ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 35 : คุณชายท่านนี้...เข้าใจอะไรยากเย็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

เรื่องราวข่าวดี ที่ทำให้ข้าอารมณ์ดีจนต้องร้องเพลงเพื่อระบายความสุขที่ล้นออกมา นั้นคือ ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ใหญ่ พวกเขาอนุญาตให้ข้าทำกิจกรรมหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองผ่านทางโรงเตี๊ยมได้ เย้ ๆ

 

ตราบใดที่ข้ายังไม่ได้แต่งเข้าจวนไหน นี่แหละคือเวลาสนุกสนานของชีวิตล่ะ

 

อยากทำสิ่งใด ต้องรีบลงมือ!

 

และคิดสิ่งใดออกต้องรีบบันทึก เพราะข้าถนัดนัก...เรื่องความจำสั้นเช่นปลาทอง

 

เช้านี้หลังจากเสร็จมื้อเช้า ข้ากลับไปที่ห้องตัวเองเพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้บันทึก จากนั้นรีบตรงดิ่งไปยังที่ประจำ ซึ่งก็คือศาลาริมสระทันที

มู่ชิงน้อยเองก็รีบก้าวเท้าตามข้า ขาแทบขวิดเช่นเดียวกัน แม้จะสงสารนางที่มีนายอย่างข้า แต่เมื่อถึงนึกวันที่ข้ารวย นางเองก็จะสบายขึ้นด้วย จากความสงสารเลยเปลี่ยนมาเป็นแรงฮึกเหิมแทน

‘ทน ๆ ไปก่อนแล้วกันนะเด็กน้อย’

 

 

“พวกเจ้าน่ะ คอยเป็นกำลังใจให้ข้าด้วยนะ” ข้าพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อมาถึงที่หมาย เช่นเคย เป็นข้าที่ทำตัวเหมือนคนวิปลาส ชอบพูดคุยกับเหล่าต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ และครั้งนี้เป็นเหล่าเหลียนฮวาที่กำลังเบ่งบานอย่างสดใสในสระแห่งนี้

 

เมื่อได้เพ่งพิศความสวยงามของพวกมันเสร็จ ได้รับพลังงานด้านบวกมาเต็ม พลังขับเคลื่อนทางความคิดจึงตามมา ได้เวลา...ลงมือ!

 

“เริ่มจากส่วนไหนก่อนดี...” นิ้วชี้ของมือเล็กข้างซ้ายงอเป็นตะขอสัมผัสปลายจมูก พร้อมกัดริมฝีปากล่างไป คิดวิเคราะห์ไป นี่คือนิสัยข้า ยามต้องใช้ความคิด แม้ว่าจะให้ภาพลักษณ์ที่เหมือนหมู แต่แก้ไม่ได้จริง ๆ เผลอตัวตลอด

 

 

“อืม ขนมก็แล้วกัน ข้าชอบขนม” แค่นึกถึงก็มีความสุขแล้วเนี่ย

 

“ข้าชอบกินบัวลอยไข่หวาน กล้วยบวชชี เต้าส่วน สาคู ขนมถ้วย”

 

“เดี๋ยวนะตัวข้า จะกะทิทุกเมนูไม่ได้นะ ลองนึกอย่างอื่นที่ไม่ใช่กะทิ ไป” ขณะถนัดพูดคนเดียว มากกว่าพูดกับคนอื่นซะอีก

 

“กล้วยฉาบ ขนมผิง สังขยาฟักทอง ลูกชุบ ฝอยทอง เม็ดขนุน...”

 

 

“คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินให้มาตามไปพบที่ศาลากลางจวนเจ้าค่ะ ท่านให้แจ้งเพิ่มเติมอีกว่า มีแขกมาขอพบคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวรับใช้นางหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งสารแก่ข้าด้วยท่าท่างค่อนจะไปทางหวาดกลัวข้า

 

“ข้ารับทราบแล้ว ขอบคุณที่มาแจ้งนะ รับหมั่นโถวไปสักลูกสิ อ่ะ เอาไปเถอะ ข้าให้” ข้าพูดพร้อมยื่นหมั่นโถวให้นางหนึ่งลูก นางทำท่าจะไม่รับ แต่เมื่อข้ายัดใส่มือ มีหรือนางจะปฏิเสธได้

“ข้าบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งสิ่งใดเจ้า อย่าคลางแคลงใจไปเลย” เมื่อนางดูสับสนงุนงง ข้าเลยรีบชี้แจงและยิ้มหวานตาหยีส่งไปให้

 

พวกบ่าวในจวนแม้จะรับรู้ว่าข้าเปลี่ยนไป แต่ยังคงมีท่าทีหวาดระแวงอยู่หลายส่วน ทว่าข้าจะไม่พยายามละลายพฤติกรรมเหมือนที่ทำกับมู่ชิงหรอกนะ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะซื่อสัตย์และภักดีกับข้า หรือครอบครัวข้าได้สักเท่าไหร่

 

ไม่อยากให้ใจใครง่าย ๆ แล้วลำบากตัวเองต้องมานั่งเสียใจเพราะไม่ได้ใจคืนอีก

 

แค่ผิวเผินประมาณนี้ ก็เพียงพอแล้ว

 

อืม...ข้ากะว่าจะลองทำขนมแล้วให้พวกเขาชิมด้วย จะให้ชิมกันทั้งจวนเลยเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงสู่สถานที่จริง ไม่รู้ว่าหลังจากให้ชิมแล้ว ในใจพวกเขาจะมองข้าเป็นลบหรือบวก มาลองดูกัน ฮ่า ๆ

 

ข้าทำอาหารไม่เก่งนี่นา เป็นเรื่องปกติใช่ไหมล่ะ ที่จะแอบระแวงเรื่องพวกนี้

 

 

 

เท้าเล็กของข้าเมื่อเดินเข้ามาถึงบริเวณศาลากลางจวนกลับต้องชะงัก แทบจะเปลี่ยนทิศทาง แล้วกลับไปยังทิศที่ตัวเองเพิ่งจากมาทันที

 

ไม่รู้ว่าพ่อหนุ่มนักรักคนเมื่อคืน จะเข้าใจเรื่องที่ข้าแนะนำไปในรูปแบบไหน

 

แต่เอาเป็นว่าไม่ใช่อย่างที่ข้าพยายามสื่อออกไปแน่นอน

 

เหตุใดข้าถึงคิดเช่นนั้นน่ะหรือ?

 

เพราะภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าข้าในตอนนี้อย่างไรล่ะ!

 

แม้ว่าจะอยากรีบสาวเท้ากลับไปทางที่จากมาขนาดไหน แต่จะให้ข้าทำท่านแม่เสียหน้า ข้ายอมไม่ได้ เป็นไงเป็นกันเจ้าค่ะ

 

“ข้ามาแล้วเจ้าค่ะท่านแม่” ข้าเดินเข้าไปหาท่านแม่ด้วยท่าทีประดักประเดิด ในขณะที่ท่านกำลังนั่งจิบชากับแขก ที่ข้าไม่ต้องคิดให้มากความก็รู้ว่า เป็นแขกของข้าแน่ ๆ

 

แกล้งทำเป็นจำเขาไม่ได้ ‘ได้หรือไม่’ สถานการณ์ยามนี้คับขันนักในความรู้สึก ไม่รู้จะวางตัวเช่นไรดี

 

ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะสวมหน้ากากสีเงินเจ้าประจำ ที่จะต้องประดับบนใบหน้าเสมอ ทุกคราวที่ต้องพบปะกับบุคคลอื่นมาด้วย แต่ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างชัดเจนจากแววตาเข้มคู่นั้น

 

‘ประดักประเดิด’ ข้ารู้สึกเช่นนั้นอย่างแท้จริง สิ่งที่ข้าต้องเผชิญหน้าในตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะขัดเขินเพราะมีชายหนุ่มรูปงามมาหา หรือโกรธที่เขาไม่เข้าใจความหมายคำแนะนำของข้า หรือจะกลัวว่าตัวตนของเขาจะไม่ใช่สิ่งที่ข้าสามารถหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว

‘ทำตัวไม่ถูกเลยเจ้าค่ะ’

 

ทว่าความรู้สึกจะซับซ้อนเช่นไร ข้ายังคงต้องยิ้มออกไปก่อน เพราะถือคติที่ว่า ยิ้มสู้กับทุกสถานการณ์ แล้วมันจะดีเอง

 

โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า การยิ้มออกมาครั้งนี้ จะทำให้ชายหนุ่มที่เป็นแขกเอื้อเอ็นดูขนาดไหน เมื่อคืนยังทำตัวเป็นคนเก่ง แนะนำสั่งสอนเขา มายามนี้ เหตุใดถึงมีท่าทางเช่นนั้น อีกทั้งใบหน้าหวานที่เปลี่ยนจากปกติที่ขาวนวลเนียนเป็นซับสีเลือดชัดเจน ไม่แน่ใจว่านี่เขินอาย หรือพร้อมจะเกรี้ยวกราดใส่เขากัน

 

“มี่เอ๋อร์ คุณชายหยาง ทะ...เอ่อ เขาบอกว่าจะมาขอพบเจ้าน่ะ”

 

 

หะ! คุณชาย...หยาง!?

 

 

 

-----------

จะเป็นแค่คุณชายท่านหนึ่ง หรือเป็นท่านอ๋องกันแน่ โปรดติดตามตอนต่อไป...นะเจ้าคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #24 lhunsal (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 07:53
    ขอบคุณค่ะ
    #24
    0