ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 50 : สินเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    5 ส.ค. 63

ชีวิตมักมีเรื่องตลกร้ายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา จะเรื่องเล็กเรื่องน้อยความตลกร้ายนี้มักสอดแทรกตัวเองเข้ามาอย่างเงียบเชียบเสมอ เหมือนชีวิตเก่าข้า ข้าเกิดมาจากความรักของคนสองคน ข้าคิดว่านะ จะให้คิดว่าตัวเองเกิดมาจากความผิดพลาดของใคร ก็ดูจะใจร้ายกับจิตใจตัวเองไปหน่อย

จากความรักของคนสองคน วันเวลาได้พัดพาเหตุการณ์ต่าง ๆ มาทดสอบความรักมั่นคงของทั้งสอง นานวันเข้าสิ่งที่ทั้งสองหรืออาจจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพยายามประคับประคองเริ่มมีรอยปริ ทำให้ครอบครัวที่เคยมีกันพร้อมหน้า เริ่มแตกออกเป็นสองหรือสาม คุณผู้หญิงไปทางหนึ่ง คุณผู้ชายไปทางหนึ่ง และเด็กน้อยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ทางหนึ่ง

 

คำถามเกิดขึ้นคือ คุณผู้หญิงคุณผู้ชาย พวกคุณเลือกทางเดินของตัวเอง เลือกเดินตามทางที่พวกคุณพึงพอใจ แล้วเด็กน้อยคนนั้นล่ะ เขาเลือกอะไรได้หรือ เขา...ไม่สามารถเลือกอะไรเพื่อตัวเองได้เลย ไม่มีใครถามเขาเลยด้วยซ้ำ ว่าอยากไปอยู่จุดไหนที่รู้สึกว่าปลอดภัยกับความรู้สึก สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ‘เด็ก’ ถูกจับวางจุดโน้นบ้างจุดนี้บ้างตามใจชอบของผู้ที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์

 

‘เกิดมาทำไมนะ’ อีกคำถามที่โผล่เข้ามาในจิตใจเด็กคนนี้บ่อยครั้ง โผล่มาทักทายเธอตั้งแต่เธอยังมีช่วงอายุที่คนทั่วไปเรียกว่าเด็กนั่นแหละ เด็กที่ยังไม่น่าจะรู้เรื่องอะไร

 

หากการเกิดขึ้นมาบนโลกนี้หรือจักรวาลนี้ของเราเป็นเรื่องแย่ของใคร ทำไม...ไม่ปล่อยเราไปนะ

 

อาการเหน็ดเหนื่อยทางความรู้สึก เด็กตัวน้อยได้รับและเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันตั้งแต่เล็กจนโต จนเกิดบาดแผลเหวอะหวะมากมายภายในจิตใจ

 

ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีเข็มเล็กแหลมที่อาบยาพิษมากมายนับพันกำลังทิ่มแทงหัวใจดวงนี้อยู่ยามนึกถึงครอบครัวเก่า มีเพียงข้าเท่านั้นที่รู้ดีแก่ใจ ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร

 

“เหอะ! ข้าจะไม่ปล่อยให้ลูกข้าได้รับความรู้สึกเช่นนั้นเด็ดขาด” มือบางของข้าคว้าผ้าเช็ดหน้าลายกระบองเพชรที่ตัวเองเป็นคนปัก ขึ้นมาซับน้ำตาที่ปล่อยให้เปื้อนใบหน้าตัวเองมาได้สักพักแล้วอย่างหมายมาด

 

“เจ้าหนูในอนาคตของแม่ พ่อของหนู...แม้ว่าแม่จะไม่ได้เลือกเองอย่างที่เคยตั้งใจไว้ เขาอาจจะดี หรือไม่ดีกับหนูนะลูกนะ แต่แม่สัญญา...แม่จะดีกับหนู จะดูแลให้ดีที่สุด จะไม่ยอมปล่อยมือจากหนูไปไหนเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งเดียวที่จะพรากเราจากกันได้ นั่นคือความตายของแม่เท่านั้น”

 

เสียงหวานของข้าเอื้อนเอ่ยออกไปอย่างอ่อนโยนด้วยเสียงสอง ทั้งมือบางยังลูบวนที่บริเวณท้องของตัวเองที่ยังไม่ได้มีการปฏิสนธิใด ๆ ทั้งสิ้น

“ไม่ต้องกังวลไป ผู้หญิงคนนี้น่ะ อึดถึกทนมากจ่ะ ไม่ยอมตายง่าย ๆ แน่นอน โอ๋ ๆ หนูไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว”

 

ใจบอบบางพลันเข้มแข็งขึ้น ยามนึกถึงลูกน้อยในอนาคต จะมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วในอีกสองสามวันข้างหน้า จะไม่คิดถึงเรื่องเด็กเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาคงไม่ได้แต่งข้าเข้าไปนั่งกินนอนกินอยู่ในจวนเขาเฉย ๆ แน่

 

“หึ เอาเลย! จะบันดาลให้ข้าต้องพบกับอะไรอีก ก็เอาเลย ตามสบายเลยเจ้าค่ะ”

 

ข้าเงยหน้ามองไปบนเพดานจินตนาการไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า กลอกตาไปมาพร้อมพูดกับคนบนนั้น ซ้ำยังฉีกยิ้มกว้าง จนรู้สึกเจ็บจี๊ดที่บริเวณปาก ถึงได้รู้ว่ามันแห้งผากจนปริแตกอีกแล้ว

 

แต่เพราะความเจ็บนี้แหละ ทำให้ข้าได้รู้ตัวว่า ณ ตอนนี้ ตัวข้าเองมีสถานการณ์อื่นที่น่าเอาใจไปคะนึงมากกว่าจะมานั่งจมอยู่กับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาแล้ว หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง

 

 

เหลือเวลาที่จะได้มีความสุขกับครอบครัวที่แสนดีนี้อย่างเต็มที่ อีกเพียงสามวันเท่านั้น นี่คือเรื่องตลกร้ายในตอนนี้ล่ะ เวลาในแต่ละวันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน จุดประสงค์ที่ข้าอยากแต่งงานตอนอายุสิบแปดปีไปแล้วนั้นคือ ก่อนที่จะแต่งออกไป ข้าอยากใช้เวลาเหล่านั้น เรียนรู้และรับรู้ความรู้สึกของคำว่าครอบครัวกับท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ รวมถึงพี่รองให้อิ่มเอมใจเสียก่อน อย่างน้อยสองปีนี้ ข้าจะได้ตอบตัวเองได้อย่างเต็มปากว่า

 

ที่จริงแล้ว สิ่งที่หัวใจของเด็กน้อยอย่างข้าตามหามาแสนนานนั้น...คือสิ่งใดกันแน่ ใช่อย่างที่คิดมาตลอดไหม

 

ทว่าจู่ ๆ ความตั้งใจนี้เหมือนถูกพังทลายลง ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น ตัวข้าเองได้รับความรัก ความเอาใจใส่จากพวกเขา แต่ข้า...ข้ารู้สึกว่าตัวเองยังไม่ทันได้ทำอะไรเพื่อพวกเขาเลย

 

จากเวลาสองปี ถูกลิดรอนจนเหลือแค่สองเดือน

 

“เฮ้อ” ...สวรรค์ช่างเล่นตลกกับชีวิตข้า

 

วันนั้นข้าเพิ่งบอกกับเหล่าคุณชายที่ให้ความสนใจข้าอย่างมั่นหน้าว่า ‘สิบแปดไปแล้วนู่นถึงจะแต่ง’ วันต่อมาราชโองการสมรสพระราชทานถูกส่งมาฟาดหัวข้าถึงหน้าจวน

“โอ๊ย ตลก ฮ่า ๆ บ้าบอจริง ๆ”

 

 

 

เมื่อสำรวจตัวเองแล้วพบว่าอารมณ์กลับมาคงที่แล้ว ข้าจึงลุกออกจากหน้ากระจก จากนั้นเดินออกจากห้องตรงไปยังศาลากลางจวน

 

ทันทีที่ถึงจุดหมาย ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้ข้าน้ำตารื้นชื้นขอบจอ

 

“ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะเจ้าคะ ดีจัง” ข้าเอ่ยทักทายทุกคนพร้อมถลาตัวลงต่ำเข้าไปกอดเอวท่านแม่ไว้อย่างเต็มรัก

“ขึ้นมานั่งดี ๆ เถอะ มี่เอ๋อร์” ท่านแม่เอ่ยบอกข้าที่คุกเข่าอยู่กับพื้นเพื่อกอดท่านด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฟัง

“เจ้าค่ะ” เสียงอู้อี้ของข้าตอบรับท่าน ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่งเก้าอี้เหมือนคนอื่น ๆ

 

“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วัน พบหน้ากันอีกคราก็มีงานมงคลของเจ้าเลย ข้าตกใจยิ่งนัก” น้ำเสียงเนิบ ๆ แฝงแววหยอกเย้าของพี่รองกล่าวทักข้า

 

ข้าส่งยิ้มให้เขา “พี่รอง ข้าไม่ได้พบหน้าท่านนานมากเลยนะเจ้าคะ คิดว่าท่านจะกลับมาไม่ทันงานมงคลของข้าซะอีก ข้าดีใจยิ่งนักที่เห็นท่านมาได้”

“ข้าต้องมาให้ทันอยู่แล้ว น้องเล็กจะแต่งทั้งที”

“คิดถึงขนมของข้าไหมเจ้าคะ เดี๋ยวข้าทำให้ทาน” น้องสาวที่งามสู้พี่ชายตัวเองไม่ได้เช่นข้าเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี

“หึ”

 

รอยยิ้มรู้ทันระบายอยู่บนริมฝีปากข้า สุ้มเสียงเขาคล้ายกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป แต่ข้ากลับรู้สึกอบอุ่นถึงหัวใจ ข้าดูออก พี่รองน่ะ เป็นผู้ชายที่ปากแข็ง เขาไม่มีทางตอบหรือพูดอะไรที่อ่อนโยนต่อหัวใจอย่างเช่นพี่ใหญ่ แต่เขาทำให้ข้ารู้สึกได้ ว่าเขาเองก็เป็นห่วงข้าอยู่เสมอ

 

 

ข้าก้มหน้าลงนิดหน่อยแล้วเอ่ยถามขึ้นด้วยความเกรงใจเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

“เอ่อ ข้าเผลอเสียมารยาทแล้วเจ้าค่ะ ว่าแต่พวกท่านนั่งทำอะไรกันอยู่หรือเจ้าคะ เป็นเรื่องที่ข้ารู้ได้ไหม ถ้าไม่...”

หากเป็นเรื่องที่ข้าไม่ควรรู้ ข้าจะได้ขอตัวออกไปทำขนมให้พี่รองเลย พวกเขาจะได้คุยธุระกันต่อ

 

“ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก กำลังวางแผนเรื่องสินเดิมของเจ้ากันน่ะ เจ้าแต่งออกไปต้องมีสินเดิมฝ่ายเจ้าสาวด้วย จะได้ไม่มีใครดูถูกเจ้าได้อย่างไรล่ะ” พี่ใหญ่ช่างรู้ใจ เขารู้ว่าข้าต้องสงสัยแน่ ๆ

 

“เอ่อ...คือ”

ความรู้สึกเกรงใจอัดแน่นในอกข้าอีกแล้ว นี่ข้ารบกวนพวกเขาอีกแล้วหรือ หากว่าข้ายอม...

 

“มี่เอ๋อร์ เจ้าเป็นบุตรสาวของข้าและฮูหยินไป๋ อย่าได้คิดเป็นอื่น” ท่านพ่อที่ปกติจะไม่ค่อยกล่าวพร่ำเพรื่อพูดขึ้น ข้าแหงนหน้าไปสบตากับท่าน ได้เห็นแววตาแสนเอ็นดูที่ท่านมองมาทางข้า ทำให้ร่างกายนี้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกแน่นอยู่บริเวณคอหอย ส่งผลขึ้นตรงต่อไปยังกระบอกตาทั้งสองข้าง สายตาข้าเลยหลบเลี่ยงไปมองจอกชาที่วางอยู่บนโต๊ะแทน

 

ท่านพ่อ...คงตั้งใจย้ำให้ข้าฟังอีกครั้งใช่ไหมเจ้าคะ

ว่าข้าเอง...ก็คือคนในครอบครัวนี้

 

“ไม่รู้ว่าพวกท่านจะเบื่อคำว่า ‘ขอบคุณ’ จากข้าหรือยังนะเจ้าคะ แต่ข้า...ข้าไม่รู้จะขอบคุณพวกท่านทุกคนอย่างไร ให้สมกับ...ความเมตตาที่ข้าได้รับมาตลอด”

ข้าพยายามแล้ว พยายามไม่ให้เด็กขี้แยออกมาปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา แต่การห้ามเจ้าเด็กคนนี้มันช่างยากเย็นยิ่งนัก น้ำใส ๆ เลยรินไหลออกมาเป็นสายทั้งที่ปากพยายามยกยิ้มอยู่

 

“แม้เราจะเป็นแค่ครอบครัวพ่อค้า แต่มี่เอ๋อร์...ครอบครัวเราร่ำรวยมาก ข้าจะบอกให้” พี่ใหญ่ขยิบตาส่งมาให้ข้า

“สามารถดูแลเจ้าได้สบาย ๆ ไม่ได้รู้สึกว่ารบกวนเลยสักนิด อย่าได้คิดมาก ที่ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้า และน้องรองต้องมานั่งปรึกษากันอยู่อย่างนี้ ก็เพราะกลัวว่าสินเดิมที่เราเตรียมไว้ให้เจ้า...จะเกินหน้าเกินตาขบวนสินสอดจากฝ่ายเจ้าบ่าวนี่น่ะสิ เฮ้อ”

“ฝ่ายท่านแม่ทัพเองก็ร่ำรวยไม่น้อย ข้าว่าเขาน่าจะให้มากกว่าที่เราเตรียมไว้แน่นอน” พี่รองพูดขึ้นเหมือนคนรู้อะไรมา พี่ใหญ่หันไปสบตาเขา

 

เป็นเพราะข้าเป็นคนชอบคิดมากเกินไปหรือเปล่านะ ข้าถึงรู้สึกว่า พี่ชายทั้งสองคนกำลังสื่อความนัยบางอย่างกันทางสายตา

 

“เจ้าแน่ใจนะน้องรอง”

พี่รอง...แฝดพี่ของข้า คนที่มีใบหน้าเหมือนกันกับข้าแต่กลับดูงดงามกว่าข้าที่เป็นน้องสาว พยักหน้าให้กับคำถามนั้นของพี่ใหญ่

 

 

แพขนตาหนาของว่าที่เจ้าสาวได้แต่กะพริบปริบ ๆ นั่งมองพวกเขาคุยกัน ทั้งที่เบ้าตาตัวเองยังคงมีความอุ่นร้อนเจือจางอยู่ ใจจริงจะเอ่ยแทรกออกไปว่า ‘ลด หรือ ตัดบางส่วนออกก็ได้เจ้าค่ะ สินเดิมข้าน่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลกันอยู่’

หากแต่ฉุกคิดได้ว่า...เรื่องสินเดิมนี่ น่าจะเชื่อมโยงกับหน้าตาของครอบครัวเราด้วย หาใช่หน้าตาของข้าคนเดียวไม่ ปริมาณขนาดไหนที่เหมาะสม ให้พวกเขาจัดการกันเองจะดีกว่า ข้านั่งนิ่ง ๆ เก็บปากไว้เงียบ ๆ จะดีที่สุด

 

 

“มี่เอ๋อร์ จงจำไว้” ขณะที่ข้ากำลังนั่งตาลอยเพราะไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดีตอนเขาพูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กันอยู่ เสียงของท่านแม่ก็เอ่ยขึ้น ข้าจึงหันจุดโฟกัสทั้งหมดไปที่ท่านแทน

“ไม่จำเป็นต้องรอดูว่าเขาจะเป็นบิดาที่ดีให้บุตรเจ้าได้หรือไม่ หากเขาเป็นสามีที่ดีให้เจ้าไม่ได้ เพียงเจ้าบอกมา...”

 

ข้ายกนิ้วเรียวของตัวเองขึ้นปาดหยดน้ำบนใบหน้าทั้งหมดทิ้ง จากนั้นพยักหน้ารับคำท่านแม่ทันที ลูกสาวอย่างข้าสบตาคนเป็นแม่นิ่ง ๆ อย่างรู้กัน โดยไม่ต้องรอให้ท่านพูดจบ

 

 

สายตาท่านแม่ในตอนนี้ ทำให้ข้าเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใด...ท่านพ่อถึงไม่กล้ามีอนุเลยสักคน

 

เพราะอย่างนี้นี่เอง ถูกใจข้าจริง ๆ

 

 

 

---------

มาช้าแต่มาแน่นอน! ไรท์วจ.เองค่ะ

หลายวันมานี้ทางบ้านไรท์มีฝนตกหนักและลมยังพัดแรงมากอีกด้วย เฉียดเกิดน้ำท่วมอยู่รอมร่อ ไฟฟ้าติด ๆ ดับ ๆ น้ำประปาก็มา ๆ หยุด ๆ วุ่นวายมาก

ทางบ้านรีดเป็นไงกันบ้างเอ่ย ยังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #62 pook1819 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 22:52
    ดูแลสุขภาพเช่นกันขอร๊าบไรท์
    #62
    1
    • #62-1 wanchan p(จากตอนที่ 50)
      6 สิงหาคม 2563 / 12:26

      ขอบคุณค่าา
      #62-1