ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 49 : หนี?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    31 ก.ค. 63

 

“พะ พี่ใหญ่ ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ!” ดวงตาข้าเบิกกว้างเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินเรื่องเช่นนี้ 

ชายหนุ่มร่างสูงที่ข้าเรียกว่าพี่ใหญ่เดินเข้ามาใกล้ จากนั้นสวมกอดข้าไว้หลวม ๆ พร้อมอธิบายซ้ำเรื่องที่เขาเพิ่งพูดไปอย่างใจเย็น มือหนาของเขาคอยลูบหลังข้าอย่างอ่อนโยน

 

“มี่เอ๋อร์ ฟังข้าให้ดี ยามซวี...ข้าจะพาเจ้าออกนอกเมือง รถม้าถูกจัดเตรียมไว้แล้ว และจนกว่าจะถึงยามนั้น เจ้าเตรียมสิ่งของที่จะนำติดตัวไปด้วยเถอะ” เสียงทุ้มนุ่มหูเอ่ยบอกข้า น้ำเสียงของเขาให้ความรู้สึกเหมือนสายน้ำอุ่นที่รดรินเรายามเหน็บหนาวแทบจะแข็งจนขาดใจในหน้าหนาว

 

“ปะ ไปไหนเจ้าคะ ไปทำไมกัน” ข้าเอ่ยถามเสียงแผ่วระคนตระหนก

 

“ท่านพ่อ ท่านแม่และข้า ไม่อยากให้เจ้าต้องแต่งให้กับคนที่เจ้าไม่ได้...” เขาเว้นคำในช่องว่างนี้ไว้ให้คิดต่อ “ข้าจะพาเจ้าไปเมืองช่างหลิว และจะอยู่ดูแลเจ้าแทนท่านพ่อท่านแม่เอง รอให้เรื่องนี้เงียบลงก่อน แล้วเราค่อยกลับมา...ดีหรือไม่”

 

คนตัวเล็กอย่างข้าค่อย ๆ ถอนตัวออกจากอ้อมกอดพี่ใหญ่อย่างระมัดระวัง รอยยิ้มหวานแสนสะเทือนใจในความรู้สึกถูกแสดงออกมา

“ขะ ข้า...ข้ายอมเจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไร ข้ารับไหว ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

 

“แม้ว่าข้าจะรู้อะไรไม่มากนัก แต่เรื่องนี้...ข้ารู้ ข้ารู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่เจ้าค่ะ และข้ารักพวกท่านมาก...มากเกินกว่าที่จะคิดทำสิ่งใดตามใจตัวเอง” หยดน้ำใสที่เคยหลั่งรินเมื่อชั่วครู่ ไหลวนมาอีกครั้งเพราะอารมณ์อ่อนไหวที่ท่วมท้น

 

หากข้าหนีไป...ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะต้องได้รับโทษหนักหรอกหรือ

 

“ข้าไม่สามารถทำใจให้เลือกทางที่จะนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวเราในภายหลังได้เลยเจ้าค่ะ”

 

แม้ขอบตาจะรู้สึกร้อนผ่าวราวไฟสุมและเดาได้ไม่ยากเลยว่ามันจะแดงก่ำขนาดไหน แต่ขณะพูด ข้าตั้งใจสบตาท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ใหญ่อย่างเปิดเผย รวมถึงพยายามห้ามเสียงตัวเองไม่ให้สั่นเครือ เพื่อต้องการจะสื่อว่า...ตัวข้านั้นยอมหมดทุกสิ่ง

 

แต่จะไม่ยอมทำเรื่องที่สร้างความลำบากให้พวกเขา...เด็ดขาด

 

ข้ารู้สึก...รักพวกเขายิ่งนัก ทั้งรัก ทั้งผูกพัน ให้แลกด้วยชีวิตนี้ของข้า...ข้าก็ยอม

 

 

ความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ ความห่วงใย ข้าได้รับมาหมดแล้วจากครอบครัวนี้ แม้แต่ในวินาทีแห่งชีวิตอย่างเรื่องวันนี้ พวกเขายังนึกถึงความรู้สึกข้า...แล้วข้าจะเอาใจตรงไหนหนีไปอย่างขี้ขลาด แล้วทิ้งปัญหาพวกนี้ไว้ให้พวกเขาได้กัน

 

 

มือบางทั้งสองของข้าที่มีอาการสั่นเล็กน้อยยกขึ้นประนม จากนั้นก้มหน้าลงนิดหน่อยให้หัวแม่มือจรดกับปลายจมูกและปลายนิ้วชี้แนบระหว่างคิ้วสวย เมื่อเสร็จแล้วจึงเงยหน้าขึ้นพร้อมส่งยิ้มหวานที่คิดว่าหวานที่สุดในชีวิตนี้ส่งไปให้พวกเขา

 

“ขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ใหญ่มาก ๆ เจ้าค่ะ ขอบคุณที่ใส่ใจข้าคนนี้ การแต่งครั้งนี้ อย่าห่วงเลย...ข้ายินดีเจ้าค่ะ”

 

 

“มี่เอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือ” เสียงหวานแสนอาทรจากท่านแม่ เรียกน้ำตาแห่งความซึ้งใจจากคนอย่างข้าได้ดียิ่งนัก

 

“ข้าแน่ใจเจ้าค่ะท่านแม่ ฮึก” เมื่อทนแรงสะอื้นที่เอ่อล้นใจไม่ได้ ข้าจึงโผเข้ากอดท่านแม่ “การร้องไห้ของข้า หาใช่การร้องเพราะเสียใจไม่ ฮึก ข้าร้องออกมา...เพราะข้าซึ้งใจเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้าดีใจยิ่งนัก...ที่ได้มีโอกาสมาพบกับทุกคนที่นี่ ฮึก ดะ ดีใจจริง ๆ เจ้าค่ะ”

 

 

ข้า...

 

ที่พวกเขารู้ทั้งรู้...ว่าไม่ใช่ ‘อี้หยางมี่’ คนที่เป็นบุตรสาวหรือน้องสาวอันเป็นที่รักของพวกเขา

 

แต่ข้ากลับ...ยังได้รับความรู้สึกของการถูกเอาใจใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

ระยะเวลาที่มาอยู่ที่นี่ เปรียบได้ว่าเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ เสี้ยวหนึ่งของช่วงเวลาในชีวิตเก่าเท่านั้น

 

...มันสั้นมาก

 

 

ทว่าเพียงเวลาเท่านี้

พวกเขาก็ทำให้ข้ารับรู้ได้ว่า ข้านั้น...เป็นบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวนี้อย่างแท้จริง

 

ทั้งที่ข้า...ไม่ใช่นาง ไม่ใช่อี้หยางมี่...

 

‘หึ บ้าจริง’

ห้ามสมองไม่ให้เปรียบเทียบกับเหล่าคนที่...ข้าเอ่ยคำว่า ‘ครอบครัว’ ได้ไม่เคยเต็มปาก ทั้งที่เป็นสายเลือดเดียวกันแท้ ๆ ...ไม่ได้เลย

 

 

“ข้ารักพวกท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ รักยิ่งกว่าชีวิต” ข้าพร่ำบอกความรู้สึกของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของท่านแม่ อ้อมกอดที่รู้สึกว่าข้าสามารถวางใจได้...ว่ามันจะเป็นที่ที่ปลอดภัยต่อร่างกายและหัวใจดวงน้อยดวงนี้

 

“อย่าให้ข้าไปเลยเจ้าค่ะ”

 

“มี่เอ๋อร์ ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนี้...”

เสียงของท่านพ่อเอ่ยขึ้น เหมือนต้องการจะบอกสิ่งใด คนที่น้ำตานองหน้าเช่นข้าจึงถอยตัวเองออกมาจากท่านแม่ ทั้งยังปาดหยดน้ำที่คลอเบ้าอยู่ทิ้ง ใบหน้าที่คิดว่าคงมีจุดแดงขึ้นอยู่เต็ม ตั้งคอมองตรงไปทางคนพูด แสดงออกให้รู้ว่าตั้งใจฟังอยู่

 

“พ่อจะไม่ขัดเจ้า แต่เจ้าต้องรู้ไว้...ว่าการแต่งครั้งนี้นั้น หาใช่เจ้าแต่งเข้าจวนคนธรรมดา ๆ อย่างที่เจ้าต้องการไม่”

 

เป็นถึงแม่ทัพใหญ่...ก็คงยิ่งใหญ่น่าดูสินะ พอจะเข้าใจได้อยู่

 

 

เดี๋ยวนะ!

“ทะ ท่านพ่อรู้” ได้อย่างไรเจ้าคะ ว่าข้าคิดไว้...ว่าอยากแต่งเข้าจวนคนธรรมดา ๆ ไม่เอายศศักดิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น คิดว่าไม่มีใครรู้เสียอีก นี่ข้าเผลอแสดงกิริยาอันใดออกไปกันนะ คนเขาถึงจับประเด็นนี้ของข้าได้

 

 

คนตรงหน้าเพียงยิ้มออกมาแค่มุมปาก ไม่ได้ขยายความเรื่องที่ข้าตกใจ

 

“ท่านแม่ทัพใหญ่เนี่ยหมิงเจวี๋ยคนนี้ ท่านมียศเป็นถึง...ชินอ๋อง และ...”

“และอะไรอีกเจ้าคะ!” ข้าโพล่งออกไปด้วยใจแสนระทึก เพราะคนพูดเว้นวรรคไว้เสียน่าใจหาย

 

‘อ๋อง’ แค่คำนี้ข้าก็สงบใจเกือบไม่อยู่แล้ว ยังจะ ‘ชินอ๋อง’ อีก นี่มิใช่จุดสูงสุดของยศนี่หรอกรึ ถ้าข้าจำไม่ผิด ซ้ำท่านพ่อยังมีและอีก!

 

การเต้นของหัวใจยามนี้ ดั่งมีกลองมโหระทึกเสียงดังกึกก้องอยู่ข้างใน มันโครมครามมากจนกระทั่งกลัวว่ามันอาจจะหลุดออกไปจากอกข้าเอาได้หากยังเป็นเช่นนี้ต่อ

 

“ท่านยังเป็นถึงอนุชาขององค์ฮ่องเต้ องค์ปัจจุบันอีกด้วย”

 

 

สิ้นประโยคนี้ของท่านพ่อ ข้าก้มหัวให้ท่านนิดหน่อย ก่อนจะหันหลังให้ทุกคน

“ฮ่ะ ๆ” ข้าแค่นหัวเราะให้กับชะตากรรมของตัวเอง “ว้าว” ต่อด้วยเม้มปากพร้อมพยักหน้าเบา ๆ ให้กับวาสนาอันสูงส่งนี้

ครั้นเสร็จกิจแล้วข้าหันหน้ากลับไปหาทุกคนอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม

“ข้าช่างมีวาสนา”

 

รอยยิ้มของข้าคงไปบาดตาพี่ใหญ่คนเข้มเข้า

“โธ่ มี่เอ๋อร์ เพียงเจ้าบอกมา ข้าจะพาเจ้าไปจากที่นี่ทันที” เสียงเขาอ่อนโยนมาก อ่อนชนิดที่ว่า ข้านึกว่าน้องสาวอย่างข้ากำลังโดนพี่ชายอย่างเขาพูดอ้อนวอนขอร้องให้หนีไปอยู่

 

ไม่รู้ว่าตาฝ้าฟางไปเองหรือไม่ เหมือนข้าเห็นคำว่า ‘หนีไป’ อยู่ในแววตาของคนเป็นพี่ตลอดเวลา

 

“พี่ใหญ่ ข้าคิดว่าหากข้าหนีไป เหมือนเป็นการหยามราชโองการฉบับนี้น่ะสิเจ้าคะ คนที่เป็นถึงน้องชายฮ่องเต้หรือฮ่องเต้เอง คงไม่ปล่อยครอบครัวเราหรอกเจ้าค่ะ เผลอ ๆ สั่งประหารทั้งตระกูลเลยจะทำอย่างไรเจ้าคะ แค่คิดก็สยองแล้ว ศพพวกเราไม่สวยแน่ ๆ เจ้าค่ะ” ข้าทำท่าลูบขนแขนตัวเองประกอบ แววตาพี่ใหญ่มีช่วงวูบไหวไปกับคำพูดข้าชั่วขณะหนึ่ง นั่นทำให้ข้าได้ใจ

 

“ข้ายอมอยู่สวย ๆ เป็นภรรยาปลายแถวของเขาและครอบครัวของเราเองก็ปลอดภัยด้วยจะดีกว่า” เสียงหวานใสของตัวเองพยายามพูดกล่อมให้ทุกคนเข้าใจตรงกันกับข้า

 

“ขอบคุณท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ใหญ่อีกครั้งเจ้าค่ะที่เป็นห่วง สองเดือนก่อนจะถึงวันนั้นช่วยขัดเกลาข้าให้พอจะเข้าจวนท่านอ๋องได้โดยไม่เสียชื่อท่านพ่อท่านแม่ด้วยเถอะเจ้าค่ะ ข้ากังวลเรื่องนี้ยิ่งนัก” คนที่พูดแซะตัวเองอย่างข้า ก้มหน้ายิ้มเขินแล้วใช้นิ้วเล็กเกี่ยวปอยผมทัดหู การกระทำคล้ายคนกำลังประหม่า

 

คนที่แบกความรับผิดชอบรักษาชีวิตคนทั้งครอบครัวอย่างข้า พยายามยิ่งนักให้คนทั้งสามตรงหน้าเบาใจกับเรื่องนี้ ข้าเต็มใจและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันมาก

 

 

เอาเถอะ แต่ง ๆ ได้ ๆ กันไป ข้าก็คงรักคนคนนั้นได้สักวันแหละ

 

ในเมื่อเป็นอย่างนี้ มันก็ดี...ดีตรงที่ข้าไม่ต้องมานั่งคิดมากอยู่ ว่าจะลงเอยกับใครดี ไม่ต้องเลือกมากอยู่

 

‘เป็นเรื่องดี ๆ’

 

ว่าแต่มีชายาหรือมีอนุกี่คนแล้วล่ะท่านอ๋องคนนี้ เป็นถึงแม่ทัพใหญ่พ่วงด้วยชินอ๋อง คนอุ่นเตียงคงมีไม่น้อย หรือข้าควรเรียนวิชาป้องกันตัวไว้บ้าง หากไปอยู่จวนนั้นแล้วถูกลอบทำร้ายขึ้นมา จะได้สู้กลับได้

 

‘ความคิดดี ๆ’

 

เกลียดอะไร มักได้อย่างนั้น 

‘โอย ตายแล้ว’ คำนี้น่ากลัวจริง ๆ นี่ถ้าข้าเกลียดฮ่องเต้จะได้เป็นสนมเขาหรือเปล่านะ

 

 

--------

*ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #61 por4312525 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 23:38

    รอลุ้นๆว่าใช่คนที่รอไหมนะ
    #61
    1
    • #61-1 wanchan p(จากตอนที่ 49)
      1 สิงหาคม 2563 / 09:45
      จะใช่ไหมน้าา อีกอึดใจเดียวแล้วค่ะ😆
      #61-1
  2. #60 pook1819 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 08:53
    เป็นคนที่รอชิมิ ลุ้นนะเนี่ย
    #60
    1
    • #60-1 wanchan p(จากตอนที่ 49)
      31 กรกฎาคม 2563 / 10:18
      มารอลุ้นกันเถอะค่ะ จะเป็ดจะไก่ใกล้ได้รู้กันแล้วค่ะ 😅
      #60-1
  3. #59 oNamwhaNo (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 07:14
    ไม่น่าจะมีสองมือประนม จรดปลายคิ้ว ลืมหรือเปล่าว่าแต่งนิยายจีนนะ
    #59
    1
    • #59-1 wanchan p(จากตอนที่ 49)
      31 กรกฎาคม 2563 / 08:33
      เส้นเรื่องของไรท์ พยายามจะสื่อตลอดว่านางเอกไม่ใช่คนที่นั่นค่ะ การแสดงออกที่รู้สึกทัชใจตัวเองในวินาทีนั้นคือการยกมือไหว้ตามสัญชาตญาณดิบ
      อีกทั้งบุคคลทั้งสามคนนี้คือคนที่เราเคยคุยเปิดใจกันแล้ว พวกเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไร

      ฉะนั้นไรท์ไม่ได้ลืมตัวแน่นอนค่ะ ไรท์ตั้งใจ❤️
      #59-1