ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 21 : คุณชายชุดขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

‘จวนเราเป็นจวนพ่อค้าธรรมดา ๆ’

 

คนที่พูดคำนี้กับข้า คือใครนะ ใช่ท่านแม่หรือเปล่า ข้ารู้สึกตัวเองพลาดอะไรที่ใกล้ตัวไป

ใช่แล้ว...ลืมสังเกตจวนตัวเองไปเสียสนิท

คนที่พูดคำข้างต้น คือผู้ที่หลอกลวงข้าโดยแท้

 

เช้านี้ หลังจากเสร็จมื้อเช้ากับครอบครัว ข้าลองเดินสำรวจรอบ ๆ จวนดู

 

จวนที่ท่านแม่สะกดจิตให้ข้าเชื่อว่า ธรรมดา ๆ

 

แต่นี่! สิ่งที่ข้าได้รับรู้ในตอนนี้ ทำข้าว้าวมาก

 

‘ครอบครัวนี้มีอันจะกิน’ มาก มากเลยทีเดียว!

 

ตั้งแต่เสาประตูจวนเรื่อยเข้ามาจนถึงจุดที่ข้ายืน ซึ่งก็คือ ศาลากลางจวน

หันมองรอบตัวแล้วหันมองรอบตัวเล่า วัสดุในการก่อสร้างล้วนใช้ของดีมีคุณภาพ

 

แม้ไม่ได้หรูหรา ระยิบระยับเหมือนจวนท่านอ๋องที่ข้าเคยไปโผล่ชั่วครู่

 

แต่ที่นี่ดูดี มีระเบียบ สง่างามในระดับของตัวเอง ทั้งยังกว้างขวาง

 

เหมือนข้าคุ้น ๆ เคยได้ยินมู่ชิง เรียก ‘ห้องครัว’ ว่า ‘โรงครัว’ ข้าเชื่อแล้ว ขนาดจวนที่ข้าได้เห็นในตอนนี้ คงต้องใช้คำว่าโรงครัวจริง ๆ

ประชากรในจวนนี้ เยอะขนาดไหนกันนะ

 

 

“อ๊ะ!”

“คุณหนู! จะรีบไปที่ใดกันเจ้าคะ”

 

 

 

“ฮะ แฮ่ก ๆ ๆ”

 

‘มีจริง ๆ ด้วย’

 

เมื่อเช้า ตอนที่ข้ายืนพิงขอบหน้าต่างชมเหล่านกน้อยที่เกาะตามกิ่งหลิวอยู่นั้น ในใจแอบคิดไว้ว่า

หากมีต้นหลิว ที่นั่นน่าจะมีสะพาน

แล้วดันมีจริง ๆ สะพานไม้ โค้งเป็นเนินนิดหน่อยเพื่อให้เรือลำเล็กพอจะผ่านไปได้

 

ต้นหลิว...กิ่งใบของมันที่ทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนกับจิตรกรเอกทำการจุ่มสีแล้วตวัดลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากเส้นสีที่หนักลงมาแผ่วเบาที่ปลาย ทำให้ภาพรวมของต้นหลิว ดูนุ่มนวลอรชรอ่อนหวานเหมือนหญิงสาวแรกรุ่น

อีกทั้งยังอยู่ริมสะพาน ที่มีแม่น้ำสายเล็ก ๆ คอยเป็นกระจกส่องประกายความงดงามนี้

 

หากเป็นกลางวัน ลำธารนี้ก็สะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบตา

หากแต่ตอนกลางคืน กลับส่องแสงจันทราที่ดูเงียบเหงาแต่สง่างาม

 

 

สวย...เป็นภาพที่สวยจริง ๆ สมแล้วที่มักโดนเอาไปแต่งลงในบทกลอนอยู่บ่อยครั้ง

 

 

หากมองออกมาจากหน้าต่างห้องข้า จะเห็นเพียงแค่ยอดต้นหลิวเท่านั้น

ที่แท้ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม อยู่เยื้อง ๆ กับด้านหลังจวนข้านี่เอง

ไว้จะชวนมู่ชิงออกมาเสพอารมณ์สุนทรีย์นี้บ่อย ๆ

 

 

“แมว! แมวนี่นา! น้อน!!” ข้ารีบเร่งฝีเท้าเข้าไปช่วยแมวน้อยที่กำลังเดินบนขอบสะพานทันที เมื่อคิดว่ามันกำลังตกอยู่ในอันตราย

 

“เฮ้ย! ฉิxหายแล้ว!” เจ้าแมวมันดันกระโดดหลบ ทำให้ข้าวืดที่จะจับมัน ขอบสะพานเตี้ย ๆ แห่งนี้ก็ยิ่งช่วยส่งเสริมให้ข้าที่ทรงตัวไม่ได้ พร้อมจะตกสะพานไปแทนเจ้าแมวตัวนั้นทันที

 

ฟึบ!

 

“อั่ก!”

จุก...มีคนช่วยข้า ขณะกำลังเอนตัวจะตก โดยการเหวี่ยงไปอีกฝั่งของขอบสะพาน

‘เหวี่ยง’ จริง ๆ

ไม่มีกล้ามเนื้อแน่นคอยรองรับเหมือนในนิยาย หลังข้ากระแทกขอบสะพานเต็ม ๆ

แม้ไม่ได้แรงมาก แต่ข้าก็เป็นแค่เด็กสาวที่บอบบางคนหนึ่ง ทั้งเจ็บ ทั้งจุก ฮือ...มู่ชิงอยู่ไหน

 

“อูย...ซี้ด เจ็บจริงไม่อิงตัวแสดงแทนเลย”

แม่น้ำสายน้อยนี้ ถึงข้าตกลงไป คิดว่าคงไม่ถึงตาย

แต่เอาเถอะ คิดซะว่า ดีกว่าตกลงไปเปียกก็แล้วกัน หนาวน่าดู

 

 

พลเมืองดี ผู้มีน้ำใจในชุดขาวและหน้ากากสีขาวเต็มหน้า

เขาเดินไปไกลแล้ว ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยขอบคุณเลย

 

ไว้เจอกันคราวหน้านะคะ...

 

 

“คุณหนู! เหตุใดลงไปนั่งอย่างนั้นเจ้าคะ” มู่ชิงเมื่อเห็นข้า นางก็วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น

“มู่ชิง ข้าเจ็บ ฮือ...โอ้ย ๆ” มีหรือข้าจะไม่โอดโอยเรียกคะแนนสงสาร

 

แต่เมื่อนางพยายามประคองข้าลุกขึ้น ข้ากลับร้องเสียงหลง เพราะเจ็บจริง ๆ ไม่ได้เรียกคะแนน

 

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”

“ข้าเกือบตกสะพาน แต่มีคนมาช่วยไว้ได้ทันน่ะ” ความจริงล้วน

“ช่วยท่าไหนกันเจ้าคะ คุณหนูถึงเจ็บขนาดนี้” เด็กน้อยของข้า ขึ้นเสียงอย่างมีอารมณ์

 

 

 

อยากให้นางมาเห็นตอนเขาคนนั้นเหวี่ยงข้า ข้าเองยังตกใจจนหลับตาปี๋

ลืมตาอีกที ในตอนที่รู้สึกจุกแล้ว

 

เขาไม่รู้หรืออย่างไร อิสตรีเป็นสิ่งที่บอบบาง ควรค่าแก่การทะนุถนอม

 

 

‘ถนอมหนูหน่อยก็ไม่ได้’

 

 

ถ้าอยากเหวี่ยงเขาคืนบ้าง ข้าจะดูร้ายไปไหม

 

 

อย่าให้ถึงทีข้า...!

 

 

-------------------------------------------------

*จุดไหนมีคำผิด แนะนำได้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น