Fenix of vampires เธอคือของพวกเราเท่านั้น

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 29 เตรียมใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    11 มี.ค. 61













"เฮ้อ..คนเยอะชะมัด นี่โคโนเอะยังตามมาอยู่หรือเปล่า"

 

 

"ฉันก็อยู่หลังนายนี่ไง" ฉันตอบกลับพร้อมกับเดินตามหลังโชมาติดๆ ตอนนี้พวกเราอยู่ในงานอนิเมะที่พวกฮายะคุงชวนมาแล้ว แค่ปัญหาสำคัญที่สุดในตอนนี้คิดจำนวนคนที่จะเข้างานเยอะจนเจ้าหน้าที่ให้ยืนต่อแถวทยอยเข้างาน คนในงานส่วนมากจะเป็นพวกโอตาคุกับคอสเพลย์เยอร์ ความจริงฉันก็เป็นพวกโอตาคุด้วยนั้นแหละ แต่ก็ไม่หนักเท่าเจ้าโช หมอนั้นเป็นทั้งโอตาคุและคอสเพลย์เยอร์ (มีอย่าครั้งนึงฉันเคยโดนเจ้านี่ขอร้องให้คอสตัวละครตัวนึง ให้คู่กับเจ้านั้นด้วยล่ะ) สะสมมังงะ ฟิกเกอร์ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับอนิเมะเจ้านี่จะทุ่มสุดตัวเลย

 

"นึกว่าจะไม่ได้เข้างานชะแล้วสิ" โชเริ่มบ่นทันทีและจากที่เดินเข้างานได้ กว่าจะเดินเข้างานก็ผ่านไปแล้วครึ่งชั่งโมง

 

"นั้นสินะ แล้วจะไปไหนก่อน ไปหาพวกฮายะเลยหรือเปล่า" โชหันมาถามฉัน

 

"อืม..เหลืออีกครึ่งชั่งโมงกว่าพวกฮายะคุงจะมา ถึงมาก็คงได้ยืนรอเหมือนพวกเรานั้นแหละ"

 

"งั้นจะเอาไง เดินดูรอบๆงานก่อนไหม"

 

"ก็ได้" พอตกลงกันเสร็จ ฉันเก็บโชก็เดินไปดูชุ่มต่างๆถ่ายรูปกับคอสเพลย์เยอร์ ดูมังงะที่เข้าใหม่ เลือกชื้อของที่ตัวเองต้องการ รู้ตัวอีกที่ก็ใกล้เวลาที่นัดกับฮายะไว้แล้ว ฉันกับโชเลยเดินถือของของตัวเองเดินไปที่นัดเจอ

แต่ระหว่าเดินไปสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนนึงผมสีดำ ใส่แว่นตากรอบที่ดำ ยืนชื้อมังงะอยู่

 

 

"นี่ โชคนนั้นใช่เรียวคุงหรือเปล่า" โชหันมามองฉันก่อนจะหันไปตามนิ้วที่ฉันชี้

 

 

"อืม..อะ จริงด้วยเรียวจริงๆนั้นแหละ" โชพูดเสร็จก็ตรงดิ่งไปหาทันที ส่วนฉันก็เดินตามไปติดๆ เพราะถ้าเกิดสองตนนี้เจอกันแล้วก็...กัดกันตายแน่ๆ

 

“ไง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ทำหน้าตายเหมือนเดิมเลยนะ” พอเดินเข้ามาดูใกล้ๆก็ใช่เรียวคุงจริงๆ โชก็เอ่ยทักทายไปทันที ส่วนเรียวคุงไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่เหลือบมามองอยู่ช่วงนึงแล้วก็หันไปสนใจไลต์โนเวลที่ถือต่อ

 

“แกเองก็ยังไม่ตายอีกหรอ แต่..ก็คงไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอกมั่ง” เรียวคุงพูดพร้อมกับยกมือขึ้นขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเก็บไลด์โนเวลใส่ถุงกระดาษ

 

“นี่แก พูดกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันแบบนี้เลยหรอฟระ”

 

“เอาน่าๆ นายเองก็ไปกวนเรียวคุงก่อนไม่ใช่หรือไง” ฉันเห็นที่โชเลือดขึ้นหน้าเตรียมจะเดินไปกระชากเรียวคุง ก็พูดห้ามทันที โชหันมามองฉันก็จะสะบัดหน้าเห็นไปทางอื่น เฮ้อ..เกือบไปแล้วไมล่ะ

 

“เธอก็มาด้วยหรอ” เรียวคุงที่หันมาถามฉัน

 

“พอดีพวกฮายะคุงชวนมาน่ะก็ เลยมาสักหน่อย แล้ว..เรียวคุงละ มากับใครหรอ”

 

“มาคนเดียวน่ะ”

 

“ถ้าแกมาน่าจะบอกกกันบางสิ จะได้เดินเที่ยวด้วยกันน่ะ” โชที่เงียบไปสักพักก็พูดขึ้น ฉันหยักหน้าเห็นด้วย

 

“ถ้าเดินกับโคโนเอะก็ดีอยู่หรอ แต่ถ้ามีไอ้หัวเทาเดินตามแล้วพูดมากแบบแกมาด้วย ฉันขอเดินคนเดียวเงียบๆยังดีชะกว่า”

 

“ไอ้บ้านี่ แกหาว่าฉันพูดมากหรอ” โชพูดด้วยความโมโห กำลังเดินไปกระชากคอเรียวคุงอีกครั้ง ฉันจับแขนให้หมอนั้นอยู่เงียบ เพราะเสียงดังเกินไปหน่อยทำให้คนที่อยู่รอบข้างหันมาสนใจพวกเรา

 

“เฮ้อ..ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะ เดี๋ยวจะตกรถไฟชะก่อน ดีใจที่เจอนะ”  เรียวคุงพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินถือถุงที่ใส่ของเดินจากไป เมื่อเห็นเรียวคุงเดินหายไปแล้วฉันก็ปล่อยแขนโช ถึงสองคนนี้จะชอบพูดประชดกันเวลาเจอหน้ากันแต่ก็เป็นเพื่อนสนิทที่พึ่งพาได้เสมอเลย

“ความจริงเธอไม่จำเป็นต้องมาห้ามฉันหรอก ฉันก็ไม่ได้กระชากคอเจ้านี่หัวหลุดหรอกนะ” โชพูดพร้อมกับจับชายเสื้อตัวเอง

 

“จะไม่ให้ห้ามพวกนายได้ไง ก็นายพูดเสียงดังจนคนเค้ามองแล้ว อยู่ม.ปลายแล้วนะ ทำตัวเป็นเด็กไปได้นายเนื้ย”

 

“นี่เธอ...”

 

Tru..Tru

 

โชกำลังจะหันมาว่าฉันก็หยุดชะงักเพราะเสียมือถือ โชล้วงเข้าไปในกางเกงแล้วหยิบมือถือออกแล้วกดรับ

 

“ฮัลโหล...หึ..ไม่น่าเชื่อว่าคนหัวโบราณอย่างแกจะโทรมาหาคนอื่นบ้าง...แล้วมีอะไรล่ะ..อืม..นี่โคโนเอะเจ้าแว่นโทรมาถามว่า เห็นถุงกระดาษสีน้ำตาลที่อยู่แถวๆนี้หรือเปล่า” โชหันมาถามฉันทำให้รู้ทันทีว่าคือใคร ถ้าไม่ใช่เรียวคุง ฉันจึงมองไปรอบๆเพราะคนเยอะเกินไป ทำให้ฉันกับโชเดินไปไหนไม่ได้ ฉันมองหาอยู่สักพัก ก็เห็นถุงกระดาษที่ว่า มันวางอยู่กับพื้นไม่ไกลจากฉัน ฉันจีงเดินเข้าไปหยิบแล้วเดินกลับมาหาโชที่ยังถือสายเรียงคุงอยู่

 

“ใช่ถุงที่ติดเทปสีแดงหรือเปล่า”

 

“ใช่ถุงที่ติดเทปที่แดงหรือเปล่า...อืม..เรียวบอกง่าใช่แล้วก็บอกให้พวกเราเดินไปส่งให้ที่หน้าสถานที่ได้หรือเปล่า”

 

“ก็ได้อยู่นะ แต่ว่า..คงใช้เวลานานกว่าจะเดินผ่าออกไป กว่าจะออกไปได้ก็คงสองชั่วโมงล่ะมั่งนธ” โชพยักหน้าก่อนจะคุยโทรศัพท์ต่อ พูดสองสามคำก่อนจะวางสายไป

 

“เรียวคุงว่าไงบ้าง”

 

“ให้ส่งพัสดุไปให้น่ะ ส่วนที่อยู่จะส่งมาให้ทีหลัง แต่ขอเปิดดูหน่อยละกัน ว่าหมอนั้นชื้ออะไรไปบ้าง”  โชพูดพร้อมกับแย่งถุงกระดาษไปจากมือฉันแล้วแกะเทปที่ปิดถุงออก

 

“มันเสียมารยามนะที่เปิดของคนอื่นที่ไม่ได้อนุญาตน่ะ” โชไม่สนใจฉันแถมยังแกะไปเรื่อยๆ ห้ามไปก็ไม่ฟัง โดนเรียวคุงโกรธก็ไม่รู้ด้วยนะ

 

“เห๊ะ!! โคโนเอะดูสิ ของที่เจ้านั้นชื้อมีแต่ของที่ชื้อได้เฉพาะในงานอนิเมะทั้งนั้น ดูสิๆ มีมังงะที่ฉันอยากได้ด้วยล่ะ เจ้าหมอนั้นมีของหายากหมดเลยนะเนื้ย” โชพูดพร้อมกับยื่นมาให้ฉันดู ก็จริงอย่างที่โชพูดเพราะมีมังงะบางเรื่องที่ฉันติดตามอยู่ในมือโชด้วย แต่มันขายเฉพาะในงานเท่านั้น

 

Rrr

 

เสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้ง โชหยิบขึ้นมาดูก่อนหน้าจะหน้าซีดทันที แล้วหยิบของที่เอาออกมาใส่เข้าไปไว้ในถุงกระดาษแล้วติดเทปเหมือนเดิม

 

“ระ..รีบไปกันเถอะ ป่านนี่พวกฮายะรอนานแล้ว” โชพูดแค่นั้นก่อนจะเดินไป โดยไม่รอฉันเลย อยากรู้จังว่าเรียวคุงใส่ข้อความอะไรมาหาโชถึงหน้าซีดรีบเก็บของชะอย่างนั้น

 

 

 

 

 

5 วันต่อมา

 

รถม้าได้เคลื่อนที่มาหยุดอยู่หน้าคฤหาสน์แห่งหนึ่ง ดูจากภายนอกก็เป็นคฤหาสน์ทรงยุโรปทั่วไป แต่ความจริงแล้วนี้แสนลึกลับและมีพลังมหาศาลซ่อนอยู่ ก็สมกับเป็นคฤหาสน์ของ ไวท์ คอรัส หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบ

 

พวกไคค่อยๆทยอยลงจากรถม้าฉันเป็นคนสุดท้าย ไอโตะกับไทจิยื่นมือมาประคองฉันให้รถจากรถม้า พอลงจากรถสิ่งแรกที่เห็นคือ คนของสมาคมจำนวนมากยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ มีแวมไพร์บางตนสังเกคเห็นพวกเรา ก็สะกิดเรียกแวมไพร์ที่ยืนอยู่ข้างๆให้หันมามอง จนสุดท้ายกลายเป็นเป้าสายตาไปโดยปริยาย มีสายตาที่ให้กำลังใจอยู่บ้าง แต่โดยส่วนมากจะมองด้วยสายตาเหยียบยามและดูถูกชะมากกว่า รู้สึกไม่ชอบเลยสักนิด

 

“ไม่ต้องสายใจสายตาแบบนั้นหรอก มันจะทำให้เสียสมาธิ” เรนขยับเข้ามาอยู่ข้างๆ ก่อนจะตวาดสายตาไปมองรอบๆ มีแวมไพร์บางตบหลบตาไปทันที

 

“เป็นอย่างที่เรนพูดนั้นแหละ อย่าไปสนใจเลย พวกนั้นแค่มองเธอแค่ภายนอกไม่ได้รู้อะไรเลยสักนิด”นัทสึพูดเสริมอีกคน ฉันจึงพยักหน้ารับ ถึงจะพยายามไม่สนใจก็เถอะ แต่ก็ไม่ชอบสายตาแบบนี้อยู่ดี

 

“เฮ้อ..แย่จังเลยนะครับ ที่มองคนอื่นจากภายนอกแบบนี้ ผมคงคัดคนผิดจริงๆ” เสียงทุ้มทรงอำนาจได้ดังขึ้น เสียงพูดคุยที่ดังขึ้นเมื้อครู่ก็ตกสู่ความเงียบ มีแต่เสียงเดินที่ดังไปทั่วบริเวณ พอเงยขึ้นไปก็เจอกับท่านไวท์ที่เดินออกมากจาคฤหาสน์พร้อมกับองครักษ์ผู้ติดตามมาด้วยอีกสอง ถ้าจะไม่ผิดคงเป็นคนเดียวกับที่เจอกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

 

“ขอประทานโทษคะ/ครับ” เสียงกล่าวขอโทษได้ดังขึ้น ท่านไวท์แค่พยักหน้าให้พร้อมกับสีหน้าเรียบนิ่ง

 

“เฮ้อ....ขอต้อนรับท่านสุภาพบุรุษและท่านสุภาพสตรี ยินดีต้อนรับสู่คฤหาสน์คอรัส การที่พวกเรามารวมตัวครั้งนี้ก็เพื่อเป็นพยานให้กับ การทดสอบ ของหัวหน้าคนใหม่ของKing Vampire” เสียงทรงอำนาจได้ประกาศกร้าวขึ้น  ทำให้รู้ได้ทันทีว่า

 

 

การทดสอบกังลังจะเริ่มขึ้น                 








     ==============================================

กลับมาแล้วจ้าา หายไปนานเลย ที่หายไปไม่ใช่ไปไหนหรอก เขียนเรื่องนี้อยู่นี่แหละ สมองตันจริงจังคะ แฮร่ ก็จะกลับมาอัพแล้วนะ ส่วนการอัพจะอัพอาทิตย์ละครั้งเนอะ เพราะไรท์มีเรียนซันมอร์ต่อ กว่าจะได้หยุดจริงๆก็หลังสงการณ์นู้นเลย อย่าลืมคอมเม้นนะ ไปละ







นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น