ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 41 : คนไฟลุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,005
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    28 มิ.ย. 63

ใต้แสงโคมไฟเหลืองนวล ปรากฏภาพสะท้อนในกระจกบานหนึ่ง ริมฝีปากบางที่ประดับบนใบหน้างดงามของเด็กสาวตัวน้อย มีรอยยิ้มน้อยใหญ่สลับไปมา บนผิวหน้าเริ่มมีสีแดงจางเกิดขึ้นหลายจุด คิ้วสวยเริ่มย่นไปตามอารมณ์ ซ้ำหน่วยตาร้อนผ่าวนี้ เริ่มมีม่านบางเป็นฉากกั้น ส่งผลต่อการมองเห็นชัดบ้างเลือนรางบ้าง หยดน้ำใสที่ไหลออกมา คล้ายต้องการจะสื่อว่าตอนนี้ มีเรื่องที่ไปสัมผัสโดนจุดอ่อนไหวของเจ้าตัว...เข้าเสียแล้ว

 

 

ข้าเพียงสงสัย...

 

เหตุใด ผู้ที่ขีดเส้นกำหนดโชคชะตา...ถึงไม่ให้ข้า มาเกิดในครอบครัวนี้ตั้งแต่แรก

 

หรือมีชาติไหนกัน ที่ข้าได้เกิดแล้วเผลอไปทำสิ่งใดที่ผิดอย่างร้ายแรงไว้

 

ชีวิตก่อนที่ข้าจะได้มาโลกนี้...ถึงโหดร้ายกับข้านัก

 

เด็กน้อยที่เกิดมา ได้อยู่พร้อมกันพ่อแม่ลูกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น อีกทั้งภาพที่แวบเข้ามาในหัว มีแต่ภาพที่ท่านทั้งสองทะเลาะกันเท่านั้นยามอยู่ข้างกัน และเหมือนตื่นลืมตาขึ้นมา รู้ตัวอีกที พ่อกับแม่แยกทาง แล้วตัวเองก็โดนคนที่ถูกแนะนำว่าเป็นย่า รับให้มาอยู่ด้วย อายุตอนนั้นประมาณ 4 ขวบได้ เริ่มจำความได้แล้ว

 

ในตอนแรกสภาพแวดล้อมรอบบ้านที่ได้ไปอยู่ มีแต่คุณลุงคุณป้าที่ใจดีทั้งที่ไม่ใช่ญาติกัน คอยแบ่งปันน้ำใจมาให้เด็กตัวเล็กและคุณย่าเสมอ เมื่ออายุได้ประมาณ 10 ขวบ ความมืดมนมากมายที่เด็กตัวน้อยไม่เคยพบเจอก็เกิดขึ้น หลังจากต้องย้ายบ้านไปอยู่อีกที่ บ้านที่แวดล้อมไปด้วยเครือญาติกันเอง

 

“หึ...โคตรเฮีย”

 

แรกทีเดียวก็คิดว่าดี คิดว่าคงเข้ากันได้ เรียนได้เกรดดี อันดับดี มักจะเอาไปเล่าให้ฟังเสมอ ให้ความสำคัญอย่างผู้ใหญ่ที่เคารพรัก อยู่ไปอยู่มา เริ่มมีการกลายสภาพ จากลุงป้าน้าอาที่เคยคิดว่านางฟ้าเทวดา คนเหล่านี้กลับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้จากเด็กน้อยไม่รู้ความ มีโลกที่แสนสวยงามโดยการบอกเล่าผ่านคนเป็นย่า กลายเป็นคนที่เก็บกดและเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง

 

เพราะยังเด็ก คิดอะไรได้น้อย ในบางครั้งอาจจะทำตัวไม่ดีไปบ้างตามวัย แต่ไม่ได้เลวร้าย คิดร้ายหรือทำร้ายใครสักคน ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าพวกเขาเหล่านั้น เหตุใดถึงชอบพูดจาดูถูก นินทา ด่าว่ารุนแรงเหมือนไปฆ่าใครมา จะทำหรือไม่ทำอะไร ทุกอย่างล้วนกลายเป็นประเด็นทั้งหมด ที่หนักกว่านั้นคือ ทั้งพ่อที่อยู่บ้านใกล้ ทั้งย่าที่อยู่ด้วยกัน ไม่มีใครคิดปกป้องสักคน ไม่มีแม้คำพูดให้กำลังใจ

 

อ้อ...ยังมีอีกสิ่งที่งุนงง พ่อมีครอบครัวใหม่เลยอยู่คนละบ้านกัน แม่เลี้ยงเองมีลูกติด พ่อมักใส่ใจดูแลลูกติดของภรรยาคนใหม่อย่างดี จนละเลยตัวเองที่เป็นลูกแท้ ๆ เสื้อผ้าของใช้ในการเรียนมักเป็นของตกทอดจากคนโน้นคนนี้ เงินทองก็ส่งให้เท่าที่จำเป็น เรื่องนี้ไม่เคยเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กน้อยหงุดหงิดใจ แต่คุณย่ากลับคอยพูดคอยชักให้โกรธให้เกลียดแม่เลี้ยง ให้เรียกร้องความสนใจจากพ่อเสมอ

 

ไม่เข้าใจ ทำไมคนเป็นย่าของตัวเองถึงสอนแต่อะไรแบบนี้ ให้ทำอะไรแบบนี้

 

ไปเอาเรามาจากแม่ มาอยู่กับตัวเอง หากเราขาดอะไรไป ควรอุดจุดนั้นให้เรามิใช่หรือ

 

‘เหตุใดถึงซ้ำเติมกัน’

 

ไม่รู้หรอกนะ ว่าพวกผู้ใหญ่จะทะเลาะหรือแตกคอกันเรื่องอะไร แต่ทำไมต้องใช้เด็กเป็นเหมือนเครื่องมือ นี่ใช่เรื่องที่คนโต ๆ เขาทำกันหรือ

 

 

“เฮ้อ...โตมาได้ไงไม่รู้ กับสภาพแวดล้อมประสาทแดกขนาดนั้น”

 

 

 

 

ถ้าหาก...ข้าได้เกิดมาในครอบครัวนี้ตั้งแต่แรก

 

“คงจะดีไม่น้อย” ไม่ต้องไปพบเจอกับครอบครัวที่...

 

หายใจเข้าลึก ๆ ...

 

“ฟู่! แต่เอาเถอะ ฟื้นฝอยหาตะเข็บเรื่องเก่า ๆ ในตอนนี้ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นแล้ว” จุดมืดบอดในจิตใจ คงจะจางลงได้แหละมั้ง...ในสักวันหนึ่ง

 

 

“โอ๋ ๆ นะ ไม่มีใครที่จะเจอเรื่องแย่ ๆ ไปตลอดหรอก ฟ้าหลังฝนมันสวยออกนะ เรื่องนี้รู้ดีไม่ใช่หรอ” มันมีรุ้งกินน้ำแสนสวยทอดยาวรออยู่อย่างไรล่ะ

 

 

เป็นอะไรที่ตลกร้าย...ที่จะต้องมานั่งปลอบตัวเองอยู่หน้ากระจกเช่นนี้

“กลับมา ๆ”

“เผลอไม่ได้เลยนะเรา อยู่คนเดียวทีไร แอบเผลอดราม่าตลอด ฮึ่ย!”

 

“ตอนนี้ข้ามี ท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รอง มู่ชิง ที่รักข้า จะไปนึกถึงคนที่ไม่รักเราทำไมกัน”

“อีกทั้ง วันนี้วันดีแท้ ๆ”

 

“ใคร ๆ ก็ชม ว่าขนมของข้าอร่อยทั้งนั้น”

“ยิ่งเป็นคำชมจากคนในครอบครัว ยิ่งดีต่อใจ ฮือ” แล้วน้ำตาแห่งความดีใจ ก็หลั่งไหลลงมาแทนน้ำตาแห่งความเศร้าเมื่อชั่วครู่

 

ทุกคนชื่นชมข้ากันยกใหญ่ ตอนทานมื้อค่ำด้วยกัน ตัวข้านี่แทบจะลอยจนออกไปอวกาศได้อยู่แล้ว ตอนให้ท่านแม่ชิมและท่านชอบ ความรู้สึกเหมือนการสอบกลางภาคได้ผ่านไปด้วยดี แต่พอพี่ใหญ่ พี่รอง และท่านพ่อได้ชิมกันหมดแล้ว และบอกว่าชอบ ข้ายิ่งรู้สึกดีใจปนโล่งใจ การสอบปลายภาคครั้งนี้ ได้จบลงไปได้ด้วยดีเช่นกัน

 

 

ที่สำคัญ...ท่านพ่อปลื้มมาก สามวันหลังจากนี้ ขนมของข้าจะได้อยู่ในรายการที่แนะนำของทางโรงเตี๊ยมแล้ว ข้ากำลังจะมีรายได้ส่วนตัวแล้ว วุฮู้!

 

 

“เก่งเหมือนกันนะเธอน่ะ” ข้าพูดกับเงาตัวเองในกระจก พร้อมส่งยิ้มหวานให้กำลังใจตัวเองอีกด้วย

 

ทุกพลังบวกที่ข้าได้รับในวันนี้ ทำให้ข้ามีความกล้า...กล้าที่จะลงมือทำหลาย ๆ สิ่ง ที่มันเคยเป็นเพียงแค่ความคิด

ขาดไม่ได้เลยคือ แรงสนับสนุนจากครอบครัวนี้ ที่ทำให้ข้ามีความมั่นใจ...ว่าตัวเอง สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยทำได้อย่างแน่นอน “เชื้อเพลิงพร้อมขนาดนี้ ไฟจะไม่ลุกได้หรือ”

 

 

 

มือบางปาดน้ำตาออกจากวงหน้างาม จากนั้นลุกขึ้นยืน

“ใครจะเป็นเศรษฐี~ ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”

“ใครอยากมีลูกสาว~ ฉันน่ะสิ ฉันน่ะ...สิ”

 

 

ดีใจอยู่ดี ๆ หางตาก็เหลือบไปเห็นว่าหน้าต่างห้องถูกเปิดไว้อยู่ “มะ ไม่ใช่ฝีมือข้าแน่ ๆ”

 

“ข้าเอง” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น

 

เขามานั่งจิบชาอย่างสบายใจในห้องข้า...ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!

 

 

 

----------

ขอสารภาพว่า...บางทีชื่อตอนไรท์ก็คิดไม่ค่อยออก แฮะ ๆ อย่าแอบด่าเลาน้าา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #32 lhunsal (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 16:53

    ต่อเลยได้ไหม
    #32
    1
    • #32-1 KKotchaa(จากตอนที่ 41)
      28 มิถุนายน 2563 / 19:13
      ขอบคุณที่รอนะค้าา แต่ตอนต่อไปยังไม่เสร็จเลยค่ะ 😭
      #32-1
  2. #31 ppopat (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 16:53
    ฮ่าๆ ต้องได้ยินใครอยากเป็นเศรษฐี~ ใครอยากมีลูกสาว~ โอ้ยน้องงงงน่ารักไปแล้ว
    #31
    1
    • #31-1 KKotchaa(จากตอนที่ 41)
      28 มิถุนายน 2563 / 19:07
      ได้ยินไหมน้าาาาา
      #31-1