ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 37 : คุณชายท่านนี้...เข้าใจอะไรยากเย็น 3 จบ (+Talk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,072
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    24 มิ.ย. 63

ข้าว่าข้าต้องคุยกับเขาใหม่อีกครั้งแล้วล่ะ เหมือนหลาย ๆ อย่างในวันนี้ เขาจะเข้าใจประเด็นที่ข้าเคยแนะนำผิดไป ผิดไปเยอะเลยด้วย

 

ในตอนนี้เหลือเพียงข้ากับคุณชายหยางเท่านั้น อ้อ...มีมู่ชิงและคนติดตามของเขายืนอยู่ห่าง ๆ อีกด้วย การมีมู่ชิงอยู่ด้วย ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจกว่าการต้องพบเขาเพียงคนเดียวมาก หากเขาคิดจะลักพาตัวข้าอีกต่อหน้ามู่ชิง นางอาจจะได้แสดงกระบวนท่าของวิชากำลังภายในสักท่าเพื่อสกัดเขา ให้ข้าประจักษ์แก่สายตาก็ได้

 

หึ! ตอนนี้ท่านจะหิ้วข้าไปไหนง่าย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว

 

แค่ลองสมมติเรื่องราวในใจ ข้าก็สบายใจขึ้นเฉยเลย สุดยอด!

 

“ข้าเพียงกลัว” ชายหนุ่มที่ข้ากำลังนั่งเครียดเรื่องของเขา เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เขาไม่ได้มีท่าทางคล้ายตัดพ้อเหมือนคำพูด แต่เป็นท่าทางที่ อืม...สงบนิ่งเกินไป นิ่งยันสายตาที่กำลังมองมา จนข้าเดาอารมณ์ไม่ถูก

 

“...กลัวอันใดเจ้าคะ” สาวงามตัวน้อยอย่างข้าถึงกับต้องเลิกคิ้วทั้งสองข้างสูงอย่างสงสัย คนตัวโตเช่นเขา มีอันใดให้กลัวกัน

 

“เจ้าอาจจะไปพึงใจใคร” เสียงทุ้มของเขากล่าวต่อ

“...”

“ก่อนจะพึงใจข้าได้” น้ำเสียง สีหน้า และแววตาของเขาในตอนนี้ แฝงไปด้วยความจริงจังและหมายมั่นว่า ให้ข้ารับรู้และเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ โดยจะไม่ยอมให้ข้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นเด็ดขาด

 

งานเข้าข้าแล้วละสิ...

“ข้า...” พูดอันใดไม่ออก ได้แต่หลบสายตาเข้มคู่นั้นที่จ้องอยู่

 

แต่ในจังหวะที่ข้าเบี่ยงสายตาหลบเขานั้น สายตาข้าก็ไปปะทะกับหีบไม้ใบหนึ่ง ที่มองเพียงภายนอก ก็สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นหีบที่มีราคา ลวดลายอันวิจิตรงดงามนั้นดูแพงทีเดียว มันถูกวางไว้ใกล้กับตำแหน่งที่คนติดตามเขายืนอยู่

 

นี่เขา!

“ท่าน สิ่งนั้น...” ข้าชี้ยังทิศทางที่มีหีบใบสวยวางอยู่

“ข้านำมันมาให้เจ้า”

“วะ ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ! ท่านพูดจริงหรือ” อาการตาโตเท่าฝาโอ่งมังกรในตอนนี้ มิใช่ว่าตื่นเต้นแต่อย่างใด มันคืออาการตกใจต่างหาก ให้แบบจัดหนักขนาดนี้

 

โอ้โห เจ้าเด็กคนนี้...อวดรวยเกินไปแล้ว

 

เมื่อเห็นว่าข้าสนใจ เจ้าเด็กอวดรวยก็โบกมือส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามนำมันมาให้ข้าดูใกล้ ๆ พร้อมเปิดหีบออก ให้ข้ายลโฉมเครื่องประดับมากมายที่บรรจุอยู่ภายในนั้น ทั้งปิ่นปักผม ต่างหู หวีเสียบ และอีกนานา

 

แม้ว่าข้าจะแอบตาพร่าเพราะความระยิบระยับของพวกมัน แต่นี่มัน...

 

“มากมายเสียขนาดนี้ ท่านตั้งใจจะทำอันใดกัน” เสียงเล็กหวานหูของข้า เอ่ยถามออกไปอย่างคนเหนื่อยล้าและจนใจ

“เกี้ยวเจ้า”

“แต่นี่มันมากเกินไป ทั้งหมดนี้ท่านขอหมั้นหมายข้าได้สบาย ๆ เลยนะเจ้าคะ!” พยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่ปลายเสียงของข้าแอบสูงขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะโดนสวนกลับมาทันทีว่า...

“ขอเจ้าหรือ ต้องมากกว่านี้ อย่างน้อยต้องสิ...” ข้ายกมือขึ้นท่าปางห้ามญาติเป็นครั้งที่สองตั้งแต่มาอยู่ที่นี่

“ท่าน...ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเหตุใดท่านถึง...ชอบข้าได้ถึงเพียงนี้ มีดีที่ตรงไหนให้ชอบกัน” สองประโยคสุดท้าย ข้าพึมพำอย่างแผ่วเบากับตัวเอง มันเบามาก เบาเหมือนเสียงกระทบปีกของยุงลายตัวน้อย ๆ ที่หากไม่ได้บินมาโฉบใกล้ใบหู ก็คงจะไม่ได้ยิน

 

“เจ้าเท่านั้น ที่ข้าต้องการ” แววตาและน้ำเสียงของเขา ยังมั่นคงจริงจังไม่เสื่อมคลาย

“ข้าไม่เข้าใจ...” ทำไมเป็นข้าล่ะ เป็นข้าได้จริง ๆ หรือ

 

“รับไว้เถอะ” เขาปิดหีบลงแล้วกล่าวบอกข้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

 

“ข้ารับไว้ไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ มันมากเกินไป” ข้าเอ่ยตอบไปอย่างท้อใจ ข้าไม่ชอบรับของใครแบบมั่วซั่ว ไม่เคยคิดอยากได้ของคนอื่น ยิ่งเป็นคนที่ข้าแอบอยากผลักไสเขาไปให้ไกลที่สุดหากมีโอกาส

ข้า...ยิ่งทำไม่ลง

 

“เสี่ยวมาว อย่าให้ข้าต้องใช้ไม้แข็งกับเจ้าเลย” สุ้มเสียงที่พูดออกมาดูเผด็จการไม่น้อย

 

เอ๋! ...นี่ไม่ใช่กำลังข่มขู่ข้าอยู่หรอกหรือ นึกว่าเขาจะทำหน้าทำตาเศร้าหมองให้ข้าใจอ่อนอย่างเคยซะอีก

 

บางครั้ง...ข้าแอบสับสนว่าเขาเป็นคนเช่นไรกันแน่ เขาเคยมีท่าทีเหมือนเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายนี่นา ข้ายังเคยพูดปลอบเขาเลย แต่ในบางครั้ง เหตุใดกลับดูเหมือนคนดุร้าย ที่ชอบทำอันใดตามใจตัวเอง อยากได้ต้องได้ สังเกตได้จากการหิ้วข้าไปมา ยามไม่สบอารมณ์

ตัวตนที่แท้จริง...ท่านเป็นคนแบบไหนกันแน่

 

“ว่าอย่างไร” คนตรงหน้าเอ่ยขึ้น ราวกับต้องการกดดันข้า

“ข้าชอบหีบนี้ รับแค่หีบได้ไหมเจ้าคะ” สิ่งที่สะดุดตาข้าให้รับไว้ มีเพียงแค่ตัวหีบ หาใช่สิ่งของมากมายข้างในไม่

“ไม่ได้” ทำเสียงกดดันเก่งจริงแท้ วันนี้ข้าเพิ่งได้รู้

“งั้น...ข้าขอรับแค่หีบ และเครื่องประดับอีกหนึ่งชิ้นเท่านั้น ฟังข้าก่อนเจ้าค่ะ ข้าคิดว่า สิ่งใดที่มันมากเกินไป มันดูไม่มีค่าเจ้าค่ะ ท่านให้ข้ามากขนาดนี้ ข้าไม่รู้จะเอาใจไปใส่ที่ชิ้นไหนดี ข้าขอให้ท่านเลือกเพียงหนึ่งชิ้น ที่ท่านคิดว่ามันเหมาะสมกับข้า ได้ไหมเจ้าคะ”

 

แม้ในบางช่วงที่ข้ากล่าว เขาเองจะดูฮึดฮัดเตรียมขัดแย้ง แต่เมื่อข้ากล่าวจบ เขานั้นกลับตั้งหน้าตั้งตาเปิดหีบออก จากนั้นคัดเลือกชิ้นที่เขาต้องการทันทีอย่างตั้งใจ

 

ท่านจะดีกับข้าไปได้ตลอด ข้าจะแน่ใจได้...หรือเจ้าคะ

 

หากเราสองคนตกลงปลงใจกัน ข้ามีคุณงามความดีอันใดที่พอจะยึดเหนี่ยวท่านไว้ได้หรือ...แม้แต่ตัวข้าเอง ยังมองหาแทบไม่เจอเลยเจ้าค่ะ

 

 

 

“ชิ้นนี้...ให้เจ้า”

ในขณะที่ข้ากำลังจมอยู่กับความคิดด้านลบ คนที่อยู่ในความคิดของข้าด้วย ได้ฉุดข้าขึ้นมาโดยเสียงทุ้มของเขา ที่ยามนี้ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจข้าทีละน้อย

 

“งามมาก ข้ายินดีรับมันไว้ ขอบคุณนะเจ้าคะ” เสียงหวาน ๆ รอยยิ้มหวาน ๆ ได้ถูกถ่ายทอดออกไปด้วยความจริงใจ

 

'ขอบคุณ'ที่อย่างน้อย เขาใส่ใจ...กับคำขอของข้า

ไม่ได้ดื้อดึงว่าจะต้องเป็นฝ่ายที่ได้สิ่งที่ต้องการเพียงฝ่ายเดียว

 

ทั้งยังพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด

 

 

sds
ขอบคุณงับ

 

 

 

---------------

Talk พิเศษ

Q จากรีดท่านหนึ่งในเด็กดี: คือนางเอกไม่ค่อยมีเหตุผลเลยค่ะเวลาทำอะไร เหมือนคนยังไม่โต ถึงจะบอกว่านิสัยอยู่เป็นแต่เรื่องกิริยามารยาทไม่ผ่าน เหมือนวิ่งเข้าหาผู้ชาย ขอโทษที่ต้องใช้คำนี้ แต่สมัยนั้นไม่ควรทำตัวแบบนี้ ถือว่าไร้ยางอายนะคะ การเล่นถึงเนื้อถึงตัวอีก จีนโบราณเขาถือเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอคะ? มันคือการให้เกียรติกัน แล้วเรื่องหนีออกจากบ้านอีก เราไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของนาง ออกไป ไม่รู้ทาง หลงอีก พ่อแม่ไม่ว่าหน่อยเหรอคะ ทำทุกคนเดือดร้อนกันทั้งนั้น ไปแบบตัวเปล่า ไม่มีการป้องกันตัวเองทั้งที่หายป่วย

A จากไรท์ที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง: ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ

ไรท์ว่าคนที่ทำให้ดูเป็นแบบนั้นคือตัวไรท์เองค่ะ บางจุดไรท์อธิบายไม่ละเอียดเอง

 

คำว่า ‘อยู่เป็น’ บางครั้งใช้เป็นการปลอบใจตัวเองค่ะ ว่าที่ทำไปแบบนี้น่ะ น่าจะถูกแล้วนะ ประมาณนี้ค่ะ

 

เหมือนวิ่งเข้าหาผู้ชาย’ ตอนที่เปิดประตูเข้าไปหาท่านหมอใช่ไหมเอ่ย แวปแรกที่เปิดไปแล้วเห็นว่ามีใครอยู่ นางก็ปิดประตูทันทีแล้วก็กล่าวขอโทษนะคะ แต่ก่อนหน้านี้ มันจะมีตอนที่นางไม่มั่นใจค่ะ ว่าที่ที่ตัวเองได้มายืนอยู่ในตอนนี้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ได้มาอยู่ในที่นี้จริง ๆ ด้วยความเผลอเพราะจมอยู่กับความคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง เลยตัดสินใจเปิดไปอีกครั้งและเข้าไปดูว่าใช่คนที่ตามหาอยู่จริง ๆ หรือไม่ เหมือนกับว่าหากไม่ทำอย่างนั้นจะต้องเสียดายทีหลังแน่ ๆ

อารมณ์แบบ อยู่ในฝันมีคนที่เราอยากเห็นหน้า เพียงแค่เปิดประตูไปก็จะสามารถเห็นหน้าเขาได้แล้ว แต่เพราะเราไม่กล้า เป็นจิตใต้สำนึกที่บอกว่าไม่ควร เลยไม่เปิดประตูออกไป สุดท้ายเมื่อตื่นมา ได้แต่ถามตัวเองว่า ทำไมนะ แค่ฝันเอง ทำไมไม่ลองเปิดออกไปดูนะ

และเหตุการณ์หลายอย่างในห้องนั้นที่เกิดขึ้น ก็เพราะว่ายังติดอยู่ในห้วงความคิดที่คิดว่าฝันค่ะ รู้ตัวอีกทีก็ตอนเจ็บตัวเลย

 

เรื่องหนีออกจากบ้าน’ นางเพียงจะหนีออกไปเที่ยวแค่ชั่วครู่ค่ะ รีบไปรีบกลับ อีกอย่างพ่อกับพี่ก็อยู่ที่โรงเตี้ยมในย่านการค้าที่กำลังจะไป หากหลงทางจนกลับจวนไม่ได้ หรือมีเรื่อง ตั้งใจจะเดินไปที่โรงเตี้ยม หากหาโรงเตี้ยมไม่เจอ ก็ถามคนแถวนั้นเอา ส่วนเหตุผลจริง ๆ แค่อยากเดินออกมาดูสถานที่ที่ตัวเองต้องมาอาศัยอยู่ อยากรู้ว่าเป็นสถานที่แบบไหน

ในสมองของไรท์ พยายามจะสื่อว่าจวนนางเป็นจวนพ่อค้าที่อยู่ใกล้กับย่านการค้านี่แหละค่ะ ฟีลแบบ บ้านอยู่หลังตลาด มีรูปประกอบดังนี้

sds

 

ที่จริงแล้ว มันไม่ได้ไกลมากขนาดที่ว่าหลงแล้วจะกลับไม่ถูก หรือไปที่โรงเตี้ยมไม่ถูกนะคะ แค่เดินต่อไปเรื่อย ๆ จะเจอกับโรงเตี้ยมของครอบครัวแน่นอน รวมถึงเจอตลาดด้วย แค่นางเริ่มต้นผิด และต้องเดินไกลกว่าเดิมเท่านั้นเองค่ะ

 

พ่อแม่ไม่ว่าหน่อยหรอคะ’ ตอนที่ 19 แค่คำว่า ‘เจ้าหายไปไหนมา’ ที่ออกจากปากพ่อ ในความรู้สึกไรท์ นี่รู้สึกเหมือนกับถูกตำหนินิดหน่อยแล้วค่ะ ทั้งที่คิดมาเสมอว่าตัวเองเป็นคนนอกแท้ ๆ แค่นี้ก็เหมือนโดนตำหนิหนักแล้วนะ และเพราะมาถึงปุ๊ปนางก็รีบคุกเข่าขอโทษ รวมถึงนางเองที่เป็นฝ่ายเผยความรู้สึกที่มีในใจมาตลอดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก่อน ทุกอย่างเลยดูเบาลงค่ะ

 

เพิ่งหายป่วย’ นางเอกเราหายดีมาได้เดือนกว่าแล้วค่ะ อ้างอิงจากตอนที่ 5 ส่วนคำว่า ‘เพิ่ง’ ที่ไรท์เขียนลงไป ตั้งใจจะสื่อว่า นางแอบใส่ใจความรู้สึกพ่อกับแม่ ที่คิดว่าพวกท่านต้องเป็นห่วงและคิดแบบนั้นแน่ ๆ

 

เหมือนคนยังไม่โต’ ในส่วนนี้ขอยกมาไว้ท้ายสุด ไรท์พยายามแทรกคำอธิบายตัว ว่าเป็นเด็กน้อยค่ะ เด็กน้อยที่ขาดความอบอุ่น แม้ว่าคนที่หลุดมิติมาจะอายุ 27 ปี แต่มันมีจริง ๆ นะคะ คนที่มีความคิดความอ่านน้อยมาก โตมากับโลกแคบ ๆ ไม่ค่อยมีพื้นฐานการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ไม่เคยประสบ โดนกดจากคนใกล้ตัวให้รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยมาตลอด ไม่มีอะไรดี ไม่มีใครรัก ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองและความสามารถที่มี สับสนในความคิดอยู่เสมอ ทำอะไรเลยก่ำ ๆ กึ่ง ๆ แต่ถึงแม้ว่านางจะโดนกระทำร้าย ๆ ใส่มามากมายขนาดไหน นางก็ไม่ได้กลายเป็นคนเลวร้าย ไม่นิยมทำร้ายความรู้สึกผู้อื่น หากไม่จำเป็น ความมืดมนภายในใจนั้นก็อยู่เพียงแค่ในใจ ไม่ได้ส่งออกไปกระทบใครอื่น ในเรื่องนี้นางเอกเป็นคนแนวนั้นค่ะ

ทว่าการได้มาอยู่ในครอบครัวใหม่นี้ ที่มีพื้นฐานความอบอุ่นที่ดี จะสามารถเปลี่ยนแนวความคิดของนางเอกได้บ้างไหม อยากให้ลองติดตามกันต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ

 

 

ปล.1 ชอบนะคะ ไรท์ว่านี่เป็นคำติที่สุภาพมากค่ะ เพราะไม่ทำให้ท้อจนเท แต่กลับช่วยให้เราระมัดระวังการดำเนินเรื่องมากขึ้น หวังว่าคำอธิบายข้างบนจะช่วยให้เข้าใจนางเอกได้บ้างนะคะ ไรท์ที่เป็นมือใหม่ และเป็นคนที่เล่าอะไรให้ใครรู้เรื่องด้วยลำบากมาก ขอขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ปล.2 สำหรับคอมเมนต์อื่น ๆ ที่ชม หรือรอติดตาม หรือร่วมแสดงความคิดเห็น ขอบคุณมาก ๆ เช่นกันค่ะ ชื่นใจคนที่จะแถให้เกิดเรื่องราวต่อไปมากค่ะ

ปล.3 มีเรื่องอยากบอก...ไรท์อยากให้การดำเนินเรื่องมันค่อยเป็นค่อยไป อะไร ๆ อาจจะช้า ๆ หน่อยนะคะ อีกอย่างแม้จะมีหลายตอนแล้ว แต่ในแต่ละตอนมันสั้นมาก ๆ เน้อ พระนางต้องมีดีบ้างแหละ รวมถึงต้องได้กันในที่สุดอย่างแน่นวล ใจเย็น ๆ กันเนาะ

ปล.4 ขอโทษนะคะ ที่การตอบคอมเมนต์ของไรท์ ยาวไปหน่อย ขอบคุณที่อ่านกันจนจบน้า เยิฟฟ

 

***สรุปรีดที่รักหายหมด เพราะ Talk พิเศษของไรท์ แฮร่!
 

เอ็นดูเค้าหน่อยน้า เรื่องแรกในชีวิตเลย แม้จะอ่านแล้วมึน ๆ ไปบ้าง แต่ตั้งใจแต่งมาก ๆ เลยนะคะ❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น