หน้ากากเพชร (Re-UP)

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 คนโง่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    29 ก.ค. 61

การทำงานที่บริษัทแห่งใหม่เริ่มต้นอย่างราบรื่น เพราะดีกรีปริญญาตรีและโท หล่อนถูกเสนองานในตำแหน่งสูงกว่าคนทั่วไป เช่นเดียวกับเงินเดือนที่สูงลิ่ว เนื่องจากบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ต้องการคนมีศักยภาพในการทำงาน เข้างานได้วันแรก หล่อนก็ได้รับมอบหมายให้ทำงานชิ้นใหญ่ร่วมกับทีมเก่าซึ่งเป็นมือเก๋าของบริษัท

ทว่าเป็นเรื่องธรรมดามนุษย์ เมื่อมีคนรักย่อมมีคนชัง หลายคนในออฟฟิศไม่ชอบหน้าหล่อน บ้างหมั่นไส้ หาว่าหล่อนหยิ่ง หัวสูง คิดว่าจบนอกแล้วได้ดีกว่าคนอื่น เพื่อนส่วนใหญ่ที่มาทักหนีไม่พ้นหนุ่มๆเสียส่วนมาก แถมหนึ่งในนั้นมีหนุ่มหน้าตาดีประจำบริษัทเสียด้วย จึงไม่แปลกที่กระแสความหมั่นไส้จะโหมแรงขึ้น

ช่างหัว ใครอยากนินทาอะไรก็ว่าไป!

หญิงสาวนึกขณะที่เริ่มทำงานเข้าสัปดาห์ที่สอง

คุณเพชรครับ เพื่อนร่วมงานรุ่นเดียวกันที่แก่เดือนกว่าหล่อนเดินมา กลางวันนี้ไปกินข้าวกันไหม?”

ดวงตาคมสวยตวัดมองหน้าอีกฝ่าย คลี่ยิ้มหวาน

คงไม่ค่ะ เพชรกำลังจะนัดแฟนออกไปทานข้าว

แฟน คุณเพชรมีแฟนแล้วหรือครับ ไหนว่าเพิ่งกลับจากออสเตรเลียอีกฝ่ายหน้าเหวอ คาดไม่ถึง ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าใครกันที่เป็นเจ้าของหัวใจผู้หญิงท่าทางปราดเปรียว คล่องแคล่วคนนี้

      ค่ะ คบกันก่อนไปออสเตรเลีย

      หล่อนรับคำหน้าชื่น ทิ้งให้อีกฝ่ายเดินคอตกจากไป

      นึกถึงธนาแล้ว เพชรตะวันถึงนึกได้ว่ากลับจากออสเตรเลียหล่อนยังไม่เจอหน้าเขาเลย โทรไปทุกครั้งเขามักติดงานทุกครั้ง หล่อนเองก็ไม่มีเวลาเซ้าซี้หรือนึกโกรธ เพราะงานการที่ทำอยู่ล้นมือ เพิ่งเคลียร์ได้เมื่อวานจึงนึกได้ว่าควรโทรหาธนาสักหน่อย

      หล่อนลงมือต่อสายหาธนา

      สวัสดีค่ะธัน หญิงสาวเอ่ยเสียงหวาน ทำอะไรอยู่ตอนนี้

      ผมเอ่อ ทำงานอยู่ครับ ใกล้สิ้นเดือนแล้วเลยมีอะไรให้เคลียร์เยอะแยะชายหนุ่มตอบอ้อมแอ้ม

      อะไรกันคะ เดี๋ยวนี้ธันเป็นผู้ชายบ้างานไปตั้งแต่เมื่อไหร่ สมัยก่อนล่ะว่างชวนไปไหนมาไหนตั้งเยอะหล่อนแกล้งเอ่ยเหมือนตัดพ้อ แต่ใจลึกๆดีใจที่เห็นเขาก้าวหน้าและมีความรับผิดชอบขึ้น

      มันก็ตั้งสองปีแล้วนะครับเพชร

      ตั้งสองปี เอ พูดถึงสองปี ระหว่างเพชรไม่อยู่แอบไปกิ๊กสาวที่ไหนไว้หรือเปล่าคะ?” เสียงใสยิงคำถาม น่าแปลกที่คราวนี้ผู้ชายปลายสายเงียบจนผิดสังเกต

      เงียบไปครู่ เขาก็หัวเราะแก้เก้อ ไม่มีหรอก ผมบอกแล้วว่ารักเพชรคนเดียว

      ถ้ารักกันจริง เที่ยงนี้มานานข้าวเป็นเพื่อนกันหน่อยได้ไหมคะ?”

      หล่อนแกล้งแหย่

      ผมไม่ค่อยสะดวก ตอนนี้งานล้นมือ ธนาตอบไม่เต็มเสียง เพชรตะวันจึงขมวดคิ้ว ถามกลับไปประสาคนช่างสังเกตว่า

      ธันมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า บอกเพชรได้นะ เราเป็นแฟนกัน ถ้าเพชรช่วยได้เพชรจะช่วย

      หญิงสาวหยิบยื่นน้ำใจให้เขาโดยไม่รู้เลยว่าหล่อนนี่แหละคือ ปัญหา ชิ้นใหญ่ของธนา

      ไม่มีอะไรหรอก เพชรสบายใจได้ ปลายสายย้ำคำเดิม ขอโทษจริงๆนะที่พักนี้ผมไม่มีเวลา เอาเป็นว่าสักกลางเดือนหน้า เรานัดเจอกันดีไหมครับ?”

      กลางเดือนหน้าเลยหรอคะ หญิงสาวทวนคำ แม้ไม่ใช่คนคิดมาก เรื่องมาก แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่เขาเห็นงานสำคัญกว่า ธันไม่เจอเพชรสองปีแล้ว ยังจะให้เพชรรออีกตั้งเกือบเดือน!

      โธ่ เพชร ที่ผมทำอยู่ก็เพื่ออนาคตของเรานะ ก็เพชรเคยบอกไว้ว่าจะเรียกสินสอดตั้งหลายล้าน บ้านอีกหนึ่งหลังโตๆ ผมก็ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นสิครับ เขาทวนความจำหล่อน

      โบราณว่าไว้ว่าไว้ไม่มีผิด ความรักทำให้คนตาบอดฉันใด รักที่เพชรตะวันมีให้ธนาก็ทำให้หล่อนหูหนวกตาบอดได้ฉันนั้น เมื่อได้ยินเรื่องแต่งงาน หญิงสาวก็คลี่ยิ้มให้ความว่างเปล่าของโต๊ะทำงาน หัวใจอบอุ่นเมื่อนึกถึง อนาคต ที่รออยู่

      เพชรเชื่อธันนะคะ ถ้าอย่างนั้นเดือนหน้าก็เดือนหน้า แต่ช้ากว่านี้ไม่เอาแล้วนะ เพชรจะบุกไปถึงบริษัทเลยคอยดู!

      หล่อนแกล้งข่มขู่เขาตบท้าย ก่อนอวยพรให้ชายหนุ่มโชคดี มีความสุขกับการทำงานแล้ววางสาย

      ไม่ได้เอะใจถึงพิรุธใดๆของธนาเลย!

     

      วางสายจากธนาแล้ว โปรแกรมเมอร์สาวก็อดนึกถึงใครอีกคนไม่ได้ เพื่อนสาวคนสนิทของหล่อนนั่นเอง ไม่รู้ป่านนี้รักษิณาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ที่คุยกันล่าสุดได้ข่าวว่ารักษิณายังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม มีความสุขกับงานดี

      โทรไปสักหน่อยไม่เสียหายมั้ง หล่อนนึก ลงมือต่อสายหารักษิณาตามใจคิด

      ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า พักนี้คนสนิทสองคนของเธอถึงรับโทรศัพท์ช้าพิกล ธนาเองก็รับโทรศัพท์ช้ากว่าที่เคย ทั้งที่สมัยก่อน ถ้าเป็นเบอร์เพชรตะวันโทรมา หล่อนไม่เคยต้องรอสักนิด

      เพชร รักษิณาส่งเสียงอู้อี้มาตามสาย

      อะไร ทำเสียงเหมือนเจอผีโทรมา เพื่อนสาวแกล้งแหย่ พักนี้คนที่เมืองไทยเป็นอะไรไปกันหมด คนอุตส่าห์โทรมาด้วยความคิดถึง

      เปล่านี่ปลายสายหัวเราะ รักไม่ค่อยสบายน่ะ

      แกเป็นอะไรหล่อนนิ่วหน้า นึกห่วงเพื่อนขึ้นมาทันที เพราะรักษิณาไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่ สุขภาพไม่แข็งแรง สมัยเรียนเป็นลมหน้ามืดไปก็บ่อยครั้ง พักนี้อากาศไม่ดี ขนาดอึดๆอย่างฉันยังแทบแย่

      ไม่มีอะไรหรอก งานเยอะ เครียดด้วย

      เครียดกับงานแบบนี้ วันไหนว่างๆไปเที่ยวกันดีกว่าไหมเพชรตะวันชักชวน ประสาคนไม่มีภาระอะไร หล่อนมักเอาเวลาไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่เป็นประจำ เห็นภายนอกตัวบางๆแบบนี้ แต่เพชรตะวันเป็นชมรมนักแบกเป้เก่า ขึ้นเหนือลงใต้มานักต่อนัก

      ถ้าเพชรตะวันถือสายอยู่ตอนนั้น หล่อนคงเห็นรักษิณาหน้าเผือดด้วยความหวาดกลัว รักไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

      อีกคนแล้ว!” เพื่อนสาวเอ่ยเชิงน้อยใจ ทั้งแกทั้งธันเลย นี่อย่าบอกนะว่าสองคนแอบไปกิ๊กกันจริงๆเลยไม่กล้าเจอหน้าฉันแบบในละครน่ะ

      รักษิณาเงียบไปจนปลายสายแปลกใจ

      รัก แกเป็นอะไรหรือเปล่า

      รักแค่ปวดหัว อยากพักผ่อนนิดหน่อย

      แกไม่ทำงานหรือไง หล่อนถามด้วยความแปลกใจ หรือลาหยุดอยู่บ้าน

      ลาอยู่บ้านจ้ะ อาการไม่สู้ดีมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วสาวปลายสายโกหกคำโต อันที่จริงรักษิณาลางานได้สองเดือนแล้วลาเพื่อคลอดเด็กที่กำลังจะเกิด ซึ่งกำหนดการคือปลายเดือนนี้

      โอ๊ย แล้วก็ไม่บอก ปล่อยฉันกวนแกอยู่ตั้งนาน นอนพักเยอะๆ เรื่องเที่ยวเอาไว้ก่อนก็ได้ ฉันไม่คิดมาก

      เพชรตะวันตัดบท กดวางหูโทรศัพท์แล้วถอนใจยาว ดูท่าวันนี้หล่อนคงได้กินข้าวกลางวันคนเดียวอีกแน่ หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่ ตัดสินใจเดินออกไปหาร้านอาหารข้างทางธรรมดาเป็นมื้อเที่ยง

      เมื่อลงมาถึงด้านล่างอาคาร ท่ามกลางมนุษย์เงินเดือนที่พลุกพล่าน เพชรตะวันก็สังเกตเห็นผู้ชายตัวสูง ผิวขาวใบหน้าเคร่งขรึมและดวงตาคมกริบฉายแววดุดัน รองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดก้าวเป็นจังหวะไปหาคนรู้จักที่ไม่เจอกันหลายปี ก่อนพุ่มมือเป็นดอกบัวสวยงาม ทักทายอีกฝ่ายเสียงดังฟังชัด

      พี่โรม สวัสดีค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

20 ความคิดเห็น