หน้ากากเพชร (Re-UP)

ตอนที่ 22 : บทที่ 21 ฝาแฝด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    10 ก.ย. 61

ประตูกระจกใสเลื่อนออกอย่างรวดเร็วพร้อมการปรากฏตัวของเพชรตะวัน หล่อนก้าวฉับๆอย่างมั่นใจเข้ามาในอาคารหลักของโรงพยาบาลซึ่งถูกสร้างจนดูเหมือนโรงแรมหรูมากกว่าที่สำหรับรักษาคนป่วย สมกับที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของประเทศไทย

      หลังได้รับโทรศัพท์จากฝาแฝด เพชรตะวันก็รีบเก็บข้าวของขับรถกลับกรุงเทพ หล่อนกระชับกระเป๋าสะพายบนไหล่ พลางสอดส่ายสายตาหาฝาแฝดที่น่าจะรออยู่แถวนี้

      พี่เพชร!

      เสียงใสๆดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของเด็กสาวคู่แฝดในชุดนักศึกษา นีรชากับนีรภาหรืออุ้มกับอิง สองสาวหน้าตาน่ารักสมวัย แต่งตัวเรียบร้อย ผิดจากเพชรตะวันสมัยเรียนที่มักใส่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยประสาคนวิ่งไปไหนมาไหนบ่อย ไม่มีเวลาใส่ใจตัวเอง

      สองสาวยกมือไหว้หล่อน เพชรตะวันรับไหว้ ว่าไงเราสองคน เช้านี้มีเรียนหรือเปล่า

      มีค่ะ มีเรียนตอนสิบเอ็ดโมง นีรภารายงาน ใบหน้าหล่อนมีปานเล็กๆบริเวณจมูกทำให้แยกออกระหว่างสองฝาแฝด แต่ป๊าเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ เลยคิดว่าอาจจะโดด

      โดดเรียนได้ไง พี่ใหญ่ของบ้านโวย ไม่ได้นะ ยังไงก็ต้องไปเรียน เดี๋ยวพี่อยู่จัดการทางนี้เอง แล้วอุ้มล่ะ มีเรียนหรือเปล่า

      นีรชาส่ายหน้าหวืด หล่อนเรียนคนละคณะกับแฝดผู้น้อง โชคดีของคนตระกูลนี้ที่เกิดมาเรียนเก่ง แม้จะไม่ปราดเปรียวคล่องแคล่วเท่าเพชรตะวัน แต่สองแฝดก็สอบติดมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังได้ คณะเดียวกัน ต่างสาขาเท่านั้น รายหนึ่งเรียนบริหารธุรกิจ อีกคนเรียนบัญชี ถือว่าเป็นโชคดีของเด็กผู้หญิงบ้านนี้ ที่ถึงแม้จะเกิดในครอบครัวคนจีน แต่ก็เป็นคนจีนที่มีหัวก้าวหน้าทางความเชื่อแล้ว คือไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชาย ก็รักเท่าๆกัน ส่งเสียให้เรียนเท่ากันหมด ไม่ใช่ว่าลูกชายแล้วจะทำอะไรตามใจ ส่วนลูกสาวต้องเป็นข้ารับใช้เสมอไป

      ตัวเพชรตะวันเองก็เป็น ลูกจีน ที่รับเชื้อไทยมามาก กับบรรดาลูกพี่ลูกน้อง หล่อนไม่ชอบให้ใครเรียกว่า เจ้ เท่าไหร่นัก ชอบเรียกพี่มากกว่า รวมทั้งวัฒนธรรมไหว้เจ้าของคนจีน ทั้งตรุษจีน สารทจีน ไหว้พระจันทร์ หรือเชงเม้ง ของพวกนี้แทบจะลืมไปได้เลย

      อิงไปเรียนซะ ให้อุ้มอยู่กับพี่ดีกว่า แล้วตอนนี้เจ็กสุรู้สึกตัวไหม

      รู้ค่ะ หมอกำลังดูอาการดู สงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจ

      มีใครรู้เรื่องอีกไหม?” หล่อนถาม

      ฝาแฝดสบตากันแล้วส่ายหน้าดิก ไม่มีค่ะ

      แล้วไอ้ด้าล่ะ ได้ข่าวว่ามันเป็นพยาบาลไม่ใช่เหรอ อยู่โรงพยาบาลรัฐด้วยหล่อนเอ่ยถึงพนิดา ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเพชรตะวันมานาน รายนั้นเป็นลูกสาวของภารวี อาสาวคนสุดท้องที่เพชรตะวันชิงชังจับขั้วหัวใจ และเคยถูกหล่อนสาปแช่งจนต้องเต้นเร่าด้วยความโมโห

      คือ” สองแฝดก้มหน้า ไม่ยอมเอ่ยอะไร เพชรตะวันก็เข้าใจได้ทันที นิสัยอย่างสองแม่ลูกคู่นั้นลองต้องไปขอความช่วยเหลือคงถูกกดหัวมิดดิน กลายเป็นบุญคุณให้ชดใช้ไม่รู้จักจบจักสิ้น

      ช่างเถอะ คนแบบนั้นไม่ต้องไม่พูดถึงหรอกหล่อนว่า แสดงให้ทุกคนเห็นชัดว่าเกลียดญาติตัวเองแค่ไหน พาพี่ขึ้นไปหาเจ็กสุทีสิ อุ้มไปกับพี่แล้วกัน ส่วนอิงไปเรียนก่อน ไว้ตอนเย็นเจอกัน

      นีรภาพยักหน้ารับ บอกลาแฝดคนพี่แล้วหล่อนก็รีบขอตัวไปเรียนหนังสือ ส่วนอุ้มก็นำเพชรตะวันขึ้นไปเยี่ยมสุชาติที่ห้องดูอาการผู้ป่วยโรคหัวใจ

      เจ็กสุเป็นยังไงบ้าง

      เพชรตะวันตรงเข้ามาหาชายสูงวัยที่ละม้ายคล้ายบิดาหล่อน สุชาติสะดุ้ง หันกลับมามองหลานสาวคนโตแล้วรับไหว้ เพชรมาได้ยังไง

      อุ้มโทรไปหา เพชรเลยรีบมา เจ็กสุเป็นยังไงบ้าง ไม่สบายนานแล้วหรือยัง

      หล่อนตรงมาเกาะขอบเตียง สุชาติยกมือขึ้นทาบอกซ้าย มองหน้าหลานสาวยิ้มๆ

      ก็ปวดๆนิดหน่อย หายใจไม่ออก ตอนแรกนึกว่าโรคคนแก่น่ะ

      หมอมาตรวจบ้างหรือยังคะ?” เพชรตะวันหันรีหันขวาง

      มาแล้วตอนเช้า หมอเวรน่ะแกบอกว่าเดี๋ยวตอนบ่ายจะตามหมออีกคนมาช่วยดู สีหน้าของสุชาติมีแววกังวลแฝงอยู่ ลำพังตัวเขาเองไม่กลัวตายเท่าไหร่ ห่วงก็แต่เรื่องค่าใช้จ่ายหากเป็นโรคเรื้อรัง ช่วงหลังสุชาติสุขภาพไม่ดี ที่ทำได้ก็แค่เปิดร้านขายของชำเล็กๆน้อยๆ เงินค่าเทอมลูกทั้งหมดมาจากเงินที่สมัยแบ่งกงสีกับส่วนที่เพชรตะวันแบ่งให้ทั้งสิ้น  โรงงานปั๊มเหล็กที่เคยเป็นของพี่ชายก็เลิกไปนานแล้วหลังจากสุชาติเสียชีวิต หรือต่อให้เลือกสานต่อ เขารู้ดีว่าคงทำไม่ไหว

      นึกแล้วก็น่าละอาย สมัยที่พี่ชายมีชีวิตสุชาติก็ต้องขอความช่วยเหลือจากพศุฒม์เสมอ เวลานี้ยังต้องหวังพึ่งบุตรสาวของพี่ชายอีก โชคดีที่พศุฒม์เลี้ยงลูกออกมาได้เหมือนตัวเองไม่ผิดเพี้ยน ไม่อย่างนั้นเขาคงตกที่นั่งลำบาก

      หลานสาวเขาเข้มแข็งสมชื่อเพชรตะวันจริงๆ

      งั้นเพชรออกไปคุยกับพยาบาลข้างนอกแล้วกัน อุ้มอยู่เป็นเพื่อนป๊านะ เดี๋ยวพี่กลับมา

      นีรชาพยักหน้ารับ สีหน้าดีขึ้นมากเมื่อรู้ว่ามีคนยื่นมือมาช่วยเหลือ หล่อนเองเพิ่งเรียนอยู่ชั้นปีที่สอง อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ

      เพชรตะวันปลีกตัวออกจากห้องพักคนป่วย ตรงไปหาพยาบาลสาวหลังเคาน์เตอร์เพื่อสอบถามเรื่องรายละเอียด เพราะเป็นโรงพยาบาลเอกชน หล่อนถูกดึงให้เซ็นสัญญารับผิดชอบค่าใช้จ่ายและวางเงินก้อนแรกเกือบสองหมื่นบาท นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลจะตัดค่าใช้จ่ายทุกสามวัน โดยส่งมาเป็นบิลให้ไปชำระที่ห้องการเงิน

      ว่าแต่พอจะทราบไหมคะว่าอาฉันป่วยเป็นอะไร

      ไม่ทราบค่ะพยาบาลสาวตอบ คงต้องรอคุณหมอมายืนยันอาการ แต่ตอนนี้ทางเราก็คอยดูแลใกล้ชิดนะคะ ไม่ต้องห่วง ห้องซีซียูมีพยาบาลคอยดูแลตลอดเวลาอยู่แล้ว

      ขอบคุณมากนะคะ

      โปรแกรมเมอร์สาวส่งยิ้มให้ นึกขอบคุณที่เงินเดือนหล่อนมากพอให้ใช้จ่าย เพชรตะวันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยเท่าไหร่นัก หล่อนจึงมีเงินเก็บก้อนโต ไม่ต้องหัวหมุนกับการผ่อนคอนโดผ่อนรถเหมือนคนอื่น ยิ่งโปรเจคล่าสุดใกล้เสร็จ นั่นหมายถึงโบนัสก้อนโตที่กำลังลอยมา

      หล่อนรับบิลค่าใช้จ่ายรอบแรก ตรงไปชั้นล่างของโรงพยาบาลเพื่อกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มแล้วตรงไปจ่ายที่ห้องการเงิน

      วางเงินก้อนแรกเสร็จ หล่อนก็แวะซื้อกาแฟเย็นแบรนด์ดังดื่มตามความเคยชิน พลางกวาดตามองรอบๆเพื่อสำรวจ การทำงานของโรงพยาบาลแห่งนี้รวดเร็วทันสมัยสมคำร่ำลือ แม้ราคาแพงกว่าโรงพยาบาลรัฐ แต่ไม่ถึงขั้นขูดเลือดขูดเนื้ออย่างบางที่ ผู้ใช้บริการจึงมีตั้งแต่ครอบครัวฐานะปานกลางยันระดับเศรษฐี ทุกอย่างได้รับการปรับปรุงทันสมัยตลอดเวลา ทุกอย่างเรียกว่า ดี ไปเสียทุกอย่าง

      ติดก็แต่ เจ้าของ มันเท่านั้น!

     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

20 ความคิดเห็น