five nights at freddy's [YAOI] นายต้องเป็นของฉันคนเดียว

ตอนที่ 41 : Ep.34 : ไม่มีทางออก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 มี.ค. 61













[Part Phone]


ผมยืนอยู่ที่ระเบียงมองออกไปข้างนอก เห็นท้องฟ้าสีครามที่สดใส สีความวุ่นวายภายเมือง มันไม่เรียกความสนใจของผมเลยสักนิด เพราะในหัวผมนั้นคิดแต่เรื่องของไมค์ นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วที่ติดต่อไมค์ไม่ได้ ผมเป็นห่วงไมค์จนนอนไม่หลับทั้งคืน กลัวว่าไมค์จะเป็นอะไรไป แล้วถ้ามันเกิดขึ้นจริง ผมจะบอกเจเรมี่ยังไง ผมค่อยทำอย่างไงดี ใครก็ได้ ช่วยบอกผมที ผมค่อยทำยังไงต่อไป ใครก็ได้ ได้โปรด..

 

“เหม่ออะไรอยู่ คิ้วขมวดเป็นปมแล้ว” เสียงจากได้หลังพร้อมกับแรงกอดรัด

 

“เปล่า..แค่..คิดอะไรเพลินๆน่ะ...”

 

“แน่ใจหรอ แต่คิ้วนายขมวดเป็นปมแล้วนะ มีเอะไรก็บอกฉันได้ ฉันไม่ชอบให้ทำหน้าแบบนี้” วินเซนท์พูดพร้อมกับจับผมให้หันมาหาตรงๆ แล้วเอามือทั้งสองข้างมาแนบกับแก้มผม ผมหลับตายอมรับสัมผัสจากอีกฝ่าย เพราะไม่ว่าผมจะมีเรื่องทุกข์ใจมากแค่ไหนเค้าจะคอยอยู่ข้างๆผมเสมอ ถึงแม้ว่าเค้าจะเคยทำเรื่องโหดร้ายมาก่อน ผมก็ไม่สนใจหนอก มันเป็นแค่อดีตที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องยอมรับความจริงและเผชิญกับมัน และผมจะอยู่กับปัจจุบันกับอนาคตที่เค้าจะสร้างขึ้น

 

“อืม..” ผมพยักหน้าแล้วฝืนยิ้มออกไป เพื่อไม่ให้วินเซนท์เป็นห่วง

 

“หิวหรือยัง”

 

“อืม..”

 

“แล้วอยากกินอะไรล่ะ”

 

“อะไรก็ได้..”

 

“มันยากนะที่ว่าอะไรก็ได้น่ะ งั้นแพนเค้กกับขนมปังแล้วก็นมไหม หรือว่าจะเอาเป็นกาแฟ”

 

“ขอเป็นนมล่ะกัน”

 

“รับทราบ งั้นเดี๋ยวไปชื้อของก่อนนะ” ผมพยักหน้าให้วินเซนท์ หมอนั้นก็หยิบกระเป๋าเงินแล้วก็เดินออกจากห้องไป เฮ้อ..เกือบไปแล้ว ถ้าวินเซนท์รู้ว่าผมทำตัวร่าเริงแล้วเก็บเรื่องทุกข์ไว้ในใจ คงโดนทำโทษแน่ๆ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งแล้วกดโทรหาไมค์ เค้าก็ยังคงไม่รับสายผมอยู่ดี ไมค์ขอร้องล่ะ รับสายที่เถอะ..

“เดี๋ยวฉันจะตีแป้งแพนเค้ก นายทาเนยใส่ขนมปังนะ”

 

“อืม..” ผมตอบรับในลำคอก่อนจะไปหยิบกระปุกเนยมาทาขนมปัง วินเซนท์ชวนผมคุยไปเรื่อย แต่ผมไม่ตั้งใจฟังเค้าเลย ในใจตอนนี้เป็นห่วงไมค์มาก ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นไงบ้าง หวังว่าไอ้หมีบ้านั้นคงไม่ทำอะไรไมค์ ถ้ามันทำอะไรไมค์ล่ะก็...ผมจะทำลายมันให้เป็นเศษเหล็กเอง

 

“เฮ้อ..พอแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้ว”

 

“ห๊ะ” ผมไม่เข้าใจสิ่งที่วินเซนท์พูดออกมา ผมหันไปหาวินเซนท์ วินเซนท์หยุดตีแป้งแล้วหันมาจ้องผมตรงๆ สายตาที่มองมานั้นมันน่ากลัว เค้าจ้องเหมือนกำลังจับผิด และเป็นผมเองที่หลบสายตา วินเซนท์ค่อยๆก้าวเข้ามาหาผม ผมก็ก้าวถอยตามสัญชาตญาณของตัวเอง ถอยหลังไปเรื่อยๆจนชิตกับกำแพงห้องครัว  พอจะเดินหลบไปอีกทางก็โดนวินเซนท์ผลักให้ชิตกับกำแพง

 

ตึก!!!

 

“จะหนีไปไหน” วินเซนท์พูดพร้อมกับเอาแขนมากันทั้งสองข้าง สายตาของวินเซนท์มันน่ากลัว มันเหมือนกับซาตาน

 

“...” ผมเงียบไม่ยอมตอบคำถาม

 

“ไหนบอกมาสิ ว่าทำไมต้องโกหกฉันด้วย”

 

“ฉะ..ฉันโกหกอะไร..นาย”

 

“ก็ที่นายกำลังทำอยู่นี่ไง”

 

“ฉันทำอะ-“ ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ วินเซนท์ก็พุ่งเข้ามาจูบผมทันที ผมพยายามผลักให้เข้าออกไป แต่ผมกับไม่มีแรงเลย จากมือที่พยายามผลักก็กลายเป็นจับเสื้อของวินเซนท์แน่น จากที่ขัดขืนก็เปลี่ยนตอบรับและเคลิ้มตามไป  พอวินเซนท์ถอนจูบออกน้ำตาก็ไหลออกมาทันที

 

“ชู่ว..ร้องให้ทำไม โฟนเป็นอะไร” วินเซนท์ดูตกใจมาก เค้าดึงผมเข้าไปกอดแล้วลูบหลัง

 

“ฮีก..ฉันไม่รู้จะทำอย่างไง ฮึก..วินเซนท์...ฮือ..ช่วยฉันที..ฮือ..ฉันไม่รู้จะทำไงดี”

 

“ชู่ว...ไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะอยู่ข้างๆนาย ไม่เป็นไรนะ ไม่ร้องนะ”          

 

“ฮีอ..”

 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่ยืนร้องให้อยู่แบบนั้น รู้ตัวอีกทีวินเซนท์ก็พาผมมานั่งที่โซฟาที่ห้องรับแขกโดยมีเค้านั่งอยู่ข้างๆ กุมมือผม ผมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเล่าทุกอย่างให้วินเซนท์ฟัง ผมเล่าตั้งที่ไมค์ไปทำงานร้านพิซซ่า เค้าเจออกับอะไรบ้าง จนถึงเหตุการณ์ที่ไมค์โทรมาเมื่อคืน วินเซนท์ไม่ได้พูดหรือถามอะไร แค่นั่งฟังเงียบๆเพื่อให้ผมระบายมันออกมา

 

“วินเซนท์..ฉันควรทำอย่างไง ฉันอยากช่วยไมค์ อยากให้หลุดจากฝันร้ายบ้าๆนี่ชะที ฉันควรทำอย่างไงดี” เสียงของผมสั่น ผมกลัวไปหมด กลัวที่จะเสียไมค์ไป ผมกลัวจริงๆ

 

“ไม่เป็นไร ทุกอย่างมันมีทางออก แค่นายหาไม่เจอเท่านั้นเอง”

 

“แล้วไหนล่ะทางออก ฉันไม่เห็นอะไรเลย ฉันอยากช่วยอยากไมค์..ฉันอยากช่วยน้องชายฉัน อยากช่วยเค้า นายได้ยินไหม..ฉันอยากช่วยเค้า!!!” จู่ๆผควบคุมตัวเองไม่ได้ เผลอตวาดใส่วินเซนท์ พยายามทำร้ายตัวเอง วินเซนท์ดึงผมเข้าไปกอดทันที ผมทุบไปที่อก ร้องให้ออกเหมือนคนบ้า จนเผลอหลับไปไม่รู้ตัว 

 

 

 

 

 

 

 

[Part Vincent]

 

ผมมองดูเข้าในอ้อมกอดที่พยายามทำร้ายตัวเองจนเผลอหลับไป ตอนแรกผมก็ไม่สนใจหรอก แต่โฟนดูแปลกๆเหมือนกับคิดอะไรตลอดเวลาจนไม่สนใจผม ผมเห็นมันน่าจับทำโทษนัก แต่พอทำไปแล้วกับร้องให้ออกผมเองก็ทำอะไรไม่ถูก จนสุดท้ายโฟนก็ยอมเล่าให้ฟัง ถามว่าตกใจ บอกเลยว่าไม่เพราะทุกอย่างที่โฟนเล่ามาคือแผนผมที่ให้โฟนกลับ แต่ตอนท้ายนี่มันเหนือความคาดหมายของผมที่เจ้าหุ่นพวกนั้นหายไปจากร้านซ่อมก็เพราะยามหน้าหวานนั้นหรือน้องชายของโฟนนั้นเอง

ความจริงถ้าเจ้าหุ่นกลับมาสภาพปกติเมื่อไรผมก็จะปล่อยให้เจ้าพวกนั้นเป็นอิสระเลย เพราะผมได้สิ่งที่ผมต้องการแล้ว แต่พวกมันกับหนีไปชะก่อน ผมไม่สนใจหรอก ที่เจ้าพวกนั้นจะทำอะไร แต่เพราะมันทำให้คนของผมร้องให้ ผมคงอยู่เฉยไม่ดีอีกต่อไป

 

“เห็นทีคงต้องจบเรื่องบ้าๆนี่ชะที”













================================================

กลับมาแล้วจ้ารอนานไหมเอ่ย แฮร่ ใช้เวลาแต่งนานหน่อยเนอะ ยามม่วงกลับมาแล้วจ้า คิดถึงกันป่าว (ไม่) 555 ก็ใกล้โค้งสุดท้ายแล้วนะ เฮ้อ...ใจหายเหมือนกันนะเนี้ย ก็อย่าลืมคอมเม้นกันด้วยนะ คุยกับได้นะไรท์คิดถึงทุกคน 55  ไปละ























































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

148 ความคิดเห็น

  1. #128 Sujitrasaetang71 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 22:22
    สนุกมากค่ะ
    #128
    1
    • #128-1 KNE_FT(จากตอนที่ 41)
      30 เมษายน 2561 / 22:23
      ขอบคุณมากคะ
      #128-1