[NCT] Marriage | DOTEN

ตอนที่ 2 : ミ☆☆Marriage ☆☆彡 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 391
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    14 พ.ค. 62

Marriage

DoTen

Chapter : 2







 [TEN’s Part]

 

และวันที่..ไม่ได้รอคอยก็มาถึง

 

“หนูเตนล์จ๊ะ ถ่ายรูปกับแขกทางนี้หน่อยลูก” คุณหญิงคิมเอ่ยอย่างอ่อนโยนต่อผม ผมไม่รอช้าก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ข้างว่าที่สามี ...ไม่สิ ตอนนี้พวกเราเป็น สามี—ภรรยากันแล้ว วงเล็บ อย่างไม่เต็มใจ!

“ขยับเข้าไปใกล้ๆกันอีกหน่อยครับ” แทบจะทั้งวันที่ได้ยินประโยคเดิมๆของพี่ช่างกล้อง พื้นที่ก็กว้างจะขยับอะไรนักหนาไม่รู้

 

“ยิ้มครับ 1 2

แช๊ะ!!!

 

เมื่อย...ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด เมื่อเช้าทำพิธีแต่งแบบเกาหลีซึ่งผมไม่ค่อยได้ไปงานแต่งเท่าไหร่ตั้งแต่อยู่ที่นี่มา คุณแม่ผมก็แต่งนานแล้วจำไม่ได้เท่าคุณแม่ของโดยอง ท่านอยู่ข้างๆ คอยบอก คอยช่วยผมเสมอ ...สิ่งที่ผมกลัว คือการทำผิดพลาด กลัวงานจะพังไม่เป็นท่า แต่ในที่สุดก็ผ่านมาจนถึงงานเลี้ยงตอนเย็น ซึ่งจัดอยู่โรงแรมหรูหรา สมฐานะของทางบ้านตระกูลคิม

 

“เหนื่อยไหมคะ หนูเตนล์”

“ไม่เท่าไหร่ฮะ คุณหญิง” ผมขอบคุณคุณหญิงคิมจริงๆ ที่คอยถามผมตลอดว่าเหนื่อยไหม อยากทานอะไรหรือเปล่า คอยหาน้ำหาท่ามาให้ ดูแลดีไม่แพ้คุณแม่ของผมเลย

“เอ๊ะ! คุณหญิงอีกแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะคะ เรียก คุณแม่ เถอะค่ะ”

“ครับ คุณแม่”

“ดีมากจ๊ะ แล้วนี่ ตาโดยองไปไหนล่ะ เผลอหน่อยไม่ได้เลย หายตลอด เดี๋ยวแม่ไปหาตาโดยองก่อนนะลูก”

ผมเอ่ยตอบรับก่อนจะเดินไปอีกทาง ตอนแรกจะเดินไปหาม๊า แต่ผมเห็นม๊ายืนคุยกับใครสักคนอยู่เลยตรงหาอะไรทานแทน

“คุน” ผมเรียกคุนที่ยืนทานของว่าอยู่ คุนวางจากลงและตรงมาหาผม พอดีกับที่ผมเดินไป

“เป็นยังไงบ้างเตนล์ ถ่ายรูปกับแขกเสร็จแล้วยัง”

“เสร็จแล้วล่ะ คุน...เตนล์เหนื่อย อยากกลับบ้านไปพักแล้ว”

“ทนอีกนิด เดี๋ยวก็ได้กลับแล้ว อะ กินนี่ก่อนจะได้มีแรง”

“อะไรอะ”

“คุกกี้ อร่อยดี แต่อันนั้นอย่ากินนะมันมีถั่ว” คุนรู้ดีว่าผมแพ้ถั่ว และถ้าอาหารไหนมีส่วนผสมของถั่วคุนก็จะไม่ให้ผมกินเลยล่ะ เพราะผมเคยแพ้จนเกือบตาย ดีที่ตอนนั้นมีม๊ากับคุนอยู่ด้วย จึงไปโรงพยาบาลทัน

 

“แล้วแกอยากกลับหรือยัง”

“ยัง จะอยู่ส่งนายเข้าหอก่อน”

!!!” จริงสินี่เขาก็ลืมไปเลยว่าแต่งงานก็ต้องมีเข้าหอ เข้าหอก็คือการนอนด้วยกัน ให้ตาย “แย่แล้ว ไม่เอา เตนล์ไม่อยากเข้าหออะ ทำไมต้องนอนกับหมอนั่นด้วย”

“เอ๊า เป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” คุนแอบขำเพื่อนสนิทเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้ามุ่ยๆนั่น

“คุน...ฉันไม่ตลกนะ แกช่วยฉันหน่อยสิ นะนะ ฉันไม่อยากเข้าห้องหอ”

“งานนี้ฉันช่วยไม่ได้จริงๆ คุณหญิงคิมตามประกลบนายจะตาย ถ้าถูกจับได้ต้องแย่แน่ๆ ...เอาหน่าเตนล์แค่คืนเดียว คืนต่อไปก็ขอย้ายห้องก็ได้หนิ”

“นั่นสิ...โอเคก็ได้” ผมว่ามันก็คงไม่แย่หรอก แค่คืนเดียวเอง

 

ผมกับคุนยืนคุยกันต่ออีกสักพักก่อนม๊าจะมาตามไปส่งแขก เป็นอันเสร็จพิธีของวันนี้ ผมว่ายิ่งเป็นครอบครัวคนใหญ่คนโต พิธีรีตองก็ต้องเยอะ ผมเข้าใจ ทุกคนก็คงเหนื่อยไม่ต่างจากผม ผมกลับรถคันเดียวกับคุณหญิง คุณท่านและคิมโดยอง เราสองคนไม่ได้พูดคุยกันเลยทั้งวัน เว้นแต่ตอนปฏิญาณตน ที่เอ่ยกับบาทหลวงก็เท่านั้น

 

“แม่ยกห้องฝั่งปีกซ้ายทั้งหมดให้เป็นเรือนหอของพวกลูกนะ อยากได้อะไร ปรับเปลี่ยนตรงไหนค่อยบอกแม่วันหลัง วันนี้เขาหอกันก่อนนะคะ” คุณหญิงท่านยิ้มอย่างใจดี

 

ม๊ากับคุนตามมาส่งผมถึงหน้าห้องหอ ตอนนี้มีทั้งคุณหญิง คุณท่านและคนรับใช้สองสามคน ให้ตายสิ ความรู้สึกตอนนี้เหมือนมาส่งผมไปสนามรบ

 

“ม๊าไปนะ...เป็นเด็กดี ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีนะรู้ไหม” ม๊าลูบหัวผม ผมนึกอยากจะร้องไห้ออกมา และก็นั่นแหละ ผมกลั้นไม่ได้จริงๆ ผมโอบกอดม๊าเพื่อซ่อนใบหน้าน่าเกลียดเวลาร้องไห้

“เอ๊า ร้องไห้ทำไม” ม๊าขำเบาๆ ผมร้องไห้ต่อหน้าคนตั้งเยอะ แต่ผมไม่สนแล้ว อยู่กับม๊ามาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต จู่ๆ ก็ได้มาอยู่กับคนอื่น ไปเป็นครอบครัวเดียวกับคนอื่น แล้วมันใจหาย

“อึก...”

“งอแงเป็นเด็กไปได้ ม๊าก็ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย คิดถึงก็โทรหา”

“ฮะ...” ผมกลั้นน้ำตาอึกใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนไปกอดคุน เพื่อนสนิท มันก็ตบหลังผมเบาๆ เอาจริงๆ บรรยากาศตอนนี้เหมือนทุกคนบอกลาผมอยู่สนามบิน เหมือนผมกำลังจะไปในที่ไกลๆ ยังไงอย่างนั้น

“ม๊ากับคุนกลับก่อนนะ...สวัสดีค่ะ คุณฮวียอง คุณดายอน”

ม๊ากับคุนบอกลาทั้งสองผู้ใหญ่ก่อนจะลงบันไดไป คุณหญิงคิมเข้ามากอดผมพลางลูบหลังไปด้วย สัมผัสท่านคล้ายๆม๊าเลย อาจด้วยความห่วงใย และความรู้สึกที่ส่งมา

 

“หนูเตนล์คะ คิดเสียว่าแม่เป็นแม่อีกคนของลูกนะ มีอะไรก็บอกแม่ได้ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะคะ”

“วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว พักผ่อนเถอะลูก”

คุณหญิงคิมเอ่ยกับผม ตามด้วยเสียงทุ้มของคุณท่าน

“โดยอง แม่ฝากหนูเตนล์ด้วยนะ”

 

ผมไม่ได้มองหน้าหมอนั่นเลยตั้งแต่เข้าคฤหาสน์หลังนี้มา ไม่รู้ว่าเขามีสีหน้ายังไง แต่คงจะเสียใจมากแหละ ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้

โดยองไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง ผมเดินตามแผ่นหลังนั่น ภายในห้องกว้างขวางมีเตียงขนาดคิงส์ไซส์ โรยด้วยกลีบกุหลาบ ผมเคยเห็นกับตาก็ตอนนี้ เขาทำกันอย่างนี้จริงๆ หรอ เคยเห็นแต่ในรูป ไม่ก็ในละคร

 

“จะยืนอยู่นั่นทั้งคืนเลยหรือไง ไปอาบน้ำสิ”

“...”

 

ผมกำลังซึมซับกลิ่นหอมของห้องอยู่ หมอนี่ก็เอ่ยขึ้นมาจนทำให้ผมหมดอารมณ์ ผมหาต้นตอว่ากลิ่นหอมๆ นี่มันมาจากไหน ก่อนจะเห็นเทียนหอมสีขาวยี่ห้อดังที่วางอยู่โต๊ะหน้าห้องน้ำ

 

ผมหยิบชุดนอนก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำ ซึ่งมันก็กว้างขวางอีก เหมาะสมกับเรือนหอนั่นแหละ ผมนึกว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในโรงแรมระดับห้าดาว ทุกอย่างถูกจัดเป็นคู่ๆ แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว สลิปเปอร์ และอื่นๆ

จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าได้แต่งงานกับคนที่รักผม และผมก็รักเขา คงมีความสุขไม่น้อย

... ผมใช้เวลาไปเกือบสามสิบนาทีในการอยู่ในห้องน้ำ ออกมาก็พบว่าคิมโดยองนั้นสลัดกลีบกุหลาบลงจากเตียงไปหมดแล้ว ร่างสูงนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง เมื่อเขาเห็นผม เขาก็เดินสวนผมเข้าห้องน้ำไปทันที

 

โอเค ผมควรชิน สายตาที่ว่างเปล่านั่น ทำอย่างกับผมเป็นธาตุอากาศ

 

“คุณนอนฝั่งนั้น เดี๋ยวผมนอนฝั่งนี้”

ผมเอาหมอนข้างสองอันมาวางแทรกไว้บนเตียง และมันก็ยังเหลือที่มากโขพอจะนอนกลิ้งได้ คิมโดยองไม่พูดอะไร เขาเดินไปนั่งอีกฝั่งที่ผมบอก

“นี่...คือฉันนอนดิ้นน่ะเลยเอาหมอนข้างกั้นไว้”

เขามองผมแว๊บนึงก่อนจะล้มตัวลงนอน...เฉยชาแบบนี้เหมือนนอนกับหุ่นขี้ผึ้งยังไงไม่รู้ ปกติถ้านอนกับคุน หรือม๊า ก็จะหาอะไรคุยกันก่อนนอน จะได้เพลินๆ แล้วหลับไป แล้วอย่างนี้ ผมต้องอยู่กับบรรยากาศแบบนี้ไปหนึ่งปีเลยหรอเนี่ย แย่จริงๆ

 

 

[DOYOUNG’S Part]

 

ผมลืมตาตื่นมาก็พบว่ามันหนักๆ ที่ลำตัว รู้สึกมาทั้งคืน ตอนนี้ผมเหมือนคนนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ทั้งที่เมื่อวานก็เหนื่อยมาทั้งวัน ในงานแต่งผมก็ยังต้องคุยงานกับเหล่านักธุรกิจที่มาร่วมงานอีก จนมีครั้งหนึ่งที่ผมแอบไปพัก แต่ก็โดนคุณแม่มาตามตัวให้ไปพูดคุยกับพวกคนใหญ่คนโตต่อจนได้

ผมลืมตาและปรับโฟกัส ก่อนจะมองดูร่างของอีกคนที่นอนเอาหัวมาหนุนหน้าอกผม จนรู้สึกหายใจไม่สะดวก แขนขากอดรัดอย่างกับผมเป็นหมอนข้าง ให้ตายสิ แต่ผลักยังไงก็ไม่ยอมตื่น

อ่า...ที่ยัยนี่บอกว่านอนดิ้นคงจะจริง เพราะหมอนข้างสองอันตกลงไปอยู่ที่พื้นแล้ว เมื่อทำอะไรไม่ได้ผมเลยเอาแต่นอนอยู่เฉยๆ

 

“งื่ออ...”

 

เตนล์ครางอื้อก่อนจะรัดผมแน่นขึ้นอีก ใบหน้าถูกไถไปกับหน้าอก มันไม่ได้รู้สึกจั๊กจี้ แต่มันรู้สึก...แปลกๆ

 

“ทำไม...ต้องเป็น หมอนี่ด้วย”

 

ผมตั้งใจฟัง จริงๆไม่ได้อยากรู้หรอกนะว่า อีกคนจะละเมออะไร แต่คิดว่าต้องเกี่ยวกับผมแน่ๆ ถ้าไม่ติดที่ว่าเมื่อวานเรา...ไม่สิ ผม และ เตนล์ เหนื่อยมากๆ ผมคงปลุกเขาไปแล้ว ...อันที่จริง ผมก็ไม่ได้ใจร้ายไส้ระกำอะไร

 

“อะ..โดยอง ฉันขอโทษ”

เตนล์เงยหน้าขึ้นมามองผม ก่อนจะรีบผละตัวออก ตอนนี้แขนผมเริ่มเป็นตะคริวเพราะอีกคนนอนทับ ผมลุกขึ้นนั่ง และลุกออกไปเข้าห้องน้ำ

 

[Ending Doyoung’s part]

 

 

“ไงคะลูกๆ เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง”

คุณหญิงเอ่ยถามพร้อมกับยิ้มให้ สามี ภรรยา ข้าวใหม่ปลามันที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมกัน

“หลับสนิทเลยฮะ” คนตัวเล็กเอ่ย

“อ่า คงจะเหนื่อยมากๆเลยสินะคะ ไม่เป็นไรคะ ไว้วันหลังเนอะ”

“ววันหลัง อะไรครับ?” เตนล์เอ่ยถามคุณหญิงคิมที่ยิ้มอย่างเริงร่า

“เอ่อ...ป—เปล่าค่ะ โดยองทานนี่สิคะ อะ ตักนั่นให้หนูเตนล์ด้วย”

“คุณแม่ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” โดยองเอ่ยกับคุณหญิงเมื่อจิบกาแฟไปได้คำสองคำ

“อ้าว จะไปไหนคะ”

“เข้าบริษัทไงครับ”

“ไม่ต้องค่ะๆ วันนี้คุณพ่อให้ลูก พาหนูเตนล์ไปช็อปปิ้ง เพิ่งแต่งงานกันก็อย่างเพิ่งรีบทำงานเลยเนอะ พักผ่อนก่อน”

โดยองถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้อยากไปเดินห้างอะไรทั้งนั้น

“ทานข้าวเสร็จแล้วก็ไปแต่งตัวเลยนะคะหนูเตนล์ ไปเดินห้างกับพี่โดยองนะคะ” คุณหญิงคิมยิ้มร่าครั้งที่ร้อย แต่ตอนนี้ใบหน้าหวานมีสีหน้าที่กระอักกระอวนเกินกว่าจะอธิบาย

... พี่โดยอง งั้นหรอ

ซึ่งสีหน้าของโดยองก็ไม่ต่างกัน

“โดยอง ทานนี่สิ จะได้แข็งแรงๆ ร่างกายจะได้พร้อม...เอ่อ พร้อมทำงานได้อย่างเต็มที่เนอะๆ”

โดยองพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ แต่เมื่อคุณแม่เขาประทานให้ก็ต้องรับ คุณหญิงกระพริบตาให้เขาอย่างมีเลศนัย

 

“โดยองคะ แม่อยากอุ้มหลาน ก่อนตายไม่รู้แม่จะมีแรงอุ้มหลานหรือเปล่า ทำให้แม่สักครั้งนะคะ”

 

สีหน้าของคุณหญิงคิมลอยเข้ามา เธอพร่ำบอกเขาเสมอ แต่...ก็คงจะต้องผิดหวัง เพราะระหว่างเขาทั้งสองคนน่ะ ไม่มีทางเป็นไปได้

โดยองรู้เตนล์เกลียดเขาจะตายไป ถึงเรื่องมันจะผ่านมานานแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความทรงจำในอดีตมันจางลง ยิ่งเจอหน้ายิ่งเข้มข้นขึ้น จนไม่อาจเลือนหายไปในอากาศได้

.

.

.

 

“คุณไปเดินทางนั้นแล้วกัน” เตนล์ชี้บอกโดยอง และเจ้าตัวจะไปเดินอีกทาง

“อยากทำอะไรก็แล้วแต่คุณ”

“เหอะ...” เตนล์ถอนหายใจ ก่อนจะสะบัดตูดเดินไปอีกทางอย่างว่า ก็นั่นแหละ โดยองไม่ได้เต็มใจมาเดินกับเขา แต่เป็นเพราะคุณหญิงสั่งมาต่างหาก แล้วมีเหตุผลอะไรที่ต้องมาเดินด้วยกัน ทำเหมือนไม่รู้จักกันไปเสียจะดีกว่า

 

“ยินดีต้องรับค่า”

 

เสียงของพนักงานมากมายเอ่ยต้อนรับ หลังจากที่เตนล์เดินเลือกของตามร้านต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าร้านนี้

 

“อ๊ะ ขอโทษครั--”

 

คนตัวเล็กชะงักเมื่อเงยหน้าขึ้นมา เป็นร่างสูงที่เขาคุ้นเคยดี ก็ใช่ เพิ่งแยกทางกันเมื่อกี้เอง

 

“คุณตามผมมาทำไม” คนตัวเล็กตาขวาง แต่คิมโดยองไม่ได้สนใจท่าทีนั้น เลือกเสื้อผ้าต่ออย่างสบายใจ

“ผมเอาตัวนี้ครับ แล้วก็ตัวนี้ด้วย” คิมโดยอง เห็นเขาเป็นอากาศอีกแล้ว คนตัวเล็กเลิกสนใจ ก่อนจะหันไปเลือกที่ราวอื่นบ้าง

 

“สวยทั้งสองเลยแฮะ...แต่” แพงจัง...คนตัวเล็กหยิบเสื้อสองตัวขึ้นมาเทียบกัน ก่อนจะยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง

“สีฟ้า เหมาะกับคุณดีนะคะ ถ้าคุณใส่ต้องน่ารักมากแน่ๆ เลย”

...พนักงานร้านนี้ขายของเก่งจริงๆ

“งั้นเอาสองตัวเลยครับ” เตนล์เลือกสเวกเตอร์สีฟ้าอ่อนกับสีม่วงอ่อนมาเป็นแบบเดียวกัน แต่ว่าคนละสี

 

“โทษนะคะ บัตรคุณรูดไม่ได้ค่ะ”

“งั้น...ลองเปลี่ยนบัตรดูครับ” เตนล์ยื่นอีกบัตรให้พนักงานที่หน้าเคาน์เตอร์

“บัตรนี้ก็ไม่ได้ค่ะ”

“นี่ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้านหลังเตนล์ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตใบหรูให้พนักงาน เธอมีท่าทีเลิกลั่ก เพราะไม่รู้ว่าเขาสองคนมาด้วยกัน โดยองจึงเอ่ยต่อ “จ่ายรวมกับของเขาเลยครับ เรามาด้วยกัน”

โดยองมองเตนล์นิ่ง ซึ่งเดาไม่ออกเลยว่าในใจนั้น คิดประชดอยู่ หรือว่าต้องการเยาะเย้ยเขากันแน่

 

“นายกลับไปก่อนเลยนะ ฉันมีที่อื่นจะไป”

“ไม่ได้ มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกัน”

“แต่ฉันยังไม่อยากกลับ...”

“งั้นฉันก็จะบอกคุณแม่”

“...” เตนล์นิ่งไปก่อนจะประมวลผล “ก็ได้”

 

ตอนแรกกะจะไปนั่งเม้าท์มอยกับคุนเพื่อนรักเสียหน่อย แต่ก็ไม่ได้แล้ว ตอนนี้โดยองพาเขากลับมาถึงบ้านแล้ว

 

“เป็นยังไงบ้างคะ สนุกไหม”

“ก็ดีครับ” เตนล์ตอบคุณหญิงคิม

“เดี๋ยวแม่คั้นน้ำผลไม้ให้ดื่ม นั่งพักก่อนนะ”

 

 

“หนูเตนล์เริ่มไปทำงานวันไหนคะ”

“พรุ่งนี้ครับ ต้องไปคุยงานกับลูกค้าที่ต่างจังหวัดด้วย”

“งั้นเดี๋ยวแม่ให้คนเตรียมอาหารเช้าไว้ให้นะ”

 

เพราะว่าเขาเป็นสถาปนิก และได้รับมอบหมายงานนี้ตั้งแต่ก่อนวันแต่งงาน แต่ก็ไปดูพื้นที่ยังไม่ได้ จึงขอเลื่อนไปอีกวัน และเขาคงเลื่อนไปอีกไม่ได้แล้ว ได้ตกงานแน่ๆ และบริษัทที่เตนล์ทำงานอยู่ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่เครดิตงานถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว เตนล์จึงไม่อยากย้ายไปที่อื่น เขาทำงานอยู่ที่นี่ตั้งแต่เรียนจบแล้ว

 

“เป็นสถาปนิกนี่ เหนื่อยไหมคะ”

“ก็เหนื่อยบ้างครับ แต่เตนล์ชอบ ก็เลยอยู่กับมันได้”

“หรอคะ ถ้าแม่อยากจะชวนหนูเตนล์มาทำงานบริษัท คงจะยากเลยใช่ไหมคะ”

“เอ่อ...ผมไม่ถนัดจริงๆ ครับ”

เตนล์ตอบไปตามความจริง งานที่ต้องนั่งๆ เดินๆ อยู่ในบริษัท ทั้งวันเขาไม่ไหวหรอก อีกอย่างไม่ได้จบสายนี้มาเสียด้วย

.

.

.

 

หลายสัปดาห์ต่อมา หลังจากที่เตนล์ไปดูพื้นที่และลงมือร่างผังบริเวณและตัวอาคารเสร็จตามขั้นตอน ก่อนจะส่งไปตรวจ ประเมินราคาการก่อสร้าง และจัดทำเอกสารสัญญามากมาย ถือว่ายุ่งอยู่พอสมควร บางวันเขาก็กลับบ้านดึก หรือบางทีก็ทำงานในห้องทำงานที่คุณหญิงแม่ทำขึ้นใหม่ให้ จนหลับคาโต๊ะไป

ส่วนด้านของคิมโดยองก็ยุ่งๆ กับงานบริษัทเช่นกัน ต้องบินไปดูงาน และคุยธุรกิจกับลูกค้าชาวต่างชาติ จนไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว เตนล์จึงมีอิสระที่จะอยู่ในห้องนอนมากขึ้น

 

[“เตนล์ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปคุยกับผู้รับเหมา แล้วว่ายังไงก็ค่อยแจ้งที่บริษัทอีกทีนะ”]

“ได้ครับ”

 

วันนี้เขาได้นอนกลิ้งบนเตียงกว้างไปอีกวัน คิมโดยองไม่อยู่ก็ดีเหมือนกันแหะ

 

 

.

.

.

 

เตนล์เดินทางมาที่จังหวัดคย็องกีเพื่อพูดคุยกับผู้รับเหมาก่อสร้าง พร้อมกับน้องที่ติดตามมาด้วยหนึ่งคน

 

“น้ำครับ”

“ขอบใจมาก หยางหยาง กำลังหิวอยู่พอดีเลย”

หยางหยางยิ้มอย่างสดใส หยางหยางเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองเดือนเศษ ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการฝึกงาน เรียกได้ว่าเด็กคนนี้มีความสามารถพอตัว และอีกอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ของหยางหยางเลยก็คือ รอยยิ้มอันสดใส

 

“เราจะไปไหนกันต่อครับ”

“เสร็จแล้ว ก็กลับกันเลย คุณจุนซูเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร”

“อ๋อ แล้วอย่างลืมทำเอกสารส่งมอบพิมพ์เขียวกับเอกสารประกอบแบบล่ะ”

“รับทราบครับ!

“ดีมาก”

บอกเลยว่าหยางหยางมองคนพี่แล้วยิ้มปลื้มปริ่มอยู่คนเดียว เขาชอบเวลารุ่นพี่คนน่ารัก ของเขาทำงาน แสนจะเท่ เวลาถือกระดาษกางแผนงานและอธิบาย ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่ เตนล์คือไอดอลของหยางหยางเลยล่ะ

“ยิ้มอะไร ไปกันได้แล้ว”

“ครับครับ”

 

ระหว่างทางหยางหยางก็ถามนู้นถามนี่เตนล์ แต่เตนล์ไม่ได้รำคาญอะไร น้องถามก็ตอบ ส่วนมากจะสักถามเรื่องงานเสียมากกว่า หยางหยางเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยคำถามออกมาอีกครั้ง

 

“ผมได้ข่าวว่าพี่เตนล์แต่งงานแล้วใช่ไหมครับ? แล้วแฟนพี่เขาทำงานอะไรหรอครับ”

“...”

“ขอโทษนะครับที่ถามล่วงเกิน ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ”

“เขาก็เป็นพนักงานบริษัทนี่แหละ เราสองคนไม่ค่อยได้เจอกันหรอก”

“อ้าว...”

“เราต่างคนต่างยุ่งน่ะ แค่ทำงานไปเรื่อยๆ จนครบหนึ่งปี...”

“หนึ่งปี ทำไมต้องหนึ่งปีละครับ”

“ครบหนึ่งปีเราจะหย่ากัน” เตนล์มองหยางหยางที่ตาโตขึ้นมาทันที คงช็อคไม่น้อยที่เตนล์พูดแบบนั้นออกไป “เราสองคนไม่ได้รักกันน่ะ”

“จ— จริงหรอครับ”

“อื้อ”

“แล้วพี่เตนล์...มีคนที่ชอบอยู่แล้วงั้นหรอครับ”

“ไม่มีหรอก พี่...” เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นมานานแล้ว แทบจะจำไม่ได้ ว่าความรู้สึกชอบ หรือ ตกหลุมรักใครมันเป็นอย่างไร เพราะคนๆนั้น คนสุดท้ายที่ทำให้เขาไม่ได้สนใจใครที่เข้ามาอีกเลย “พี่ไม่ได้สนเรื่องนั้นอะ แค่ทำงานหาเงินไปเรื่อยๆ”

“แล้วอย่างนี้ ใครจะดูแลพี่ละครับ”

“พี่ดูแลตัวเองได้”

“แต่ผมฝันนะครับ ว่าอยากมีลูก อยากมีภรรยาสักคน มันคงจะดีใช่ไหมล่ะครับ ถ้าเรากลับบ้านแล้วเจอรอยยิ้มที่ทำให้เราหายเหนื่อย” หยางหยางพูดไปยิ้มไป ทำให้เตนล์นึกภาพตามเลย ...มันก็ดีนะ แต่ ไม่รู้มันจะมีจริงๆ หรือเปล่า โชคชะตา และ พรหมลิขิต น่ะ

“แหน่ มีความรักหรือเปล่าเราอะ”

“เปล่านะครับๆ ผมแค่คิดไว้เฉยๆ อนาคตไม่แน่นอนหรอกครับ”

เตนล์ยิ้มให้กับเจ้าเด็กเพ้อฝันตรงหน้า ใช่อย่างที่น้องว่านั่นแหละนะ ใครๆ ก็อยากจะมีคนที่รัก หรืออยู่เพื่อรอใครสักคน ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากจากพวกเขาไปไหน และคิดถึงพวกเขาในวันที่รู้สึกเหนื่อยล้า อย่างเช่นตอนนี้เตนล์มีม๊าที่เตนล์คิดถึงอยู่ตลอด

 

.

.

.

 

“ฉันว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้แล้วนะคะคุณ” คุณหญิงของบ้านคิมเอ่ยกับสามีที่นั่งจิบชาพลางอ่านหนังสือพิมพ์ไปด้วย แต่ตอนนี้เริ่มไม่รู้เรื่องแล้วเพราะเสียงแจ้วของภรรยา

“อะไรกันคุณ”

“ก็ตาโดยองกับหนูเตนล์น่ะสิคะ นับครั้งได้เลยที่กลับบ้านมาตรงกัน นี่ตาโดยองก็นอนบริษัทมาหลายวันแล้ว”

“แล้วมันยังไง...”

“ก็เป็นเดือนแล้วไงคะ หลังจากแต่งงาน ยังไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเลย แบบนี้จะมีหลานเมื่อไหร่กันคะ”

“อ๋อนี่คุณกำลังคิดมากเรื่องนี้เองหรือ ...เอาหน่า ปล่อยให้มันเป็นไปตามเวลาเถอะ อย่าไปบังคับลูกเลย”

“ถ้าครบปีหนึ่งตามสัญญาก่อน ฉันก็ต้องปล่อยหนูเตนล์ไปเฉยๆ อย่างนั้นหรือคะ”

“แค่คุณไปบังคับลูกๆ แต่งงานก็เกินพอแล้วนะ ยังไปบังคับลูกให้มีหลานอีก”

“เดี๋ยวนะคะ คุณโทษฉันคนเดียวได้ยังไงกัน คุณก็อยากอุ้มหลานเหมือนกันนั่นแหละ” แต่ต่างกับเธอ คิมฮวียองใจเย็นมากจริงๆ

“ถ้าเด็กๆ ไม่ได้ชอบพอกันก็อย่าไปบังคับเขาเลย ถ้าคนมันจะไม่ใช่ ยังไงมันก็ไม่ใช่อยู่ดีแหละคุณ”

“เฮ้อ...ฉันก็ไม่รู้จะหาลูกสะใภ้ดีๆ น่ารัก แบบหนูเตนล์ได้จากที่ไหนอีก”

คิมดายอน ชอบเตนล์ตั้งแต่แรกเจอ ถึงตอนนั้นเตนล์จะดูเหมือนเด็กดื้อ ที่เอาแต่หนีการดูตัวก็เถอะ แต่เตนล์นิสัยดีมาก นอบน้อม เคารพผู้ใหญ่ และรู้จักวางตัวดี เขามองแวบเดียวก็ดูออก ว่าลูกชายก็คงจะปลื้มสะใภ้คนนี้ไม่น้อย เธอเลี้ยงลูกมา เธอย่อมรู้ดี โดยองน่ะปากแข็ง การกระทำก็ตรงกันข้ามกับใจคิด แต่สายตานั้นไม่อาจโกหกได้ ถ้าไม่ได้คลุกคลีกับลูกชายจริงๆ จะดูไม่ออกเลย ว่าสายตาที่โดยองใช้มองลูกสะใภ้ของเธอน่ะ เป็นอย่างไร

 

ใช่ มันไม่ได้แสดงออกมาว่าชอบตรงๆหรอก แต่...มันขุ่นมัว คาดเดาอยาก บางทีเหมือนคิดอะไรมากมายในใจ บางทีกลับเหมือนอยากจะขอโทษ มันแสดงออกมาว่าเศร้า และรู้สึกเสียใจ ลูกชายของเธอต้องมีอะไรในใจอย่างแน่นอน 


 ・。・゚★・。・。☆・゚・・。・゚★・。・。☆・゚・・。・゚★・。・。☆・゚・





TALK :

ฮะโหววว หายไปหนึ่งปีเลยเด้อ รีดเดอร์คงคิดในใจ

กลับมาทำไมชั้นลืมเธอไปหมดแล้ว!!!

แง้งงง เราขอน้อมรับ คืออ่านเม้นต์แล้ว มีคนรออ่านอยู่อะ อยากมาต่อนะ

แต่ว่าช่วงที่เราเริ่มแต่งเราคิดว่ามันจะว่างไง แต่...ไม่เลย

งานที่เอกเยอะแบบมากๆๆๆ เวลานอนก็น้อย แปปๆก็สอบ

ว๊อยยยยย เหนื๊อยเหนื่อย แต่ตอนนี้มาต่อแล้วเย้!

มีใครรออยู่ไหมนะ รอเค้าหน่อย แงง

อันนี้แค่น้ำๆเด้อ บรรยากาศก็จะดู อึนๆ มึนๆ หน่อย แบบเอ๊ะ

ทำไมมันนิ่งแบบนี้ จะรักกันตอนไหนย่ะหล่อน

เอาเป็นว่าเอาใจช่วยทั้งสองคนด้วยค่าา

เอาไว้อ่านเล่นๆ ตอนว่างๆ แก้เครียดก็ได้ *^* จะพยายามมาต่อไวๆ

แต่ขอกำลังใจสักนิด ให้รู้ว่ายังมีคนอ่านอยู่ แหะๆ

เจอกันตอนหน้าค้าบบ :3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #28 Thantipp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 16:52
    คุณหญิงอยากอุ้มหลานแล้ววอนโดยองกับเตนล์ช่วยสานฝันที//สู้ๆค่ะจะรอติดตาม
    #28
    0
  2. #26 KiM_Myungnam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:02

    เรารออ่านนะค้าาา สู้ๆค่าาา

    #26
    0
  3. #25 _hunhunhun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 15:38

    โดยองน่าจะชอบเตนล์ตั้งแต่ตอนเรียนด้วยกันป่ะ แต่น่าจะมีเหตุผลที่แสดงออกกับเตนล์แบบนั้น สู้ๆน้าไรต์รอ่านตอนต่อไปอยู่เด้อ
    #25
    0
  4. #24 Best_bestty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 01:27
    เอาใจช่วยค่า
    #24
    0
  5. #21 พี่แพม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 00:18
    เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่ะ!!!! รออ่านนน
    #21
    0
  6. #20 tkwank (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 11:17
    รอเค้ารักกันอยุ่นะคะ
    #20
    0
  7. #19 JJBE13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 08:09
    เยะ!!! ไรท์กลับมาแล้วววววว 🎉🎉🎉
    นายโดยอง ทำเขาไว้เยอะน้าาาา
    #19
    0