ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 28 : ความฝันที่ถูกดับลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

เนื่องจากเมื่อวานทั้งวันเจอแต่เรื่องหนักหนาสาหัสมาพอสมควรในความรู้สึก เช้านี้ของข้าเลยไม่ค่อยสดใสนัก ความคิดมากมายในหัวทึบ ๆ ยังรอให้ทบทวนและประมวลผล ไม่รู้จะเริ่มต้นด้วยการพิจารณาเรื่องไหนก่อนดี

 

“เฮ้อ...”

 

“ใจเย็น ๆ นะ ทุกอย่างมีทางออกเสมอ” หายใจเข้าลึก ๆ

 

“ไม่ต้องรีบร้อนอะไรเลย ค่อย ๆ คิดนะ ฮู่...” หายใจออกช้า ๆ

 

“ไม่เห็นต้องกดดันตัวเอง เหนื่อยเปล่า ๆ”

 

“มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นเยอะแยะเลย ลองนึกดูสิ” ท่านพ่อน่ารัก ท่านแม่น่ารัก พี่ใหญ่น่ารัก พี่รอง...ก็น่ารัก มู่ชิงน่ารักสุด ๆ

 

“ลองยิ้มออกมานะ แล้วทุกอย่างมันจะดีเอง”

 

“เห็นไหมล่ะ”

 

 

ฮ่า... ดีขึ้นเยอะ

 

“เหลียนฮวาเหล่านี้ เบ่งบานแข่งกันน่าดูเลยนะ” ข้าที่เพิ่งรวบรวมพลังด้านบวกกลับมาได้ กำลังนั่งชมดอกเหลียนฮวาสีม่วงอ่อนในสระริมศาลา

 

“สีโปรดข้าเลยล่ะ รู้ตัวกันไหมเอ่ย” เป็นข้าอีกเช่นกันที่กำลังฉีกยิ้มคุยกับพวกมันเหมือนคนบ้า

 

ไม่รู้มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ชอบทุกอย่างที่เป็นสีม่วงซะแล้ว ในโลกเก่า ของใช้หลายอย่างมักจะเป็นสีม่วง เพราะทนอยู่เฉยไม่ได้ เมื่อได้พบสบตา อาการสอยติดมือโดยไม่รู้ตัวมักเกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ และลำบากกระเป๋าเงินอยู่เสมอ

 

แอบคิดถึงห้างสรรพสินค้าที่โน่นเหมือนกันนะนี่

 

 

“มี่เอ๋อร์ เจ้ากำลังฝึกซ้อมอยู่หรือ” ท่านแม่ที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงศาลาที่ข้านั่งอยู่ก่อน เอ่ยถามขึ้น คงเพราะท่านเห็นพิณ 7 สายวางไว้ข้างกายข้า

 

ข้าที่นั่งคิดนู่นคิดนี่เลยตื่นจากการรำลึกความหลัง

 

“เจ้าค่ะท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าจะได้ไม่เป็นภาระคุณชายหวังมากนัก หยุดไปเสียหลายวัน ข้าเผลอคืนท่านอาจารย์ไปสิ้นเลยเจ้าค่ะที่เคยเรียนมา” ข้ายิ้มอย่างเอาใจ พร้อมเดินไปประคองท่านมานั่งที่โต๊ะน้ำชาแบบนั่งพื้น จากนั้นรินน้ำชาที่ยังร้อนอยู่ให้อย่างรู้งาน

“ช่างเป็นเด็กดี” ท่านเอ่ยชมข้าด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ข้าลืมเรื่องทุกข์ใจก่อนหน้าไปเสียสิ้น อีกทั้งความอบอุ่นจากฝ่ามือที่แตะลงบนหลังมือข้าทำให้หัวใจดวงนี้พลอยรู้สึกอบอุ่นไปด้วย

 

“ท่านแม่...” ความอบอุ่นนี้ทำให้ข้ามีความกล้า กล้าที่จะขออนุญาต เพื่อแก้ปัญหาที่ค้างคาอยู่ในหัว

“ว่าอย่างไร” เสียงอันอ่อนโยนของท่าน ยิ่งกระตุ้นความกล้าได้เป็นอย่างดี

 

 

“ท่านแม่ ลูกขอรับเด็กมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมได้ไหมเจ้าคะ”

และข้าก็ได้ตัดสินใจเอ่ยออกไปในที่สุด

 

ข้าเองในโลกเก่า กำลังย่างเข้าสู่วัย 27 ปี ข้ามีเงินเก็บอยู่ประมาณเจ็ดแสนบาท อยากจะแต่งงาน มีครอบครัวดี ๆ มีลูกที่น่ารักสักคน คนรักก็มีแล้ว ดูรักกันดี เราคบกันมาเข้าปีที่ 10 ข้าคิดว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว แต่เขา...เขายังไม่อยากมีครอบครัว บอกว่ายังอยากใช้ชีวิตตามใจตัวเองก่อน

 

เขา...ยังเคยบอกอีกว่า ไม่ชอบเด็ก แต่งกันไปก็ไม่คิดจะมีลูก ไม่อยากมีภาระอะไรแบบนี้

 

ในความรู้สึก ไม่รู้ว่าข้าคิดน้อยไปหรือเปล่า แต่เหมือนความรักของตัวเองมาถึงทางตัน เหมือนเราจะไปกันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว คำว่า 'ครอบครัว' ที่ข้าหวัง อาจจะไม่ใช่กับคนนี้

 

 

ทำให้ข้า...บอกเลิกเขา

 

 

คิดว่าเขา...จะยื้อข้าไว้บ้าง แต่ก่อนที่หลุดมาอยู่ที่นี่ มันก็ผ่านมาได้เกือบเดือนแล้ว ที่เขาไม่ได้ติดต่อมาเลย

 

เส้นทางที่ยาวนานของความรักครั้งนี้ จบลงง่ายดายเหลือเกิน เหมือนการฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มากมายจนมาถึงจุดนี้ได้ของเรา ไม่มีความหมายใด ๆ กับเขาเลย

 

 

บาดแผลเหวอะหวะที่ได้รับนี้ รู้สึกว่า...ยังสดใหม่อยู่มาก

 

 

ข้าในตอนนี้...ไม่มีความมั่นใจ ในรักครั้งต่อไปของตัวเองเอาซะเลย

 

 

ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ ข้า...จะกล้ารักใครอย่างหมดใจได้อีกไหม

 

 

 

ท่านอ๋องกับข้า เมื่อคืนเรา...เกือบจะเกินเลยกันนิดหน่อย

เป็นข้าเอง ที่หวั่นไหวไปกับเขา จึงทำให้เกิดเรื่องเช่นนั้น

 

 

แม้ว่าจะตกลงกันไว้ ว่าขอเวลาให้ข้าหน่อย แต่ตามเนื้อหานิยายหลายเรื่องที่เคยอ่านเจอมา พวกท่านอ๋องมักใช้อำนาจของตัวเอง บีบบังคับเพื่อให้ได้หญิงสาวที่พึงใจไปครอบครอง

 

ข้ากลัวว่าเขาจะทำเรื่องอะไรที่มัดมือชก ให้ข้าต้องแต่งให้เขาในเร็ววันนี้น่ะสิ

 

แม้ว่าจะดูหลงตัวเองไปหน่อย แต่ก็อดระแวงไม่ได้เลยจริง ๆ

 

ทางออกที่คิดได้คือ รับเด็กมาเลี้ยง หากข้ามีลูกแล้ว คงไม่เหมาะสมหากจะแต่งให้เขา

 

 

ข้าคิดว่ามันน่าจะได้ผล

 

 

ที่สำคัญคือ ข้าชอบเด็ก อยากมีลูกมาก ๆ ฐานะครอบครัวและความอบอุ่นในตอนนี้ ข้าคิดว่าสามารถดูแลเด็กคนหนึ่งได้สบาย ๆ เลยแหละ

 

 

คิดอย่างนี้...ได้ไหมนะ

 

 

“ได้ที่ไหนเล่า มี่เอ๋อร์ของแม่งามพร้อมขนาดนี้ คนตามเกี้ยวก็มากมี เหตุใดถึงคิดเช่นนั้น” คำพูดท่านแม่ได้ดับฝันของข้าไปครึ่งส่วนแล้ว

 

 

เดี๋ยวนะ!

“คนตามเกี้ยวข้า ใครกันเจ้าคะ ท่านแม่หมายถึงใครกัน!” ข้านับนิ้วทั้งสิบก็พบว่ามีแค่ท่านอ๋องนี่แหละวนอยู่ทั้งสิบนิ้ว

 

อีกอย่าง...ท่านแม่ไม่น่าจะรู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ มันเป็นความลับ ไม่มีใครรู้ ไม่ใช่หรือ!
 

 

“หืม...” ท่านไม่ได้ตอบคำถามข้า แถมยังยิ้มเหมือนรู้อะไรมา

 

 

ท่านรู้อะไรมาเจ้าคะ!

 

 

หรือว่าท่านรู้ ว่าท่านอ๋องแอบมาหาข้า

 

โอ้ ไม่นะ! ...รู้ได้อย่างไรกัน

 

 

“ดอกเหมยกุ้ยที่เพิ่งปลูกใหม่หลังห้องเจ้า ยังไม่ชัดอีกหรือ” ท่านพูดยิ้ม ๆ

 

อะไรกัน...

แม้ว่าข้าจะสังเกตเห็นว่าเพิ่งนำมาฝังลงดินเมื่อไม่นานมานี้ แต่ข้าไม่ได้คิดถึงประเด็นที่ว่า ‘ใครเป็นคนทำและทำเพื่อใคร’ เลย

ใครกัน นึกไม่ออกจริง ๆ

 

 

“นั่นก็คนหนึ่งแล้ว แล้วยังมีคนที่หมิงเอ๋อร์แนะนำให้อีกนี่ เขาบอกเองว่า ยินดีหาก...” ท่านแม่เว้นไว้ให้ข้าคิดต่อเอง
 

 

คนหลังท่านหมอแน่ ๆ แต่คนแรกนี่สิ ใครกัน

 

 

ว่าแต่...ที่ท่านหมอพูด แบบนั้นถือว่าเกี้ยวได้ด้วยหรือ

 

 

ไม่รู้ล่ะ ข้ายังไม่อยากจะคบใครแต่งให้ใครในเวลานี้

 

 

“กลัวจะได้บิดาของบุตรตัวน้อยที่จะเกิดมาเป็นคนไม่ดีนี่เจ้าคะ หรือหากแต่งไปมีอนุหลายคนขึ้นมา จะรักบุตรตัวน้อยของข้าไหม ก็ไม่ทราบได้”

ข้าเข้าไปกอดเอวอ้อนท่านแม่ขั้นสุด ทั้งบีบเสียง ทั้งใช้คำสุภาพ ทั้งทำหน้าตาน่าสงสาร ขอความเห็นใจ

 

 

“โธ่...มี่เอ๋อร์ เจ้าคิดมากเกินไปหรือไม่” ฝ่ามืออุ่นไอร้อนพยายามลูบหลังเพื่อปลอบประโลมข้าอย่างใจเย็น สัมผัสต่าง ๆ จากท่านแม่ ช่วยพยุงจิตใจที่บิดเบี้ยวของข้าได้ดีเหลือเกิน เพราะในตอนนี้ข้ามีความสุขที่ได้อยู่กับครอบครัวนี้อยู่แล้ว ถึงไม่อยากจากไปไหนเลย

 

 

“ก็ลูกเป็นคนกรุ๊ป A นี่เจ้าคะ ชอบคิดมาก มาก ๆ” ข้าตั้งใจบ่นอู้อี้อยู่ในคอคนเดียว

“อันใดกัน กุ กุ รือ เพอ เออ...ของเจ้าน่ะ”

 

แต่คงเพราะเราอยู่ใกล้กันมากท่านแม่เลยได้ยินชัดเจน ทว่า...ท่านไม่เข้าใจ

 

“อะ อ๋อ...ข้าหมายถึง ข้าเป็นคนชอบเผอเรอ ชอบคิดมากแบบนี้ ใครจะอยากแต่งด้วยเจ้าคะ” แม้ในใจจะเกิดความเลิ่กลั่ก แต่หน้าตาข้ายังคงแสร้งทำว่าน่าสงสาร

 

เผื่อท่านจะเห็นใจ ให้ข้ารับเด็กมาเลี้ยง

 

 

“เจ้าวิตกเกินไปแล้ว แต่เอาเถอะ ค่อย ๆ คิด แม้ว่าไม่ได้อยากให้เจ้าจากไปไหน แต่ถึงอย่างไร...วันหนึ่งเจ้าก็ต้องแต่งออกไปอยู่ดี และแม่ไม่ยอมให้เจ้ารับใครมาเลี้ยงหรอกนะ หากอยากจะมีบุตรให้ชื่นใจ เจ้าก็ตัดสินใจเลือกหาบิดาให้บุตรเจ้ามาสักคน วันไหนที่เขาคนนั้นเป็นบิดาที่ไม่รักบุตร หรือเป็นสามีที่ดีให้มี่เอ๋อร์ของแม่ไม่ได้ แม่จะไปรับเจ้ากลับมาด้วยตัวเอง เป็นอย่างไร อย่างนี้ดีหรือไม่” ท่านพูดปิดประเด็นพร้อมตบหลังข้าเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ

 

 

คำพูดเหล่านี้ของท่านแม่ มีผลลัพธ์คือ ขอบตาที่รื้นชื้นด้วยน้ำตาแห่งความอบอุ่นหัวใจ

พลังชีวิตของข้าได้ถูกเติมเต็มซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยครอบครัวนี้

จากเด็กน้อยที่โตมากับความเหงาหงอยในโลกเก่า...ได้มาเจออะไรแบบนี้

 

 

ไม่รู้จะขอบคุณโชคชะตาครั้งนี้อย่างไรเลย

 

 

 

 

ทว่าปัญหาที่ค้างคาของข้านี่ล่ะ

ที่คุยกันมาทั้งหมด สรุปผลได้ว่า ความฝันจะรับเด็กมาเลี้ยงของข้า ถูกดับลงอย่างละเอียดไม่เหลือแม้แต่ผง

 

 

และข้าต้องคิดวิธีที่จะเอาตัวรอดจากท่านอ๋องใหม่อีกครั้ง

 

 

ข้ายังไม่พร้อมแต่งให้ใคร ไม่พร้อมจริง ๆ

 

 

หนี! ...ข้าหนีไปที่ไหนได้บ้างนะ

 

 

ที่ที่ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง

ที่ที่ข้าจะอยู่รอดปลอดภัย

 

 

โอ๊ย! ไปไหนได้บ้างล่ะตัวข้าเนี่ย

 

 

เฮ้อ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #18 Nong Akk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 15:13

    เรือลำแรกใครอ่า ?????

    #18
    1
    • #18-1 KKotchaa(จากตอนที่ 28)
      13 มิถุนายน 2563 / 11:53
      รออีกนิดนะคะ ใกล้เฉลยแล้วค่ะ
      #18-1