Bloodline

ตอนที่ 1 : EP 1 [Rewrite]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,726
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    14 ส.ค. 62

[A.E. 1000]

[M01 D15]​

[Time 1.30]


เลือดสีแดงชโลมร่างกาย​


กลิ่น​คาวเลือดตลบอบอวล​


ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้​ ทำให้เธอมิอาจรู้สึก​สงบ​ใจได้เลยจริงๆ​ อดไม่ได้ที่จะต้องลองเลียลิ้มรสเลือดที่ติดอยู่ตรงริมฝีปาก


“อืม…”


ถึงแม้ว่า​ เรือนร่างของเธอจะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดมากมายเพียงใด​ ถึงกระนั้น เธอก็ยังดูราวกับเทพธิดามาโปรด อย่างไรก็ตาม เธอก็​ดูราวกับเครื่องจักรสังหาร​ในเวลาเดียวกัน​ นั่น​เป็น​เพราะเศษซาก​มนุษย​์ที่แทบจะไม่หลงเหลือ​เค้าโครง​ดั้งเดิม​จำนวนนับไม่ถ้วน​ที่อยู่​รายล้อมรอบตัวเธอ​


ด้วยรูปการณ์​ทั้งหมด​ เดาได้ไม่ยากเลยว่า​ ใครเป็นผู้กระทำ


นี่คือบลัดไลน์​


เคลิบเคลิ้มอยู่กับ​รสเลือดอยู่ได้ไม่นาน​ บลัดไลน์​ก็​รู้สึก​ได้ถึงสายตาอันไม่พอใจอย่างมากของอีกคนที่อาจเรียกได้ว่า​ เป็นครึ่งชีวิต​ของเธอ​


รูปลักษณ์เหมือนกับบลัดไลน์ราวกับภาพกระจกสะท้อน​​​ แม้ว่าจะดูเหมือน​ไม่มีอะไรเลย​ แต่กลับมีบรรยากาศ​ของความอันตรายที่ยากหยั่งถึง​และความลี้ลับที่ไม่อาจสรรหาคำมาอธิบาย​ได้​


นี่คือไคเซอริน​


“อยากโดนลงโทษ?” ไคเซอริน​เอ่ยอย่างเย็นชา


กระทำตัวประมาทเช่นนี้​ หากไม่มีการลงโทษ​ ก็คงไม่ได้​แล้ว


“ไม่เอา…” บลัดไลน์เอ่ยเบาๆ​ ด้วยน้ำเสียง​ที่ดูออดอ้อน​


“อย่าให้เห็นอีก” ไคเซอรินตักเตือน​


สุดท้ายแล้ว​ ก็ใจอ่อน​ ไม่มีทำการลงโทษ​ใดๆ​ ทั้งสิ้น


ทั้งสองกำลังอยู่ระหว่างการปฏิบัติ​งานที่เรียกว่า เครื่องประหาร


บลัดไลน์เอ่ยถาม​ “จบแล้ว?”


ไคเซอรินพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่จะปรากฏรอยแยกมิติตรงด้านข้าง ซึ่งเผยให้เห็นความมืดมิดอันไร้ขอบเขต​ นั่นคือสถานที่ที่พวกเธอใช้เก็บสิ่งต่างๆ เอาไว้


ขั้นตอนถัดไปของงาน คือการเก็บกวาดเศษซากมนุษย์ที่ผ่านกระบวนการประหารไปแล้วให้เรียบร้อย โดยจะต้องไม่หลงเหลือสิ่งใดเอาไว้เลย ยกเว้นคราบเลือดที่เอาไว้บ่งบอกถึงความโหดร้ายของการประหาร


“ยังมีอะไรอีกไหม?” บลัดไลน์เอ่ยถามอีกครั้ง หลังจากที่ช่วยไคเซอรินทำความสะอาดจนเสร็จ


ไคเซอรินส่ายหน้าไปมา แล้วจัดการปิดรอยแยกมิติให้หายไปอย่าง​ไร้ร่องรอยด้วยการเหลือบมองเพียงแวบเดียว​


“ก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่า​ ทำไมต้องเป็นเอ็กไซล์​ แต่การที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เพื่อประทังชีวิต​ไปวันๆ เนี่ย​ รู้สึกเสียเกียรติ​ต่อสายเลือดสุดๆ” ไคเซอรินพึมพำเบาๆ​ เห็นได้ชัดเลย​ว่า​ ไม่ได้รู้สึก​ชื่นชอบ​งานที่กำลัง​ทำอยู่​เลย​แม้แต่น้อย​


เอ็กไซล์ เป็นพื้นที่ชนบทที่มีไว้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ถูกเนรเทศจากสังคมทั่วไป​ ส่วนมากประชากรมักจะเป็นอาชญากร​ แน่นอนว่า​ ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยตัวปัญหาเช่นนี้​ ย่อมมีความวุ่นวายเกิดขึ้นไม่เว้นในแต่ละวัน​ การปราบปรามและการรักษาความสงบเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอต่อการจัดการความวุ่นวายดังกล่าว​ รัฐบาลเอ็กไซ​ล์จึงได้นำสิ่งที่เรีย​กว่า​ เครื่องประหาร​ เข้ามาช่วยงานของตำรวจ


มันไม่ได้​มีหน้าที่​สืบสวน


มันไม่ได้มีหน้าที่สอบสวน​


มันไม่ได้มีหน้าที่จับกุม​


มันมีเพียงหน้าที่ประหารเท่านั้น


ด้วยผลงานการประหารที่หมดจดและไม่เคยมีผู้ใดรอดชีวิต​ จึงได้สร้างความหวาดกลัวไปทั่วทุกแห่งหน​ ซึ่งตรงกับความต้องการ​ของรัฐบาล​เอ็กไซ​ล์เป็นอย่างมาก สำหรับบ้านป่าเมืองเถื่อน​เช่นนี้​ การปกครองด้วยความกลัว​นับว่าได้ผลมิใช่น้อยๆ เลยทีเดียว​​ หลักฐานคือตัวเลขการเกิดอาชญากรรมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด​ นับตั้งแต่มีการนำเครื่องประหารมาใช้งาน


“รู้ใช่ไหมว่า ต่อไปต้องทำอะไร?” ไคเซอรินเอ่ยเตือนความจำ


บลัดไลน์ได้ยินดังนั้นก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้นิ้วกรีดมิติในแนวตั้งยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ แล้วค่อยๆ แหวกมันออกเล็กน้อย เพื่อหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารออกมา​ จากนั้นก็กล่าวว่า​​ “ความตายจากไปแล้ว”


นั่นเป็นรหัสที่บอกให้ตำรวจรับรู้ว่า สามารถเข้ามาดำเนินการต่อจากนี้ได้แล้ว


หน้าที่ของตำรวจ​ ณ​ ปัจจุบันมีความเสี่ยงในชีวิตน้อยลงยิ่งกว่าเดิม​ เพราะเน้นหนักไปที่ด้านการสืบสวนและสอบสวนเป็นส่วนใหญ่ เพียงแต่ว่า ในแต่ละขั้นตอนจะต้องใส่ใจทุกรายละเอียดเป็นพิเศษ ไม่อนุญาตให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น​โดยเด็ดขาด​ เพราะความผิดพลาดคือการฆ่าผู้บริสุทธิ์


หลังสิ้นเสียงคำพูดของบลัดไลน์​ มิติก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยไคเซอริน​ ครั้งนี้มิใช่การเปิดรอยแยกมิติเพื่อ​เก็บสิ่งของใดๆ​ แต่เป็นเปิดเส้นทางไปสู่พื้นที่​อื่น


“อย่าลืมเก็บของและปิดรอยแยกมิติล่ะ” ไคเซอรินเอ่ยเตือนความจำอีกครั้ง


“อืม...” บลัดไลน์ครางในลำคอเบาๆ ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย จากนั้นก็โยนเครื่องมือสื่อสารกลับเข้าไปในรอยแยกมิติที่เธอเปิดเอาไว้ แล้วปิดมันภายในระยะเวลาอันสั้น ก่อนจะก้าวเดินตามหลังไคเซอรินเข้าไปในรอยแยกมิติที่เชื่อมต่อกับสถานที่ที่เป็นบ้านของพวกเธอ


เมื่อไคเซอรินเข้ามาเหยียบพื้นบ้านได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ สีหน้าอันแสนจะราบเรียบของเธอก็บิดเบี้ยวเล็กน้อย


“มีอะไร...” ไคเซอรินกล่าวด้วยความไม่เป็นมิตร


ตรงหน้าของไคเซอรินคือชายวัยกลางคน​ที่มีเส้นผมสีดำแซมขาวยาวประบ่า ใบหน้าดูหล่อเหลาตามแบบฉบับ​คนมีอายุ​ ดวงตาสีทองฉายแววของผู้มากประสบการณ์​ ซึ่งมีอยู่เพียงข้างเดียวเท่านั้น​ เพราะดวงตาซ้ายถูกปิดเอาไว้ด้วยผ้าปิดตาสีดำ แต่ก็ไม่อาจปกปิดรอยแผลเป็นที่ลากยาวจนถึงแก้มได้ ทั้งตัวถูกปกคลุมด้วยเสื้อโค้ทสีดำ​อย่างมิดชิด​ เขากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์โดยที่เอาขาพาดโต๊ะอย่างไร้มารยาท​ ทำราวกับว่านี่คือบ้านของเขาเอง


“ก็เหมือนอย่างทุกทีนั่นแหละ” กล่าวจบ เขาก็หยิบกล่องของขวัญ​มายื่นให้กับบลัดไลน์​ที่มายืนอยู่ใกล้ๆ​ ตั้งแต่เมื่อใดก็มิทราบ ทำเอาไคเซอรินที่มองดูอยู่รู้สึกไม่ค่อยชอบใจสุดๆ


“ไอ้… โลลิค่อน” ไคเซอรินเอ่ยเบาๆ


“ฉันชื่อ​ ครอส ต่างหากเล่า!” แม้เขาจะกล่าวด้วยความรู้สึก​เหนื่อยใจ​ แต่ตรง​มุมปากกลับมีรอยยิ้ม​ปรากฏ


กล่องของขวัญ​ถูกบลัดไลน์แกะออกอย่างรวดเร็ว​ สิ่งที่อยู่ภายในคือตุ๊กตาเด็กสาวที่ทำออกมาได้อย่างประณีตจนน่าตกใจ​ รูปลักษณ์ดูคล้ายกับตัวเธออยู่หลายส่วน​ แม้กระทั่งดวงตาสีแดงอันสุกสว่าง​ เพียงแต่มันไม่ได้มีเส้นผมสีดำดุจรัตติกาล​เหมือน​ของเธอ​ แต่กลับมีเส้นผมสีขาวเหลือบเงินเหมือนของไคเซอริน​ แถมชุดกระโปรง​สีขาวบริสุทธิ์​ที่มันสวมใส่อยู่ก็ดูไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย เพราะมันทำมาจากวัสดุเดียวกับที่นำไปทำชุดของพวกขุนนาง​ ฟูฟ่อง​ มีลูกไม้เยอะๆ​ และหรูหราราวกับเป​็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์​


“ชอบตัวนี้ที่สุด!!” บลัดไลน์ตะโกนออกมาด้วยอารมณ์ที่​ตื่นเต้นและดีใจอย่างมาก


“ดูเหมือนว่า​ นั่นจะเป็นของสั่งทำพิเศษสินะ” ไคเซอรินรู้สึกว่า ตุ๊กตาตัวนั้นดูคล้ายกับตัวเธอมากเกินไป​ ไม่มีทางที่มันจะเป็นของที่วางขายตามแผงร้านค้าทั่วไปอย่างแน่นอน


“ใช่แล้วล่ะ​ อย่างน้อยๆ​ ก็น่าจะทำให้บลัดไลน์รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง​ หากตกอยู่ในสถานการณ์​ที่ต้องแยกกับ...” จู่ๆ ครอสก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง​ ก่อนจะหันไปมองไคเซอรินด้วยรอยยิ้มขบขัน​ จากนั้นก็กล่าวคำพูดที่สามารถเสียดแทงเข้าไปในจิตใจของไคเซอรินได้อย่างไม่ยากเย็น​ “นี่… คงไม่ได้กำลังรู้สึกริษยา​ตุ๊กตาอยู่หรอกนะ?” 


“ไสหัวไปได้แล้ว!!​” ไคเซอรินตวาดใส่อย่างดุร้าย​


ครอสสะดุ้งเล็กน้อย “เอ่อ… ธุระจริงๆ ยังไม่ได้พูดออกมาเลยนะ”


“งั้นก็รีบๆ​ พูดและรีบๆ​ ไสหัวไปซะ!!” ไคเซอริน​พยายามอย่างมากที่จะข่มโทสะเอาไว้​ เหตุที่ยังไม่ฆ่าครอสเสียเดี๋ยวนี้​ เป็นเพราะ​เขายังมีประโยชน์​อยู่​ อีกทั้งยังได้ให้ความช่วยเหลือ​ในหลายๆ​ เรื่อง​มามาก​แล้วด้วย


เพราะไปแหย่เล่นในจุดที่ไม่ควรแหย่เล่น โชคดีแค่ไหนแล้วที่อีกฝ่ายไม่ฆ่าเขาทิ้งไปซะเดี๋ยวนี้เลย หากเทียบกับเมื่อก่อน ไม่มีทางเลยที่เขาจะกล้าทำเรื่องล้อเล่นกับไคเซอริน ดูเหมือนว่า สภาวะทางอารมณ์ในปัจจุบันของไคเซอรินจะพัฒนาไปมากแล้วจริงๆ นั่นทำให้ครอสรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ฉะนั้นก่อนที่ความอดทนของไคเซอรินจะหมดลง เขาควรเริ่มต้นธุระอย่างจริงๆ จังๆ ได้แล้ว


“เธอ... พอใจในความเป็นอยู่ตอนนี้​แล้วหรือ?” ครอสถามคำถามที่ทำให้ไคเซอริน​ถึงกับต้องหยุดนิ่งและครุ่นคิดอยู่ครู่​หนึ่ง​ ก่อนที่เธอจะตอบกลับมาอย่างหนัก​แน่นและปราศจากความลังเลใดๆ​


“ถึงที่นี่จะเสื่อมโทรม​ ความเป็นอยู่ลำบาก​ ไม่ปลอดภัย​ แต่ก็เหมาะสมกับพวกเราที่ต้องออกล่า​มนุษย์เพื่อประทังชีวิต​” สำหรับ​สถานที่ที่เป็นสังคมทั่วไปอันแสนสงบสุข​ ไม่มีทางเลยที่จะทำการฆ่ามนุษย์ได้ราวกับผักปลา​โดยไม่สร้างปัญหาตามมา​ ดังนั้น​สังคมอันเสื่อมโทรม​ของเอ็กไซ​ล์จึงมีความเหมาะสมกับพวกเธอมากที่สุด​


“งั้นขอถาม​ใหม่​ เธอคิดว่า​ ความแข็ง​แกร่ง​ในตอนนี้มีอยู่​เพียง​พอแล้ว​หรือ?” พอได้ยินคำถามเช่นนี้​ ไคเซอริน​ก็ต้องกลับไปครุ่นคิด​อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน​ ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางบลัดไลน์เป็นช่วง​ๆ​ ด้วยความรู้สึกกังวลใจ


“นี่นาย... อยากจะพูดอะไรกันแน่…” ตั้งแต่เริ่ม​แล้ว​ ครอสไม่ยอมกล่าวในสิ่งที่อยากจะกล่าวออกมาตรงๆ​ เสียที


“ด้วยความแข็งแกร่ง​ที่เธอมีอยู่ในตอนนี้​ ฉันสามารถ​บอกได้ว่า​ เธอต้องรีบย้ายที่อยู่แล้วล่ะ​ ไม่ต้องห่วงหรอก​ ฉันได้เตรียมการทุกอย่างเท่าที่จำเป็นเอาไว้ให้เป็นที่เรียบร้อ​ยแล้ว” คำพูดของครอส​แฝงไปด้วยข้อมูลที่หากคิดสักหน่อยก็จะเข้าใจ​ แม้ว่าจะยังคงความอ้อมค้อมอยู่ก็ตามที​ อันที่จริง​ เพราะสิ่งที่เขารับรู้มา มันมีแนวโน้มที่จะไม่ถูกต้องอยู่ด้วย​ เขาจึงไม่ได้​กล่าวออกมาตรงๆ​ แต่ถึงอย่างไร​ แนวโน้มที่จะเป็นจริงกลับสูงมากกว่า​ ด้วยเหตุนั้น​ เขาจึงต้องเดินทางมาที่นี่​เพื่อพาบลัดไลน์กับไคเซอรินออกไปจากเอ็กไซล์​


“พร้อมแค่ไหน?” ไคเซอรินกำลังประเมินศักยภาพ​ของครอส​ ซึ่งอันที่จริง​ เธอก็รู้อยู่แล้วล่ะ​ เพียงแต่ต้องการคำยืนยันเท่านั้น​


“อะไรที่เธอต้องการ​ ฉันสามารถหาให้ได้หมด​ โดยแลกกับการใช้ความแข็ง​แกร่ง​ของเธอเพื่อ​มนุษยชาติ​” เป็นเงื่อนไขที่ฟังดูไม่เลว แต่ก็แฝงไปด้วยภาระที่หนักมากจริงๆ


ไคเซอรินได้​ยินดังนั้น​ ก็ไม่ได้กล่าวอะไร​ออกมาอีกเลย​ ​ราวกับกำลังชั่งใจ


ครอสถามต่อ​ “คิดว่า​ อยู่ฝ่ายไหนดีกว่ากันล่ะ?” 


ระหว่างมนุษย์​กับมอนสเตอร์​ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน​ มันก็แย่สำหรับพวกเธอ​ แต่เมื่อเทียบกันแล้ว​ อยู่กับมนุษ​ย์จะดีกว่าเป็นไหนๆ​ เพราะในสังคมของมอนส​เตอร์​มีการกินกันเองอยู่ด้วย​ สำหรับพวกเธอที่เป็นมนุษ​ย์ก็​ไม่ใช่​ เป็นมอนส​เตอร์​ก็​ไม่เชิง​ เลือกฝ่ายแรก​ เห็นทีจะฉลาดกว่า​ ยกเว้นว่า​ จะมีรากฐานอันมั่นคงทางฝ่ายมอนสเตอ​ร์​ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงได้​ แต่ตอนนี้​คงไม่ได้แล้ว​ การดำเนินการก็ยุ่งยากและน่ารำคา​ญ​ จึงตัดทางเลือกนี้ออกไปทันที​ เป็นไปได้​ ก็ไม่อยากจะเข้าไปข้องเกี่ยว​กับฝ่ายมอนส​เตอร์​เลยจริงๆ


“อีกอย่าง… ไม่อยากเข้าไปพัวพัน​กับ​เกมการเมืองในตอนนี้​เสียด้วยสิ” ไคเซอรินพึมพำเบาๆ​ ก่อนจะหันไปถามครอสว่า “คนที่รู้เรื่องของพวกเรา...​ มีแค่นายคนเดียว?” เรื่องที่พวกเธอรับประทานมนุษย์​เป็น​อาหาร​ ไม่ใช่เรื่องที่จะมีใครสามารถยอม​รับกันได้ง่ายๆ​ เหมือนอย่างครอสหรอกนะ


“เธอก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่​ คิดว่า​ พวกเรา​รู้​จักกันมากี่ปีแล้วล่ะ?” ครอสใช้เรื่องของระยะเวลามา​เป็นคำตอบ​ ถ้าหากเขาคิดจะประสงค์​ร้ายกับพวกเธอ​จริงๆ​ เขาคงทำไปเสียตั้งนานแล้ว​


เป็นอีกครั้งที่ไคเซอรินต้องครุ่นคิด​อะไรหลายๆ​ อย่างด้วยความชั่งใจ​สุดๆ​ ก่อนจะถอนหายใจ​ออกมา​เบาๆ


“ก็มีเจ้าพวกนั้นคอยสนับสนุน​อยู่​เบื้องหลังนี่นะ…” ไคเซอรินพึมพำเบาๆ​ จากนั้นก็หันไปมองบลัดไลน์ที่อยู่​ไม่ใกล้​ไม่​ไกล​ ซึ่งไม่ได้มีทีท่าว่า​ จะสนใจบทสนทนาระหว่าง​เธอกับครอสมาตั้งแต่ต้น​ นอกเสียจากตุ๊กตาที่อาจจะเรียกได้ว่า​ เป็นไคเซอรินตัวสำรอง


ไคเซอรินเดินเข้าไปใกล้ๆ​ แล้วเข้าสวมกอดบลัดไลน์​จากข้างหลัง​ คลอเคลีย​​นิดหน่อย​ ก่อนจะเอ่ยถามว่า​ “อยากไปโรงเรียนไหม?”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

866 ความคิดเห็น

  1. #807 A-Langod (@alangod) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:54
    กลับมาอ่าน หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาอ่านนานมาก
    #807
    1
    • #807-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      8 มีนาคม 2562 / 03:56
      เมี๊ยว ใครอ่ะ !?
      #807-1
  2. #762 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 23:38
    มาอ่านๆ ตอนหน้าจะมีอะไรพลิกไหมเนี่ยยย
    เหมือนชีวิตจะเปลี่ยนนน
    #762
    1
    • #762-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      2 มีนาคม 2561 / 00:08
      พลิกเครื่องในสนุกแน่ :v
      #762-1
  3. #761 Akira Mitsuru (@deathming) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:04
    รอตอนต่อไป
    #761
    1
    • #761-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:04
      เมี๊ยวววว //ออดอ้อน
      #761-1
  4. #760 K_Final (@K_Final) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:09
    อู้ว เรื่องใหม่(again)ล่ะ
    #760
    1
    • #760-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:06
      เมี๊ยวววววว !!!
      #760-1
  5. #13 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 22:47
    งืม ๆ ๆ ๆ น่าสงสาร
    #13
    1
    • #13-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      3 ตุลาคม 2558 / 10:03
      สงสารใคร :v
      #13-1
  6. #4 _KuRoKo_ (@Deitvht1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 11:19
    สาบานว่ารุ่นลูก ฉันเหมือนจะเห็นความวินาศวุ่นวายอยู่ไม่ห่างจากนี้ อันนี้ใช้เป็นรีไรน์ได้เลยนะ มีเหตุผลในการเอาชีวิตรอดเหมือนกัน,
    #4
    3
    • #4-2 Akira Mitsuru (@deathming) (จากตอนที่ 1)
      1 ตุลาคม 2558 / 23:38
      อยู่ดีๆ ยูริก็โผล่มาแล้วเจอสองคนนี้แล้วจับมาเป็นตุ๊กตา... #ผิดแปบ มโนไปไกลเกิน ไรท์ขอยาสลายมโนหน่อย
      #4-2
    • #4-3 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      2 ตุลาคม 2558 / 08:49
      รับยาได้ที่ช่อง 2 เมี๊ยว ~~ !!!
      #4-3
  7. #3 Akira Mitsuru (@deathming) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 02:23
    ชื่อตัวหลักมันคุ้นๆนะ
    #3
    1
    • #3-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      1 ตุลาคม 2558 / 08:56
      ก็บอกแล้วว่า บางอยากเอามาจาก The Rebirth of Light and Darkness :v
      #3-1
  8. #1 Nemuri Hime (@fifalnwa) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 00:46
    มาเจิม ;w;
    #1
    1
    • #1-1 Kill★Rose (@KILLEnd) (จากตอนที่ 1)
      1 ตุลาคม 2558 / 00:47
      มิ๊ว ~ งับๆ !!!
      #1-1