หน้ากากเพชร (Re-UP)

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 พังทลายไม่มีชิ้นดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ส.ค. 61

แบบอีบุ๊กวางจำหน่ายแล้วค่า

ตอนนี้อยู่ในช่วงจัดโปรโมชั่นนะคะ












หลังจากกินข้าวกับรวิชญ์วันนั้น เพชรตะวันแทบไม่ได้เจอหน้าใครอีก หล่อนวิ่งวุ่นกับงาน ต้องเทสต์ระบบคอมพิวเตอร์ในตอนกลางคืน กว่าจะกลับถึงคอนโดปาไปเที่ยงคืนกว่า หรือบางครั้งต้องนอนที่บริษัทเลยก็มี ที่นัดกินข้าวกับธนาก็ต้องเลื่อน

      ถึงแม้จะยุ่ง เพชรตะวันยังหมั่นโทรหาธนาเสมอ ซึ่งพักหลังหล่อนแปลกใจขึ้นเรื่อยๆเมื่อเขาไม่รับโทรศัพท์บ้าง หรือคุยกันเพียงสองสามคำแล้ววางสาย

      หญิงสาวนึกน้อยใจเหมือนกัน แต่นึกได้ไม่นาน เพราะมีงานด่วนเข้ามาเร่งรัดเสมอ เพชรตะวันจึงทำได้แค่กังวลกับตัวเอง และตามประสาผู้หญิง บ่อยครั้งอดคิดไม่ได้ว่าธนามีคนอื่นหรือเปล่า แต่ความเขื่อใจสอนให้เพชรตะวันไม่บึ่งไปหาเรื่องหรือพาลพาโลใส่ชายหนุ่มถึงที่

      แล้ววันดีคืนดีโลกแห่งความเป็นจริงอันโหดร้ายก็มาเยือน!

      ไงยะไอ้เพชร กินน้ำใบบัวบกสองลังหายช้ำในแล้วหรือยัง

      ปุ้มปุ้ยเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่สนิทรองลงมาจากรักษิณาโทรศัพท์ข้ามทวีปมาหา หญิงสาวรายนี้เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์เหมือนหล่อน ต่างสาขาเท่านั้น แม้ไม่สนิทเท่ารักษิณาที่เรียนสาขาเดียวกัน แต่เป็นคนที่เรียกได้เต็มปากว่าเพื่อนสนิท สาวรายนี้เป็นคนพูดเก่งก็จริง แต่ไม่ใช่คนพูดอะไรพล่อยๆ ตอนนี้เจ้าหล่อนแต่งงานกับสามีชาวออสเตรเลีย อาศัยอยู่ที่เมืองใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยที่เพชรตะวันเรียนโท

      อะไร กินน้ำใบบัวบกอะไรของแกยะ?” หญิงสาวหัวเราะ

      อ้าว” ปลายสายแปลกใจไม่น้อย เริ่มลังเล แกยังไม่รู้เรื่องเหรอเพชร?”

      เรื่องอะไรคนถูกถามย้อนกลับ งงว่าก้มหน้าตาก้มตาทำงานแค่แปบเดียวเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ตัวหล่อนเองแทบไม่ได้ติดต่อเพื่อนเก่าเลย

      ก็ก็ เพื่อนสนิทอีกคนอึกอัก สุดท้ายก็โพล่งออกมา เรื่องที่เพื่อนสนิทกับแฟนแกรวมหัวกันหักหลังแกไง!

      เพชรตะวันถือหูโทรศัพท์ค้าง ถ้าหล่อนยืนอยู่คงล้มทั้งยืนไปแล้ว แต่ตอนนี้ที่ทำได้คือตั้งสติ ข่มเสียงให้นิ่งเมื่อถามว่า

      หมายความว่ายังไง?”

      ก็ไอ้เตยที่เรียนสาขาเดียวกับแก มันยังทำงานบริษัทเดียวกับไอ้รักอยู่ มันเล่าว่าตอนนี้แฟนแกหนีไปจดทะเบียนกับรักแล้ว ลือให้หนักกันไปอีกว่าท้องก่อนแต่ง ถึงต้องรับผิดชอบ คนรอบตัวนับนิ้วเดือนตั้งท้องกันใหญ่ แต่ละคนพยายามสืบหาว่าแกหายหัวไปไหน ถึงไม่โผล่ไปเลย พวกนั้นคิดว่าแกจะตามไปอาละวาดฉีกอกคนคู่นั้นน่ะสิ! จนไอ้เตยมันโทรมาหาฉัน ฉันถึงโทรมาหาแก นี่หมายความว่าแกยังไม่รู้เรื่องใช่ไหม

      ไม่” เพชรตะวันข่มเสียง ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น

      สาวปลายสายสบถด่าคนทรยศเป็นหางว่า เพชร ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องเป็นแบบนี้

      ช่างเถอะ รู้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี!

      หล่อนกัดฟันกรอด พูดคุยกับเพื่อนอีกสองสามคำก็วางสาย พยายามตั้งสติกับเรื่องที่เกิดขึ้น

      ธนากับรักษิณาไม่จริงน่า

      ไม่ หล่อนจะไม่เชื่อข่าวลือเป็นอันขาด คนอย่างเพชรตะวัน ทำอะไรต้องเห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้น!

      โปรแกรมเมอร์สาวสูดลมหายใจเข้าลึก ตบหน้าเบาๆเรียกสติไม่ให้ฟุ้งซ่าน สุดท้ายก็ตัดสินใจวางมือจากงาน คว้ากระเป๋าสะพายและกุญแจรถขับตรงไปยังบ้านของเพื่อนสาว

 

      รถยนต์สีอ่อนแล่นเข้าจอดหน้าบ้านจัดสรรหลังใหญ่ ทั้งที่เคยมาบ้านรักษิณาหลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนที่หล่อนรู้สึกอัดอัดใจเท่าวันนี้

      หล่อนก้าวลงรถจาก ส้นเข็มราคาแพงเคาะเป็นจังหวะไปหยุดหน้ารั้วบ้าน มือที่กำลังจะกดกริ่งชะงัก เปลี่ยนใจเป็นยืนรอแทน ไม่นานนักก็มีเด็กสาววัยต้นยี่สิบตรงเข้ามาถามคนที่รอหน้าประตู

      มาหาใครหรือคะ

      เพชรตะวันยิ้ม รู้ทันทีว่าคงเป็นลูกจ้างคนใหม่ของที่บ้าน ไม่ใช่คุณแม่บ้านคนเดิมที่คุ้นตา สมัยเรียนหล่อนสนิทกับรักษิณาเสียจนทุกคนจำหน้าได้

      มาหารักค่ะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของรัก พี่โรมอยู่ไหมคะ

      จากคำพูดและการแต่งตัวของผู้หญิงตรงหน้าทำให้สาวใช้วางใจ

      ไม่อยู่ค่ะ เข้ามารอก่อนไหมคะ วันนี้คุณท่านสองคนก็ไม่อยู่ คุณน้ำหวานก็ไปเที่ยวกับท่านด้วยสาวใช้เอ่ยถึงผู้สูงวัยสองคนในบ้านและน้องสาวบุญธรรมของรวิชญ์ที่ไม่ค่อยสนิทกับรักษิณาเท่าไหร่นัก รู้แต่เพียงว่า หล่อนจบพยาบาลมา และช่วยที่บ้านทำงานเช่นกัน เพชรตะวันเจอรักตาภาอยู่ไม่กี่ครั้งทั้งที่มาบ้านของรักษิณาบ่อยๆ เพราะรักตาภาเอาเวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานในโรงพยาบาล ถ้าเป็นสมัยเรียนหล่อนก็เอาเวลาไปหมกตัวอ่านหนังสือหมด ไม่ค่อยได้ลงมาทักทายเพชรตะวันเท่าไหร่ เจอหน้ากันส่วนใหญ่แค่ยิ้มให้ประสาคนรู้จัก

      ค่ะ

      หล่อนเดินตามเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่คุ้นตา นั่งรอที่โซฟาตัวเดิมที่เคยนั่งเล่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย รอเด็กสาวยกน้ำมาเสิร์ฟ เพชรตะวันก็ถามว่า

      พอจะรู้ไหมจ๊ะว่ารักไปไหน

      คุณรักพาน้องไปหาหมอค่ะ โทรตามให้ไหมคะ แต่น่าจะใกล้กลับมาบ้านแล้วสาวใช้ตอบซื่อๆ

      ไม่เป็นไรค่ะ

      หล่อนนั่งรอด้วยใจอดทน ทุกครั้งที่เข็มนาฬิกาขยับ เพชรตะวันรู้สึกเหมือนข้างในหล่อนกำลังจะตายลงทุกที หนึ่งชั่วโมงผ่านไปราวหนึ่งเดือน สุดท้ายการรอคอยที่หล่อนไม่อยากให้เผชิญก็มาถึง

      รถซีอาร์วีคันใหญ่แล่นเข้าสู่ที่จอดรถข้างบ้าน ตามด้วยเสียงปิดประตูรถของคนสองสามคน เสียงเด็กร้องไห้ และเสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก รักษิณาอุ้มทารกไว้ในอ้อมกอด โดยมีธนาและพี่ชายหล่อนตามมาไม่ห่าง ช่วงตั้งท้องหล่อนน้ำหนักเพิ่มมาหลายโล แต่ยังไม่น่าเกลียด ผิวขาวผ่องเปล่งปลั่งอย่างคุณแม่ลูกอ่อนที่มีความสุข แม้จะมีบ้างที่ความกลัวแล่นมาในสมอง

      เจ้าบ้านสาวหันไปเหลียวมองพี่ชายที่ยังง่วนกับการจัดข้าวของหลังรถ จึงพยักหน้าให้ สามี เป็นเชิงว่าให้เขากับหล่อนเข้าบ้านก่อน

      คุณรักคะ คุณรัก มีแขกมาหา

      หนิงสาวใช้คนใหม่ที่เพิ่งจ้างมาไม่ถึงสองเดือนรีบวิ่งมารายงาน คุณแม่ลูกอ่อนยิ้มรับ ถามกลับเสียงใสว่า

      ใครกันหนิง ฉันไม่ได้นัดแขกไว้เสียหน่อย

      หนิงขยับปาก ยังไม่ทันบรรยายรูปลักษณ์ของแขกนาย ร่างสมส่วนของเพชรตะวันก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง เอ่ยเสียงดังฟังชัดจนรักษิณาสะดุ้ง ปลายเท้าชาวาบ พร้อมหัวใจที่เต้นโครมครามโดยหล่อนไม่รู้ตัว

      ไม่เจอกันนานนะรัก!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #5 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 09:35
    โป๊ะเชะ!!! ความลับขนาดใหญ่โตไม่มีวันปิดได้หรอก หึ หึ
    #5
    0