พิรุณราตรี

ตอนที่ 19 : บทที่9 : ฉุดกุนซือ [50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

บทที่ 9

ฉุดกุนซือ



เวลาอาหารของเหลียงเสวี่ยเฟยไม่แน่นอน นางสามารถทานได้ทุกเมื่อที่ต้องการ



สายก็ดี บ่ายก็ดี เช่นเดียวกับช่วงดึกดื่นค่อนคืน นางเดินปร๋อไปก่อกองไฟ ถูมือถูไม้คลายหนาว ก่อนจะหอบงูเห่าตัวเขื่องขึ้นเขียง จางหยูแม้เข็ดขยาดงูแอบโผล่หน้ามองจากด้านหลังนาง ทหารยามสี่ห้านายชะเง้อชะแง้ด้วยความสนใจ



ท่านกุนซือไม่หลับไม่นอน ท่านเอางูเห่ามาทำอันใดหรือขอรับ



นายทหารคนสนิทซึ่งติดกุนซือจิ้นเหอแจเขยิบเข้ามานั่งใกล้บนขอนไม้เดียวกัน นางส่งมีดให้เขาลับกับหิน เสียงเสียดสีอันแสบแก้วหูสะกดทุกคนให้นิ่งงัน นางตั้งขาขวาชันเข่า บนตักมีหนานไหนอนขดพลางโบกหางเนือยๆ ไม่กลัวงูซ้ำยังพร้อมจะขย้ำซากมันให้ขาดกระจุย



กิน



กิน!”



คนถามขนลุกขนพอง ทหารบางนายที่เคยกินเนื้องูไม่กล้าออกความเห็นเพราะกลัวตนเองจะกลายเป็นแกะดำ ได้แต่พึมพำงุบงิบว่ามันกินได้ อร่อยมาก...อร่อยเหาะสุดๆ



เจ้าได้ยินถูกแล้ว กุนซือจิ้นเหอจะกินงูเห่าให้ข้ากับพวกเจ้าชมเป็นขวัญตา



รองแม่ทัพหนุ่มปรบมือเป็นจังหวะประชดประชัน ทหาร! เตรียมขุดหลุมรอกุนซือจิ้นเหอ หากมันตาย พวกเจ้าจงโยนมันลงหลุม โกยดินปิดให้มิด หาป้ายหน้าหลุมศพมาปักให้มันด้วยก็ดี เข้าใจหรือไม่!”



ผู้น้อยหน้าซีดเผือด หลับหูหลับตาน้อมรับบัญชาท่านกุนซือช่างรนหาที่ตายแท้



เข้าใจขอรับท่านรองแม่ทัพ!”



ได้เลยท่านจางหยู หลุมนั้นจะตกเป็นสถานที่พักผ่อนแห่งสุดท้ายของนางหรือไม่ เดี๋ยวได้รู้กัน!



มีดคมกริบสะท้อนแสงแวววาว นางเทน้ำราดทำความสะอาดตัวงู ครูดคมมีดกับเกร็ดดำเลื่อมแล้วจัดการสับหัวงูเห่าทิ้ง โลหิตแดงฉานทะลักอาบมือของกุนซือที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้โหดแค่ฝีปาก คนมองตัวสั่นเทิ้ม จางหยูสะอิดสะเอียนเกินจะทน เขาเบี่ยงหน้าหนีอย่างแนบเนียน กระแอมไอเรียกความมั่นใจ



มันตายได้นานพอสมควร พอหัวใจหยุดเต้นก็ไม่มีแรงดันในเส้นเลือด ปริมาณเลือดจึงเหลืออยู่เพียงเท่านี้ ว่าอย่างไรล่ะท่านรองแม่ทัพ จะให้ข้าดื่มเลือดมันให้ท่านดูเลยหรือไม่



หึ! ก็ตามใจเจ้าเลยกุนซือ ข้าไม่ขัดข้องผีดิบในร่างมนุษย์เช่นเจ้าอยู่แล้ว



ทีท่าของจางหยูปั้นปึ่งยิ่งนัก เขาเกลียดความกล้าหาญของมัน กุนซือจิ้นเหอพร้อมท้าชนกับทุกสิ่งทุกอย่าง อุปนิสัยกล้าได้กล้าเสียทำให้จิ้นเหออันตราย ยากจะต่อกร ตอนนี้เขาก็คันปากอยากด่ามันมากด้วย ติดแต่ว่าเกรงจิ้นเหอมันจะหวดงูฟาดปากเขา ขอเงียบก่อนดีกว่า



อยู่ในป่าในเขา อาหารการกินหายาก งูเงี้ยวเขี้ยวขอชุกชุม ท่านอาจารย์ของข้าเคยพาข้าเข้าป่า เชื่อว่ากินพิษก็เพื่อขับอีกพิษในร่าง แต่ในเมื่อข้าสับหัวมันทิ้งแล้ว เจ้างูตัวนี้ก็ไม่มีพิษอีกต่อไป



พิษของงูเกือบทุกชนิดอยู่ที่ต่อมพิษใต้ตา ตัดหัวทิ้งสักชุ่นสองชุ่นก็ปลอดภัย มิใช่ว่านางรู้แค่ข้อเท็จจริง นางเคยสัมผัสประสบการณ์จริงมาแล้วหนึ่งครั้ง



ตัวต้นคิดคือพี่ชายของนาง เหลียงเฟิงหู่เป็นศิษย์เอกของท่านอาจารย์มาก่อน เขารู้ว่านางกินเก่ง ชอบทานไก่ผัดถั่วลิสง พี่ชายจึงหลอกว่าจานนั้นคือไก่ป่า เนื้อหวานนุ่มลิ้น กินแล้วจะติดใจ



มันคือเนื้องูเห่า รสชาติคลับคล้ายเนื้อไก่ เมื่อรู้ความจริงนางก็แทบกรี๊ดสลบ



แต่ก็อดชมเปาะไม่ได้ว่าอร่อยมาก!



เหลียงเฟิงหู่อธิบายเหตุผลในการหลอกให้นางกินงูอย่างชัดเจน มันคือการฝึกฝน บททดสอบที่จำลองจากชีวิตจริง ฝึกให้นางเอาตัวรอดยามคับขัน เผื่อติดป่าแล้วไม่มีอะไรเยียวยาท้องไส้ อย่างน้อยถ้านางมีความรู้และทักษะ ของบางอย่างในป่าก็จะสามารถประทังชีวิตของนางได้



เขาสอนให้นางก้าวข้ามความกลัว เอาชนะใจตัวเองผลักดันให้นางกล้าที่จะปีนขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ละเลิกการย่ำอยู่กับที่อย่างถาวร



ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าวันนี้นางจะตายเพราะมัน



คุณชายสกุลใหญ่เช่นท่านคงไม่เคยรู้ว่าเนื้องูอร่อยเพียงใด ส่วนข้าเป็นลูกชาวนา อัตคัดขัดสน อะไรพอกินได้ก็กิน ลูกคนจนข้นแค้นกินงูเป็นอาหารยังชีพ ดื่มเลือดกับดีงูเสริมกำลังวังชา บ้างก็ย่างงูให้เกรียมๆ แล้วยัดใส่ขวดเหล้า ดองขายได้กำไรอื้อซ่า



นี่คือความแตกต่างระหว่างเหลียงเสวี่ยเฟยกับคุณหนูตระกูลอื่น



นางได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวเยี่ยงบุตรชายคนหนึ่ง บิดาเห็นสุขภาพของนางแข็งแรงกว่าเหลียงหนิงเซียน จึงเบาใจจะส่งนางไปเรียนรู้ประสบการณ์จริงกับปรมาจารย์มากหน้าหลายตา เรียนกับบุรุษ สู้กับบุรุษ พลอยลืมเลือนการเย็บปักถักร้อยเลยทีเดียว



แต่ความขลาดกลัวในวัยเด็กนั้นมีมาก นางทำพลาดทุกภารกิจ มีเพียงสมองกับสติปัญญาที่ช่วยจดจำคำสอนของท่านอาจารย์ไว้ จนในที่สุดนางก็แตกฉานในตอนหลัง...โตเป็นสาวพอดี



ไอ้เด็กเลี้ยงควาย เจ้ามันมิใช่มนุษย์ กล้ากินมันลงได้อย่างไร น่าขยะแขยงสิ้นดี



ชายหนุ่มบ่นงึมงำ นางมิวายได้ยินแว่วๆ ทำเป็นขยะแขยง ทีตอนเขาตวัดดาบตัดคอข้าศึกเล่า อย่างนั้นมิน่าขยะแขยงกว่าหรอกหรือ



เลือดงูให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทดแทนอาหารตอนที่กำลังตกอยู่ในภาวะขาดน้ำ มันเป็นเสมือนบททดสอบจิตใจว่าเข้มแข็งแค่ไหน



เหลียงเสวี่ยเฟยกรีดที่ปลายหาง ทอดยาวขึ้นไปแล้วแหวะหนังออกช้าๆ จากนั้นก็รองเลือดใส่จอกขนาดเล็ก ผสมเหล้าที่ขออนุญาตเหลียงเฟิงหู่มาทำอาหารสักนิดหน่อย เลือดงูเห่ามีฤทธิ์ร้อน กินแล้วบำรุงร่างกาย นางยักไหล่ คิดเสียว่ากำลังดื่มยาธรรมดาสามัญ



ธรรมชาติมอบอาหารหล่อเลี้ยงสรรพสัตว์ บางพื้นที่มีทรัพยากรจำกัด ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต สิ่งที่หลายคนมองว่าน่ากลัว เนื้อแท้ของมันอาจย้อนแย้งกับรูปโฉม ข้าจะกินมันให้ท่านดู



นางตลบผ้าแล้วกระดกเลือดงูเห่าลงคออย่างรวดเร็ว ความมืดสลัวช่วยอำพราง ไม่เปิดช่องโหว่ให้ผู้ใดได้จับต้อง จางหยูกับเหล่าทหารไม่ทันเบิกตามองเสี้ยวใบหน้าของกุนซือจิ้นเหอด้วยซ้ำไป จางหยูอ้าปากค้างไว้ก่อนแล้ว มันกินเลือดงู! เขาก็นึกว่ามันจะเก่งแต่ปาก!



ทหาร ไปดูมันซิ กุนซือตายหรือยัง นั่งตัวแข็งเชียว



ขะ...ขอรับท่านรองแม่ทัพ



ข้าสบายดี จะแตกตื่นไปทำไม



กุนซือสาวปั้นหน้านิ่ง ลิ้นของนางชมชอบการรับรส สัมผัสถึงรสคาวคลุ้ง เค็มปะแล่มๆ เหล้านั้นมีส่วนช่วยในการดับกลิ่นและทำให้นางกลืนได้ง่ายยิ่งขึ้น ก็ไม่เลวเท่าไร สมุนไพรบางชนิดรสชาติย่ำแย่กว่าเลือดงูเสียอีก



เมื่อกระหายน้ำ และดันติดอยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง ไร้บ่อน้ำลำธารหรืองูเงี้ยวสักตัว ก็หากินน้ำจากเถาวัลย์หรือต้นไผ่แทนได้



นางเริ่มถลกหนัง ควักเครื่องในหย่อนลงถังซึ่งนางจะเอาไปทิ้งไกลๆ ในภายหลัง ส่วนหนังงูก็หมักเกลือไว้ก่อน เผื่อว่าจะสามารถใช้สอยประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ จากมัน เหลียงเสวี่ยเฟยสับเนื้องูจนแหลก มีดเฉาะเขียงดังโป๊กๆ กรรมวิธีไม่พิถีพิถันมากนัก จางหยูอยากตบเท้ากลับเข้ากระโจมทันที ไม่อยากดูต่อแล้ว



เถาวัลย์อวบๆ กักเก็บน้ำในรูพรุน น้ำใสสะอาด รสชาติจืดสนิท ข้าเคยทำเมื่อตอนขึ้นเขาไท่ครั้งที่สาม กลิ่นมันค่อนข้างเหม็นเขียว แต่ประทังความกระหายได้มากทีเดียว



ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้คือวิชาชีวิต



เกิดเป็นมนุษย์ ควรรู้ว่าอะไรเป็นคุณเป็นโทษ จุดประสงค์คือต้องมีปัญญาเอาตัวรอดได้ในทุกๆ สถานการณ์บิดาสอนนางเช่นนั้น



ผัดเผ็ดงูเห่าส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ลอยอบอวลไปทั่วทุกหนแห่ง นางปรุงรสจัดจ้านเพื่อดับกลิ่นคาว บีบมะนาวเปรี้ยวจี๊ด หั่นสมุนไพรผัดคลุกเคล้า จางหยูเกลียดงูยังแอบน้ำลายสอ นึกอิจฉาเจ้าหนานไหเพราะมันกำลังแตะลิ้นละเลียดกินผัดเผ็ดงูเห่าอย่างเอร็ดอร่อย ช่างเป็นแมวที่น่ากลัวเหลือเกิน กินงูก็เป็น!



เจ้าลองชิมดูสิ ข้าทำอาหารอร่อยนะ รับรองว่าเจ้าจะไม่เสียใจที่ได้กินอาหารของข้า



ระยะหลังมานี้ทัพหานหาเนื้อกินยาก ขุดเผือกขุดมันเผากินรอเสบียงจากเมืองหลวงไปพลาง เมื่อกุนซือจิ้นเหอหยิบยื่นของสวรรค์ให้มีหรือทหารจะรีรอ ขนาดแมวยังกินได้ คนก็ต้องกินได้สิ



โอย เผ็ดๆ เผ็ดมากขอรับท่านกุนซือ น้ำตาข้าน้อยไหลหมดแล้ว



ทหารเป่าปากแก้เผ็ด เนื้อก้อนเดียวก็โอชาจนน้ำตาไหล อร่อยลืมตาย ออกความเห็นชื่นชมฝีมือการทำอาหารของกุนซือไม่ขาดสาย ทางด้านรองแม่ทัพหนุ่มสะบัดหน้าพรืด กลิ่นหอมๆ ยั่วโมโหกระเพาะให้ร้องประท้วงโครกคราก อยากลองชิมแต่ก็เกลียด เวรเอ๊ย!



เหลียงเสวี่ยเฟยไม่ลืมบอกทหารยกสำรับของว่างเบาๆ ท้องไปให้แม่ทัพเหลียงเฟิงหู่ รายนั้นน่ะชอบกินของแปลกพิสดาร เรื่องกินงูนางขอยอมแพ้พี่ชายคนนี้ เขาเชี่ยวชาญ ทำจนชินมือ ถลกหนังแล้วโยนลงทอดกรอบในระยะเวลาอันแสนสั้น พ่อครัวผู้กล้ามโต



ท่านรองแม่ทัพจางหยู ลืมเรื่องผลแพ้ชนะไปก่อน ข้าสนใจอาหารมากกว่า ท่านลองสักคำหรือไม่ เดี๋ยวข้าจะตักให้ท่าน



เรื่องกินงูไม่เคยมีอยู่ในหัวข้าข้าจะพักผ่อนแล้ว พวกเจ้าก็รีบสลายวงสักที



ว่าแล้วก็เดินอาดๆ จากไปได้สองสามก้าว หญิงสาวมองตาปรอย เปรยลอยลมขณะลูบหัวแมว กินเก่งเหลือเกินหนานไหลูกแม่



ท่านก็กินมันเพื่อแก้แค้นเสียเลยสิ



ว่าไงนะ



ใจเขาเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เหงื่อแตกพลั่กเต็มหลังกินเพื่อแก้แค้น...ความคิดบรรเจิดอะไรเช่นนี้



กินให้หายแค้น



จางหยูมองคนเก่ง นางก็เช่นเดียวกัน คิดหรือว่านางมองไม่ออก...เขาไม่ชอบงู!



ทำลายมันไม่ให้เหลือซากด้วยการกิน สะใจกว่าเป็นไหนๆ ว่าไหมท่านรองแม่ทัพ



องค์ประกอบของอาหารจานนี้ก็เป็นแค่วัตถุดิบดาษๆ ที่สร้างความน่าพรั่นพรึงด้วยเนื้องูเห่า จางหยูประดักประเดิด รู้สึกยุ่งยากใจที่จะทำ คิดแล้วคิดอีกจนหน้ามุ่ยเป็นตูดเป็ด



กินให้หายแค้น



คิดเยี่ยงนี้ก็ได้หรือ ประหลาดคนเสียจริงกุนซือจิ้นเหอ



เออ



ควันหอมฉุยติดตรึงจมูก เขาจะตายวันนี้หรือไม่ จางหยูตัดสินใจกรอกสิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุดในชีวิตเข้าปากในม้วนเดียวจบ มืออุดปากไว้กันอาเจียน ทว่ารสชาติที่ไหลทะลักลงคอทำให้เขาตาลอยเคว้ง ดวงตาเบิกกว้าง ตัวสั่นนิดๆ หลายคนวางมือจากข้าวปลาอาหาร จ้องรองแม่ทัพจางเขม็ง



ท่านรองแม่ทัพ ท่านไหว...



เผ็ด โคตรเผ็ด จิ้นเหอ! เจ้าจะข้าฆ่าหรือไง!”



รสสัมผัสตอนกัดลงไปกรุบกรอบ ความเผ็ดร้อนกระจายทั่วอุ้งปาก ปานเนื้อกลมกล่อมกำลังเด้งหลบการบดเคี้ยว เขาจะคายทิ้งก็เสียดายความอร่อย เนื้องูเห่าให้สัมผัสคล้ายเนื้อไก่ ปราศจากกลิ่นเหม็นสาบ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียเงินมิว่า เสียหน้ามิได้ มิได้!



น้ำ หาน้ำมาให้ข้า! เผ็ดจะตายอยู่แล้ว!”



เหงื่อเม็ดเป้งไหลพรูอาบใบหน้า เขาหลงลืมเสียสนิทว่าสิ่งที่เคี้ยวอยู่คือเนื้องู เมื่อกลืนลงท้องหมดสิ้น จางหยูรีบดื่มน้ำตามอึกๆ เผ็ดถึงขั้นหูดับ ลิ้นชาดิก คัดจมูกและหายใจลำบาก ผัดเผ็ดงูเห่ารสชาติล้ำเลิศเพียงใดก็ไม่ขอแตะต้องอีกเป็นครั้งที่สอง



ไอ้...ไอ้ โอย ข้าด่าไม่ถูก เผ็ดฉิบหาย!”



เอาๆ หน้าดำหน้าแดงหมดแล้วท่านรองแม่ทัพ ท่านไม่ชอบรสจัดหรอกรึ กินเผ็ดร่างกายแข็งแรงนะ หัดทานเสียบ้างสิ



นางหลุดเราะฮาๆ อย่างไม่สมเป็นกุลสตรี นางได้เอาคืนจางหยูแล้ว โคตรสะใจ! สะใจจริงๆ! การกลั่นแกล้งคนมันสนุกแบบนี้นี่เอง เหลียงเสวี่ยเฟยอุ้มแมวกลับกระโจมแม่ทัพพร้อมจงใจหัวเราะดังลั่นปั่นประสาทจางหยู ทิ้งให้เขานั่งหอบแฮกๆ สาละวนอยู่กับการอมน้ำแก้เผ็ดแล้วบ้วนทิ้ง ปากพองลิ้นห้อย อยากจะด่าเปิงไล่หลัง บิดามันเถอะ!




หญิงฟาดงู ชอบกินงู งูขอจรลี5555555

#แจ้ง ขอแยกตอนเป็น 50% กับ 100% นะคะ เพราะบางตอนมันเนื้อหาเยอะจนลายตาจริงๆ 

ช่วงนี้ติดเรียนเลยไม่ค่อยได้มาอัพค่ะ แต่จะเร่งอัพเนื้อหาให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุดนะคะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยค่ะ 

ฝากเพจค่าา♥  เพชรพันปี / I am Bean

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

748 ความคิดเห็น

  1. #574 kalakhao (@kalakhao) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:59
    ทำไมตอนที่10ขึ้นไปของเค้าหายยย
    #574
    1
    • #574-1 เพชรพันปี / I AM BEAN (@KNIGHTMARE_KING) (จากตอนที่ 19)
      18 มิถุนายน 2562 / 23:17
      ปัจจุบันไรต์เปลี่ยนมาอัพแบบแบ่งครึ่งค่ะ เป็น 50% กับ 100% เพราะว่า 100% ในหนึ่งตอนมันมีเนื้อหาเยอะ ทำให้ลายตา เพิ่งจะคิดได้ค่ะ แง555 ปัจจุบันกว่าจะจบหนึ่งบทเลยมีสองตอน ตอนหนึ่งครบ50% และตอนสองครบ100%

      ซึ่งตอนที่10 ขึ้นไปหายไป ก็เพราะไรต์เอาเนื้อหาตอนที่ต่ำกว่า10 มาทับแทนค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ไรต์จะมาอัพให้เป็นปัจจุบันให้เร็วที่สุดค่ะะ(หมายถึงตอนที่พี่อี้มาถึงแล้วว) ต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยน้าา
      #574-1