ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 38 : ขนมหวาน ของสาวน้อยหน้าหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    25 มิ.ย. 63

ณ โรงครัวของจวนตระกูลอี้

เด็กสาวคนหนึ่งกำลังนั่งปั้นแป้งสองชนิดที่ได้ผสมไว้แล้วอย่างขมักเขม่น มือน้อย ๆ ทั้งสองต่างถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง แป้งปั้นกลมลูกเล็กเท่าปลายนิ้วก้อยถูกโยนลงในถาดกว้างที่โรยผงแป้งไว้นิดหน่อยอย่างเบามือ นางทำเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากที่ไม่ถนัด ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเสียแล้ว

 

“เก่งมาก...มู่ชิง” เสียงหวานเอ่ยชม พร้อมยิ้มอย่างภูมิใจ

“สนุกดีเจ้าค่ะ” เด็กสาวคนนั้นตอบ ทั้งยังยิ้มสดใสให้

 

ถัดจากเด็กสาวตัวน้อยคนแรก คือเด็กสาวเรือนร่างบอบบางอรชร สวมเสื้อผ้าถมัดทะแมง ผมที่เคยอวดความยาวกระทบหลัง บัดนี้ถูกรวบม้วนขึ้นเป็นก้อนกลมอยู่กลางศีรษะ เพื่อความสะดวกในการทำภารกิจ นางกำลังตั้งอกตั้งใจใช้อุปกรณ์ที่สั่งทำมาเป็นพิเศษ สิ่งนั้นคือ ม้านั่งที่ด้านหนึ่งมีโลหะแบนปากขรุขระ ยึดติดกับจะงอยที่ยื่นออกไปนิดหน่อยจากตัวม้านั่ง หรือจะเรียกง่าย ๆ ตามโลกที่นางจากมา...

 

สิ่งนี้ก็คือ ‘กระต่ายขูดมะพร้าว’ นั่นเอง

 

ข้า คนงาม นามหยางมี่ ที่เป็นถึงลูกคุณหนู...กำลังนั่งขูดมะพร้าว!

 

อยากจะร้องไห้ ฮือ...คิดถึงคุณย่าในโลกที่จากมาเลย คุณย่ามักบอกให้ข้าลองฝึกขูดมะพร้าวดู จะได้มีน้ำกะทิสดไว้ใช้ยามที่ต้องการ แต่ข้าจะปฏิเสธเสียงแข็งไปทุกครั้ง และเลือกที่จะขับรถออกไปซื้อมะพร้าวที่ขูดไว้แล้วตามตลาดมาให้ท่านคั้นน้ำกะทิแทน

ในมุมมองข้า การที่เราต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งขูดมัน เพื่อนำมาคั้นเอาน้ำ ข้าคิดว่ามันลำบากเกินไป ซื้อเอาสะดวกกว่าเยอะ ตัวเลือกยิ่งมากมี ไม่ว่าจะเป็น กะทิกล่องสำเร็จรูปตามห้าง กะทิคั้นสดตามร้าน หรือจะเป็นอย่างที่ข้าทำเป็นประจำ นั้นคือการซื้อมะพร้าวที่ขูดแล้วมาคั้นน้ำกะทิเอง ทางเลือกที่สบายกายมีถมเถ

 

แม้ว่าข้าที่ปฏิเสธเสียงแข็งออกไปว่าจะไม่ขูดเด็ดขาด ยอมเสียเงินซื้อดีกว่า ข้าเคยลองทำดูแล้วนะ หลายครั้งด้วย ลองขูดดูในตอนที่คุณย่าไม่อยู่ ทำตามวิธีที่ท่านบอก ข้าไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธโดยไม่ลองทดสอบตัวเอง แต่ผลก็ปรากฏออกมาว่า มะพร้าวที่ข้าขูดออกมามันเละ ๆ น่ะ ไม่ได้ดูแห้งเหมือนตอนที่คุณย่าทำ ข้าว่ามันแปลก ๆ เลยตัดสินใจไม่ทำต่อ เสียดายมะพร้าว นับแต่นั้นก็ซื้อกินมาโดยตลอด

 

ภายในใจคิดว่า ‘ไม่รู้จะเหนื่อยไปทำไม สมัยนี้พัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว’

 

แต่ในยามนี้! ...ที่ข้ามาปรากฏตัวที่โลกนี้ โลกที่ข้าไม่ค่อยพบเห็นการใช้กะทิในการประกอบอาหารหรือขนม โลกที่ไม่เคยเห็นการขายน้ำกะทิสำเร็จรูป มันทำให้ข้ารู้ซึ้งว่า...

 

‘มันเหนื่อยเหลือเกิน!’ เหนื่อยจริง ๆ ตามที่คาดไว้

 

อย่างไรก็ตาม ข้ากลับค้นพบว่า ตัวข้าเอง...สามารถทำมันได้ดีเหมือนกัน ข้าหันไปมองกองกะลานับสิบ ฮ่า ๆ ...ล้อเล่น เพียงสามลูกเท่านั้นแหละ โดยฝีมือข้าแล้วอมยิ้มอย่างแสนภาคภูมิ

“หึ! ข้าเองก็ทำได้” เอานิ้วโป้งปาดจมูกตัวเองไปหนึ่งครั้งอย่างคนมั่นใจ หลังจากพูดจบ

นี่ถือว่าข้าเก่งมากแล้วนะ

 

ห่างออกไปไม่ไกล หม้อดินใบใหญ่บนเตาที่ใส่น้ำเกือบเต็ม เริ่มมีไอน้ำมากมายพวยพุ่งออกมาเพื่อเป็นสัญญาณเตือนว่า น้ำที่ตั้งไฟไว้ใกล้จะพร้อมใช้งานแล้ว

 

“ว้าย หากร้อนกว่านี้ ข้าจะมือพองตอนคั้นกะทิเอา” ข้าบ่นออกมา พลางเดินไปที่หม้อใบนั้น เปิดฝาไม้ออก แล้วนำหม้ออีกใบมาแบ่งน้ำออกไปไว้ใช้ส่วนหนึ่ง จากนั้นปิดฝาลงตามเดิมเพื่อให้มันร้อนจนถึงจุดเดือดที่ต้องการ

 

 

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะคุณหนู ให้ข้าช่วยคุณหนูนะเจ้าคะ” มู่ชิงคนเก่งเอ่ยแจ้ง เมื่องานทางนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางเคลื่อนตัวมาใกล้ข้าที่นั่งก้ม ๆ เงย ๆ อยู่

“อยากพักก่อนหรือไม่” ข้าเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ลูกมือของข้าคนนี้จริงจังเหลือเกิน แม้ว่าจะเหนื่อยจนใบหน้าน่าเอ็นดูนั้นมีสีแดงปลั่ง หากแต่ยังคงอาสาจะช่วยเหลืองานข้าต่อ

 

“ข้ายังไหวเจ้าค่ะ” นางบอกข้าอย่างมั่นใจ

“ไปดื่มน้ำมะพร้าวที่ข้ารินใส่โถไว้ก่อน จะได้มีแรง” แม้นางมีใจอยากช่วย แต่ข้าเอง แอบเป็นห่วงนางอยู่ไม่น้อย มะพร้าวที่ข้ากำลังจะปั้นกะทินี้ เป็นมู่ชิงที่ปอกเปลือกออกให้ทั้งสามลูก

ปอกมะพร้าวไม่ใช่งานง่ายเลย หนักหนาพอสมควรสำหรับเด็กสาวตัวเล็กเช่นนาง แต่นางยืนยันที่จะทำเอง ทั้งที่ข้าพยายามขวางแล้ว ให้คนอื่นที่เป็นผู้ชายทำให้ น่าจะสะดวกกว่าแท้ ๆ ที่จริงคนคอยรับใช้ทั้งชายหญิงในจวนนี้ก็มีมากมาย

ขูดมะพร้าวก็เหมือนกัน หลังจากนางปอกเสร็จ ตั้งท่าจะขูดให้เช่นกัน คราวนี้ข้าขัดอย่างจริงจัง ไม่อยากให้นางเหนื่อยเกินไปกับภารกิจนี้ของข้า โชคดีที่นางลองใช้กระต่ายน้อยแล้วนางไม่มีความสามารถในการใช้โดยแท้ จึงยอมถอยออกไปปั้นแป้งตามที่ข้าสอนแทน

“แอบดื้อเหมือนกันนะ เจ้าเด็กน้อยคนนี้” ใบหน้าหวานของข้าที่มีเหงื่อซึมยกยิ้มบางเบาออกมา พลางส่ายหัวอย่างปลงใจ เมื่อเห็นนางยอมหันหลังแล้วเดินไปยังทิศที่มีโถน้ำมะพร้าววางอยู่

 

 

 

“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ท่านแม่” ในตอนนี้ข้ากำลังนั่งลุ้นรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อจากท่านแม่ รอยยิ้มประจบประแจงยามอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ของข้า ถูกใช้มันซ้ำไปซ้ำมา เพราะท่านแม่...ท่านชิมหมดไปแล้วถ้วยหนึ่ง กำลังชิมถ้วยที่สองเกือบจะหมดอีก แต่ท่านยังไม่ให้คำติชมแก่ข้าสักที

 

จะว่าข้าเสียมารยาท ไม่รอให้ท่านชิมเสร็จก่อน แล้วค่อยถาม ข้าก็รอ...รอท่านชิมเสร็จก่อน แล้วค่อยตอบข้านั่นแหละ แต่ที่ถามออกไป เพราะข้าเองก็ตื่นเต้นมากนี่นา ครั้งแรกที่ข้าทำขนมโลกโน้นให้คนที่นี่กินเชียวนะ

 

“มี่เอ๋อร์...จะให้แม่พูดอันใดอีก สองถ้วยนี้ ไม่ได้ช่วยไขข้อข้องใจเจ้าหรอกหรือ” เมื่อมือบางของท่านใช้ผ้าเช็ดหน้าซับขอบปากพอเป็นพิธีเสร็จสิ้น ท่านจึงเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาเอื้ออารี

“ท่านแม่...รสชาติพอใช้ได้ ใช่ไหมเจ้าคะ” ข้าโผเข้ากอดเอวท่านอย่างตื่นเต้น ความรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งสอบกลางภาคผ่าน ทั้งโล่งใจและดีใจในขณะเดียวกัน

“ดีเลยทีเดียว เจ้าช่างมีฝีมือ” เสียงหวานนุ่มของท่านเอ่ยชมต่อ

“ขอบคุณนะเจ้าคะ” ข้าเงยหน้าไปสบตาท่านอย่างอดไม่ได้ ขณะพูดคำนี้

 

ข้ารู้สึกขอบคุณผู้หญิงตรงหน้าคนนี้...อย่างแท้จริง ท่านเป็นแม่ที่ดีให้แก่ข้ามาเสมอ ความรัก ความใส่ใจ ความเข้าใจ ตั้งแต่โผล่มาอยู่สถานที่นี้ ท่านทำทุกอย่างเพื่อข้าอย่างจริงใจ ข้าสัมผัสได้จากท่านโดยไม่ต้องพยายามสังเกต มันรับรู้ได้เองอย่างง่ายดาย

 

‘ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ เจ้าค่ะ’

 

คำชมของท่านด้วยเจ้าค่ะ ‘ข้าขอขอบคุณท่านจากใจ’

ข้าโตมา ตั้งแต่จำความได้ แทบไม่ค่อยได้รับคำชมจากใครเลย แม้จะเรียนดี ได้เกรดดี อันดับดีเท่าไหร่ เหมือนมันไม่มีค่าใด ๆ ให้ใครชื่นชม คุณย่าเองยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากจะไม่ชม ยังมักจะเอาความสามารถของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับข้าอีก

 

เฮ้อ...อย่างน้อยคนที่นี่..ก็รักข้า

ขอเลือกคิดแต่เรื่องที่จะทำให้ตัวเองไม่ต้องจมอยู่แต่กับความเศร้าดีกว่า ชีวิตนี้ยังต้องเดินต่อไปนี่นา

 

“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าอยากนำขนมนี้ ไปให้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ชิมด้วย ท่านแม่อยากไปด้วยกันไหมเจ้าคะ”

“เจ้าไปเถอะ อ้อ...เผื่อคุณชายเหวินหรงด้วยก็ดี เขาแวะไปหาพี่เจ้าอยู่บ่อย ๆ ให้เขาช่วยชิมด้วยเป็นอย่างไร” สีหน้ายิ้มแย้มที่มีแววคะยั้นคะยอของท่านแม่ ทำข้าไม่กล้าปฏิเสธ ทว่าข้าเองก็ไม่มีเหตุให้ต้องปฏิเสธด้วย

“หากท่านแม่ว่าดี ข้าก็ว่าดีเจ้าค่ะ” ขนมที่ข้าทำกับมู่ชิงมีตั้งมากมาย ข้าไม่หวงอยู่แล้วหากต้องเผื่อใครอีกคนด้วย

 

หวังว่าเขาไม่แอบด่ารสชาติขนมของข้าในใจก็พอ หากอยากติ ต้องติออกมาให้ข้ารับรู้ด้วย ข้าจะได้นำมันไปพัฒนาต่อในครั้งถัดไป

 

รวมถึงบ่าวในจวนนี้ด้วย กำลังจะได้ชิมกันถ้วนหน้าแล้ว ใจดีชมข้าหน่อยเถอะ

 

แม้จะอยากได้ข้อติ เพื่อไปพัฒนา

 

แต่ข้าเอง...ก็เป็นแค่สาวน้อยคนหนึ่ง ที่ต้องการพลังด้านบวกจากคนรอบข้างน้า

 

 

งื้อออออ

 

————————

ขนมอะไรเอ่ย ใครพอเดาออกบ้างคะ?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #30 Mitarine (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 03:59

    บัวลอยเจ้าเพื่อนยาก ทำไมจากข้าเร็วเกินไป...มาเป็นเพลงเชียว 55+

    #30
    1
    • #30-1 KKotchaa(จากตอนที่ 38)
      28 มิถุนายน 2563 / 07:11
      มันติดอยู่ในหัวจริงๆ ค่ะ ท่อนนี้ 555
      #30-1
  2. #28 zukino (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 15:51

    บัวลอยแน่เลยคะ
    #28
    0