พิรุณราตรี

ตอนที่ 2 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 947 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62

บทนำ



ดวงตะวันยามเย็นย่ำย้อมพื้นกร้านกระด้างเป็นสีจัดจ้านทุกหย่อมหญ้า อาชาศึกรูปร่างถึกทนย่ำกีบเท้าไปมาก่อเกิดฝุ่นฟุ้งตลบ ทั่วบริเวณลานกว้างถูกจับจองโดยเหล่าทหารซึ่งตีกำลังกระจัดกระจายทว่าเป็นระเบียบ ต่างฝ่ายต่างส่งเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่ ง่วนกับการตระเตรียมความพร้อมเพื่อออกรบในวันมะรืนจนมือเป็นระวิง



ท่ามกลางละอองนุ่มนวล หย่งเซิง เมืองหลวงแห่งแคว้นเสิ่นสงบนิ่งใต้หล้า นั่นก็เพียงภาพลวงตา เพราะความจริงแล้วแคว้นเสิ่นจวนจะถึงเวลาเผชิญหน้ากับแคว้นหานที่เมืองชางเป่าในไม่ช้านี้



แคว้นหานมิใช่ศัตรูคู่อาฆาตที่แค้นเคืองกันมาหลายปีเช่นแคว้นเปียน อ๋องผู้ครองแผ่นดินหานพระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ได้เพียงแค่สามปี ซึ่งในระหว่างสามปีนี้หานเจิ้นหมิงก็จัดการก่อศึกนับครั้งไม่ถ้วน น่าตื่นตกใจไม่น้อยเมื่อจู่ๆ แคว้นที่อ่อนด้อยด้านการรบทัพจับศึกจะสามารถสร้างผลงานชิ้นเอกทัดเทียมแคว้นข้างเคียง



เสิ่นหยางหลงขยับตัวหมากประจำตำแหน่งยุทธศาสตร์บนกระดานทราย เสียงฝีเท้าด้านนอกดังอึกทึก รับรู้ได้ไม่ยากว่าแผ่นดินกำลังกระเทือนหนักหน่วง เขาที่ชมชอบความเงียบสงบลอบถอนหายใจ คาดว่าเจ้าของเสียงฝีเท้าน่าตายพวกนั้นย่อมหนีไม่พ้นเหล่าขุนนาง ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นราวกับพายุ แต่เขาพยายามสงบสติอารมณ์ คิดค้นวิธีควบคุมมันด้วยตนเอง



นับจากหานเจิ้นหมิงขึ้นครองบัลลังก์ ชื่อเสียงด้านความเข้มแข็งของกองกำลังทหารกับการขยายดินแดนก็โด่งดังไปทั่ว หมิงอ๋องเมื่อครั้งที่อยู่ในตำแหน่งองค์ชายคือแม่ทัพใหญ่ แต่เพราะพระบิดาไม่กระตือรือร้นในเรื่องของทำศึกสงคราม แคว้นหานเลยไม่ค่อยมีบทบาทในศึกใหญ่ๆ สักเท่าไร



ชายหนุ่มเล่าที่มาที่ไปของหานเจิ้นหมิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาคมกล้าไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม



กองทัพหานยังไม่ทันข้ามชายแดนได้ ชาวเมืองชางเป่ากำลังช่วยกันต้านไว้ ข้าจะนำทัพไปรับศึกก่อนที่จะเสียเมืองให้พวกมัน



ยกหน้าที่นั้นให้ข้าไม่ดีกว่าหรือพี่ใหญ่ ใคร่ควรดูแล้วจอมทัพเช่นท่านไม่เห็นต้องมาสนใจศึกยิบย่อย



เสิ่นหยางเฉินเอ่ยถามพี่ชายนิ่งๆ จะประณามว่าเขากระหายสงครามเหมือนหานเจิ้นหมิงก็ฟังดูร้ายแรงไปมากทีเดียว เขารู้แค่ว่าเขามีหน้าที่ต้องรบตามพระบัญชาของเสด็จพ่อ ซึมซับประสบการณ์ดุเดือดในสมรภูมิเลือดมาตั้งแต่วัยเพียงสิบห้าชันษา เมื่อครั้งแรกที่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในสนามรบ เขามองว่าตัวเองคงไปไม่รอดในเส้นทางนี้ เขาไม่ได้เก่งกาจด้านการทหารและเฉลียวฉลาดเทียบเท่าพี่ใหญ่ แต่เผลอเพียงกะพริบตาเขาก็กลายเป็นแม่ทัพ ออกศึกไม่เว้นแต่ละปีจนลืมไปแล้วว่าเคยเข็ดขยาดหน้าที่นี้



เท่าที่ข้าได้ยินมา...แคว้นหานไม่สันทัดด้านการทำศึก เหล่าแม่ทัพนายกองก็ดูไม่โดดเด่น อาจมีเพียงหานเจิ้นหมิงที่เก่งที่สุด อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เป็นผู้นำทัพซะด้วย ถึงพี่ใหญ่ไปก็เสียเที่ยวไม่เจอหานเจิ้นหมิงอยู่ดี ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดพี่ใหญ่จึงลงทุนคุมทัพด้วยตนเอง



ภาพพี่ชายคนโตขมวดหัวคิ้วคมเข้มน้อยๆ สะท้อนวาบในแววตาของเสิ่นหยางเจี้ยน เขาเพิ่งกลับจากชายแดนฝั่งทิศเหนือได้ห้าวันหลังกองทัพเปียนถอยร่น พวกมันยกกำลังพลกลับบ้านเมืองไปเสมือนยินยอมปราชัยในท้ายที่สุด เขาวางแผนจะพักผ่อนร่วมกับครอบครัวเพื่อชดเชยช่วงเวลาลำบากตรากตรำในสนามรบเสียนาน กระนั้นพี่ใหญ่ก็ยังมีงานหนักต้องสะสาง



ข้าไม่ได้อยากไปเพราะต้องการเจอหน้าหานเจิ้นหมิง แต่ข้าต้องการไปเพราะกองทัพของเราเสียเปรียบมาแล้วหลายครั้ง



เสิ่นหยางหลงทิ้งสะโพกสอบนั่งพิงขอบโต๊ะตัวยาว ปลายนิ้วสากกระด้างแตะผิวสัมผัสแห้งกร้านของลายเส้นยุ่งเหยิง กวาดนัยน์ตาเรียบเฉยแฝงความดุดันตามอุปนิสัยพื้นฐานพิจารณาฝ่ายปรปักษ์ผ่านกระดานทรายอย่างละเอียด



ชัยภูมิบริเวณเมืองหน้าด่านรกทึบ เทือกเขาสลับซับซ้อน เป็นการลำบากสำหรับทหารทั้งสองแคว้น ข้าประเมินแคว้นหานต่ำไป เบื้องหลังความแข็งแกร่งมิได้มีเพียงแม่ทัพ แต่แคว้นหานมีกุนซือเจนสนามคอยสนับสนุนด้วย ข้าสงสัยว่ามันอาจเป็นชาวเสิ่น เพราะดูท่ามันคงรู้จักเมืองชางเป่าดี แม่ทัพที่นั่นถึงได้โค่นยังไงก็โค่นไม่ลง



กุนซือ?”



เสิ่นหยางเฉินทวนคำซ้ำคล้ายงงงวย



อย่าบอกข้าว่าพี่ใหญ่หวังนำทัพด้วยตัวเองเพื่อไปดูหน้าเจ้ากุนซือหัวหมอนั่น



คำถามนั้นทำให้เขานิ่งเงียบอึดใจใหญ่ สร้างความปั่นป่วนจนสมาชิกวงสนทนารู้สึกถึงห้องหับกว้างขวางคับแคบลงถนัดตา



เสิ่นหยางเฉินกับเสิ่นหยางเจี้ยนมองหน้ากัน สื่อสารผ่านจิตว่าใช่แน่ๆ



เสิ่นหยางหลงตระหนักดีว่าการทำศึกสงครามไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสีย ไพร่พลพร้อมเสบียงแผ่นดินหลุดลอยได้ทุกเมื่อ หากปล่อยแคว้นหานยืดเยื้อควันคุกรุ่นต่อไป การรบราฆ่าฟันจะไม่มีวันจบสิ้น มิหนำซ้ำยังเป็นเนื้อร้ายที่คอยกัดกินกำลังทรัพย์ในท้องพระคลังลดต่ำลงเรื่อยๆ



ไม่ใช่เพียงอยากพบปะกุนซือมือฉกาจ แต่เขาจำเป็นต้องเร่งขับไล่แคว้นหานกลับถิ่นฐานพวกมันไปให้เร็วที่สุด ความต้องการทั้งหมดของเขามีเพียงเท่านั้น



ข้าต้องการจบศึกนี้ ข้ายอมรับว่าสนใจทักษะการวางแผนของกุนซือ แต่นั่นไม่สมควรจะเป็นเหตุผลหลักของการยกทัพไปถึงเมืองชางเป่า



แม่ทัพหนุ่มปั้นหน้าเป็นปกติ เสเปลี่ยนประเด็นในตอนท้าย



เสด็จอากับเจินเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง ข้าว่าจะถามเจ้าตั้งแต่วันแรกที่เจ้ากลับมา แต่เจ้ากลับหนีพวกข้าไปเที่ยวเล่นนอกวัง วันนี้เพิ่งจะมาให้พี่ชายเห็นหน้า



เสิ่นหยางเจี้ยนซึ่งเป็นน้องชายคนสุดท้องขยับยิ้มแหย หัวเราะแห้งๆ เชิงยอมรับผิด



เสด็จอากับเจินเอ๋อร์สบายดี หัวเมืองเหนือที่เสด็จอาปกครองอยู่ก็สงบสุข อ้อ เสด็จอาส่งกำลังทหารมาหนุนทัพข้าด้วยนะพี่ใหญ่ ขากลับข้าก็แวะเยี่ยมท่านกับเจินเอ๋อร์อยู่หลายวัน นางดีใจมาก น้องคิดถึงพวกเราน่าดู



เสด็จอาไม่พานางกลับมาหาพวกเราหลายปีแล้วนะ เดี๋ยวสักวันข้าจะขึ้นไปหานางเอง



เสิ่นหยางเฉินยักคิ้ว ลอบสังเกตพี่ชายคนโตเนิ่นนาน



พี่ใหญ่ยังรู้สึกผิดอยู่หรือ เรื่องมันก็ผ่านมานานมาก เสด็จอาอาจจะเลิกถือโทษโกรธเคืองท่านแล้วก็ได้



เสิ่นฟู่เฉิง เสด็จอาของพวกเขามีพระชายาเอกเป็นอดีตองค์หญิงแคว้นเปียน ซึ่งแน่นอนว่ายามนั้นแคว้นเสิ่นกับแค้นเปียนคือพันธมิตร ปรองดองซึ่งกันและกัน แต่แล้ววันหนึ่งพวกเปียนกลับทำลายสายสัมพันธ์ลงด้วยการยกทัพเข้าตีชายแดนแคว้นเสิ่น เขาไม่รู้ว่าเสด็จอาคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ แต่ท่านไม่ออกความเห็นและไม่ขอเป็นฝ่ายโต้ตอบ เสด็จพ่อรู้ทันทีว่าเสด็จอาตัดพระชายาไม่ขาด แม้หวงแหนบ้านเมือง แต่ก็รักพระชายาไม่เสื่อมคลาย



เขาจึงรับหน้าที่แม่ทัพใหญ่ มุ่งไปปราบศึกจนได้รับชัยชนะกลับมาและล่วงเข้าอาณาเขตแคว้นเปียน ตีเอาเมืองหน้าด่านมากมาย สุดท้ายต้องหยุดกลางคันเพราะเสด็จอาขอไว้ ผลกระทบจากศึกสงครามทำให้ชาวเปียนล้มหายตายจากเป็นเบือ ย่อยยับเกินประมาณ พระชายาของเสด็จอาทราบข่าวร้ายถึงกับล้มป่วย ไม่นานก็ตรอมใจตาย



องค์หญิงเพ่ยเจิน พระธิดาเพียงพระองค์เดียวของเสด็จอากำพร้ามารดาทันที



เขาจดจำดวงตาแดงฉานของเสด็จอาได้ขึ้นใจ เขากับท่านสื่อสารกันด้วยความเงียบงันว่าเขาคือสาเหตุที่ทำให้นางต้องตาย



สายสัมพันธ์ระหว่างแว่นแคว้นขาดสะบั้นถาวร แคว้นเสิ่นกับแคว้นเปียนกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมา ส่วนเสด็จอาปกครองหัวเมืองเหนือเงียบๆ ต่อไป ท่านกับเสด็จพ่อรักใคร่กลมเกลียว ลูกหลานไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ แต่เขากับเสด็จอารู้กันดีว่าความบาดหมางจะไม่มีวันหมดไป ในเมื่อสิ่งนั้นคือตราบาปที่พรากดวงใจไปจากเสด็จอา



ความทุกข์ทรมานกัดกินช้าๆ ย้อนกลับสู่ความถดถอย



เขาไม่จำเป็นต้องฟังทุกเรื่อง พูดทุกเรื่อง และขบคิดทุกเรื่อง



เขาเลือกที่จะเข้าใจ มองข้าม และปล่อยวาง



มันมิใช่ความสุขจอมปลอม แต่เป็นความสุขที่สร้างขึ้นมาจากความเข้าใจของตนเอง คนนอกอาจไม่เข้าใจการกระทำของเขา แต่เขาเข้าใจและยอมรับได้...เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว



ข้าก็หวังเช่นนั้น




พี่หลงกล้ามใหญ่ใจป๋า//หลบมีด

นี่คือแฟนเพจเจ้าค่ะ แวะเวียนไปทักทายช้อยได้เน้ออ จิ้มมม เพชรพันปี / I am Bean


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 947 ครั้ง

748 ความคิดเห็น

  1. #498 LittleFatPig (@Familia-fam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:23
    จะโทษแม่ทัพก็ไม่ถูก55 ในเมื่อฝั่งนู้นทำก่อน ชายาแต่งแล้วก็ถือว่าขาดแล้ว ยังจะมาตรอมตรมทิ้งลูกทิ้งผัวอีก แล้วผลักให้ผัวเกลียดคนที่ปกป้องบ้านเมืองเนี่ยนะ ถ้าไม่ทำก็คงโดนฆ่าแทน
    #498
    1
    • #498-1 เพชรพันปี / I AM BEAN (@KNIGHTMARE_KING) (จากตอนที่ 2)
      10 พฤษภาคม 2562 / 13:38
      นางยังรู้สึกยึดติดอยู่ค่ะ อารมณ์ประมาณเสียใจมากจนพาลไปหมด แง
      #498-1
  2. #9 SOOORA (@montree2764) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 10:20
    อย่ามาอัพด้วยนะคะ แล้วเราจะแล่นเรือบากไปด้วยกัน 5555
    #9
    1
  3. #7 ~•王丽房•~ (@lolioipopscandy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:42
    มาอัพต่อด้วยนะคะ5555
    #7
    1
  4. #6 carapanda (@carapanda) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 08:53

    สนุกค่ะ รอตอนต่อไป
    #6
    1
  5. #4 เจ้าขนปุกปุย (@Hawthorn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 18:00

    ไม่พูดมาก แค่จะฝากบอกนางเอกว่า ถ้าเจอก็จับกดเลย ไม่ต้องยุ่งยากเสียเวลา อุอิๆ(-.,-)
    #4
    1
    • 2 ตุลาคม 2561 / 21:52
      รีดผู้เสพติดความบาปแง้555555555555555 เราจะลงเรือไปด้วยกันนะคะ ระดับพี่หลงไม่ต้องปล้ำฮีก็อาจสมยอม!55555555555
      #4-1
  6. วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 17:53

    ขอรัวๆเลย5555
    #3
    1