ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 55 : ท่านย่า?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    6 พ.ย. 63

เช้าวันถัดมา

สถานการณ์ในตอนนี้เลวร้ายเสียเหลือเกินในความรู้สึก เหงื่อแตกพลั่ก ก้นไม่ค่อยติดเบาะ มือไม้อุณหภูมิต่ำแทบเข้าขั้นชาไร้ความรู้สึก แม้ว่าอากาศจะเย็นสบาย หากแต่ข้าคนนี้กลับรู้สึกร้อนรนไปหมด

 

รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ผิดที่ผิดทางอย่างไรชอบกล

 

แค่เรากำลังเดินทางเพื่อไปพบฮ่องเต้ จำเป็นต้องอาการออกขนาดนี้เลยหรือ ไม่เข้าใจตัวเอง

 

เฮ้อ ฮ่องเต้ในเรื่องนี้จะ...ไหมนะ

 

อาการนั่งไม่ติดนี่ก็วุ่นวายพอตัวแล้ว ยังมีคนตรงหน้าคอยนั่งมองนั่งจ้องอยู่นี่อีก

“ท่านมีเรื่องอันใดสงสัยก็ถามมาเถอะเจ้าค่ะ” ข้าเอ่ยถามเขาไปอย่างต้องการตัดความรำคาญ

“หึ”

ดูเขาทำ เขาใช่คนที่เคยตามเกี้ยวข้าไหม หรือเขาคนนั้นได้ตายไปแล้ว “ข้าตื่นเต้นเจ้าค่ะ กลัวด้วย...” เมื่อสามีหน้าหวานดูไม่เข้าใจข้า ขอข้าอ้อนเขาเล็กน้อยก็ยังดี พอให้หัวใจกระชุ่มกระชวย

“กลัวอันใด”

“คือ...ในนิยายที่ข้าเคยอ่านมาน่ะเจ้าค่ะ ฮ่องเต้มีอำนาจมาก ๆ จะสั่งเก็บใครก็ได้” เสียงหวานของข้าบีบเล็กลง เพื่อจะสื่อว่าตอนนี้ข้ากำลังตัวเล็กลงเพราะความประหม่า

“ก็จริง เจ้าต้องระวังกิริยาให้มาก ท่านพี่เคยสั่งควักลูกตาคนที่บังอาจสบตาเขา”

 

อ้าว ฉิบหายเลี้ยว... นอกจากไม่ปลอบใจข้า เขายัง...

 

“ทั้งยังเคยสั่งตัดขาตัดมือผู้ที่ไม่ยอมทำความเคารพอีกด้วย”

 

ไอ้หยา... เหงื่อไหลเต็มหลังข้าเลยยามนี้ สามีข้าแท้จริงแล้วเป็นคนเช่นไร วันก่อนเอาอกเอาใจข้าเหลือเกิน วันนี้เกิดอะไรขึ้น

 

“เรากลับกันก่อนได้ไหมเจ้าคะ ค่อยมาวันหละ หือ! หยุ หยุดแล้ว” ข้ามองหน้าเขานิ่ง คล้ายสติหลุดลอยไปไกลแสนไกล

 

อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จัง

 

“ถึงแล้ว”

สามีสูงศักดิ์ป้ายแดงคว้ามือของข้าไว้เพื่อจูงกันลงรถม้า หากแต่ข้าขัดขืน ขืนตัวไว้ไม่ยอมขยับ ตั้งใจจะไม่ขยับแล้วบอกเขาว่า ‘กลับกันก่อนเถอะ’

“ท่านพี่ไม่ชอบการรอเสียด้วยสิ ซึ่งข้าแจ้งเขาไปแล้วว่าจะเข้าเฝ้าเช้านี้ ป่านนี้...”

 

คำพูดข่มขู่ของเขาชะงักไปเพราะข้า เพราะข้าย้ายตัวเองไปนั่งแหมะลงบนตักเขา

“อุ้มข้าไปเลยเจ้าค่ะ วิธีนี้ไวสุดแล้ว”

 

 

 

ข้าซบหน้ากับแผงอกหนาไว้ตลอดทาง ไม่มองไม่ชมอะไรทั้งสิ้น พระราชวังที่อยากจะเก็บเป็นภาพจำแสนสวยสักครั้งในชีวิต ในตอนนี้ข้าก็ไม่ต้องการแล้ว ไม่อยากสนใจอะไรแล้ว

 

ข้า อยาก กลับ จวน

 

“เจ้านั่งรอตรงนี้สักครู่เดี๋ยวข้ามา”

สามีตัวหอมอุ้มข้ามาได้สักพัก เขาก็ทิ้งข้าไว้ท่ามกลาง....เรือกสวนไร่นา

เรือกสวนไร่นา! จริง ๆ

ไม่ใช่วัง! ท่านแม่ทัพเขาหลอกพาข้ามาฆ่าทิ้งหรืออย่างไร ข้างงไปหมดแล้ว

 

“ท่านพี่!”

กว่าข้าจะรู้ตัวมีสติว่าถูกพามาทิ้งไว้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแปลก ๆ ซ้ำคนที่เป็นตัวการก็เดินหันหลังไปไกลแล้ว

“อะไรกันเนี่ย!” ข้าตะโกนไล่หลังเขาไป

 

เมื่อสติกลับมาครบ ข้าจึงมองไปรอบ ๆ ตัวอีกครั้ง

ฟากหนึ่งเป็นสวนจวี๋จื่อ (ส้ม) ถัดไปเป็นสวนผิงกั่ว (แอปเปิล) ถัดไปอีกเป็นสวนผลไม้อะไรสักอย่างที่คงยังไม่ถึงเวลาออกผลของมัน เพราะข้ามองหาผลมันไม่เจอ

อีกฟากเป็นนาข้าว ต้นข้าวเขียวชอุ่มงดงามเชียวล่ะ

 

เปลือกตาทั้งสองปิดลง แล้วเปิดขึ้นมาอีกครั้ง “ฮ้า~ ชอบแบบนี้...” ข้าถอนหายใจออกมาเสียงดังหลังจากสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด พร้อมกับคำพูดที่มันออกมาตามใจคนพูดไร้การกลั่นกรองใด ๆ

 

สงสัยผู้เป็นสามีเห็นความตื่นกลัวของข้าแล้วสงสาร จึงเปลี่ยนใจพาข้ามาเปิดหูเปิดตาแทน ถูกใจข้ายิ่งนัก สองเท้ารีบเดินเหินไปตามแนวคันดินเพื่อชื่นชมธรรมชาติอย่างตื่นตา

 

ปากมันฉีกยิ้มไม่หยุด ห้ามตัวเองหยุดยิ้มไม่ได้เลย ข้าชอบจริง ๆ

 

“สายลมโชยเอ๋ย อีกทั้งต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายเหล่านี้ ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ช่วยให้จิตใจของข้าชุ่มชื่นได้ขนาดนี้”

ความวิตกทั้งหลายก่อนหน้านี้ มันหายสลายไปตั้งแต่ภาพธรรมชาติสุดแสนสบายใจสบายตาเหล่านี้ปรากฏแก่สายตา

 

เดินไปเดินมา รู้ตัวอีกทีตัวเองมาหยุดอยู่ตรงจุดที่มีแต่ต้นส้มสูงระดับเดียวกับความสูงของข้า

“ขอข้าช่วยท่านเก็บได้ไหมเจ้าคะ” ข้าพูดพร้อมส่งยิ้มจริงใจไปให้หญิงสูงวัยท่านหนึ่งที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ เก็บส้มอยู่

 

นางหยุดการกระทำก่อนหน้า จากนั้นยิ้มกลับมาให้น้อย ๆ อย่างคนใจดี “อยากลองชิมดูไหม” ก่อนที่จะเด็ดส้มลูกหนึ่งแล้วยื่นมาทางข้า

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เมื่อรับมาแล้ว ข้าจิกลงตรงกลาง แบ่งส้มทั้งลูกเป็นสองซีก ส่งซีกหนึ่งกลับไปให้นาง “ท่านก็ทานด้วยกันกับข้าเถอะเจ้าค่ะ เหนื่อย ๆ ได้กินส้มเช่นนี้ น่าจะชื่นใจดีนัก” พูดจบก็ปอกเปลือกทั้งหมดออกแล้วส่งผลไม้สุดโปรดของตัวเองเข้าปากอย่างอารมณ์ดี

“เป็นอย่างไร”

“อร่อยมาก ๆ เจ้าค่ะ ข้าชอบส้มที่สุดในบรรดาผลไม้ ให้ข้ากินคนเดียวทั้งตะกร้านี้ยังได้เลยเจ้าค่ะ” คำพูดโอ้อวดฉายแววตะกละออกไปจากปากข้าอย่างลืมตัว

“งั้นรึ ดี ๆ” หญิงสูงวัยท่านนี้นอกจากจะไม่แสดงท่าทางรังเกียจคนเห็นแก่กินอย่างข้าแล้ว ยังมีท่าทีชอบใจอีกด้วย

“ท่านนั่งพักสักครู่เถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวระหว่างนี้ข้าเก็บให้”

“ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวชุดสวย ๆ ของเจ้าจะเปื้อนเอา”

“เปื้อนก็ค่อยซักเจ้าค่ะ นะเจ้าคะ ให้ข้าช่วยท่านเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยากช่วยจริง ๆ”

“ก็ได้ ๆ ครู่เดียวเท่านั้นนะ หากหลานชายข้ามาเห็นว่าข้าให้เจ้าช่วย ข้าคงถูกตำหนิ” นางเอ่ยอนุญาตด้วยสีหน้าหนักอกหนักใจ

“เจ้าค่ะ! ข้าจะรีบเก็บพร้อมดูต้นทางไปด้วย ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ”

 

หืม หลานชายท่าน... เป็นคนเช่นไรกัน ไม่น่ารักเอาซะเลย นี่เขากล้าใช้งานคนแก่รึ

 

แต่เอาเถอะ อย่าว่าใครเขาเลย คุณย่าในโลกโน้นของข้า ชรายิ่งกว่าท่านนี้เสียอีก ข้าและลูก ๆ ของท่านยังห้ามไม่ให้ท่านทำอะไรไม่ได้เลย บางทีหญิงสูงวัยท่านนี้อาจจะไม่ได้ถูกบังคับให้ทำก็เป็นไปได้

 

โลกมันมีหลายมุมหลายด้าน อย่าเพิ่งตัดสินใครเลย ใจเย็น ๆ ไว้ อย่าไปตำหนิใครส่ง ๆ สิคุณ

 

 

“เป็นอย่างไร ถูกใจท่านหรือไม่”

เก็บไปได้เพียงประมาณ 7-8 ลูก เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ส่งผลให้ข้าหันขวับไปตามเสียงนั้นทันที

 

“ท่านพี่! ข้านึกว่าท่านจะทิ้งข้าไว้ที่นี่คนเดียวเสียแล้ว”

 

รูปประโยคอาจจะฟังดูเหมือนข้ากำลังน้อยใจ หากแต่หน้าตานั้นแสดงออกชัดเจน ว่ายินดีนักหากเขาจะทิ้งข้าไว้ที่นี่

“ชอบหรือไม่”

“ชอบเจ้าค่ะ! ข้าชอบที่นี่มาก ๆ ทิ้งข้าไว้ที่นี่สักเดือนยังได้เลยเจ้าค่ะ” น้ำเสียงสดใสพร้อมสีหน้าระรื่นคงบ่งบอกได้ดีว่าข้าถูกใจจริง ๆ

“ดี เพราะระหว่างที่ข้าไม่อยู่...” คำพูดนี้ของเขาทำให้สีหน้าระรื่นของข้าหงอยลง

“ข้าจะไม่อยู่สักระยะ ระหว่างนี้...เจ้าอยู่ที่นี่ได้หรือไม่” นัยน์ตาคมของเขาฉายแววหนักใจอยู่หลายส่วน

 

“ข้าอยู่ได้เจ้าค่ะ ท่านรีบไปรีบกลับนะเจ้าคะ ท่าน...” ภรรยาสาวใจกล้าอย่างข้าเดินเข้าไปใกล้เขา จากนั้นสบตาด้วยสายตาที่แสดงออกว่าจริงจัง “ห้ามแอบปันใจให้ใครเด็ดขาดในยามที่ห่างกัน หากคิดที่จะสานสัมพันธ์กับใคร หรือหอบใครกลับมาด้วย มองหน้าข้าไว้ดี ๆ นะเจ้าคะ ข้า...ไม่มีโอกาสอะไรให้ท่านทั้งนั้นเจ้าค่ะ”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น”

เท้าเล็กเขย่งขึ้นเพื่อให้ปากตัวเองใกล้ใบหูของเขา คนตัวสูงโค้งลงมานิดหน่อยเพื่อให้ข้าทำกิจสะดวกขึ้น “มีเพียงข้าเท่านั้น จะกาย ใจ ต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว จงรักข้า จงหลงข้า”

 

ข้าพยายามสะกดจิตเขา

 

แม้ปากจะเก่ง แต่ข้าไม่ได้อยากจะยกเขาให้ใครหรอกนะ คนบ้าที่ไหนอยากจะทำร้ายหัวใจตัวเองกันล่ะ ไม่ใช่ข้าแน่ ๆ

 

‘รักข้า หลงข้า’ แม้จะถอยออกมาแล้ว แต่ข้ายังคงส่งคำพูดนี้ไปทางกระแสจิตและสายตา

 

“ข้าขอออกตัวบอกไว้ก่อนเลย ข้าเป็นคนขี้หวง ขี้หึง เรื่องพวกนี้ข้าเก่งสุด ๆ เจ้าค่ะ”

พูดพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นคล้ายผู้ร้ายกำลังจำนนต่อสถานการณ์

 

มือสวยของเขาวาดวงกว้างเพื่อกวาดเอาตัวข้าไปสวมกอดไว้อย่างเต็มรัก ซึ่งข้าไม่ขัดขืนตัวเลยแต่อย่างใด

“เข้าใจแล้ว” เสียงทุ้มนุ่มหวานหูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจหลังถอนหายใจยาวพรืด

 

แขนทั้งสองข้างของข้าขยับขยุกขยิกเพื่อหาความเป็นอิสระ จากนั้นวาดวงกว้างเหมือนกับที่เขาทำก่อนหน้า แล้วสวมกอดเอวหนาของเขาไว้อย่างแนบแน่น

“ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ ห้ามเจ็บห้ามป่วย เพราะข้าไม่อนุญาตเจ้าค่ะ หากอยากเจ็บป่วยต้องกลับมาอยู่ในสายตาข้าก่อน” พูดพร่ำได้สักพักก็สะบัดศีรษะ “ไม่สิ ไม่เจ็บไม่ป่วยย่อมดีกว่า เอาเป็นว่าแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวงแล้วกลับมาหาข้าโดยสวัสดีนะเจ้าคะ”

 

คำพูดคำจาเชยชะมัด แต่ไม่รู้แหละ ข้าหวังให้เป็นเช่นนั้นหนิ

“เข้าใจแล้ว ๆ”

 

เราสองคนกอดกันแน่นคล้ายวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ไม่สิ! ไม่คิดแบบนี้ เปลี่ยน ๆ

 

เราสองคนกอดกันกลมเหมือนแม่ลิงที่เกาะลูกลิงตัวน้อยไว้ไม่ยอมปล่อยให้ห่างกาย แม้ว่าจะฟังดูทะแม่ง ๆ แต่ก็ดูเป็นมงคลกว่าล่ะนะ

 

“ขอข้าไปด้วยไม่ได้หรือเจ้าคะ” ข้าทำเสียงเล็กเสียงน้อยเพื่อเพิ่มความน่ารักน่าทะนุถนอมลงไป...เผื่อเขาจะเปลี่ยนใจ

 

สามีข้างานดีเกินไป ข้าไม่อยากปล่อยเขาห่างกายเลย ฮือ...กลัวเขาจะตายเร็ว

 

“มี่เอ๋อร์...”

“ท่านทำเสียงอย่างงี้ ข้าก็ใจอ่อนปวกเปียกหมดน่ะสิเจ้าคะ อืม...ว่าแต่รอบนี้ที่ท่านไป ต้องปลอมตัวไหมเจ้าคะ เลือกหน้ากากอันที่อัปลักษณ์ที่สุดเลยนะเจ้าคะ ท่านมีข้าแล้ว ไม่ต้องดูดีหรอกเจ้าค่ะ”

 

คำถามของข้าไร้การตอบกลับจากเขา ทว่าเขาเลือกที่จะหันไปคุยกับหญิงชราที่ข้าเผลอตัวลืมไปเลยว่าท่านยังอยู่ตรงนี้ด้วยเช่นกัน

“ดูนางสิขอรับท่านย่า แปลกคนอย่างที่ข้าเคยบอกท่านใช่หรือไม่”

 

หูเล็ก ๆ ของข้าผึ่งออกทันที หันหน้ามองคนทางซ้ายที คนทางขวาที

“ท่านย่าหรือเจ้าคะ! ที่แท้หลานชายใจร้ายที่ข้าลอบตำหนิคือท่านนี่เองหรอกรึ”

“ตำหนิข้า? เรื่องอันใด” ผู้เป็นหลานชายถึงกับงง

 

ข้าสูดหายใจเข้า จากนั้นอธิบายทั้งประโยคทีเดียวรวด ด้วยท่วงทำนองที่เหมือนหุ่นยนต์ถูกตั้งค่ามา

“ห้วงความคิดหนึ่งของข้า ข้าคิดว่าผู้เป็นหลานชายช่างใจร้าย ไม่น่ารักเอาเสียเลย ใช้แรงงานผู้อาวุโส แต่ก็มีอีกห้วงความคิด ที่ข้าได้มองในมุมต่างไว้แล้วเจ้าค่ะ ว่ามันอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น” พูดจบก็ส่งยิ้มปะเหลาะไปให้เขา

 

“มี่เอ๋อร์ เจ้านี่นะ ข้าอ่อนใจกับความคิดและคำพูดคำจาของเจ้าจริง ๆ” ปฏิกิริยาของสามีข้านั้น ไปในทิศทางเดียวกันกับคำพูดของเขา

“ฉะนั้น จงรักข้า หลงข้า โอมเพี้ยง”

“ท่านย่าดู...” เด็กน้อยในร่างชายหนุ่มตัวโต หน้าตาหวานหยดทว่ากลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายความดุดันอยู่ในตัว เขากำลังทำท่าทำทางที่รับบทเป็นเด็กหนุ่มขี้ฟ้อง

“เอาล่ะ ๆ หากนางแปลกนัก เจ้าไม่แปลกกว่าหรือที่ไปพึงใจคนเช่นนางได้ หมิงเอ๋อร์” ผู้ที่อาวุโสสุดเอ่ยขึ้นหลังจากที่ท่านเงียบและลอบสังเกตสถานการณ์อยู่นานสองนาน

 

“นั่นสิเจ้าคะท่านย่า ข้าน่ะ แสดงออกชัดเจนว่าเป็นคนแปลกตั้งแต่ที่เราได้เจอกันครั้งแรกแล้ว ท่านมาหลงข้าเองนี่นา” เมื่อเห็นท่านย่าพูดออกมาอย่างนั้นข้ารีบเข้าไปประจบท่านแล้วชี้แจ้งเรื่องราวต่อทันที ท้ายประโยคหันไปพูดกับพ่อหนุ่มน้อยคอยรัก

 

“เอ่อ ท่านแม่ทัพขอรับ ได้เวลาแล้วขอรับ” ชายหนุ่มผู้หนึ่งแต่งตัวคล้ายบัณฑิตกล่าวขึ้น เขายืนอยู่แถวนี้ตั้งแต่ตอนไหนข้าก็ไม่รู้ ไม่ได้สังเกตเลย

“อืม”

รัศมีความดุดันปรากฏออกมาจากสามีของข้าที่เป็นถึงท่านแม่ทัพทันที เมื่อมีเรื่องงานมาเกี่ยวข้อง

 

เท้าเล็กของข้าก้าวไปหาเขาอย่างไม่รู้ตัว

“ท่านพี่ ท่านต้องรอดปลอดภัยกลับมาหาข้านะเจ้าคะ ข้าจะเป็นเด็กดี รอท่านอยู่ที่นี่อย่างสงบ ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ” ริมฝีปากของเราสัมผัสกันเบา ๆ หลังข้อความในใจของข้ากล่าวจบลง เป็นข้าที่เขย่งเท้าไปทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ด้วยตัวเอง

 

ไม่รู้ว่าเราสองคนต้องจากกันนานขนาดไหน ความเขินอายมันไร้สาระสิ้นดี หากเทียบกับความเป็นห่วงที่ข้าจะมีให้เขายามต้องห่างกัน

 

และไม่เพียงแต่ข้าที่คิดเช่นนั้น เขาเองก็คงคิดเหมือนกัน ในยามที่ข้ากำลังจะถอยออก ท้ายทอยของข้าถูกมือแกร่งของเขาคว้าไว้ ริมฝีอุ่นจัดของเขาตามมาย้ำหนัก ๆ ที่เดิมอีกครั้ง ต่อด้วยเลื่อนขึ้นไปจูบเบา ๆ ที่หน้าผาก

“ข้าจะรีบกลับมา”

สามียศใหญ่หันหลังออกเดินทันที เมื่อศีรษะน้อย ๆ ของข้าพยักหน้ารับคำนั้นของเขา

 

 

 

เมื่อวานเพิ่งจะเข้าพิธีกันหยก ๆ ทว่าวันนี้กลับต้องห่างกันแล้ว เอาเข้าจริงข้าตกใจมากที่อะไร ๆ มันปุบปับขนาดนี้

ข้ายังไม่ได้แทะเล็มเขาเลย เมื่อคืนก็เล่นตัวเอาไว้เสียเยอะ

 

เฮ้อ...ชีวิตก็งี้แหละเนาะ เขาเองก็มีหน้าที่ของเขา มีเรื่องต้องทำ มีภารกิจสำคัญมากมายรอเขาอยู่ จะให้ตัวติดกันตลอดคงจะเป็นไปไม่ได้

 

แล้วข้าล่ะ ข้าเองก็ควรหาอะไรทำ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน...เพราะคิดถึงเขา

 

บ้าจริง ข้าอยากให้เขากลับมาเลย...เย็นนี้ ...พรุ่งนี้

 

“ที่นี่คงต่างจากที่ที่เจ้าจากมามาก เล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม โลกที่เจ้าจากมาน่ะ”

ข้าหันไปสบตาท่านย่า หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบอันใด

 

“ข้าอยากรู้...ว่าต่างกับตอนที่ข้าจากมาอย่างไรบ้าง”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #77 Real_PCY😍😍 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 10:11
    ท่านย่า..ว้าววววว ท่านย่าก็ทะลุมิติด้วยสินะ ดีจัง น้องมีเพื่อนคุยแล้ววว
    #77
    1
    • #77-1 wanchan p(จากตอนที่ 55)
      7 พฤศจิกายน 2563 / 20:34
      รอดูกันค่ะ ว่าเขาจะคุยกันยังไง 😆
      #77-1
  2. #76 pook1819 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 08:52
    จงรักข้า หลงข้า

    หลงแล้วขอร๊าบไรท์
    #76
    1
    • #76-1 wanchan p(จากตอนที่ 55)
      7 พฤศจิกายน 2563 / 20:32
      รักน้อง หลงน้อง เอ็นดูน้องกันนะคะ 😘
      #76-1