นนางดูอ่อนหวาน บอบบางน่าถนอม สัมผัสของฝ่ามือนุ่มนวล น้ำเสียงแหบพร่าทว่าคงความใส เสิ่นหยางหลงจินตนาการภาพของนางยามสวมชุดสีสันสดใสที่สตรีพึงชมชอบ มันต้องเข้ากับนาง และนางจะเป็นผู้ขับเน้นเสื้อผ้าเหล่านั้นให้มีชีวิตชีวามากขึ้นหลายเท่า



งามล่มเมือง ทว่าฟาดงูดับ



ร่างสูงใหญ่ยกมือขวาคลึงสันจมูกโด่ง รู้สึกปวดแผลแปลบปลาบ ยิ่งนึกถึงตอนที่นางตั้งอกตั้งใจจ้องมองเขาเปลื้องผ้า ความร้อนรุ่มก็ไหลบ่ามากองรวมอยู่ที่ลอนหน้าท้องกำยำ เขาแค่หลอกถามนางว่าชอบกล้ามของเขาหรือไม่ สตรีประหลาดดันตอบว่าชอบ!



นางเถรตรง เขาตกเป็นฝ่ายหน้าม้าน เก้อกระดาก ฮึกเหิมพร้อมบ้าดีเดือดจนเกือบกระตุกมือเล็กๆ แสนนุ่มนิ่มมาแตะกล้ามอก สาบานต่อหน้าฟ้าดิน...เขาไม่เคยรู้สึกภาคภูมิใจในสรีระของตนมากเท่านี้มาก่อน กระทั่งได้พบกับนาง สาวน้อยชาวหานผู้ห้าวประหนึ่งเสือแม่ลูกอ่อน



นางทำให้เขาหลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนที่ไม่เคยพบพาน ที่ซึ่งละเมียดละไม ร้อนระอุ ที่นั่นน่าอยู่ขึ้นเป็นกองเพราะมีเด็กแก้มป่องเยี่ยงนางนั่งไขว่ห้างรอคอย



แปลกประหลาด...แปลกประหลาดจริงๆ ความแตกต่างสุดขั้วของนางกระแทกตาเขาอย่างจัง



รูปร่างหน้าตาว่าต่างแล้ว อุปนิสัยอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างยิ่งกว่า



นางลึกลับ น่าค้นหา มีเสน่ห์ดึงดูดใจล้นเหลือ ขอแค่นางมอบรอยยิ้มให้เขาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แม้จะห่างไกลสุดหล้าฟ้าเขียวเขาก็จะตามไปกระชากนางกลับคืนมา บังคับให้นางต้องอยู่ จะหางูมาให้นางฟาดเล่นยังได้



ย่ำรุ่งของวันถัดมา เสิ่นหยางหลงนอนหลับไม่เต็มตาจึงลุกจากเตียงก่อนไก่โห่ ควบม้าออกลาดตระเวนรอบๆ กำแพงเมืองพร้อมกับกลุ่มทหารอีกสามนาย จินหมิงแลเห็นหัวไหล่ข้างที่บาดเจ็บรู้สึกเสียวแปลบแทน พวกเขาตรวจสอบสภาพศพพวกมือสังหารอย่างถี่ถ้วน เมื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดเพียงพอแล้วก็ปล่อยซากปราศจากลมหายใจของพวกมันไว้บนเขาไท่ ไม่หามกลับเข้าประตูเมืองให้กลายเป็นขยะเน่าเฟะ



ฝูงนักล่าจะทำหน้าที่รุมกัดกินศพพวกมัน สัตว์ป่าน้อยใหญ่แวะเวียนสับเปลี่ยนกันมาย่ำยีร่างไร้วิญญาณ จนในที่สุดก็หลงเหลืออยู่แค่โครงกระดูก คือหลักฐานชิ้นเดียวที่ยืนยันว่าเคยเป็นมนุษย์มาก่อน



ทูลท่านแม่ทัพ กระหม่อมรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญได้เพียงเท่านี้พ่ะย่ะค่ะ



จินหมิงปูผ้าปอนๆ ลงกลางดิน จัดวางข้าวของไม่กี่ชนิดโดยกระจายอย่างเป็นระเบียบ เสิ่นหยางหลงไล่สายตาช้าๆ ทว่าทั่วถึง หยิบกริชคมกริบพลิกไปมา วัสดุของใบมีดคดโค้งทำจากแร่โลหะ มันเป็นแร่ที่หายาก ราคาสูง แต่หากอยู่ในถิ่นกำเนิดจะหาได้ง่าย ราคาย่อมเยา ชาวบ้านทั่วไปสามารถหยิบจับหรือซื้อขายอย่างอิสระ



นอกเหนือจากอาวุธกับจำนวนเงินอีกเล็กน้อย กระหม่อมก็พบตลับนี้อยู่กับศพ พวกมันสี่ห้าคนพกติดตัว ส่วนคนอื่นไม่มี หากมิใช่กลอุบาย คงเป็นเพราะเหตุจำเป็นบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ



ภายในตลับกลมแบนบรรจุผงสีน้ำตาลบดหยาบ กลิ่นหอมฟุ้งลอยเตะจมูก เพราะรู้ว่ามันเป็นแค่ผงบดหยาบธรรมดา เสิ่นหยางหลงจึงแตะปลายนิ้วเกลี่ยวนเพื่อทดสอบความมั่นใจ กลิ่นหอมหวนนั้นไม่สร่างซา หอมตราตรึงราวกับว่ากลิ่นนี้จะคงทนไปอีกพันปี



ผงไม้กฤษณา



ไม้กฤษณามีค่าดั่งทองคำ บรรดาชนชั้นสูงหรือขุนนางที่มีฐานะมั่งคั่งจะนำน้ำมันของไม้กฤษณามาทำเครื่องหอม เนื้อไม้มีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุในกาย ไม้มงคลพรรณนี้จึงจำกัดให้พวกมหาเศรษฐีเป็นส่วนใหญ่ น้อยครั้งชาวบ้านตาดำๆ จะสามารถแตะต้อง



ไม้กฤษณาเป็นไม้ที่มีคุณค่าสูง เนื้อหอมจำเริญใจ เขาสะบัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี ฝุ่นผงแหลกละเอียดร่วงกราวเกลื่อนพื้น กลิ่นหอมจัดกลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึก ผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงลอยอ้อยอิ่ง



อีกไม่นานศพของพวกมือสังหารจะขึ้นอืด ฝูงแมลงปั่นป่วน กลิ่นไม้กฤษณาจางหาย ส่งผลให้พื้นที่แถบนี้ตกอยู่ในความมืดบอด สัญชาตญาณดิบของเดรัจฉานพุ่งเข้าครอบงำ เขาจึงกำชับให้ทหารเลี่ยงใช้เส้นทางละแวกนี้ตลอดสุดแนวป่า รอคอยจนกว่าธรรมชาติจะเป็นผู้กลืนกินพวกมันทั้งหมด



ร่างสูงใหญ่จูงม้าเหงื่อโลหิตเดินสำรวจมายังตำแหน่งที่พบกับนางเป็นครั้งแรก แสงตะวันลอดผ่านแมกไม้ หยาดน้ำค้างส่องประกายระยิบระยับ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบกล่อมให้เขาคลายความตึงเครียด เขาอยากเห็นนางยืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์ดังเช่นวานก่อน นางหาได้โดดเด่นไปกว่าดวงตะวัน ทว่านางเจิดจรัสเคียงคู่ดวงตะวัน เหมาะสม ลงตัวราวกับว่านางกับมันถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน



ความสงสัยใคร่รู้ก่อตะกอนขุ่นคลั่ก นางจะอยู่อย่างไร



ต่อจากนี้นางจะใช้ชีวิตในค่ายทหารท่ามกลางหมู่ชายฉกรรจ์ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เขามั่นใจว่านางต้องหวาดระแวง กลัวความลับรั่วไหลออกจากปากเขา นายทหารทัพเสิ่นที่ถูกนางเอ็ดแสกหน้าว่าเจ้าลูกเป็ด ร้องเพลงก๊าบๆ เจื้อยแจ้ว นอกจากเขาแล้วนางเคยใช้คำนี้สบประมาทผู้ใดบ้าง เขาอยากรู้ไม่น้อย



เขาไม่สนใจจะแพร่งพรายความลับของนาง ไม่ชมชอบการรังแกสตรีตัวเล็กๆ



แต่หากว่าสตรีผู้นั้นคือนาง เขากลับต้องการตระบัดสัตย์ อยากแกล้งพร้อมรังแก มิอาจลืมภาพนางฟาดงูรวมถึงภาพต่างๆ นานาที่นางอุตส่าห์ยอมเผยให้เขารับชม  แค่หาโอกาสฉุดทหารหน่วยคุ้มกันเสบียงสักหนึ่งนายติดมือกลับมาด้วย คงไม่ลำบากลากเลือดเกินไปกระมัง



จะเอานางมาทำไม มิสู้ปล่อยนางลำบากตากตรำอยู่ในค่ายหานเหมือนเดิม



คำถามร้ายกาจผุดขึ้นกลางหัว ทำให้เขาหน้าแดงก่ำด้วยความหงุดหงิด จัดการตะเพิดคำถามน่าตายเหล่านั้นกระเด็นเข้าป่า ไม่เหลือกะจิตกะใจจะวิเคราะห์ที่มาของความต้องการทื่อๆ ในยามนี้ เขาก็แค่อยากได้นางมาบีบแก้ม อยากได้นางมากลั่นแกล้งให้สมกับการที่นางปฏิเสธเขาอย่างเจ็บแสบ เท่านี้ก็พอจะยกเป็นเหตุผลที่น่าเชื่อถือได้แล้ว



แต่จะหาทางประชิดตัวนางได้อย่างไร นี่สิปัญหาใหญ่



เสิ่นหยางหลงชูมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลขีดข่วนขึ้นเพ่งมอง ดวงตาสีนิลทอแสงเข้ม คราแรกที่นางเข้าหาเขาก็เป็นเพราะแมว แล้วรอบสองเล่า มันจะต้องเกิดขึ้นเพราะแมวอีกเช่นกัน



เมื่อศึกคราหน้ามีช่องว่างมากพอที่จะทำให้เขาเหลือเวลาไล่ล่าเจ้าหนานไหหรือตัวนางเอง เขาจะฉุดทั้งคนทั้งแมวกลับค่ายเสิ่น นางจะได้ไม่เหงา ปล่อยนางเล่นกับแมวไปพลางจนกว่าเขาจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะเหนือเหลียงเฟิงหู่



ไอ้กุนซือจิ้นเหอต้องช้ำใจตาย เขาจะทิ้งขนแมวไว้ให้มันดูต่างหน้า แมวหาย น้องก็หาย เผลอๆ มันอาจตรอมใจตายคาสนามรบ



กาลเวลาหมุนผ่านไปสามวัน แม่ทัพใหญ่เสิ่นหยางหลงกลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างกระฉับกระเฉง หัวไหล่ซ้ายขัดๆ บ้างเป็นบางจังหวะ ฝีมือง้าวน่าสะพรึงกลัวเฉกเช่นเคย หมอหลวงพยายามทัดทานจนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดก็ถึงกับลมจับหงายหลังล้มตึง หัวคงฟาดพื้นหากไม่ได้คนสนิทพุ่งเข้ามารับร่าง



ผู้อาวุโสฝืนลุกไปถลาเกาะขอบกำแพงเมือง กู่ตะโกนอ้อนวอนให้ทรงยกเลิกการเดินทัพในวันนี้ดังสนั่นสุดเสียง เสียงของหมอหลวงผู้ภักดีดังแว่วตามกระแสลม เขาได้ยินชัด และไม่หยุดกรีธาทัพแต่อย่างใด



เขาจำเป็นต้องชิงความได้เปรียบภายในวันสองวันนี้ หาไม่แล้ว โอกาสจะพลิกสถานการณ์เพื่อผงาดเชิดธงทัพเสิ่นเหนือศีรษะทหารแคว้นหาน ก็นับว่าน้อยนิดจนน่าตกใจ



ใกล้จะผ่านพ้นฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศส่อเค้าความหนาวเย็น กลางวันสั้นลง กลางคืนยาวขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนให้พืชเตรียมพร้อมรับสภาพอากาศอันเลวร้าย เมื่อฤดูหนาวมาเยือน เมื่อนั้นเมืองหน้าด่านแห่งนี้จะกลายเป็นขุมนรก จมอยู่ใต้กองหิมะ มองไปทางไหนล้วนเห็นแต่พื้นที่เวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา กลิ่นความตายทวีความคลุ้มคลั่ง



ในช่วงเวลาเดียวกัน กองสนับสนุนด้านเสบียงอาหารจากเมืองเซียนฉวี่เดินทางใกล้เข้ามาในระยะสี่สิบลี้ เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังกึกก้อง ขวัญกำลังใจที่ถูกพัดหายวิ่งกลับสู่กายหยาบ เหลียงเฟิงหู่ที่กลัดกลุ้มมานานตัวเบาหวิว โล่งอกไปอีกเปาะ จากนั้นจึงส่งรองแม่ทัพกับทหารอีกจำนวนหนึ่งไปต้อนรับ คอยคุ้มกันความปลอดภัยทุกย่างก้าว



หายกังวลได้แล้วนะเจ้าคะพี่ใหญ่ หลังเสบียงมาถึงมือพวกเรา ทหารจะไม่อดอยากอีกต่อไป น้องรองจะได้กินส้มอย่างสบายใจสักที เนอะ



ร่างบอบบางกอดคอพี่ชายจากทางด้านหลัง อ้อนขอกินส้มด้วยการกอดหมับพลางโยกยักษ์ใหญ่เอียงซ้ายเอียงขวา แม่ทัพเหลียงนั่งปอกส้มให้น้องกินจนเหนื่อยจะปอก เจ้าตัวแสบเคี้ยวส้มตุ้ยๆ แก้มป่องพองออกเพราะมีเนื้อส้มประจุอยู่เต็ม กินจนแก้มจะแตก ฟาดเรียบไม่มีเหลือ



เขาไม่เบื่อที่ได้ดูแลน้อง ชอบที่นางน่ารักเสมอต้นเสมอปลาย แม้นางโตจนสุนัขเลียก้นไม่ถึงแล้วก็เถอะ



อืม เสบียงมาถึงแล้วอะไรๆ คงเข้าที่เข้าทาง ส่วนเจ้าก็รีบกินรีบเสร็จ ปิดหน้าปิดตาให้มิดชิด อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่จะขึ้นไปคุมแนวหน้า



ข้าอิ่มแล้ว ขอบคุณพี่ใหญ่เจ้าค่ะ



นางยิ้มระรื่น สวมคราบกุนซือจิ้นเหอผู้ชาญศึกกลับคืน อึดใจถัดมาเหลียงเฟิงหู่ก็จับอาวุธนำทัพออกนอกค่าย หลังได้รับรายงานจากหน่วยสอดแนมว่าองค์ชายใหญ่เสิ่นหยางหลงกำลังเคลื่อนไหว เป็นการบุกทันทีทันใด ไม่ให้สุ้มให้เสียง แลดูมุทะลุและดุดันเอาการ หน้าที่ของนางมีแค่ให้คำปรึกษา นั่งรอเงียบๆ อยู่ภายในกระโจมแม่ทัพ



มีบางสิ่งแปลกไป



เดี๋ยวเถอะหนานไห อย่าเดินเล่นบนกระดานทรายสิ ตัวหมากล้มระเนระนาดหมดแล้วเจ้าอ้วน



เหลียงเสวี่ยเฟยอุ้มแมวลงจากกระดานจำลอง อุ้งเท้าหนานไหเปื้อนเม็ดทรายซ้ำยังเดินชนตัวหมากล้มกลิ้งหลุนๆ นางถือโอกาสจัดแจงมันกลับสภาพเดิม หย่อนสะโพกนั่งเก้าอี้ขณะไล่สายตาทั่วอาณาเขตของทัพหานซึ่งพี่ชายของนางจับจองไว้ มีขุนเขาโอบล้อม ใกล้ริมน้ำ สะดวกสบายแต่ก็สุ่มเสี่ยง



เมื่อไรศึกที่ชางเป่าจะจบลง



นางอยากกลับบ้าน คิดถึงบิดามารดา...คิดถึงน้องเล็ก



นางเขี่ยปลายนิ้วกับขอบกระดานยุทธศาสตร์อย่างหงอยๆ ห้อยศีรษะลงนอนซบหลังมือทั้งสองข้าง วาดฝันถึงวันที่ได้กลับบ้านพร้อมพี่ใหญ่



ความฝันแสนหวานขับกล่อมให้เด็กขี้เซาผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานสักเพียงใด นางจมอยู่ในห้วงภวังค์ หลับอุตุก่อนจะสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าห้อตะบึง คลับคล้ายคลับคลาว่าแผ่นดินสั่นคลอนหนักหน่วง หนานไหทำหูตั้งตรง วิ่งวุ่นอยู่ไม่สุข



หนานไห เจ้าเป็นอะไรไป มาหาข้าเร็ว



มันกระโดดเกาะอกนาง กางกรงเล็บขยุ้มเต็มที่ กุนซือสาวลูบแนวสันหลังนุ่มๆ เพื่อปลุกปลอบ ปากทางเข้าออกกระโจมแม่ทัพปรากฏเงาร่างของมนุษย์คนแล้วคนเล่า ความวุ่นวายก่อตัวราวกับพายุ สถานการณ์สาหัสยิ่งกว่าทุกครั้งที่เคยผ่านมา ไหนจะกองสนับสนุนด้านเสบียงอาหารจากเมืองหลวงอีกเล่า!



เมื่อกองสนับสนุนถูกทำลาย ทัพหานก็ถึงคราวล่มสลาย



แปรขบวนทัพ! ล้อมค่ายพวกมันแล้วบุก!!”



เสิ่นหยางหลงโจมตีศูนย์บัญชาการรบของกองทัพหานอย่างฉับพลัน ลงมือรวดเร็วและเด็ดขาด ทหารเสิ่นแปรขบวนทัพเข้ากระหนาบทางทิศตะวันออกกับทิศเหนือ บุกทะลวงแนวหน้าแล้วฝ่าด่านมากมายจนเกือบถึงประตูค่าย



ด้านรองแม่ทัพหูเกอฆ่านายกองตายไปแล้วหนึ่งคน เขาตัดสินใจโยนอีกศึกให้จินหมิงจัดการ ก่อนจะแหวกการเดินทัพตรงเข้าขัดขวางเหลียงเฟิงหู่ เปิดทางให้ทัพหลวงซึ่งนำโดยองค์ชายใหญ่บุกตะลุยค่ายบัญชาการของฝ่ายตรงข้ามเต็มอัตราศึก จินหมิงกับหูเกอรู้ทั้งรู้ว่าเป็นตายเท่ากัน แต่พวกเขาไม่สนใจ



ทหารหานอ่อนกำลังเป็นทุนเดิมเพราะขาดแคลนเสบียง กำลังขับเคลื่อนถดถอย ตั้งรับข้าศึกไม่ทันการ



ด้วยความที่นั่งๆ นอนๆ อยู่เสียนานเพื่อเฝ้าค่ายในช่วงที่แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่กบดานเงียบ พวกเขาจึงบังเกิดความเคยตัว มิหนำซ้ำจำนวนทหารยังเท่าเทียมกับทัพเสิ่น จากที่เคยลำพองก็นึกหวาดหวั่น ถูกชื่อเสียงเกรียงไกรของแม่ทัพเสิ่นหยางหลงข่มขวัญ เสียงตะคอกท้ารบดังสนั่นฟ้าตลอดเวลา



พังประตูค่าย! ชัยชนะของพวกเราใกล้แค่เอื้อม! บุกเข้าไป!!”



ชายหนุ่มจุดไฟสุมรากกำแพงค่าย ยกโล่ขึ้นกำบังห่าเกาทัณฑ์ที่กระหน่ำยิงลงมาเป็นระยะ ประตูค่ายสั่นสะเทือนยามถูกท่อนซุงพร้อมลูกตุ้มเหล็กขนาดมหึมาพุ่งชนเป็นจังหวะหนักแน่น พลเกาทัณฑ์กับพลธนูของฝ่ายเขาโต้ตอบกลับคืนอย่างดุเดือด ทหารราบมุ่งทำลายประตู ส่วนรองแม่ทัพสู้ตายถวายชีวิต ทุกคนค้นพบว่าตนไม่สามารถถอยหลังกลับได้อีกต่อไปแล้ว



เคลื่อนทัพไปทางทิศใต้! รีบไปสมทบกับรองแม่ทัพจาง!”



ในท้ายที่สุด ช่วงเวลาที่นางกริ่งเกรงไม่น้อยไปกว่าตอนใดก็มาถึง ประตูค่ายพังทลาย ทหารเสิ่นโถมทะลักเข้าฟาดฟันราวกับน้ำป่าไหลหลาก ทัพที่จวนจะเคลื่อนไปทางทิศใต้พลันหยุดชะงัก



นางเปลี่ยนแผนกะทันหัน ขุดกุลยุทธ์ทั้งหมดในหัวถ่ายทอดออกเป็นคำสั่ง ทหารหานจำนวนเพียงหยิบมือเลือกที่จะตะลุมบอนแทนการหลบหลีกเพื่อตั้งหลัก หากถอยก็ยังพอมีโอกาสรอด หากสู้ก็ยังพอมีโอกาสตาย ใคร่ครวญแล้วทุกคนล้วนอยากเลือกประการแรก ทว่าก้นบึ้งของจิตใจและกฎกองทัพบีบให้ต้องเลือกอย่างหลัง



หนีทัพ ต้องโทษประหารสถานเดียว



นางเป็นห่วงพี่ใหญ่ เขารับศึกหนักอยู่นอกค่าย ที่ซึ่งอันตรายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าในค่าย วูบหนึ่งนางเผลอคิดว่าชายชาวแคว้นเสิ่นที่ตั้งใจฉุดคร่านางไปเป็นเฉลยนั้นปะปนอยู่ในหมู่ทหารนับพันนับหมื่น ง้าวพิฆาตของเขาต้องชโลมโลหิตเยี่ยงคนกระหายเลือด บั่นคอทหารฝ่ายนางคนแล้วคนเล่า



ซึ่งนางแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ใจว่าเขาจะออกตามกุดหัวกุนซือจิ้นเหอในไม่ช้านี้




สีหน้าหนานไหหลังรู้ว่าพี่หลงจะฉุดแม่ ตบกับเพ่มั้ยเจ้าหลง!//กางเล็บ

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

748 ความคิดเห็น

  1. #703 The Lost Dream (@praew0009) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 18:33
    จองหอง!!!!!!! ว้อยยยยเจ้าเหมียวววว
    #703
    1
  2. #581 Zhinsha (@Zhinsha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 23:22
    อดใจรอไม่ไหว บุกไปฉุดถึงในค่าย นายแน่มากกเสิ่น
    #581
    1