ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 52 : ห้องหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,360
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

เสียงฝีเท้านับสิบคู่กำลังเดินมาทางนี้ คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนฝ่ายเจ้าบ่าวของข้าอย่างแน่นอน เกณฑ์ทหารมาทั้งกองทัพหรืออย่างไร เสียงถึงอึกทึกครึกโครมเช่นนี้

 

‘เฮ้อ’

ยิ่งเสียงนั้นเข้ามาใกล้เท่าไหร่ จิตใจข้าก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข

‘เต้นแรงเป็นบ้า ฮึบไว้นะ ฮึบไว้น้า’

 

หัวใจเจ้ากรรมนี่ก็ลืมวิธีอยู่อย่างสงบแล้วหรืออย่างไร

‘ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องตื่นเต้น อีกเดี๋ยวพิธีก็เสร็จแล้ว เย็นไว้นะ เย็นไว้’

 

ผ้าคลุมหน้าผืนบางเป็นเพื่อนยามยากของข้าในยามนี้อย่างแท้จริง มันช่วยปิดบังสีหน้าต่าง ๆ ของข้าได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะแสดงสีหน้าเช่นไรออกมา ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะสังเกตเห็น ขนาดข้าเองจะเพ่งเล่งใบหน้าใครยังทำไม่ได้เลย เห็นผู้คนเป็นเพียงเงาดำ ๆ เคลื่อนไปเคลื่อนมาเท่านั้น แยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร อาศัยการสังเกตการณ์จากการก้มมองรองเท้า รวมถึงคอยฟังเสียงพูดของแต่ละคน แล้วคาดเดาเอาว่าเป็นใคร

 

‘ฮู่ว ลำบากหน่อย แต่ก็ถือว่าดี!’

‘ใครไม่เห็นหน้าข้า ข้าไม่เห็นหน้าใคร’

‘ไม่มีตากล้องคอยจับภาพ แถมยังมีผ้าปิดหน้าให้ ไม่มีอะไรน่ากังวลเลย ไม่มี ผ่อนคลายได้ ผ่อนคลายได้’

 

ขณะที่ข้ากำลังรวบรวมความมั่นคงทางจิตใจของตัวเองอยู่ เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งได้เดินมาหยุดลงตรงหน้าข้าแบบพอดิบพอดี สติสตังที่เพิ่งกลับมาเข้าที่ก็เริ่มกระเจิดกระเจิงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าเท้าคู่ที่หยุดอยู่ตรงหน้า สวมรองเท้าสีทองที่ดูหรูหราเกินหน้าเกินตาชาวบ้านเขา

ทั้งกลิ่นอายสูงศักดิ์ของมัน ยังฉุนเข้าไปถึงความรู้สึกนึกคิดของข้าเลยทีเดียว มโนภาพความวุ่นวายที่จะตามมาเพราะ เท้าคู่นี้ ของคน ๆ นี้ แทบจะออกมาเป็นฉาก ๆ

 

 

เมื่อสักครู่ ข้าเห็นเพียงรางๆ ว่าคนที่ยืนมองหน้าข้าผ่านผ้าคลุมผืนนี้ เขาโค้งคำนับให้กับใครบางคน ซึ่งข้าขอเดาเอาอีกว่าคงจะเป็นท่านพ่อกับท่านแม่ข้า

 

แต่เอ๊ะ...นี่มันเป็นสถานการณ์ปกติหรือ

เหตุใดการทักทายผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว...ถึงเป็นไปด้วยความเงียบเชียบนักล่ะ

 

เหตุใด ท่านแม่ทัพ..ชินอ๋อง...ท่านอ๋อง...คุณเจ้าบ่าว โอ๊ย! เรียกไม่ถูก

เอาเป็น ว่าที่สามีข้า ละกัน ฝึกเรียกในใจไว้ จะได้คุ้นไว ๆ

 

เหตุใดว่าที่สามีข้าถึงไม่เอ่ยอันใดออกมาเลยล่ะ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักพ่อตาแม่ยายเลยรึ แค่โค้งคำนับให้รึ

 

หรือว่า...เขาเป็นใบ้? พูดไม่ได้ พูดติดอ่าง 

โน! ไม่น่าจะเป็นไปได้ เป็นถึงท่านแม่ทัพใหญ่ จะเป็นใบ้ได้อย่างไร ไม่มีทาง ไม่งั้นจะคุยแผนการหรือกลศึกกับคนในกองทัพตัวเองได้ไง มัวเขียนอธิบายกันได้ตายกันหมดพอดี

เอ๊ะหรือว่า...เขาจะถือตัว ว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่า เลยไม่ให้ความเคารพ 

หึ! แล้วจะมาแต่งกับข้าทำไม หากไม่เคารพพ่อแม่ข้า โดนพี่ชายจับคลุมถุงชนมารึไง

จริงด้วย! ใช่แน่ ๆ ถูกบังคับมาแน่ ๆ ฮ่องเต้กลัวน้องชายจะนิยมฟันดาบ เลยจับมาแต่งกับข้าสินะ ข้านี่ฉลาดจริง ๆ วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ดีเยี่ยม

 

“เชิญท่านอ๋องทางนี้” เสียงทุ้มห้าวของพี่รองเรียกว่าที่น้องเขยให้เดินตามเขาไป เจ้าของรองเท้าสีทองคู่นั้นหันไปพยักหน้าให้พี่รอง แล้วเดินผ่านหน้าเจ้าสาวอย่างข้าตามว่าที่พี่เขยไป

...หืม?

 

 

“มี่เอ๋อร์ มา ๆ เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง ไปเคารพบรรพบุรุษของเรากัน” เป็นพี่ใหญ่ที่เข้ามาประคองข้าไปศาลบรรพชนที่ตั้งอยู่ภายในจวนแห่งนี้

 

 

พิธีการทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งข้าและว่าที่สามีของข้าต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เราสองคนเหมือนตุ๊กตาสองตัวที่ถูกจับมาแต่งตัวแล้วจัดฉากแต่งงานกัน คนโน้นจับไปวางตรงโน้นที คนนี้จับมานั่งตรงนี้ที ซ้ำยังไม่มีเสียงใดที่เล็ดลอดออกมาจากปากเราทั้งสองเลย

 

ในเมื่อตลอดงานคุณเจ้าบ่าวเขาไม่พูดอันใดออกมาแม้เพียงครึ่งคำ เจ้าสาวอย่างข้าจึงเก็บปากเก็บคำไว้เช่นกัน

 

แม้กระทั่งตอนนี้ ที่เราสองคนมานั่งอยู่ในห้องหอแล้ว ว่าที่สามีของข้า เขายังคงปิดปากเงียบ

 

เขาเงียบจนข้ารู้สึกอึดอัดแทนเขา...ที่พยายามเงียบมาทั้งวัน

 

“ท่าน...เปิดผ้าคลุมหน้าให้ข้าด้วยสิเจ้าคะ” ข้าพูดกับคนที่นั่งอยู่ปลายเตียง

เขานั่งเงียบอยู่อย่างนั้นมาสักพักแล้ว ตั้งแต่เราสองคนเข้าห้องหอ ปล่อยให้เจ้าสาวอย่างข้านั่งเหมือนคนตาบอดอยู่กลางเตียงเพราะต้องรอให้เจ้าบ่าวเปิดผ้าคลุมหน้าให้

“หากท่านไม่เปิด ข้าจะเปิดเองแล้วนะเจ้าคะ”

 

และคำนี้ของข้ามันได้ผล เขาเด้งตัวลุกขึ้น จากนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าข้า เอื้อมมือมาจับผ้าคลุมไว้ หากแต่ไม่ยอมเปิดในทันที

เจ้าสาวใจกล้าอย่างข้าจึงตัดสินใจจับมือเขาไว้แล้วเลิกผ้าออกจากใบหน้าตัวเอง การกระทำของข้าทำให้คนตรงหน้ามีอาการเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่าข้ายังคงหลับตาอยู่อาการเกร็งของเขาจึงค่อยทุเลาลง

 

‘เอ่อ เหตุใดฝั่งผู้ชายทำตัวเหมือนข้าไปบังคับฝืนใจเขาเลยล่ะ งง ๆ นะเนี่ย’

 

“ข้าจะลืมตาแล้วนะเจ้าคะ”

 

คนตัวโตพยายามสลัดมือตัวเองออกจากมือข้า หากแต่เขาไม่ได้ออกแรงมากพอ ข้าจึงยังจับเขาไว้ได้ ด้วยความที่ข้าหมดความอดทนในการเล่นตามน้ำอย่างที่ข้าพยายามทำมาตลอดทั้งวันแล้ว แววตาใสของข้าจึงเปิดขึ้นแล้วมองไปที่เขาอย่างตั้งใจ

“วันแต่งงาน ท่านใส่หน้ากากด้วยหรือเจ้าคะ” ข้าถอนหายใจแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงไม่แสดงอารมณ์

ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ เขาเบือนหน้าหนีข้า ทำท่าทำทางเหมือนหญิงสาวกำลังจะถูกรังแก

 

“พูดออกมาบ้างเถอะเจ้าค่ะ จะอย่างไร...ข้าก็จำท่านได้”

 

สิ้นเสียงหวานของข้า ใบหน้าของคนตัวใหญ่ที่สวมหน้ากากทองคำลวดลายพยัคฆ์น่าเกรงขามหันขวับมาทางข้าด้วยท่าทีตระหนกตกใจ

“เจ้า...”

“เฮ้อ ถอดหน้ากากออกก่อนได้ไหมเจ้าคะ มานั่งตรงนี้เจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าถอดให้”

 

มือบางของข้าดึงแขนแกร่งของคนเป็นสามีให้ลงมานั่งข้างกาย จากนั้นเอื้อมมือไปปลดหน้ากากของเขาออก เขาเองก็ว่าง่าย ไม่หือไม่อือสักคำปล่อยให้ข้าทำตามใจ

 

“อ๊ะ! วันนี้รับบทเป็นคุณชายหยางหรอกหรือเจ้าคะ” ข้าแกล้งทำเสียงตื่นเต้น แต่คนข้างกายกลับขมวดคิ้วจ้องหน้าข้า

“วันนี้ทั้งวัน ข้าเอาแต่รอลุ้นอยู่ในใจว่า สามีของข้าจะคุณชายหยาง” พูดถึงตรงนี้ ข้าเอียงคอไปหาเขาแบบที่คิดว่าคงจะดูน่ารักน่าชังสำหรับคนมอง ทั้งยังแถมยิ้มหวานละมุนส่งไปให้ “หรือจะเป็น...ท่านหมอเทวดากันแน่”

 

“เจ้ารู้!” คนที่ต้องรับบทบาทมากมายในชีวิตนี้ มีแววตื่นตระหนกปรากฏเด่นชัดในสายตา

 

ข้ารู้ว่าเขาเป็นใคร ก็ตอนที่เขาเดินผ่านหน้าข้าเพื่อตามพี่รองไปยังศาลบรรพชนนั่นแหละ วูบหนึ่งกลิ่นกายของเขาลอยมาเตะจมูกข้า

กอดเขาไปตั้งหลายครั้ง จำกลิ่นไม่ได้ก็แปลกแล้ว

หืม...หรือว่าที่จริง ข้าถูกจัดอยู่ในหมวดคนแปลก?

 

 

“ข้าดูโง่เหรอเจ้าคะ” ข้าขมวดคิ้ว ประท้วงคำพูดเขาด้วยเสียงแผ่ว

“ข้าหาได้หมายความเช่นนั้นไม่!” เสียงสูงของเขาทำให้ข้าเผลอยิ้มออกมา

 

แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เอาเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ถือสาเรื่องนี้ เพราะข้าคิดว่า ท่านคงมีเหตุจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้ ถูกไหมเจ้าคะ”

“มี๋เอ๋อร์...” เขาครางชื่อข้าออกมาเบา ๆ พร้อมส่งสายตาที่ข้าไม่แน่ใจว่า เขารู้สึกผิดหรือรู้สึกขอบคุณกันแน่มาให้

 

“ข้าจะขอถามเพียงเรื่องเดียว ใบหน้าไหนที่เป็นหน้าจริงของท่านเจ้าคะ เราแต่งงานกันแล้ว กราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ข้าคือภรรยาท่าน และท่านคือสามีข้า ข้าขอใช้สิทธิ์ตรงนี้ ขอให้ท่านช่วยแสดงหน้าตาที่แท้จริงให้ข้ารู้ด้วยเจ้าค่ะ”

 

สามีหมาด ๆ ของข้า จับมือข้าไปแนบไว้กับแก้มทั้งสองข้างของเขา

“นี่คือหน้าตาที่แท้จริงของข้าแล้ว มี่เอ๋อร์ หน้าตาที่มีเพียงน้อยคนจะได้เห็น”

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ข้าชะโงกหน้าเข้าไปจุ๊บปากเขาอย่างมันเขี้ยวทันที

“ดีเจ้าค่ะ ข้าชอบแบบนี้ หน้าตาพระราชทานอย่างท่าน อย่าโผล่ไปให้ใครเห็นบ่อย ๆ เลย ข้าขี้เกียจไปรบรากับใคร”

 

 

“ขอข้าจูบเจ้าได้หรือไม่” สามีหน้ามนของข้าเอ่ยถามออกมาด้วยหน้าตาใสซื่อ

 

 

------

เฉลยแล้วน้า เฉลยแบบมึน ๆ ด้วย แฮร่! 

ไรท์ว่ามีคนเดาถูก ใช่ไหมเอ่ย

ตอนนี้น้องมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว ต่อไปก็รอลุ้นกันเจ้าค่ะ ว่าลูกสาวจะมาเมื่อไหร่ 

 

ฝากติดตามกันต่อด้วยนะคะ
 

------

 

ขอบคุณรีดทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตอนที่ 52 ค่ะ

จิตใจเข้มแข็งมาก ๆ ไรท์ขอนับถือและขอขอบคุณที่ให้โอกาสเรื่องราวของไรท์ได้ผ่านสายตาต่อ ไม่เททิ้งกันไปก่อน

รัก
 

ไรท์ วจ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #69 Real_PCY😍😍 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 23:18
    รอนะค้าาา
    #69
    2
    • #69-1 wanchan p(จากตอนที่ 52)
      28 สิงหาคม 2563 / 20:57
      ตอนล่าสุดมาแล้วนะค้าาา
      #69-1
  2. #67 moonbless (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 09:02

    น่าร้ากกกกมากกก ชอบแบบนี้ เป็นอันว่าน้องกินเต้าหู้ถูกคน(ทั้งชายหยางและชายหมอ ผู้เดียวกัน 555) ดีดีดี เสียดายชายหวัง ไรท์ให้นางได้คู่ดีๆเถอะนะ
    #67
    1
    • #67-1 wanchan p(จากตอนที่ 52)
      14 สิงหาคม 2563 / 17:55

      ไรท์จะพยายามหาคู่ให้ชายหวังนะคะ
      #67-1
  3. #66 pook1819 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 09:36
    ฮุฮุ ชอบคนนี้แหละ
    #66
    1
    • #66-1 wanchan p(จากตอนที่ 52)
      12 สิงหาคม 2563 / 18:39
      มารออ่านตอนสวีทของพวกเขากันเถอะค่ะ 🥰
      #66-1
  4. #65 natthakong (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 07:34
    คุณชายหยางกะคือท่านอ๋องใช่มั้ยเนี่ย ท่าจำไม่ผิดอ่ะ
    #65
    2
    • #65-1 wanchan p(จากตอนที่ 52)
      12 สิงหาคม 2563 / 18:31
      คนเดียวกันค่ะ ฝั่งตัวน้องจะเรียกท่านอ๋อง แต่ฝั่งผู้ชายแนะนำตัวเองว่า คุณชายหยางค่ะ
      #65-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(