หน้ากากเพชร (Re-UP)

ตอนที่ 29 : บทที่ 28 โลกกลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

อ๋อ คุณวัตนั่นเอง

      หญิงสาวเปิดรอยยิ้มกว้างทันควัน เรื่องจำหน้าคนขอให้บอก เพชรตะวันจำได้แม่น เจอกันครั้งสองครั้งก็จำได้แล้ว

      ตอนแรกผมเห็นคุณเพชรแต่ด้านหลัง ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า คุณเพชรเปลี่ยนไปเยอะเลย…” เขายิ้มนิดๆ เรียกว่าสวยขึ้นกว่าตอนที่เจออีก

      ก็เหมือนเดิมค่ะ เพชรจะเปลี่ยนไปได้ยังไง แต่เราไม่เจอกันหลายปีแล้วนะคะ เป็นยังไงบ้างคะคุณทนาย?”

      หล่อนแซวเขากลับ ขณะเดินคู่กันไปตามทางเดินของโรงพยาบาล ศุภวัฒน์ขยับรอยยิ้มสวย

      ผมก็เหมือนเดิมครับ ทำแต่งาน ตอนนี้คุณพ่อวางมือแล้ว แถมสำนักงานก็ขยายใหญ่ขึ้น งานเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา

      ทนายความหนุ่มไม่ได้ขยายความต่อว่า ตัวเขาตอนนี้รับแต่ลูกความคนสำคัญเท่านั้น งานยิบย่อยถูกส่งให้ทนายคนอื่นๆในสำนักงานหมด

      คุณเพชรนั่งคุยเป็นเพื่อนผมก่อนสิครับ ขอผมซื้อกาแฟแปบ

      ปากว่า ขายาวๆก็ก้าวไปสั่งกาแฟที่เคาน์เตอร์ จ่ายเงินเสร็จทั้งคู่ก็มานั่งคุยกันในมุมเล็กๆของคอฟฟี่ชอป

      ศุภวัฒน์เป็นลูกชายคนโตของทนายความชื่อดัง เรียนจบจากต่างประเทศก็เจริญรอยตามบิดาเจ้าของสำนักทนายความ ก่อนหน้านี้ช่วงที่เพิ่งได้ใบอนุญาตว่าความมาหมาดๆหลังเรียนจบได้สองปี บิดาที่ตอนนั้นยังเป็นเสาหลักของสำนักงานเคยโยนงานหนึ่งมาให้ พร้อมอธิบายสั้นๆว่า

      คดีแบ่งมรดก ไม่มีอะไรมาก ดูยังไงทางฝั่งหลานเขาได้อยู่แล้ว เพราะตายายคู่นั้นทำพินัยกรรมครบถูกต้องตามกฎหมาย คงกะดัดหลังลูกสาว พอเปิดพินัยกรรมถึงวิ่งแจ้นมาหาทนาย วัตจัดการไปตามเห็นสมควรแล้วกัน ช่วยเท่าที่จะช่วยได้ผู้เป็นพ่อนิ่งไปนิด อ้อ ระวังหน่อย ลูกความรายนี้ไม่เบา!’

      ศุภวัฒน์รับงานนั้นมาอย่างงงๆ ตอนนั้นเขายังอ่อนต่อโลก ไม่ทันเหลี่ยมคน เจอภารวีคราวแรก ชายหนุ่มไม่เข้าใจคำพูดของบิดาเท่าไหร่ เพราะภารวีนั้นนั่งน้ำหูน้ำตาไหล อ้างว่าหล่อนก็เป็นลูกสาวคนหนึ่ง เป็นอาของหลานเหมือนกัน แต่กลับโดนโกงสมบัติ ไม่คิดแบ่งให้สักแดง ก่อนจะตัดพ้อว่าหล่อนเป็นลูกสาวคนเล็ก พอเกิดในครอบครัวคนจีนเลยไม่มีสิทธิเสียงในบ้าน ลูกสาวหล่อนก็น่าสงสาร เขาไม่รักเท่าหลานใน

      ทนายความหนุ่มรู้ดีว่าคดีของครอบครัวนี้ ทางฝั่งเพชรตะวันชนะเห็นๆ เพราะพินัยกรรมถูกต้องทุกอย่าง ถ้าอยากได้ส่วนแบ่งทางเดียวที่ทำได้คือเจรจาต่อรองเท่านั้น

      วันที่เดินทางไปหาเพชรตะวันตามที่นัดไกล่เกลี่ย ศุภวัฒน์เล่นมุขสำหรับคนไทยทั่วไป คือตั้งท่าจะฟ้องไว้ก่อน นิสัยคนไทยกลัวการขึ้นโรงขึ้นศาล ส่วนมากมักยอมความกันตั้งแต่ขั้นเจรจาแล้ว

      เขาวาดภาพเพชรตะวันจากคำบอกของภารวีและพนิดา คงเป็นผู้หญิงวัยยี่สิบนิดๆท่าทางร้ายจัด ไม่ฟังคำพูดใครทั้งสิ้น

      แต่ที่คิดไว้กลับตรงข้ามกันสิ้นเชิง

      เพชรตะวันไม่ยื้อเรื่องสมบัติแม้แต่อย่างเดียว หล่อนเพียงชี้แจงให้เขาฟังว่าต้องการแบ่งที่ดินและอาคารพาณิชย์ส่วนไหนให้ใครบ้าง พร้อมรบกวนให้ชายหนุ่มเดินเรื่องเอกสารการโอนให้ และที่ดินแต่ละโฉนดที่เพชรตะวันแบ่งให้สุชาติกับภารวีไม่ใช่น้อยๆ ทำเอาทนายความมือใหม่เบิกตากว้าง

      ผมขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจละลาบละล้วง แต่ที่ดินทั้งหมดนี่ราคาไม่น้อยเลย ใครๆก็อยากได้ รวมกันดีไม่ดีจะเกินสิบล้านบาท

      หญิงสาวในชุดสวย เจ้าของดวงตาคมปลาบชวนมองเลิกคิ้ว

      แล้วยังไง?’

      ศุกวัฒน์อึกอัก ไม่คิดว่าหล่อนจะยอมง่ายขนาดนี้ เพชรตะวันมองท่าทางเก้ๆกังๆของทนายมือใหม่แล้วถอนใจยาว เดาได้ว่าสองแม่ลูกคงไปใส่ไฟอะไรหล่อนอีกแน่

      ความจริงที่ดินนี้เป็นของพ่อฉัน พ่อฉันเป็นเจ้าของโรงงานกงสี ทั้งเงินสดและโฉนดที่คุณเห็นเป็นน้ำพักน้ำแรงพ่อฉันทั้งหมด เสียดายที่ท่านตายก่อนและทำพินัยกรรมยกทั้งหมดให้อาม่า กะไว้ว่าจะได้กระจายถึงพี่น้องเท่าๆกัน ที่ไหนได้ ตอนอาม่าตายดันทำพินัยกรรมยกให้ฉันอีกที

      ถ้าอย่างนั้นคุณก็มีสิทธิ ไม่ใช่พวกเขา ชายหนุ่มหลุดปาก

      ถ้าฉันเก็บไว้กับตัวแล้วพ่อฉันฟื้น ฉันก็จะเก็บ แต่เก็บแล้วพ่อฉันไม่ฟื้น ฉันจะเก็บไว้ทำไม เก็บไว้ให้คนบางคนแช่งชักหักกระดูกพ่อฉันหรือ? ไม่ล่ะพ่อฉันมีค่าเกินกว่าจะให้ขี้ปากของใครมาแปดเปื้อน อีกอย่าง พ่อตั้งใจแบ่งให้น้องๆแต่ต้น ฉันรับปากพ่อไว้แล้ว ฉันต้องรักษาสัญญา

      ศุภวัฒน์อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง เขานับถือเพชรตะวัน นับถือใครความกล้าและนิสัยใจคอของหล่อน คนเราสมัยนี้หายากเต็มทีที่จะซื่อสัตย์และรักษาคำพูดตนเอง

      คุณเพชรไม่กินอะไรหน่อยหรือครับ เห็นกินแต่กาแฟกระป๋อง เบเกอรี่ร้านนี้เขาอร่อยใช้ได้นะครับ

      ผู้หญิงที่ศุภวัฒน์เคยนึกชื่นชมเอ่ยขึ้นจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หล่อนขยับกระป๋องกาแฟสีเขียวเข้มในมือ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายนิดๆ

      “ไม่เป็นไรค่ะ เพชรอิ่มแล้ว อีกอย่าง แฮะๆ บอกตรงๆนะคะคุณวัฒน์ ช่วงนี้เพชรถังแตก ประหยัดอะไรได้ก็ประหยัดดีกว่า สมัยก่อนเพชรชอบกินของร้านนี้เหมือนกัน กาแฟอร่อย เบเกอรี่ดี ตอนนี้ขืนกินอะไรมื้อละหลายร้อย มันจะพาลแย่เอาสิคะ กาแฟแก้วเดียวนี่ได้ข้าวหลายจานแล้ว ไว้การเงินเป็นปกติเมื่อไรค่อยหันมากินดีกว่า

      “โห...” ศุภวัฒน์ค่อนข้างทึ่ง “น่าจับคุณเพชรไปเทศน์ให้คนรอบตัวผมบางคนฟังนะเนี่ย”

“อย่าเลยค่ะ เพชรไม่ใช่คนประหยัดนะคะ เรียกว่า ถ้าหาเงินได้ก็ใช้เงิน แต่ส่วนนึงก็เก็บออมไว้ ไม่ได้งกถึงขนาดทำร้ายตัวเอง อะไรที่เรามีความสุขก็ทำไปเถอะ แค่ไม่เบียดเบียนตัวเองก็พอหล่อนหัวเราะ

      แล้วนี่คุณเพชรมาทำอะไรที่นี่ครับ

      เพชรมาเป็นเจ้าของไข้ จำเจ็กสุได้ไหมคะ ที่เป็นคุณอาของเพชร เจ็กสุเข้าโรงพยาบาลเพราะตรวจเจอโรคหัวใจ จะให้ส่งตัวไปโรงพยาบาลรัฐก็ไม่สะดวก เลยยอมจ่ายหนักหน่อย

      อ๋อ จำได้แล้วครับ ศุภวัฒน์จำได้เพราะสุชาติเป็นคนที่เพชรตะวันโอนที่ดินผืนดีที่สุดให้ ผมนึกว่าคุณเพชรมาเยี่ยมใครเสียอีก

      จะมีใครให้เยี่ยมคะ หญิงสาวยิ้มจนตาหยี แฟนก็ไม่มี ครอบครัวก็ไม่มี คุณวัตเถอะมาทำอะไรที่นี่ ทนายความกับโรงพยาบาลไม่ใช่ของคู่กันแน่ๆ

      ผมมาพบลูกความครับ นัดกันเอาไว้ หมอนี่เป็นแพทย์ศัลยกรรมหัวใจเหมือนกัน ตอนนี้ก็ใกล้เวลาแล้ว มันตรงต่อเวลาอย่างกับอะไร เดี๋ยวเจอแล้วจะแนะนำให้คุณเพชรรู้จัก

      ทนายความหนุ่มก้มมองนาฬิกาข้อมือ พลางกวาดสายตามองหาคนที่นัดไว้ เพชรตะวันเท้าแขนบนโต๊ะ อยากรู้เหมือนกันว่าลูกความของศุภวัฒน์จะหน้าตาแบบไหน

      นั่นไง พูดถึงก็มาเลยชายหนุ่มร้องด้วยความยินดี โบกมือเรียกคนที่กำลังตรงมาอย่างรวดเร็ว เพชรตะวันหันตามมือนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าค้างเติ่งประมาณเสี้ยววินาที ก่อนเลือนหายไปกับใบหน้าคร้ามคมของแพทย์หนุ่มที่เดินตรงมา

      เพชรตะวันอยากครางด้วยความอาลัยตายอยาก แต่ศุภวัฒน์กลับยิ้มร่า

      แนะนำให้รู้จักหน่อย ลูกความผมคนนี้ชื่อรวิชญ์เป็นเจ้าของโรงพยาบาลที่นี่

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #20 Stakela (@Stakela) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 18:28

    สนุกมากค่ะ รอค่ะ
    #20
    0