หน้ากากเพชร (Re-UP)

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 ฉันไม่ใช่คนผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 500
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

      หลังจากวันนั้นผ่านไปสองสามวัน หล่อนก็ได้รับโทรศัพท์จากปุ้มปุ้ย เพื่อนสนิทรายเดิมที่อาศัยที่ออสเตรเลีย หญิงสาวแทบไม่เอะใจเลยว่า เรื่องร้าย กำลังจะโถมหาหล่อนเหมือนพายุซัดหาชายฝั่ง

      ไอ้เพชร!” เสียงปลายสายอุทานลั่น ท่าทางตกใจกว่าเรื่องคราวที่แล้ว เกิดอะไรขึ้น แกกับคุณธันแล้วก็ยัยรัก เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่

      อะไร เรื่องอะไรของแก จบไปตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ?” โปรแกรมเมอร์สาวแปลกใจ

      จบจบบ้าอะไร  รักมันตายแล้วแกรู้เรื่องบ้างไหม

      หา!

      เพชรตะวันอุทานลั่นผิดวิสัย ปล่อยให้มือถือร่วงจากมือ หล่อนมือสั่นเทายามก้มเก็บเครื่องมือสื่อสารอีกครั้ง

      หมายหมายความว่ายังไง รักเนี่ยนะตายแล้ว

      หัวใจคนฟังวูบลงด้วยความอาดูร แม้จะโกรธที่รักษิณาแย่งธนาไป แต่เมื่อความแค้นหมดลง หล่อนได้แต่เสียดายในมิตรภาพดีๆที่เคยมีให้กันมาตลอด เพชรตะวันไม่ใช่คนใจร้ายที่จะยินดีปรีดาในความตายของใครทั้งสิ้น

      ทำไมแกไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ก็ไอ้พวกที่ออฟฟิศเก่าแก โดยเฉพาะนังเจ้าแม่ตีไข่ใส่สี มันเล่าไปให้ทั่วว่าแกไปแย่งผัวชาวบ้าน แย่งธนาคืนจากไอ้รัก ทำให้ไอ้รักฆ่าตัวตาย

      บ้า!” คนฟังอุทานลั่น ใครเชื่อมันก็บ้าแล้ว แกก็รู้ว่ามันเกลียดฉันจะตาย สงสัยเมื่อสัปดาห์ก่อนมันเจอฉันไง แล้วทำมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง ฉันรำคาญเลยตอบไปให้ว่าอยากให้เป็นนางมารร้ายนักเดี๋ยวจะทำให้ดูเป็นขวัญตา

      เพื่อนของเพชรตะวันคนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย แค่เห็นหน้าแวบแรกก็ศรศิลป์ไม่กินกันเสียแล้ว รายนั้นขี้นินทา ชอบเอาเรื่องคนโน้นคนนี้ไปผสมมั่ว ส่วนเพชรตะวันเป็นสาวขาลุย สมัยก่อนหล่อนโดนใครนินทาหน่อยไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เป็นความจริง

      ฉันไม่รู้ ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง แต่รักมันเสียแล้วจริงๆ แกควรรีบทำอะไรสักอย่างนะ

      ฉันไม่ได้ทำ ทำไมฉันต้องแคร์ด้วย

      หล่อนตอบกลับทันที

      มันไม่เกี่ยวว่าแกทำหรือไม่ทำ แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถ้าแกไม่พูดอะไรสักอย่าง แกจะโดนเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว ไอ้เพชร ฟังฉันนะ ข่าวลือว่าแกไปแย่งผัวเพื่อนสนิทจนเขาฆ่าตัวตาย หรือตายด้วยเหตุอะไรก็ตามมันแรงสำหรับคนฟังนะโว้ย แล้วนิสัยแก หน้าตาแบบแก คนส่วนใหญ่มันต้องตีความไปก่อนแล้วว่าทำ ยิ่งแกเคยไปยั่วนังเจ้าแม่ใส่สีตีไข่แบบนั้นเหอะ! ป่านนี้รู้กันทั้งรุ่นแล้วมั้ง!

      ทำไม เป็นฉันแล้วยังไง แล้วทีฉันถูกแย่งถูกชิงของรักไปบ้างล่ะ เคยมีใครคิดเห็นใจบ้างไหม หรือเพราะเห็นว่าฉันมันพวกแข็งกร้าว เลยจะโดนเหยียบย่ำยังไงก็ได้ ต้องทนได้ทุกอย่าง

      โธ่ ไอ้เพชร เพื่อนสนิทสงสารหล่อนเต็มหัวใจผู้หญิงทุกคนให้ภายนอกดูเข้มแข็งอย่างไร ล้วนมีมุมอ่อนแอ

      ช่างมันเถอะ ลมปากคนฆ่าเราไม่ได้หรอก!

      แกจะทำยังไงต่อ

      ฉันมีวิธีแล้วกัน ขอบใจแกมากนะปุ้ม ขนาดอยู่ไกลยังโทรมาบอก

      เฮอะ ฉันน่ะกะแล้วว่าแกต้องพูดแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่านิสัยเราเข้ากันได้ ฉันก็ไม่ช่วยแกแล้วล่ะ แค่นี้นะ มีอะไรโทรมาได้ ถ้าเดือดร้อนนัก แกก็ย้ายกลับมาที่ออสเตรเลียเถอะ ที่นี่ยังต้องการคนเก่งไปร่วมงาน ทางไทยไม่มีอะไรให้คิดถึงแล้วไม่ใช่หรือ

      โปรแกรมเมอร์สาวลังเล

      ไว้จะคิดดูอีกที

 

      วางสายจากเพื่อนสนิทที่ห่างกันไกลคนละทวีป หญิงสาวก็พยายามตั้งสติ ไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาหล่อนไม่เคยเจอธนาเลยเว้นก็แต่เหตุการณ์ที่ร้านอาหารวันนั้น

      อย่าบอกนะว่ารักษิณาตามไปเห็น!

      เรียวปากอิ่มเม้มแน่นด้วยความเจ็บใจ ถ้าใช่ หล่อนก็นับว่าดวงซวยถึงที่สุด พนันได้ว่านิสัยอย่างเพื่อนสนิทแค่เห็นเพียงฉากเดียวก็ต้องร้องห่มร้องไห้วิ่งโร่หาพี่ชายแน่ คงไม่ทันมองเห็นฉากเพชรตะวันตบหน้าธนาล่ะสิ

      แต่ที่สำคัญสำคัญกว่านั้นคือรักษิณาตายแล้ว

      หล่อนตอบคำถามไม่ได้ว่าตัวเองควรรู้สึกเช่นไร ให้ดีใจกับการตายของเพื่อน เพชรตะวันไม่ใจร้ายขนาดนั้น แต่ให้หล่อนถึงกับฟูมฟายเสียอกเสียใจก็ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะคำว่า เพื่อน ระหว่างเธอกับรักษิณาได้ตายลงไปแล้วตั้งแต่วันที่รายนั้นตัดสินใจทรยศหล่อน ที่เหลือไว้มีแต่ความเสียดายในมิตรภาพ รักษิณาเป็นเพื่อนที่ดีกับหล่อนเสมอมาจนกระทั่งมีธนา

      ช่างเถอะคิดมากไปก็เท่านั้น หล่อนควรจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นตรงนี้เสียก่อน!

      หญิงสาวลงมือต่อสายหาเพื่อนร่วมออฟฟิศเดิมที่ส่วนใหญ่จบจากสถาบันเดียวกัน แต่หลายคนไม่ยอมรับโทรศัพท์ พอโทรหนักมากๆเข้ากลับปิดเครื่องหนี

      เพชรตะวันกำโทรศัพท์ด้วยความโกรธ ขอบตาร้อนผ่าว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมใครๆต้องโยนความผิดให้หล่อนเสมอ แค่ประเมินจากภายนอกทุกคนก็พร้อมลงขันฟันดาบแล้วว่าหล่อนผิด

      ไม่เคยมีใครคิดหาความจริง!

      สุดท้ายโปรแกรมเมอร์สาวก็ตัดสินใจขับรถไปหารวิชญ์ที่โรงพยาบาลในทันที เขาเป็นพี่ชายของรักษิณา อาจพออธิบายอะไรหล่อนได้บ้าง ไม่ใช่เอาเรื่องไปนินทาใส่สีตีข่าวเหมือนบรรดา เพื่อน ตัวดีทั้งหลาย

      ทว่าเพชรตะวันคิดผิด!

      หล่อนนั่งรอรวิชญ์ออกจากห้องทำงานด้วยใจร้อนรน และเมื่อลูกบิดประตูส่งเสียงก๊อกแก๊ก เพชรตะวันรีบสืบเท้าเข้าหา

      คุณรวิชญ์

      ผู้ชายร่างสูงในชุดกราวน์หันกลับมามอง พอเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาคมดุคู่นั้นก็ทอประกายชิงชังแผดกล้ารุนแรงเสียจนคนถูกมองเช่นนั้นผงะ

      เกิดอะไรขึ้นกับรัก?”

      คุณยังต้องถามผมอีกเหรอ?” เขาเอ่ยเสียงเย็นชา สาแก่ใจคุณแล้วนี่ ที่คุณบอกจะแก้แค้น!

      เดี๋ยว” หญิงสาวตรงไปดักหน้าเขาไว้ พูดกันให้รู้เรื่องก่อน สาแก่ใจอะไร ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

      บ้าพวกนี้บ้ากันไปหมด เห็นหล่อนเป็นคนแบบไหน นี่มันชีวิตจริงนะไม่ใช่นิยายที่ต้องเอาเวลาหมดไปกับการแก้แค้น

      ดวงตาคมกริบกวาดมองหล่อนหัวจรดเท้า ทำเอาคนถูกมองตัวชาวาบอีกรอบ ไม่รู้ทำไมแค่เห็นดวงตาที่เคยมองหล่อนด้วยความชื่นชม เอ็นดู เปลี่ยนเป็นเกลียดชัง หล่อนถึงรู้สึกปั่นป่วนขนาดนี้!

      หยุดพูดเถอะผมไม่อยากฟังแล้ว เสียแรงที่น้องสาวเคยชื่นชมคุณไว้มาก เสียดายที่ผมเคยมองคุณสูงไป ถึงคาดไม่ถึงว่าคุณจะทำตัวต่ำช้าได้ขนาดนี้!

      เพชรตะวันหน้าชา ต่ำช้างั้นหรือ? เขาถือสิทธิอะไรมาด่าหล่อนแบบนี้

      โธ่เอ๊ย ฉันเคยหลงคิดว่าคุณน่าจะมีสติกว่านี้นะ ที่จริงแล้วคุณก็ไม่ต่างจากคนอื่นหรอก ทำมาเป็นห่วงฉัน เป็นคนดีขอโทษแทนน้องสาว ทั้งที่จริงคุณมันก็มองฉันเป็นผู้หญิงเลวๆไม่ต่างจากคนอื่นเลย

      หล่อนตอกกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน หมดประโยชน์ที่จะพูดเพชรตะวันเข้าใจทุกอย่างแล้ว!

      หญิงสาวเบือนหน้าหนีไปทางอื่น สูดลมหายใจเข้าลึก ทั้งที่มือสองข้างยังเกร็งแน่น ก่อนเดินจากมา หล่อนหันกลับไปมองรวิชญ์เต็มตา

      ฉันจะพูดครั้งเดียวเท่านั้น ในฐานะที่คุณเป็นพี่ชายของรักษิณา ไม่ว่าคุณจะคิดว่าฉันไปทำระยำตำบอนอะไรมา แต่ฉันจะยืนยันที่นี่เพียงครั้งเดียว ฉัน-ไม่-ได้-ทำ ถ้าต่อจากนี้ไปพวกคุณยังจะยัดเยียดความเลวร้ายพวกนั้นให้ฉันก็จะเป็นคนเลวสนองความคิดของพวกคุณเอง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

20 ความคิดเห็น