หน้ากากเพชร (Re-UP)

ตอนที่ 25 : บทที่ 24 ลงทัณฑ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 590
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    20 ก.ย. 61

แล้วข่าวลือของแม่นกกระจอกแตกรังทั้งหลายก็เป็นจริง

      หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกยามนั่งประสานมือบนตัก เล็บยาวสีสดจิกลงบนฝ่ามือจนเป็นรอยลึก แต่แผลในใจหล่อนสิลึกยิ่งกว่า ยิ่งมีดวงตาห้าคู่ของกรรมการระดับสูงกำลังจ้องมา เพชรตะวันยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นแพะรับบาปเข้าไปทุกที

      หล่อนถูกเรียกเข้ามารับฟังข้อกล่าวหาตั้งแต่บ่ายโมงตรง สองชั่วโมงกับการย้ำซ้ำๆว่าหล่อนไม่ได้ทำ ราวกับเป็นนักโทษในเรือนจำ เพียงแต่มันร้ายแรงกว่าสังคมรอบตัวกำลังฟันธงตัดสินหล่อนโดยไร้การไตร่ตรอง คณะกรรมการที่ตั้งมาพิเศษเพื่อหล่อนโดยเฉพาะนั่งอ่าน ความผิด ของเพชรตะวันประหนึ่งว่ามันคือรายงานประจำปี ไม่เปิดโอกาสให้จำเลยเช่นหล่อนได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์สักนิด

      ทางเราทราบดีว่าคุณเป็นพนักงานที่มีผลงานยอดเยี่ยม

      ชายวัยกลางคนร่างท้วมเอ่ยขึ้น สีหน้าลำบากใจไม่น้อยกับการต้อง เขี่ย โปรแกรมเมอร์ฝีมือดีออก แต่ให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อถูกสั่งมาอีกที กรรมการสอบสวนความประพฤติของสาวรายนี้ถูกตั้งขึ้นเอาดื้อๆ พร้อมฟันธงมาเสร็จสรรพ

      ไล่ออกเท่านั้น

      การกระทำของคุณมันขัดต่อศีลธรรม ผิดระเบียบพนักงานของทางบริษัทเรา

      ข้อไหนหรือคะ?” โปรแกรมเมอร์สาวกะพริบตาปริบๆ มั่นใจว่าไม่เคยอ่านเจอกฎพรรค์นี้ในข้อบังคับบริษัท

      คณะกรรมการสอบสวนความประพฤติเฉพาะกิจสบตากันเลิ่กลั่ก มั่นใจแล้วว่าสาวรายนี้ไม่ใช่หมูที่จะเคี้ยวได้ง่ายๆ เกิดเจ้าหล่อนคิดฟ้องเป็นคดีขึ้นมาคงมีเรื่องใหญ่โต

      “เพชรไม่ได้ทำเพชรยืนยันกับคนรอบตัวมาตลอด เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิด ถ้าฉันผิดจริง ทำไมเราไม่ตั้งทีมสอบสวนเป็นทางการเลยล่ะคะ?”

      ผมว่าคุณอย่าปฏิเสธดีกว่า เพราะเราเองก็มีหลักฐานแน่ชัด

      หลักฐาน!

      คนถูกปรักปรำอยากอุทานด้วยความขบขัน จะเอาหลักฐานจากไหนมามิทราบ หลักฐานของคนพวกนี้เห็นจะไม่พ้นเรื่องเล่าจากปากผู้ชายชื่อรวิชญ์เสียละมัง!

      ถ้าพูดกันถึงขนาดนี้ เพชรคิดว่าคงเหลือทางออกทางเดียวแล้วค่ะหญิงสาวตอบหน้าตาย

      คุณเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ ประวัติดีมาตลอด ผมอยากให้คุณ

      เขียนใบลาออกเอง โปรแกรมเมอร์สาวต่อคำให้เสร็จสรรพ คุณกำพลทราบไหมคะว่าฉันเกลียดอะไรมากที่สุดในการทำงาน เพชรเกลียดความไม่ยุติธรรมค่ะ เกลียดการตัดสินคนโดยไม่เคยไถ่ถามความจริงจากเขาก่อน อาศัยแต่อำนาจบารมี ขับไล่คนที่เกลียดชังเหมือนหมาตัวหนึ่ง เพชรไม่ใช่ลูกหลานคุณ คุณคงไม่รู้สึกรู้สมอะไร อาจนึกสมเพชหรือหัวเราะเยาะด้วยซ้ำ

      เราจะชดเชยเงินตามกฎหมายให้ และให้คุณทำงานถึงสิ้นเดือน

      “งั้นคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับเช็คไว้สินะคะ เพชรตะวันเอ่ยเสียงเย็น ถ้าพวกผู้ใหญ่คิดว่าทางออกนี้ดีแล้ว เพชรคงไม่พีโพยตีพายอะไรและจะเขียนใบลาออกเอง จะลาออกตั้งแต่วันนี้ เพราะทราบดีว่าไม่ใช่แค่พวกคุณที่ลำบากใจ เพชรเองก็คงลำบากใจไม่น้อยถ้าต้องอยู่กับเพื่อนร่วมงานที่มองเราเหมือนคนบาป

      กรรมการห้าคนสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันอยู่ในทีแต่ละคนเริ่มสงสัยแล้วว่าเด็กคนนี้ผิดจริงหรือไม่ ความที่ผ่านคนมามาก ย่อมเฉลียวใจเป็นธรรมดา เพียงแต่พวกเขาเองก็ไร้ทางออก ถ้าเพชรตะวันพอสนิทกับบอร์ดบริหารระดับสูงบ้างยังพอคานกันไหว แต่เท่าที่ได้ยินมา สาวรายนี้ชอบอยู่กับเพื่อนในทีมเสียมากกว่าเดินสายทักทายผู้ใหญ่ คนจึงให้การยอมรับหล่อนในฐานะพนักงานฝีมือดีเท่านั้น เป็นปกติทางบริษัทคงเมินเฉย แต่คราวนี้ บิ๊กบอสดันฟันดาบมาเอง เก่งอย่างไรหล่อนคงต้องไป

      เรื่องของเส้นสายและอิทธิพลมีอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทเอกชน

      นี่เป็นความจริงที่ทุกคนยอมรับ

      ถ้าอย่างนั้น เพชรลาแล้วนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะที่เสียเวลามารับฟังบ้าง ถึงจะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอะไรเลยก็ตาม

      หล่อนลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ ยกมือไหว้พอเป็นพิธีแล้วออกจากห้องมา ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ เพชรตะวันเคาะส้นสูงแหลมปรี๊ดเป็นจังหวะไปยังโต๊ะทำงาน ค่อยๆลงมือเก็บข้าวของของหล่อนอย่างใจเย็น

      ไม่รู้ทำไม เวลานี้หล่อนคิดถึงพ่อจับใจ

      พศุฒม์สอนลูกสาวเสมอว่า

      ป๊าไม่มีเงินทอง ไม่มีเส้นสาย ไม่มีอิทธิพลอะไรจะช่วยเพชรได้หรอกนะ เพชรต้องพึ่งตัวเอง ด้วยกำลังกาย กำลังสมอง กำลังใจ ที่ป๊าให้เพชรได้มีแค่การศึกษาเท่านั้น ข้าวของแพงๆ เงินทองมากมายป๊าไม่มีให้หรอก ส่งเรียนเอกชนก็ไม่ไหว เพชรต้องสอบให้ได้เท่านั้น ใช้สมองของตัวเองนี่อย่าไปหวังพึ่งพาคนอื่น แล้วเราจะรู้ว่าอะไรที่เราหามาได้ด้วยตัวเองมันน่าภูมิใจกว่านัก

      ทำไมเราต้องเกิดมาจนด้วยนะป๊า เพชรเหนื่อย เพชรอยากอยู่เฉยๆเหมือนเพื่อนบางคนบ้าง เพชรตะวันเถียงบิดาฉอดๆ ช่วงนั้นหล่อนอยู่ในช่วงวัยรุ่น อยากเข้าโรงเรียนดีๆแพงๆ อยากมีกระเป๋านักเรียนยี่ห้อดังใช้กับเขาบ้าง ไม่ใช่กระเป๋าหนังเทียมราคาไม่ถึงสองร้อยแบบนี้

      ความเหนื่อยยากจะสร้างคนให้เป็นคน คนเป็นพ่อบอกอย่างใจเย็น ถ้าเพชรโตขึ้น ทำงานแล้ว หาเงินเองได้ เพชรจะใช้เงินเท่าไหร่ป๊าไม่ว่า จะซื้อบ้าน รถ หรูหราแค่ไหนก็ไม่ว่า ตราบเท่าที่ไม่สร้างหนี้สินให้ตัวเอง

      โลกไม่ยุติธรรมเลย

      ป๊าบอกแล้ว ไม่มีความยุติธรรมบนโลกหรอก ความยุติธรรมมันเป็นของคนรวย คนมีอำนาจเท่านั้น เราลืมตาเกิดมาแต่ละคนก็ไม่เท่ากันแล้ว แต่จงใช้สองมือที่มีเอาชนะให้ได้ ให้มันรู้ไปว่าคนที่เกิดจากศูนย์จะไปถึงก้าวที่ร้อยไม่ได้

      โลกมันไม่ยุติธรรมกับเราจริงๆนะป๊า

      หล่อนพึมพำกับตัวเอง ข้าวของของเพชรตะวันบนโต๊ะทำงานมีไม่มากนัก เพราะหญิงสาวเป็นคนประเภทไม่ชอบอะไรเกะกะรุงรัง โต๊ะทำงานจึงมีเพียงอุปกรณ์เครื่องเขียนเท่านั้น คอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ก็เป็นของบริษัท ลาออกกะทันหันแบบนี้ดูแปลกไปหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรให้เก็บกลับหรืออาลัยอาวรณ์มากมาย

      เพชร แกจะไปไหนวะ

      อิฐโปรแกรมเมอร์ร่วมทีมปราดเข้ามาหาหล่อนด้วยสีหน้าเป็นห่วง

      ชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับเพชรตะวัน ทีมทำงานของเขาเป็นทีมที่สาวๆอยากร่วมด้วยมากที่สุด เพราะขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเก่งกาจและความหล่อเหลาของคนในทีมที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่หัวใจละลาย เรียกได้ว่าทุกครั้งที่หนุ่มคนไหนเดินผ่าน จะต้องมีสายตาละห้อยหาหรืออาการวี้ดว้ายตามมาด้วยทุกครั้ง แต่เพชรตะวันในฐานะพนักงานใหม่กลับได้ร่วมงานกับแก็งค์หนุ่มหล่อเสียได้

      ลาออกไง ดูไม่ออกหรอ หญิงสาวตอบหน้าตาย ฉันลาออกแล้ววันนี้ พรุ่งนี้ไม่มาทำงานแล้วนะ โปรแกรมที่เขียนค้างไว้ยังอยู่ในคอมพ์ ใครมารับช่วงต่อก็เปิดดูเอาเองแล้วกัน แต่โค้ดฉันอ่านง่าย ไม่ปวดหัว มีอะไรโทรมาถามกันก็ได้

      เฮ้ย

      ชายหนุ่มตาโต ยังไม่รู้เรื่องที่สาวๆนินทากันในบริษัท

      อะไรเล่า บอกว่าลาออกก็ลาออกสิ จริงๆถ้าพูดให้ถูกต้องบอกว่าโดนไล่ออก แต่ผู้บริหารใจดีให้เขียนใบลาออก ฉันเองก็ไม่อยากสร้างความลำบากใจ

      แล้วงานล่ะ แกมีงานใหม่รออยู่แล้วเหรอ?”

      ไม่มีโปรแกรมเมอร์สาวตอบหน้าตาย ไปตายเอาดาบหน้า ฉันคงไม่ดวงซวยไม่มีงานทำหรอกมั้ง ไหนพวกแกเคยบอกว่าฉันเป็นคนเก่งไง คนเก่งก็ต้องเอาตัวรอดได้สิ

       ฉันจะไปคุยกับหัวหน้า อิฐตั้งท่าจะเดินไปลุยเองถึงที่ แต่เพชรตะวันวางของ รีบคว้าแขนเขาไว้ท่ามกลางสายตาของสาวๆที่มองมาห่างๆ หล่อนส่ายหน้า เอ่ยเสียงดุทันที

      ไม่ต้อง ถึงฉันอยู่ต่อก็ไม่มีความสุข แกช่วยขนของกลับไปที่รถก็พอ พอฉันกลับไปแล้ว แกค่อยถามหัวหน้าไม่ก็ถามสาวๆข้างหลังดูเพชรตะวันเหลียวกลับไปด้านหลัง ถ้าถึงตอนนั้นแกฟัง แล้วแกยังเชื่อมั่นในตัวฉันอยู่ แกค่อยติดต่อมาถ้าไม่ ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่ฉันออกไปก็ดีนะ เผื่อจะมีใครในกลุ่มสาวๆได้มาทำงานแทน

      หล่อนพูดติดตลก

      ชายหนุ่มยังพยายามยื้อเพชรตะวันอยู่ แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ ช่วยหล่อนขนกล่องกระดาษใบเดียวออกไปส่งที่รถ เพชรตะวันเปิดกระโปรงท้าย ยัดของลงไปเสร็จหล่อนก็ปิดท้ายรถดังโครม

      ขอบใจมาก โปรแกรมเมอร์สาวว่ายิ้มๆ

      ตกลงเรื่องอะไรกันแน่วะไอ้เพชร

      เรื่องนิดหน่อยน่ะ โลกเราก็แบบนี้แหละ แกอย่าห่วงเลย ฝากบอกหัวหน้าทีนะว่าถ้าทุกอย่างมันดีขึ้นจริงๆ ถ้าอะไรมันคลี่คลายแล้วยังอยากรับฉันเข้าทำงานอยู่ ฉันก็โอเคนะ ทำงานกับพวกแกแล้วสบายใจ

      บอกอยู่แล้วน่า

      อิฐยกมือมาบีบไหล่เพื่อนสาว กับเพชรตะวันเขาไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับหล่อน ติดจะเกรงใจนิดๆด้วยซ้ำ แต่เมื่อทำงานร่วมกันได้สักพักก็รู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นสาวนิสัยเหมือนผู้ชายโดยแท้ หล่อนทั้งโผงผาง ตรงไปตรงมา

      กลับไปได้แล้วไป ออกมานานเดี๋ยวจะโดนเขม่นเอาได้

      หล่อนดันหลังอิฐให้เดินกลับเข้าไป เขายังหันมามองด้วยความเป็นห่วง คนเพิ่งโดนไล่ออกส่ายหน้า ยิ้มให้ราวกับบอกว่าหล่อนสบายมาก

      ยืนส่งจนมั่นใจว่าเพื่อนกลับไปแล้วจริงๆ เพชรตะวันก็เดินกลับไปที่รถ หงุดหงิดเสียจนอยากเตะต่อยกำแพงสักทีเพื่อระบายอารมณ์ แต่รู้ดีว่าทำไปก็ไม่ได้อะไรนอกจากเจ็บตัวเปล่า

      ผู้ชายคนนั้น

      หล่อนเม้มปากแน่นสะกดอารมณ์ยามนึกถึงชายหนุ่มร่างสูงดวงตาคมดุ

      สักวันเพชรตะวันจะทำให้เขายอมรับผิดต่อเรื่องทั้งหมด!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #14 Must@ang (@Alphonze) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 14:37
    พระเอกคืออออ โง่ ๆๆๆ
    #14
    0
  2. #13 Goy_mini (@0857535401) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 12:20

    ไอ่พระเอกเฮงซวย โอ๊ยย อินจัดทีน้องแกแย่งเขามสละปิดหูปิดตา

    #13
    0