Fenix of vampires เธอคือของพวกเราเท่านั้น

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6 มืดมน 100% จ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 เม.ย. 60



ณ ต้นไม้ใหญ่ที่แสนร่มเย็นได้มีเด็กผู้หญิงผมสีขาวคนเดิมที่เคยเห็นเมื่อ
คราวก่อน กำลังมองลูกโป่งของตัวเองที่ลอยไปติดกับกิ่งไม้ ต้นไม้มันสูงมากเธอไม่สามารถปืนไปเอาลูกโป่งได้ แต่แล้วก็มีเด็กผู้ชายอีกคนนึงปืนต้นไม้ขึ้นไปดึงลูกโปงของเด็กคนนั้นลงมา เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กผมสีแดงเพลิงดูเหมือนว่าจะเก่งเรื่องการปีนต้นไม้มาก เพราะใช่เวลาไม่นานก็เอาลูกโป่งลงมาแล้วื่นให้เด็กคนนั้น

"นี่ ของเธอใช่มั้ย" เด็กผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าก่อนจะหยิบลูกโป่งมา


"เธอไม่มีเพื่อนหรอ"


"..."
 เด็กผู้หญิงไม่ตอบแต่พยักหน้าแทน หลังจากนั้นเด็กชายก็ยื่นมือมาหาเด็กผู้หญิง



"งั้นไปเล่นด้วยกันมั้ย ฉันเองก็ไม่มีเพื่อนเหมือนกัน" เด็กผู้เหญิงคนนั้นก็ยื่นมือไปหา
..หลังจากนั้นทุกอย่างก็ํเป็นสีขาว










"อืมมม.." ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่บนเตียงแล้ว ฝันแบบเดิมอีกแล้วหรอแต่เด็กผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนเดียวกับคราวก่อนนิ เราจะฝันแบบนิ้ไปถึงเมื่อไรกันนะ แล้วก็..

ฉันเอามือไปจับที่คอของตัวเอง ถึงจะไม่มีรอยกัดแล้วก็เถอะ พวกนั้นจะรู้หรือเปล่านะ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ฉันหันไปมองนาฬิกาว่าตอนนิ้กี่โมงแล้ว ตอนนิ้พึ่งจะ4ทุ่ม นื่เราหลับไปนานเหมือนกันนะแถมเลยเวลาอาหารเย็นมาแล้วด้วยสิ หิวจังเลย ออกไปหาของกินหน่อยละกัน เจ้าพวกนั้นคงนอนกันหมดแล้ว ตัดสินใจแบบนั้นฉันเลยลุกออกจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องคร้ว..



ฉันเดินไปถึงห้องคร้วก็พบว่า ไม่มีใครอยู่ ดีละที่ไม่มีใครอยู่ ขอนมแค่แก้วเดียวก็พอแล้ว หลังจากนั้นฉันเดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบกล่องนมออกมาแล้วเทใส่แก้วแล้วดื่ม ฉันใช่เวลาไม่นานก็ดื่มเสร็จ ฉันทำความสะอาดเสร็จก็เดินกลับห้องตัวเอง





ระหว่างทางที่เดินกลับห้อง ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นคนสักคนอยู่ที่ระเบียงกำลังยืนมองท้องฟัา ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆ คนที่อยู่ตรงระเบียงนั้นก็คือ คาเนกิ


"ดึกขนาดนิ้ ออกมาข้างนอกแบบนิ้ไม่หนาวหรือไง" ฉันเอ่ยถามออกไปคาเนกิตกใจเล็กน้อยก็หันมาหาฉันแล้วยิ้มให้บางๆ


"แล้วเธอละ ออกมาทำอะไรดึกขนาดนิ้ละ"


"ก็..ฉันนอนไม่ค่อยหลับก็เลยออกมาเดินเล่นน่ะ" โกหกแบบนิ้จะจับได้มั้ยเนื่ย


"แน่ใจหรอว่าออกมาเดินเล่นไม่ใช่ว่าเธอไปห้องครัวมาหรอ"


"ทะ...ทะ.ทำไมถึงรู้ละ" ฉันสะดุ้งทันทีที่คาเนกิพูดมาแบบนั้น รู้ได้ไงก็ตอนที่ฉันเดินผ่านทางนิ้ก็ไม่เห็นหมอนี่ยืนอยู่ตรงนิ้นิ


"เดาน่ะ แล้วก็เห็นเดินมาจากทางห้องครัวด้วย" คาเนกิพูดแล้วยิ้มบางๆ


"นายรู้แบบนิ้ก็โกหกไม่ได้แล้วสิ"


"คิคิ ความจริงเธอโกหกไม่เนียนต่อหาละ"


"ว่าไงนะ" ให้ตายสิ ทำไมฉันเจอแต่พวกที่กวนประสาทฉันแบบนิ้ละ เดี่ยวนะ ทำไมคาเนกิถึงจ้องฉันแบบนั้น เหมือนเห็นอะไรบางอย่าง เห็นหรอ แย่แล้ว เห็นรอยกัดแน่เลยทำไงดี


"ฉันว่าเธอไปนอนดีกว่านะ ยิ่งดึกยิ่งหนาวนะ" จู่ๆก็กลับมาหน้าปกติชะงั้นสรุปเห็นมั้ยเนื่ย แต่ก็จริงนะ รู้สึกเย็นมาบางแล้วสิ

"นั้นสินะ งั้นฉันกลับห้องละ" พูดเสร็จฉันก็เดินออกมาทันที แล้วรีบเดินไปทีห้องให้เร็วที่สุด เพราะรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องฉันอยู่เลย





ทางฝั่งคาเนกิ

"ชักแปลกๆแล้วสิ พึ่งโดนกัดไปเมื่อสามชัวโมงก่อนทำไมรอยกัดถึงได้จางลงขนาดนั้น เธอเป็นใครกันแน่นะ" คาเนกิพูดเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์


up





เช้าวันต่อมา

 
ฉันตื่นมาตอนเช้าวันใหม่ แล้วอีกอย่างคือคนที่มาปลุกฉันในวันนิ้ไม่ใช่ยูไอแต่เป็นไอริที่มาปลุก ฉันลองถามว่ายูไอไปไหน เธอก็บอกว่าจะสลับกันทำอาหารแล้วก็มาปลุกฉันพอเธอพูดเสร็จก็ทำหน้าเศร้าพูดออกว่าเบาๆว่า "ตุณโคโนเอะ ใจร้ายถามหาแต่ท่านพี่ไม่เห็นสนใจดิฉันเลย" ฉันรีบลุกเดินเข้าไปหาไอริทันที ฉันอธิบายไปว่า แค่สงสัยว่าหายไปไหนเท่านั้นเอง เธอก็ยิ้มกว้างทันที อืมม ดูเหมือนจะหาข้อแตกต่างระหว่างยูไอกับไอริได้แล้วที่เด่นเลยคือ คนน้องนิ้ขึ้น้อยใจมาก


หลังจากนั้นฉันแต่งตัวทำธุระเสร็จไอริก็พาฉันมาทีห้องอาหาร มาทานข้าวเช้า พอมาถึงมันก็ไม่ต่างจากเมื่อวานเลยชะนิ ที่ไม่เจอเจ้าพวกนั้น ถามยูไอก็ได้คำตอบเดิม ถามถึงโชก็ยังไม่ตื่นให้ตายสิ ขนาดตอนปิดเทอมยังตื่นสายแล้ว ถ้าเกิดเปิดเทอมคงไม่ต้องพูดถึง ฉันก็ไม่ถามอะไรต่อก็ทานข้าวเช้าไป

พอทานเสร็จฉันไม่รู้จะทำอะไรดีเลยไปหยิบหนังสือที่ห้องแล้วเอามาอ่านที่สวนของคฤหาสน์ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้สนใจเล่มนิ้หนักแต่เหมือนมันจะเกี่ยวข้องกับฉันแต่มันก็แค่ความรู้สึกมันเปลื่ยนแปลงได้เสมอใครจะไปรู้..


"ยังอ่านเล่มนิ้ไม่จบอีกหรอ.." ฉันหันไปหาเสียงที่คุ้นเคยนั้นคือโชนั้นเอง


"ก็มันน่าสนใจนิ นายตื่นสายนะ"


"เหอะๆ นิดหน่อยน่ะ"


"ไปทำอะไรละถึงได้นอนดึกน่ะ"


"ก็...ตอนแรกก็นอนหลับอยู่หรอก แต่จู่ๆก็ตื่นมาตอนมตี1น่ะ มันนอนต่อไม่ได้เลย..."


"เล่นเกมใช่มั้ย เฮ้อออ " ฉันถอนหายใจเเฮือกใหญ่ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเท่าไรหมอนิ้ก็ไม่เคยเปลื่ยนเลย


"ก็มันช่วยไม่ได้นิ "


"จ้าๆ "หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันตามภาษาเพื่อนสนิทแล้วไปถามข้าวกลางวันที่ยูไอกับไอริทำให้ ฉันขำมากตอนที่ไอริเรียกโชว่า นายน้อย โชก็ลุกขึ้นมาโวยวายทันที แล้วบอกว่าอย่าเรียกแบบนิ้ ฉันหัวเราะกับท่าทีของโชที่หน้าแดง เพราะโดนเรีบกว่า นายน้อย หลังจากทานข้าวเสร็จโชก็บอกว่า จะไปเล่นเกมที่ค้างไว้ต่อ ฉ้นเลยว่าจะไปหยิบเล่มอื่นมาอ่านอีก โชก็ไม่ว่าอะไรพวกเราก็แยกย้ายกัน
ฉันเดินไปที่ห้องสมุดแล้วเดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ



"อืมม ไม่เรื่องที่น่าอ่านเลย เอ๊ะ นั้นไง" ฉันไปสะดุดตาเข้ากันหนังสือเล่มนึง สีน้ำเงินเข้มข้ม เล่มไม่หนาแต่น่าอ่านมา เห็นไม่ชัดว่าชื่อเรื่องอะไร เห็นว่า จันทรา น่าจะเป็นนิยายนะ แต่ว่า..


"จะเอาอย่างงั้นเนี่ย สูงจัง" ใช่ มันสูงมากถ้าประมาณขั้นสามพอเอาได้แต่ว่า มันอยู่ชั้นสี่จะเอาไงเนี่ย


"หนึ่ง...สอง..อีกก ไม่ถึง" ฉันยืดตัวไปหยิบก็ไม่ถึง เลยมองหาบันไดแต่ก็ไม่เจออยากอ่านชะมัด งั้นเดี่ยวให้โชเอาให้ละกัน ขนาดที่ฉันกำลังจะเดินกลับแต่ก็มีมือของใครสักคนยื่นไปหยิบหนังสือที่ฉันจะหยิบตอนแรก


"เธอจะเอาเล่มนิ้สินะ " คนที่หยิบให้ฉันคือ คาเนกิ ที่มาตอนไหนก็ไม่รู้ เมื่อกี้ก็ไม่เห็นนิ


"อืม ขอบคุณ" ฉันยื่นมิอไปรับ พอดูดีๆแล้วชื่อ เรื่อง กระต่ายขี้เหงาในจันทรา เหมือนกระต่ายในดวงจันทร์หรือเปล่านะ


"เธอสนใจเรื่องนิ้ด้วยหรอ"


"ทำไมหรอ ฉันดูแปลกขนดนั้นเลยหรอ"


"ก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอก ไม่ค่อยจะมีคนอ่านสักเท่าไรน่ะ เนื้อเรื่องเล่มนิ้จะพูดกระต่ายตัวนึงที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ มันอยู่อย่างโดด
เดียวบนจันทร์ไม่มีกระต่ายตัวอื่นอยู่เลย ก็ประมาณนิ้ละ ฉันยังอ่านไม่จบน่ะ ว่าจะมาอ่านต่ออยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเธออยากอ่านฉันให้เธอออ่านก่อนก็ได้นะ "


"กระต่ายขึ้เหงาสินะ " จู่ๆฉันก็พูดประโยดนิ้ออกไป โดยไม่รู้พอรู้อีกก็ตอนพูดเสร็จไปแล้วพอมองหน้าคาเนกิ ดูว่าคาเนกิจะตกใจอะไรบ้างอย่าง นี่ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า


"นี่ เป็นอะไรหรือเปล่า"


"อะ.อืมไม่เป็นไรฉันฉันแค่ นึกอะไรบ้างอย่างออกน่ะ ช่างมันเถอะไม่ต้องไปสนใจหรอก แต่มีข้อแลกเปลื่ยนได้หรือเปล่า"ข้อแลกเปลื่ยนหรอ ข้อแลกเปลื่ยนอะไรกัน รู้สึกแปลกๆ


"อะไรละ"


"ก็......ขอดื่มเลือดเธอ เป็นค่าตอบแทนที่ฉันยื่นหนังสือให้ไง" ฉันเดินถอยหลังทันที แล้ววิ่งให้เร็วที่สุด ไม่เอา พอได้แล้ว หยุด ฝันร้ายแบบนิ้สักที ฉันวิ่งไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีทางข้างหน้าก็เป็นทางตัน ไม่มีทางหนีแล้ว


ปีก!


ฉันถูกผลักให้ชิตกำแพง แล้วหันหน้ามาเจอกับคาเนกิที่ตอนนิ้มีสายตาที่กระหายเลือดสุดๆ


"ทางตันแล้วแย่จังเลยนะ งั้นขอดื่มเลยละกัน " คาเนกิโน้นหน้าลงมาที่คอของฉันความรู้สึกเจ็บก็เข้ามาทันที มันเจ็บทรมานหายใจไม่ค่อยออก


"อืม.หวานจัง แต่ว่าฉันมีเรื่องค้างตาใจอยู่อย่างนึง รอยที่คอเธอ ทำไมถึงจางลงเร็วขนาดนิ้ละ เธอมีอะไรปิดบังกันนะ "


"อีกก" ฉันไม่มีเรื่ยวแรงต่อต้านเลย แรงหายไปหมดขยับตัวไม่ได้เปลือกตาเริ่มปิดลง แล้วสติของฉันก็ดับไป เหมือนครั้งก่อนๆ ไม่ได้ยินอะไรอีก..



 






================================================

เย้!! ในที่สุดก็ครบร้อยเปอร์เช็นท์แล้ววว เหนื่อยมากกว่าจะเรียงเรื่องได้ ก็ขอโทษอีกครั้งนะคะ(อีกแล้วหรอ) ทีจริงแล้วตอนคุลาที่ผ่านคือปิดเทอมที่ผ่านมานิ้แหละ ไรท์ว่าจะอัพให้ได้ปนะมาณสามตอน แต่ว่าเกิด ความ-ิบ อย่างนึงคืดคอมเอาไปล้างไวรัส (ขอบ่นสักเล็กน้อย) ที่จริงล้างวันเดียวก็ได้แล้ว แต่ย่าของไรท์เอาไปให้คนที่รู้จักฝากเอาไปล้างให้เพราะไม่มีเวลา พอปิดเทอม เค้าบอกว่าวันศุกจะได้ พอไปถามเค้าก็บอกว่าวันจันชี่งวันจันที่จะถึง(น่าจะ 10 ตุลานะถ้าจำไม่ผิด) ไรท์ไปอยู่บ้านยาย กว่าจะกลับสั้นเดือนเลยไม่ได้อัพ หลังจากนิ้จะอัพให้แล้วนะ นิ้เหลืออีกครี่งจะมาอัพให้ที่อีกทีนะคะ

ไปละ แล้วเขอกันนนน
คอมเมนท์ให้ด้วยนะะะะะ





นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น