ข้าแค่อยากมีลูกสาว(ที่น่ารัก)สักคน

ตอนที่ 10 : ชายหนุ่ม มุมใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

“มู่ชิง วันนี้ขนมตอนพัก ข้าขอเป็นหมั่นโถวลูกเล็ก ๆ 2-3 ลูก อ๊ะ ไม่สิ ๆ 5-6 ลูก เผื่อท่านอาจารย์ของข้าด้วย” ข้าเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ขณะที่กำลังเดินไปที่ศาลาเพื่อเรียนการดีดพิณเป็นวันที่สอง ข้าเจาะจงเป็นหมั่นโถวเพราะข้าคิดว่าตอนกินหรือหลังกินเสร็จไม่น่าจะมีอะไรร่วงติดหน้าข้าได้ อะไรที่น่าอายรอบเดียวเกินพอ

อ้อ...ที่ข้าอารมณ์ดีอย่างนี้น่ะ เมื่อคืนข้านอนหลับฝันถึงหลานจ้าน! 

ในฝัน เหมือนข้าเดินเข้าไปในที่ที่หนึ่งที่มีต้นไม้ใหญ่สูงลิบลิ่วเต็มไปหมด มีลำธารไหลเป็นสายทอดยาวไปไม่อาจเห็นที่สิ้นสุด ตลอดทางที่เดิน รายล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจีแสนชื่นตา มีสัตว์ตัวเล็ก ๆ อย่าง กระต่ายขนขาวปุย วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ข้าหยุดมองบ้าง แวะเล่นกับกระต่ายน้อยบ้าง จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินต่อ เมื่อเดินต่อไปเรื่อย ๆ ข้าก็ต้องหยุดฝีเท้าลง...

ภาพที่เห็นทำข้าไม่อาจละสายตาได้ ภาพของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่โผล่พ้นจากขอบน้ำมาแค่ท่อนบน แต่ท่อนบนนั้น แผ่นหลังหนากว้างน่าอิงซบ มีกล้ามเนื้อดูสมชายชาตรี ผิวขาวนวลเนียนสะอาดตา 

ถัดจากเขาไปอีก เบื้องหน้าของเขาและข้าคือน้ำตกสูงใหญ่ที่มีน้ำไหลลงมาเป็นสาย ละอองน้ำที่หล่นมากระทบสิ่งกีดขวาง เมื่อสะท้อนกับแสงแดดอ่อน ๆ ดูพร่างพราวยิ่งหนัก มันทำให้ชายหนุ่มหน้าน้ำตกผู้นั้น ดูงดงามมากยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนเขาจะรู้สึกตัวว่ามีคนแอบมอง ทำท่าจะหันหลังกลับมาดู 

แต่ข้า...ข้าเผลอเบี่ยงตัวหลบ และตื่นขึ้นมาซะก่อน! แม้ว่าจะไม่ได้เห็นหน้า แต่ข้ามั่นใจหนักมาก ว่านั่นคือ หลานจ้าน ข้าจำได้ดี มีฉากหนึ่งในซีรีส์คล้าย ๆ แบบนี้ 

โอ๊ย! ไม่น่าตกใจตื่นเลย คืนนี้จะฝันต่อได้ไหมนะ

“เอ่อ คุณหนูเจ้าคะ ท่านอาจารย์หวังน่าจะรอแล้วนะเจ้าคะ” มู่ชิงนางปลุกข้าจากภวังค์พร้อมแรงสะกิดเล็กน้อย

“อ้าว นี่เรายังอยู่ตรงนี้อีกหรือ” ตรงนี้ของข้าคือ หน้าห้องข้าเอง

“บ่าวเดินตามคุณหนูออกมาจากห้อง เมื่อถึงหน้าห้อง คุณหนูก็ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และไม่ยอมขยับเดินต่อ แต่เมื่อผ่านมาได้สักพัก บ่าวคิดว่าท่านอาจารย์คงรอแย่แล้ว เลยสะกิดเรียกนี่แหละเจ้าค่ะ” 

เราทั้งคู่กำลังรีบจ้ำอ้าวเดินไปที่ศาลาโดยมีมู่ชิงคอยเล่าประกอบฉาก

“ขอบใจเจ้านะ ที่ไม่รีบขัดจินตนาการข้าตั้งแต่เริ่ม” ข้าพูดพร้อมกลั้วหัวเราะให้มู่ชิงนางงงเล่น ๆ

 

ขณะที่เราสองคนกำลังเดินเข้าไปใกล้ศาลา แว่วเสียงพิณไพเราะทำนองคล้ายคนกำลังตกหลุมรักลอยมาพร้อมกลีบดอกไม้ที่ปลิวมาตามสายลม สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้ข้าอารมณ์ดีเข้าไปใหญ่ 

ส่งผลให้ข้าชะลอฝีเท้าลงทันที

“มู่ชิง ๆ ข้าคิดว่า...ท่านอาจารย์หวังกำลังตกหลุมรักครั้งใหม่ล่ะ” ข้าเอ่ยขึ้นแบบนึกสนุก

“ทำไมคุณหนูถึงคิดอย่างนั้นเจ้าคะ”

“ทำนองของเพลงพิณที่ออกมาน่ะ ทำให้ข้ารู้สึกอย่างนั้น มันดูอบอวลไปด้วยกลิ่นของความรักที่เพิ่งเริ่มต้น ดูสดใสมากเลยล่ะ เจ้าไม่คิดงั้นหรือ” นางส่ายหน้ากลับมา คงไม่ได้คิดเหมือนข้าสินะ หรือเป็นข้าที่ชอบจินตนาการเกินเหตุ ข้าชอบนี่นา ชอบบรรยากาศแบบนี้ มันทำให้ข้ารู้สึกมีชีวิตชีวาไปด้วย

 

เสียงพิณหยุดลงเมื่อเราทั้งสองก้าวมาถึงขอบชานศาลา

“อ้าว ไม่ใช่ท่านอาจารย์นี่นา” ข้าส่งเสียงร้องตกใจเล็ก ๆ ทำให้คุณชายท่านนั้นหันหลังมาทันที

“ทำไมเป็นท่านล่ะ ท่านอาจารย์หวังล่ะเจ้าคะ”

“เป็นข้าแล้วจะทำไม” คุณชายหวังที่นั่งแต่มุมศาลาเมื่อวาน ตอบข้าด้วยสีหน้านิ่ง ๆ

“ไม่ทำไมเจ้าค่ะ ข้าแค่คิดว่าท่านอาจารย์หวังจะสอนข้าตลอดจนจบหลักสูตรซะอีก เอ๋! หรือว่าวันนี้ท่านไม่สบายเจ้าคะ” ตอนแรกก็กะจะแอบบ่นกวนอารมณ์คนข้างหน้าซะหน่อย แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า วันนี้ท่านอาจารย์อาจจะไม่สบายขึ้นมาจริง ๆ เลยเปลี่ยนเป็นห่วงอาจารย์ตัวเองแทน

“ท่านปู่สบายดี” เขาตอบแค่นั้น?

“แล้วท่าน…”

“ข้าสบายดี” ไม่ทันจบประโยคข้า เขาก็เอ่ยขึ้นขัดซะก่อน

“คุณชายหวังเจ้าคะ คือข้าไม่ได้ถามว่าท่านสบายดีไหม ข้าทราบเจ้าค่ะ ท่านเองดูสบายดี ข้าไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้น ข้าแค่อยากรู้ว่า แล้วท่านอาจารย์หวังจะไม่มาสอนข้าแล้วหรือเจ้าคะ” 

นี่ข้ากำลังคุยกับใครอยู่เนี่ย เขากับข้าไม่ได้คุยภาษาเดียวกันหรอกหรือ

“วันแรกท่านปู่ วันต่อไปข้า” สั้น ๆ ได้ใจความ ความใหม่ที่ข้าเพิ่งรู้ เพิ่งรู้วันนี้แหละ ว่าจะเป็นอย่างนี้

“รับทราบแล้วเจ้าค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเจ้าคะ” 

เขาว่าไง ข้าก็ว่างั้นแหละ

 

 

“เหตุใดเจ้าถึงกดมือลงเช่นนั้น”

ข้าลองเปลี่ยนท่าทาง

“เหตุใดเจ้าถึงวางมือเช่นนั้นกัน”

ข้าลองเปลี่ยนท่าทางอีกที

“เหตุใดเจ้าถึงวางนิ้วเช่นนั้นอีกแล้ว”

ข้าลองเปลี่ยนท่าทางอีกทีและอีกที

“เหตุใด…”

“ท่าน!” ข้าเอ่ยขึ้นอย่างมีอารมณ์พร้อมมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่องแต่แค่แวปเดียวเท่านั้นแหละ จากนั้นก้มหน้าลงสงบจิตสงบใจตัวเอง ข้าควรพูดเช่นไรให้เขา...

“!!” สะ... สอนข้าดี ๆ

“คลายมือเจ้าออก” เขาพูดเบา ๆ ข้างหูข้า ข้างหูข้า!

“คลายออก ทำเช่นนั้น มือเจ้าจะเจ็บ” ยังคงข้างหูข้า!

“ดี ทำตามข้า” มือเขาทั้งสองที่อยู่บนมือข้า ค่อย ๆ พามือข้าขยับและดีดในแบบที่คิดว่าคงถูกต้องแหละ เขาสอนเองนี่ 

แม้ว่ามือจะขยับตาม แต่ตัวข้าแอบแข็งเกร็งจนตะคริวแทบจะยึด หัวสมองที่มันโล่งไปหมด ไม่ได้จำสักนิดว่าตอนนี้เขาสอนอะไรแบบไหน แบบนี้มันเรียกว่าโอบกอดข้าอยู่ชัด ๆ แผ่นหลังของข้าสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอุ่น ๆ จากเขาเลยล่ะ

“ทะ ท่าน เอ่อ สอนข้าแบบดี ๆ ไม่ได้หรือเจ้าคะ” เสียงข้าที่เอ่ยเตือนออกไปช่างแผ่วเบายิ่งนัก

“หึ...”

เขาผละออกไปแล้ว แต่ยังคงนั่งเยื้อง ๆ อยู่ข้างหลังข้า 

ไม่ไหว ข้าไม่ไหว แบบนี้ไม่ไหว ฮือ...

“ข้าขอพักก่อนนะเจ้าคะ!” ข้ารีบพูดขึ้นอย่างร้อนรน พร้อมลุกพรวดทันที เมื่อเห็นมู่ชิงเดินถือถาดขนมและน้ำชาเข้ามาใกล้ถึงศาลาแล้ว 

แก้มข้า ๆ รู้สึกร้อนมาก ขอดับร้อนด้วยน้ำชาร้อน ๆ หน่อยแล้วกัน

 

 

ใครไหว ไปก่อนเลย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #49 Pannmak (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 17:53

    พระเอกมั้ยอ่ะ

    #49
    0
  2. #3 Atittaya-01 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 21:40
    เม้นแรก
    #3
    0